ชีวิตวันๆของลูกมาเฟีย ( yaoi )

ตอนที่ 5 : บทที่ 5 [ Re ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,609
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,202 ครั้ง
    8 เม.ย. 64


 


 

บทที่ 5


 

หลังจากที่คิมหันต์ถูกเขาเล่นงานไปเมื่อครั้งนั้น อีกฝ่ายก็พยายามที่จะเล่นเขาคืน น่าเสียดายที่ทุกครั้งมักจะถูกเล่นกลับจนไปนั่งกองอยู่บนพื้นทุกครั้งไป

"ซี..." เสียงเรียกเบาๆของคิมหันต์ทำให้คนที่กำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างหันไปตามเสียงเรียก แต่เพราะระยะที่ใกล้เกินไปทำให้ปากของเขาชนกับแก้มนิ่มๆของคนด้านข้างเข้าอย่างจัง

เห็นดังนั้นจึงอ้าปากงับเบาๆที่แก้มของอีกฝ่าย กดจูบไล่ลงมาจนถึงปลายคาง ลงต่ำไปถึงลำคอซึ่งเจ้าตัวเอียงใบหน้ารับสัมผัสอย่างเต็มที่ ถึงขนาดที่ยกมือขึ้นจับไหล่ของเขาเอาไว้ไม่ให้ขาสั่นๆของตัวเองล้มพับลง

เมื่อเล่นจนพอใจแล้วจึงค่อยๆผละริมฝีปากออกมองดูผลงานด้านหน้า ใบหน้าที่ฉายแววหล่อแต่เด็กขึ้นสีแดงเข้มจนกล้ามกับลูกมะเขือเทศสุก คล้ายกับคนหายใจไม่เต็มอิ่มจนต้องเผยปากออกช่วยอีกแรง

ดวงตาสีแดงมีประกายอารมณ์บางอย่าง แน่นอนว่าเขารู้ว่ามันคืออะไร แต่เลือกที่จะเมินมันแล้วหันมาสนใจหนังสือตรงหน้าแทน

"เย็นนี้ไปดูหนังกัน!" คิมหันต์ยกมือสะกิดไหล่คนด้านข้างเบาๆ ซึ่งตอนนี่พวกตนกำลังเรียนวิชาศิลปะกันอยู่

"ไม่รู้สิ ผมคงต้องขออนุญาตพ่อผมก่อน" ปากขยับตาโดยที่มือและตายังคงทำหน้าที่วาดภาพตรงหน้าต่อโดยไม่สะดุด

"พูดแล้วนะ"

"อยู่ที่ว่าพ่อผมจะอนุญาตรึเปล่าเถอะ"

"ถ้าซีขอจริงๆทำไมอาเรนจะไม่ให้"

"...." ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เพราะหากเขาต้องการจริงๆมีหรือที่พ่อจะขัดใจตนได้

"เราไม่ดูรีวิวมาแล้ว เขาว่าสนุกนะ บู๊มันมากเลย ที่สำคัญคือป๊อปคอร์นอร่อยมาก" สำหรับคัญสุดคือประโยคสุดท้ายใช่มั้ย?

"จะพยายาม" ยักไหล่ไม่ใส่ใจราวกับว่าที่รับปากไปนั้นไม่ได้คิดอะไรมากเหมือนตอบไปแค่ตามมารยาท ซึ่งอีกคนก็ไม่ได้ตื้ออะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงเขาก็ต้องตกลงไปอยู่ดี

"ร้านคาเฟ่ข้างๆโรงหนังก็อร่อยนะ โดยเฉพาะคุ้กกี้บราวนี่ของที่นั้นอะ ไม่หวานเท่าไหร่ด้วย"

โอเค ยอมแพ้ เขาไปก็ได้...

ผงกหัวรับคำให้รู้ว่าตนได้ยิน ปาดสีลงบนผ้าใบเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะยกมือขึ้นขอส่งงาน ซึ่งได้ตราประทับเกรด A ตัวสีแดงใหญ่ๆที่มุมขวาบน

"เสร็จรึยัง หิวแล้ว"

"ใกล้แล้วๆ"




 

หลังดูหนังจบ ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน พวกเราพากันแวะเข้าคาเฟ่ที่คิมหันต์เป็นคนแนะนำก่อน สิ่งแรกที่สั่งของแต่ละคนคือเครื่องดื่ม ส่วนเครื่องเคียงของซีโร่คือ คุ้กกี้บราวนี่ตามที่คิมหันต์โฆษณาเอาไว้ ส่วนคนนำสั่งสตอเบอรี่ชีสเค้ก

ที่นี่เป็นร้านคาเฟ่ขนาดกลาง เน้นการจัดร้านแบบธรรมชาติดูร่มรื่นสบายตา เพราะนี่เป็นช่วงเย็นแล้วจึงมีลูกค้าแค่ประปราย

"เสร็จจากตรงนี้เราไปเดินเล่นต่อที่สวนสาธารณะใกล้ๆนี้กันมั้ย?" เป็นคิมหันต์ที่เปิดบทสนทนาคนแรก เขาที่ไม่เคยขัดศรัทธาของอีกฝ่ายพยักหน้ารับอย่างไม่คิดอะไร

"บอสให้กลับได้ไม่เกิน 1 ทุ่มนะครับ" พ่อบ้านคนสนิทพูดเตือนหลังยกนาฬิกาข้อมือ 6 หกหลักขึ้นมาดู

"ครับ"

ไม่นานนักของที่สั่งก็มาเสิร์ฟ ซึ่งก็เป็นไปตามที่คิมหันต์โฆษณาเอาไว้ว่ามันอร่อยจริงจึงได้ใช้ให้เชน พ่อบ้านคนสนิทสั่งพวกมันกลับบ้าน 5 กล่อง

เมื่อเคลียร์ทุกอย่างลงท้องจนหมดจึงพากันเดินออกไปด้านนอกรอขอที่เหลือ ซึ่งในขณะที่เรากำลังคุยกันอยู่ รถตู้สีดำที่มีท่าทางแปลกๆพุ่งเข้ามาพร้อมกับคนอีกจำนวนหนึ่งเปิดประตูคว้าร่างเล็กๆของเราทั้งสองขึ้นรถไป

เอ้ะ...สมัยนี้เขาลักพาตัวกันง่ายๆแบบนี่เลยงั้นเหรอ?

"หุบปากซะถ้ายังไม่อยากตาย" ปากพูดบอกส่วนมือชี้ปลายกระบอกปืนไว้ที่ศีรษะ ให้ลูกน้องที่เหลือใช้เชือกมันแขนและขากันไม่ให้หนีไปไหน รวมไปถึงเทปสีเทาที่โครตเหนียว เหนียวแบบเหนียวฉิบหายวายวอดแปะเข้าที่ปาก

อะ ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไรบากนะ แต่พอเจอเทปนี้เข้าไปทำเอาหน้าครึ้มลงไปหลายส่วน ตอนติดไม่เท่าไหร่ แต่ตอนแกะนี่สิ...

เฮ้อ...

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่เมื่อรถที่นั่งมาหยุดเคลื่อนที่พร้อมกับคนอีกกลุ่มหนึ่งเปิดประตูออกมา แต่ละคนไม่ได้ปิดหน้าปิดตาอะไร ซึ่งนี่สามารถอธิบายได้โดยนัยว่าพวกมันไม่ต้องการที่จะปล่อยพวกเราไปแน่ๆหากได้ของหรือเงินมา

เหลือบมองเพื่อนที่ดูเหมือนจะติดร่างแหมาด้วยด้านข้าง แม้จะไม่ได้ร้องไห้แต่กลับมีอาการสั่นกลัว แปลว่ายังเหลือสติอยู่ ที่บ้านคงฝึกมาดี และนี้คงเป็นไม่กี่ครั้งที่โดยลักพาตัวมา

ที่สำคัญ เจ้าตัวคงเข้าใจในสิ่งที่พวกมันจะสื่อแน่

พวกเราถูกอุ้มเข้าไปในโกดังร้างแห่งหนึ่ง โยนกองไว้กับกล่องสินค้าที่ไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรบ้าง แต่ทางเข้าและตลอดทางเดินที่ผ่านมาเขาเห็นแสงสีแดงเล็กๆติดอยู่ตามซอกตามมุมต่างๆ

คงตั้งใจว่าหากอีกฝั่งเข้ามาได้คงตั้งใจว่าจะเก็บรวดเดียวสินะ ทำรายทั้งหลักฐานและตระกูลของศัตรูภายในครั้งเดียว แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตแต่นี้ก็ถือคุ้มค่า

ปัง...!!

เสียงถีบประตูพร้อมกับแรงกระแทกระหว่างรองเท้ากับพื้นคอนกรีตเย็นๆทำให้เด็กน้อยสะดุ้งอย่างตื่นกลัวราวกับลูกนกตัวน้อยๆที่ตกจากลัง ต่างจากคนด้านข้างที่ตอนนนี้พยายามเก็บอาการสั่นกลัวของตัวเองสุดชีวิต

"เอ้า คุยกับพ่อแกหน่อยสิ" โทรศัพท์รุ่นเก่าแบบปุ่มกด น่าจะเป็นแบบใช้แล้วทิ้งยื่นแนบไว้ข้างหู พร้อมกับกระชากเทปกาวที่ปิดปากออกแบบไม่ออมแรงกันเลย

[ .... ] หากแต่กลับไม่มีเสียงใดกล่าวออกมา

ให้ตายเถอะ ในเวลาอย่างนี้ยังอยากจะมาลองเชิงอะไรอีกล่ะเนี่ย ขมวดคิ้วไม่พอใจให้กับคนที่ปลายสายโดยเฉพาะความเจ็บบนใบหน้าหลังจากที่ถูกกระชากเอาเทปออก

เมื่อเห็นว่ายังไงอีกคนก็คงไม่พูดอะไรออกมาหากไม่ใช่เขาเองเป็นคนเปิดปาก สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายกรอกเสียงอันแสนเหนื่อยอ่อนของตัวเองออกไปก่อน

"พ่อครับ.." ยังไม่ทันได้ด่าออกมาสักประโยค โทรศัพท์ที่แนบหูอยู่ก็ถูกดึงออกโดยคนตัวโตหน้าตาคล้ายปลาดุกชนเขื่อน

"ได้ยินแล้วใช่มั้ย ถ้ายังไม่อยากให้ให้ลูกแกเจ็บตัวไปมากกว่านี้ รีบส่งเงินมาภายในเวลา 2 ชั่วโมง ถ้าไม่อย่างนั้น...แกคงรู้ใช้มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น"

เพี้ยะ!!

ว่าแล้วมือหนาก็ง้างตบลงมาที่แก้มซีกซ้ายของเขาเต็มแรง จนหน้าน้อยๆของเขาสะบัดไปตามแรงตบ สมองที่วิ่งแล่นหาวิธีเอาตัวรอดเมื่อสักครู่ชะงักไปกับถูกช็อต มึนตื้อจนคิดอะไรไม่ออก จากที่เจ็บจากแผลเดิมอยู่ก่อนแล้ว ตอนนี้เพิ่มความเจ็บขึ้นไปอีก

อา...ดี ดีจริงๆ

แหมะ...

เลือดสีแดงสดไหลหยดลงที่หน้าขา กลิ่นสนิมและความเจ็บจี๊ดๆที่มุมปากปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ น้ำตาสีใสตีตื้นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะร่างนี้ยังเด็ก เขาจึงไม่สามารถควบคุมน้ำตาของตัวเองได้

"อื้อ..."

"เงียบ" กระซิบเสียงสั่นๆบอกคนด้านข้างที่มีน้ำตาคอลเบ้าไม่ต่างจากเขามากนัก ทั้งๆที่เป็นตัวเขาเองที่เจ็บ แต่คนร้องไห้ดันเป็นอีกฝ่ายเนี่ยนะ? ตลกดี...

แล้วบรรยากาศก็กลับเข้าสู่ความเงียบ เสียงเดินไปมาจากด้านหลังประตูทำให้พอเดาได้ว่าด้านนอกนั้นมีอยู่ประมาณกี่คน

เหลือบมองตัวคนที่หลังจากวางสายจาพ่อของเขาเสร็จก็กดเบอร์โทรหาใครอีกคน

"เออพี่ จับได้แล้ว...ตอนนี้รอเงินอยู่...ไม่คิดว่าจะได้เด็กจากตระกูลอัลเคมี่ด้วยก็เลยโทรไปเรียกค่าไถ่จากพ่อมันก่อน เดี๋ยวก็คงแจ้งเพื่อนมันให้รู้เองแหละว่าเด็กหายอะ"

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ก็ทำให้รู้ว่าทีแรกคงไม่ได้ตั้งใจจะจับตัวเขามา งั้นเป้าหมายคงเป็นเด็กข้างกาย ถ้าเอาเป็นตัวหลักๆที่เป็นคู่แค้นของสุริยเทพคงนับได้ไม่หมด

ถ้าที่นี่เป็นโกดังเก็บของ มันก็น่าจะมีสัญลักษณ์ของตระกูลนั้นๆอยู่แน่นอน....

เพราะอีกฝ่ายคิดแค่ว่าพวกเราเป็นเด็ก ไม่น่าจะทำอะไรได้มากจึงเลือกที่จะหันหลังพิงกล่องคุยกับนายของตนอย่างสบายอารมณ์ราวกับไม่มีใครอยู่ในห้อง ซึ่งนั้นก็ดีเพราะเขาจะสามารถทำอะไรๆได้ง่าย

ด้วยร่างกายของเด็กที่มีความยืดหยุ่นสูงง่ายต่อการดัดกระดูกให้ตัวเองหลุดจากพันธนาการของเชือกได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

เพราะลืมหยิบกระเป๋าสีแดงคู่ใจมาตอนนี้จึงไม่มีอาวุธใดๆนอกจาก ใบมีดบางๆที่ซ่อนอยู่ในเข็มขัดนักเรียน ทั้งขนาดตัวและแรงของเด็ก ใบมีดชิ้นนี้ไม่สามารถฆ่าใครตายได้ง่ายๆแน่ โดยเฉพาะไอ่กล้ามโตคนนั้น

ใช้สายตาบอกคนด้านข้างว่าให้เงียบเข้าไว้ เลือกที่จะแก้เชือกให้ตัวเองก่อน รอจังหวะให้มันวางสาย ในขณะนั้นก็ค่อยๆย่องเข้าไปอยู่ด้านหลัง

เหงื่อเย็นๆไหลอาบแผ่นหลังบาง จนเมื่อได้สัญญาณที่บ่งบอกว่ามันจะวางสายแล้วจังหวะการเต้นของหัวใจถูกบังคับให้เบาลงจนกลืนไปกับเสียงรอบด้าน

"ครับ...ครับ...ขอบคุณครับ" วางแล้ว...

กึก!!

หยิบเอาเชือกที่มัดข้อมือตัวเองขึ้นมาคล้องคออีกฝ่ายแล้วออกแรงดึงให้แน่นบังคับให้คนตัวโตกว่าเงยหน้าขึ้นก่อนจะใช้ใบมีดในมือแทงเข้าค้างลำคอหลีกเลี่ยงกระดูกอ่อนเพราะคงไม่มีแรงตัดมันจนขาด แต่ก็พอหาดึงกลับเพื่อตัดเส้นเสียงได้

ออกแรงเฉือนอีก 2-3 ครั้งตัดกล้ามเนื้อที่ทำให้ยากต่อการหักกระดูก สุดท้ายก็ผ่อนแรงที่เชือกลงเลื่อนไปเกี่ยวที่ใต้คางแทน จากนั้นจึงใช้เข่าเป็นฐานรองคอแล้วออกแรงกระชากเชือกที่เกี่ยวเอาไว้ลงจนได้ยินเสียงกระดูกคอดัง กร็อบ! ใหญ่ๆ

ร่างใหญ่โตนิ่งไปแล้ว สาเหตุที่เขาใช้เชือกรัดคอก่อน อย่างแรกเลยคือต้องการบังคับให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้น อย่างที่สอคือต้องการให้ความสนใจทั้งหมดไปอยู่ที่คอมากว่าเขา ไม่งั้นคงถูกสะบัดออกได้ง่ายๆแน่

ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเลือดที่กระเด็นติดอยู่บนใบหน้า ก้มลงค้นของที่พอจะใช้ต่อกรกับคนด้านนอกได้ สรุปคือได้ปืนมา 1 กระบอก มีดสั้น 1 เล่ม แล้วก็ปุ่มกดระเบิดอีกอัน

หันหลังกลับไปแก้มัดให้คิมหันต์ทั้งที่ข้อมือและข้อเท้ารวมไปถึงค่อยๆลอกเทปที่ปิดปากออก หลังได้รับอิสระเจ้าตัวก็พุ่งเข้ามากอดเขาโดยไม่คิดรังเกียจเลือดที่ติดอยู่ตามตัว ร่างกายเล็กๆนั้นสั่นเทาจนคล้ายลูกนกที่กำลังป่วยใกล้ตายจริงๆ

"ชู่ววว ไม่ร้องนะไม่ร้อง ผมอยู่นี่แล้ว" ยกมือที่เปื้อนเลือดลูบปลอบอยู่อย่างนั้นสักพัก จนเมื่ออีกฝ่ายพอตั้งหลักได้ จึงดันตัวคนออก ประกบใบหน้าด้วยมือทั้งสองขึ้นบังคับให้มองมาที่เขา

"เดี๋ยวผมมานะครับ" กดจูบปลอบประโลมที่หน้าผากชื้นเหงื่อ ลูบกลุ่มผมสีแดงเข้มอีกสองถึงสามล้อมก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินออกไปด้านนอกพร้อมกับปืนและมีดในมือ

ในนี้มีกระสุนบรรจุทั้งหมด 12 นัด คนประมาณ 10 กว่าคน น่าจะพออยู่หรอก...มั้ง หรือต่อให้ไม่พอก็คงต้องเก็บเอาจากพวกที่นอนตายอยู่เท่านั่นแหละ

ปัง!!..

เข้าหัวพอดีเป๊ะ...หนักไปหน่อยสำหรับแขนเล็กๆของเด็กวัย 10 ขวบ ดีหน่อยที่มือไม่สั่นมากจนยิ่งไม่ถูกเป้า

"เฮ้ย! มีผู้บุกร--!!"

ปัง!

เสร็จไปอีก 1

หลังจากนั้นก็เกิดมหากาฬระหว่างเด็กเล็ก(?)กับผู้ใหญ่มากกว่า 10 คน เสียงปืนยิงโต้กันไปมา ไฟนีออนสีเหลืองอ่อนที่สว่างมากพอจะทำให้ไม่เดินชนสิ่งของ และแสดงให้เห็นตราประทับประจำตระกูลคู่อริของสุริยเทพอย่างตระกูลธารา

ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจส่องไปถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆที่หลบซ่อนไปมาในมุมมืด ทั้งยังหวังที่จะเอาชีวิตของคนตัวโตเหล่านั้นด้วยกระบอกปืนที่อยู่ในมือ

กระสุนปืนแต่ละนัดที่อีกฝั่งยิงมาไม่อาจฝั่งเข้าเนื้อนิ่มๆของคนตัวเล็กได้ กลับกัน ทุกนัดที่คนตัวเล็กยิงออกไปฝั่งเข้าจุดตายแทบทุกนัดไม่ก็จุดที่ยากต่อการขยับของฝ่ายตรงข้าม ลิ้นปี่ ข้อพับแขน ข้อพักขา ข้อเท้า กลางหัวใจ กลางหน้าผาก ปอด ลำคอ

พอเข้าใจแล้วทำไม ในหนังฝั่งตัวร้ายถึงยิงไม่โดนพระเอกเลย น่าเสียดายที่พระเอกที่ว่ากันไม่ได้มีสกิลหลบหลีกเฉกเช่นคนตัวเล็กตรงหน้าของพวกเขา

เลือดสีแดงกระเซ็นติดกำแพงของโกดังเป็นจุดๆตามตำแหน่งการตาย ม้วนตัวกลิ้งหลบลูกกระสุนเข้าที่กำบัง ยิงผ่านใต้ชั้นเจาะเข้าที่ขาอ่อน เมื่ออีกฝ่ายล้มลงก็กลิ้งออกไปยิงซ้ำเข้ากลางหน้าผาก

เพราะเป็นเด็กการหลบหลีกที่ต้องใช้ความพริ้วไหวค่อนข้างมากจึงเป็นที่ได้เปรียบคนตัวโตกว่า

แกร๊ก..

กระสุนหมดแหะ กระโดดออกจากที่กำบัง โยนปืนออกไปกระทบเข้ากับสันจมูกของหนึ่งในนั้นอย่างแม่นยำราวจับวาง ใช้มันช่วยดึงดูดความสนใจซึ่งมันได้เพียงไม่กี่เสี้ยววิ แต่แค่นั้นก็พอ...คว้าปืนจากศพที่อยู่ใกล้ที่สุดมาถือ กระดิกเพียงนิ้วเดียวในการกราดยิงใส่ศัตรู นั้นทำให้อีกฝ่ายล้มตายอย่างรวดเร็ว

นี่คือโลกจริงไม่ใช่เกม ไม่มีเกทเลือดหรือฮิลเลอร์คอยช่วยรักษา เพราะฉะนั้น ต่อให้เก่งแค่ไหนเจอลูกกระสุนเข้าไปไม่เกิน 5 นัดก็ตายสนิท

ตุบ....!!

ทิ้งปืนที่พึ่งใช้ฆาตชีวิตผู้คนลงกับพื้นราวกับมันเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่ง รอบข้างคือศพนับสิบนอนตายอยู่ภายใต้เท้าเล็กๆของเด็กชาย รอยเลือดสีแดงฉานไม่ได้ทำเด็กน้อยรู้สึกหวาดกลัว แม้ร่างกายนี้จะสั่นสะท้านจากอารมณ์ที่ยังตกค้าง หากแต่มันไม่มีสิทธิ์ต่อต้าน

เพราะมันเป็นของเขาแล้ว...

















 

*ยังไม่แก้คำผิด*
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.202K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,508 ความคิดเห็น

  1. #1508 PeachPeach12 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 03:36
    พิมพ์ผิดอยู่นะคะ ที่แรกก็ไม่คิดไรบาก ต้องเป็น มาก

    แก้ให้นึดนึง 🤍
    #1,508
    0
  2. #1502 parnard (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 23:53
    ไรท์ขาาาารอออยู่น้าาาาาาา
    #1,502
    0
  3. #1501 Pooer (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 13:03

    อบ่าเปลี่ยนโพเด้อไรท์

    #1,501
    0
  4. #1494 that-day (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 01:58
    ไรท์จะเปลี่ยนโพมั้ยเนี่ยยยยยย น้องซีทำไมเหลท่อ ขนาดเน้!!!
    #1,494
    0
  5. #1493 176 Kiyu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 23:52

    รอต่อไป~~

    มาต่อเร็วๆนะ~~

    #1,493
    0
  6. #1490 P-A-I- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 23:05
    รอตอน6อยู่รีบๆมาต่อนะ~
    #1,490
    0
  7. #1488 m-e-w2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 22:58
    รอตอนหกนะะะ
    #1,488
    0
  8. #1470 春のそよ風 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 14:46

    ร้ายกาจ

    #1,470
    0
  9. #1127 polar* (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 01:00
    ซวยไม่หยุด
    #1,127
    0
  10. #1100 Shipnielong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 04:22
    นายคิมนี่ร้ายจริงงงง
    #1,100
    0
  11. #1061 PorPeaKitcharoen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 21:44
    รู้สึกคำว่า’ ดีจริง ชีวิตบัดซบ ‘ จะเป็นคำติดปากน้องไปซะแล้วสิ
    #1,061
    0
  12. #944 korrapat565 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 22:24
    คิมหันต์เกินไปมั้ยลูกกกก
    #944
    0
  13. #934 nnnida (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 19:25
    น้องโว้ย ซวยซ้ำซ้อนจริงๆ
    #934
    0
  14. #808 Pimmy_01 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 06:58

    โอ๊ยความซวยนี้ได้แต่ใดมา
    #808
    0
  15. #740 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 01:42

    เดี๋ยว!น้องโดนอะไร?

    #740
    0
  16. #705 B.TEm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 22:01
    บัดซบอีกแล้ว 55555555555555555555 โอ๊ยหนู อันนี้โดนท่านยมแช่งมาหรือเปล่าคะ 55555555555555555555 ไม่น่าเลย ไม่น่าเลย แต่การ์ดตั้งหลายคน หลุดมาได้ยังไง
    #705
    0
  17. #691 marionette202 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 11:44
    น๊องงงงงง น้องโดนตบร่วงแล้ว555555
    #691
    0
  18. #565 filmnaruepron (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 13:09
    เอาจริงนะ คนเขียนเก่งนะทำให้เรารู้สึกเรียบๆไปกับชีวิตง่ายๆของน้องออกแนววนลูปแต่มันก็ไม่ได้น่าเบื่อ ชอบความชีวิตบัดซบ555+
    #565
    0
  19. #539 molyarat (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 22:30
    น้องโดนอะไรรร
    #539
    0
  20. #441 ไป๋อ้าย-Bai ai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:49
    บัดซบทุกฉากจริงๆ555
    #441
    0
  21. #428 polar* (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 01:51
    ชีวิตน้องตื่นเต้นตลอด5555
    #428
    0
  22. #365 MitsukiCarto (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 08:07
    ชีวิตลูกมาเฟียก็งี้แหละลูกเอ้ย~
    #365
    0
  23. #335 กิ๊งก่อง กิ๊งๆ ก่อง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 21:21
    5555 เอ็นดูแท้น้องเอ้ย
    #335
    0
  24. #291 Nonona Nanano (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 14:14
    แค่อยากกินไอติม ชีวิตต้องขนาดนี้เลยหรอ555
    #291
    0
  25. #287 พิมไอที (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 09:49
    อายุเท่าไหร่นะคะ...
    #287
    0