ชีวิตวันๆของลูกมาเฟีย ( yaoi )

ตอนที่ 3 : บทที่ 3 [ Re ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,209 ครั้ง
    8 เม.ย. 64





 

บทที่ 3


 

หลังเข้ามาภายในโรงเรียนได้สำเร็จ สิ่งแรกที่เด็กน้อยทำคือเดินเข้าไปภายในตึกเรียนตามความเคยชินของร่างกายโดยไม่คิดที่จะรอเข้าแถวยาวเช้าในโดมขนาดใหญ่เพื่อรับฟังข่าวสารที่เหล่าคุณครูจะนำมาแจ้ง

แม้จะไม่รู้สาเหตุว่าทำไมเจ้าของร่างเดิมถึงได้ล้มป่วยจนต้องหยุดเรียนไปสักพักใหญ่ๆ แต่จากสภาพร่างกายที่มีแต่รอยฟกช้ำจากการเตะต่อย ก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายต้องเจออะไรบางอย่างจากภายในโรงเรียนหรือภายนอกนอกโรงเรียนมาแน่ๆ

แม้จะเป็นลูกชายของมาเฟีย แต่หากสภาพจิตไม่แข็งพอ ก็คงจะมีจุกจบไม่ต่างจากเด็กคนนี้มากนัก ในเมื่อใจไม่พร้อม ร่างกายก็ไม่มีทางพร้อม สุดท้ายก็เป็นฝ่ายที่ถูกรังแก แม้เจ้าตัวจะมีอำนาจล้นมือก็ตาม

พรึ่บ...ตุบ!

เอี้ยวตัวหลบใครบางคนที่พยายามจะเดินมาชนจนอีกฝ่ายเสียหลักล้มไปเอง

"โอ้ย! นี่แกกล้าชนฉันงั้นหรอ!?" ขมวดคิ้วเหลือบมองคนที่ใส่ร้ายตนด้านหลัง แต่ก็ต้องคลายลงเมื่อคิดอะไรบางอย่างได้ แทนที่จะต่อปากต่อคำให้เสียงแรง เลือกที่จะเดินหนีไปเลยน่าจะง่ายกว่า น่าเสียดายที่อีกฝ่ายดันเป็นหมากัดไม่ปล่อย หลังลุกขึ้นมาตั้งหลักได้เจ้าตัวก็พุ่งเข้ามาหมายจะกระชากผมของเขาให้ล้มลงกับพื้น

เล่นแรงพอตัวเลยนะเนี่ย ถ้าหยิบปืนมาเป่าหัวไอ่เด็กไร้มารยาทนี่ตรงนี้จะเป็นอะไรรึเปล่านะ?

คิดกับตัวเองภายในใจ แต่ร่างกายยังคงขยับเบี่ยงตัวหลบพร้อมยื่นเท้าออกไปสะกัดขาอีกฝ่ายจนเจ้าตัวล้มลงไปอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้คางฝาดเข้ากับพื้นเต็มๆ ถ้าให้เดาจากเลือดที่ไหลกกปาก....อย่างน้อยต้องมีฟันสักซี่นี่แหละที่หัก หรืออาจจะ 2?

"ฮึก...ฮึก...แงงงง!" หลังเกิดเสียงร้องไห้ คุณครูที่อยู่แถวนั้นจึงรีบพุ่งตัวเข้ามา ต่างจากเมื่อสักครู่ที่ทำเป็นไม่เห็นเหตุการณ์อะไรราวกับเห็นเพียงแค่เด็กน้อยเลยกันตามปกติ

ทุกอย่างจบลงโดยที่เขาถูกส่งเข้าห้องเย็นพร้อมกับคู่กรณี แต่เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อและไม่อยากกวนคนที่บ้านทั้งๆที่ปัญหามันเกิดจากการละเล่นของเด็กเล็ก จึงขอให้เปิดกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่แถวนั้น

โชคดีที่การกระทำอันแนบเนียบโดยเฉพาะการสะกัดเท้าขอองเขาจนเหมือนอีกฝ่ายล้มไปเองจริงๆ ข้อยุติจบลงโดยที่ไม่ทีฝ่ายใดผิด เพราะนี่เป็นเพียงอุบัติเหตุ

แสยะยิ้มเหยียดมองไปยังเด็กชายตรงหน้าในขณะที่คุณครูคนอื่นสนใจกับคลิปวิดีโอ อีกฝ่ายหน้าซีดลงเมื่อเจอกับแววตาอาฆาตราวกับปีศาจมาตามล้างแค้นพวกที่เคยทำไม่ดีกับตนเอาไว้เหมือนอย่างที่เคยดูในการ์ตูน

เพราะความกลัวน้ำตาที่เคยหยุดไปแล้วกลับมาไหลนองหน้า แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงเพราะมีดวงตาสีแดงทับทิมที่ตอนนี้ไม่ต่างจากสีเลือดจ้องมองอยู่...

ด้วยเหตุฉะนี้ 2 คาบแรกของทั้งสองจึงไม่ได้เข้าเรียน เมื่อถูกปล่อยตัวออกมา แทนที่เด็กชายจะเดินไปทางห้องเรียนในคายต่อไป กลับวกตัวเดินไปที่ห้องสมุดเพื่อหาที่นอนพักโดยไม่ให้บรรณารักษ์รู้

ค่อยไปเข้าคาบบ่ายทีเดียวก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องรีบไปเรียนเลย ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอน เมื่อเสียงออดพักกลางวันดังก็หยิบข้าวกล่องในกระเป๋าออกมากินก่อนจะเดินเข้าคาบเรียนต่อไปอย่างไม่เร่งรีบเท่าไหร่นัก

คาบแรกที่เรียนในวันนี้คือคณิตศาสตร์ บวก ลบ คูณ หาร ตามแต่ครูสอน ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าเบื่อสำหรับชายหนุ่มในร่างเด็กน้อยมากๆ จนต้องหยิบหนังสือที่บ้านขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา หากถูกเรียกให้ลุกขึ้นตอบก็แค่ตอบด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยที่พร้อมจะหลับได้ทุกเมื่อ แล้วก็กลับมานั่งก้มอ่านหนังสือต่อ

นั่งอ่านนอนอ่านอยู่อย่างนั้นจนหมดคาบ จนมาถึงวิชาสุดท้ายของวันซึ่งเป็นวิชาประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าเด็กน้อยยังคงโดนทักท้วงตามปกติ แต่เมื่อเห็นว่าเขาสามารถตอบคำถามได้ชัดเจนจึงเลือกที่จะมองผ่านโดยไม่สนใจอะไรอีก

กริ๊งงงง!

อา ในที่สุดก็เลิกเรียนสักที

เงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่อ่านยังไม่จบ ขยับมือเก็บของลงกระเป๋าอุลตร้าแมนสีแดงคู่ใจเตรียมตัวกลับบ้านโดยทันที

ไม่ต้องรอให้คุณครูปล่อยก็ขยับตัวลุกขึ้นเดินหนีออกจากห้องเรียน เมินเสียงเรียกของคุณครูประจำวิชาพร้อมกับคนข้างโต๊ะที่ทำไม่ต่างจากเขานัก

เราทั้งสองทำเพียงเหลือบตามองกันประมาณว่า นายก็ด้วยงั้นหรอ? แต่ไม่กี่เสี้ยววินาทีถัดมา ต่างคนก็ต่างแยกย้ายเดินจากไปหารถที่คนทางบ้านส่งมารับ

เมื่อเดินมาถึงรถคันหรูสีดำสนิท การ์ดที่ยืนรออยู่ก่อนเดินโค้งหัวทำความเคารพก่อนจะเดินเข้ามาเปิดประตูให้ พยักหน้าขอบคุณเล็กน้อยแล้วยัดตัวเองเข้าไปในรถที่เปิดแอร์จนเย็นเฉียบ

"ยินดีต้อนรับกลับครับ" รอยยิ้มหวานถูกหยิบยกออกมาใช้เมื่อเห็นใบหน้าเรียบนิ่งของนายน้อยที่ตนรับผิดชอบ แม้จะแปลกใจกับบรรยากาศที่เจ้าตัวแผ่ออกมาซึ่งมันไม่ต่างจากนายของตนนักหากแต่เบาบางกว่ามาก

ซึ่งสำหรับคนที่ไม่กล้าทำอะไรสักอย่างหรือกลัวไปหมดทุกอย่างเช่นนายน้อยขอตนไม่น่าจะมีมันได้ แต่นี่....มีบางอย่างผิดปกติ เพราะอย่างนี้รึเปล่าจึงทำให้นายของตนเรียกนายน้อยเข้าไปพบบ่อยๆ

"อืม" เสียงตอบรับในลำคอของคนข้างตัวปลูกให้พ่อบ้านคนสนิทตื่นจากภวังค์ แต่นั้นไม่ได้ช่วยทำให้สีหน้าของเชนดีขึ้น ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนตนถูกแมวน้อยงอนตุ๊บป่องไม่คุยด้วยหลังจากที่ถูกจับอาบน้ำยังไงอย่างงั้น

"นายน้อย โกรธผมหรอครับ?" ใช้น้ำเสียงหงอยๆคล้ายหมาตัวโตอ้อนขอความรักจากเจ้านายพูดกับนายน้อย ซึ่งยังคงนิ่งเงียบไม่ไหวติ่ง

"...." ไม่มีแม้แต่สายตาสักเสี้ยวเดียวหันมามอง จนคนที่อยากแกล้งเมื่อสักครู่เริ่มใจไม่ดี

"เอ่อ...วันนี้บอสให้ไปหาที่บริษัทนะครับ แล้วค่อยกลับพร้อมกันทีเดียว"

"...." ยังคงไม่มีสิ่งใดตอบรับกลับมายกเว้นการพยักหน้ารับรู้และหยิบหนังสือที่อยู่ในกระเป๋าขึ้นมาอ่าน เป็นการตัดบทสนทนาแบบสุภาพแต่เจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจทำเอาเชนไปต่อไม่เป็นไปสักพัก

"นายน้อยครับ..."

"ผมอยากกินเค้ก ถ้าเป็นช็อคโกแลตหน้านิ่มกับพายบลูเบอร์รี่จะดีมาก" เสียงโมโนโทนที่ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกแบบไหนยิ่งทำให้พ่อบ้านคนสนิทรนราน แต่ก็คล้ายความเศร้าใจไปได้บางส่วน เพราะอย่างน้อยเจ้าตัวก็ยอมบอกความต้องการของตัวเองออกมา

"คะ...ครับๆ" ตอบรับคำด้วยน้ำเสียงตื้นตันใจก่อนจะหันไปสั่งให้คนขับรถเข้าไปจอดในร้านเค้กร้านนึงที่นายน้อยของตนชอบกิน ใช้เวลาไม่นานขนมที่สั่งไปก็ถูกนำมาวางไว้บนเบาะด้านข้าง

เดินทางต่อไปอีกสักพัก รถก็มาหยุดอยู่หน้าบริษัทขนาดใหญ่ ติดป้ายชื่อที่มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าที่นี่เป็นของตระกูลอัลเคมี่

โทนสีออกไปทางเทาขาวมองแล้วสบายตา สิ่งแรกที่เห็นหลังเดินเข้าไปภายในคือสายตาของพนักงานที่มองมาทางเด็กน้อยอย่างสงสัยใคร่รู้ ไม่ต้องถามก็รู้ว่านี่คงเป็นครั้งแรกที่เด็กคนนี้เข้าบริษัท

มือหนึ่งถือถุงเค้ก ส่วนอีกมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงตามความเคยชิน ส่วนกระเป๋าอุลตร้าแมนสีแดงแสบตาฝากไว้กับพ่อบ้านประจำกาย

กล่องข้าว หนังสือ และปืนที่บรรจุอยู่ข้างในค่อนข้างหนัก นั่นจึงไม่แปลกที่เขาเลือกที่จะถือถุงเค้ก เพราะกลิ่นช็อคโกแลตจางๆที่ลอยออกมาทำให้อารมณ์ของเขาดีขึ้นเล็กน้อย

เห็นเป็นเงียบๆแบบนี้ จริงๆแล้วเขาไม่ใช่คนใจเย็นอะไร แค่สามารถคุมพฤติกรรมไร้มารยาทของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้อารมณ์ร้อนง่ายจนสามารถยั่วยุได้ด้วยคำไม่กี่ประโยคเช่นคนปกติ

ยิ่งอยู่ในสภาพครอบครัวแบบนี่ อารมณ์ที่โกรธง่ายจนขาดสติไปเป็นเรื่องที่ไม่สมควรมากที่สุด

แต่ไม่รู้ทำไม คนที่สมควรมากที่ควรจะเป็นในเรื่องนี้มากที่สุดกลับทำมันไม่ได้....

"ขออนุญาตครับ"

"เข้ามา" เมื่อได้ยินคำตอบรับ พ่อบ้านคนสนิทจึงผลักประตูเข้าไป โดยที่ให้นายน้อยของตนเดินนำไปก่อนตามมารยาท

"ไม่ใช่ว่าเจ้านี่สอบตกไปแล้วงั้นหรอ? ทำไมถึงยังเอามันมาอีกล่ะ" หญิงสาวที่น่าจะเป็นเสด็จแม่ของคุณพ่อสุดที่รักหันมาจิกตาใส่ราวกับเจอศัตรูคู่แค้นที่ไม่ได้เจอกันนานแต่ความอาฆาตยังคงอยู่

เด็กน้อยทำเพียงชำเลืองมองเธอเพียงเล็กน้อยพร้อมกับค้อมหัวทำความเคารพเงียบๆ ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรับหรือไม่ ก้าวขายืดหลังตรงราวกับไม่รู้สึกถึงแรงกดดันที่เสด็จย่าส่งมา ทิ้งตัวลงบนโซฟาพร้อมกับชาและขนมที่เชนนำไปจัดใส่จานมาให้

เอาหนังสือที่เผลอหยิบติดมือจากชั้นในห้องทำงานขึ้นมาอ่านรอเวลากลับบ้าน ปล่อยให้สองแม่ลูกคุยกันไป แม้จะแอบรู้สึกตัวอยู่ในใจว่าอีกฝ่ายคงคุยกันไม่พ้นเรื่องตัวเองเป็นแน่

"ถ้าทำคนใหม่ไม่ได้ก็ส่งมันไปตายอีกรอบสิ" เลื่อนดวงตาของตัวเองออกจากเด็กน้อยที่พึ่งเข้ามาใหม่ แม้จะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนจากเดิมได้บ้าง แต่ก็ยังคงความนิ่งเงียบเอาไว้คล้ายกับกลัวอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเมาอากาศภายในห้องนี้กันแน่ แต่ความรู้สึกกลัวที่ว่า ตอนนี้มันไม่ปรากฏหรือหลงเหลืออยู่ในดวงตาสีแดงทับทิมในตอนนี้เลยสักนิด

คนละคนกันงั้นหรอ? หรือเป็นแฝด? แต่เท่าที่จำได้ลูกชายของเธอมีลูกแค่คนเดียวไม่ใช่หรือ? คนเราไม่น่าเปลี่ยนไปมากขนาดนี้แม้จะเจอกับเรื่องที่เลวร้ายสุดบัดซบมากแค่ไหนก็ตาม อย่างน้อยที่สุดมันก็ต้องมีช่วงเวลาที่ไม่สามารถตั้งหลักได้หรือสับสนใจตัวเอง

ซึ่งสำหรับเด็กคนนี้ ไม่มีทางที่จะตั้งหลักได้ในระยะเวลาสั้นๆแค่นี้แน่ ยกเว้ยซะแต่...คนๆนี้ ไม่สิ ดวงจิตที่อยู่ภายในไม่ใช่เด็กน้อยคนเดิม

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เรื่องที่ต้องหาเด็กคนใหม่มาทดสอบก็ไม่จำเป็น ถ้าคนที่เข้ามาใหม่มีประสิทธิภาพมากพอ นี่คงเป็นสาเหตุที่ลูกชายของเธอพาเข้าบริษัท

หนึ่ง เพื่อดูพฤติกรรม สอง เพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นถูก

เธอไม่ได้ยึดติดกับแนวคิดวิทยาศาสตร์มากขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้เชื่อพวกเรื่องศัลยศาสตร์เต็มร้อย หากเป็นไปได้เธอก็อยากพิสูจน์ให้เห็นกับตาตัวเองก่อนจะกล้าฟันธงจริงๆว่าเด็กคนนั้นได้หายไปแล้ว เหลือเพียงใครที่ไหนก็ไม่รู้ที่เข้ามาสิงร่างต่อ

ซึ่งทางพวกเราก็ไม่ได้หวงแหนอะไร หากเข้ามาแล้วก็จงทำประโยชน์เพื่อแรกเปลี่ยนค่าที่อยู่อาศัยเสีย แม้ภายในจะไม่ใช่สายเลือดของเรา แต่ร่างกายที่อีกฝ่ายอาศัยคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเราโดยตรง

เพราะฉะนั้น เราจึงสามารถนับรวมว่าอีกฝ่ายเป็นคนของเราได้

"ยังไม่ใช่ตอนนี้"

"หมายถึง?"

"ผมส่งไปแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรือเร็วๆนี้"

"ต่อรองได้?"

"แล้วแต่ละระดับที่คุณแม่จะยกขึ้นเลยครับ"

"เฮอะ มั่นใจดีนี่"

"...."

"ขอให้เจ้าเด็กนั้นทำให้ได้ตามที่หวังไว้ล่ะ ไม่งั้นจะเป็นแกเองที่ต้องรับงานหนัก"

"ครับ..."

ปิดหูปิดตาทำเป็นไม่ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ เมื่ออ่านหนังสือจนจบก็ยังไม่เห็นทีท่าว่าคนเป็นพ่อจะพากลับจึงขอตัวเดินลงมาดูพวกพนักงานที่ด้านล่าง

สอบถามทางไปห้องสมุด จนเดินมาหยุดออยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ ใครจะคิดล่ะว่าที่นี่จะมีห้องสมุดใหญ่ขนาดนี้

ผลักประตูเปิดเข้าไป กวาดตามองสำรวจโดยรอบก่อนจะเดินไปสุ่มหยิบหนังสือสักเล่มมาอ่านเล่นท่ามกลางแอร์ที่เย็นฉ่ำ

อา..มันอาจจะเป็นสวรรค์ของเขาชัดๆ ถ้าเอาหนังสือพวกนี้ลงไปนรกด้วยจะดีมั้ยนะ?

[ไม่ต้องกลับมาอีกได้ยิ่งดี ] เสียงแผ่วเบาลอยมาตามลม ไม่ต้องเดาให้ยากก็รู้ว่าเป็นใคร เสียงแบบนี้มีอยู่ไม่กี่คนหรอก

"คุณชื่อว่าอะไรงั้นเหรอ?" ถามกลับไปเสียงเบาๆ ถ้าไม่สังเกตดีๆคงไม่รู้ว่าเขาพูดคนเดียว

[ .... ] ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากคำถามที่พูดออกไปราวกับว่าแสงเมื่อสักครู่เขาหูฝาดไปเอง

ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร ไม่ตอบก็ได้....เขาตั้งชื่อให้เองก็ได้ เอาเป็น นรกานต์ ที่แปลว่า นรก ก็แล้วกันซึ่งเขาจะขอเรียกสั้นๆว่า กานต์ นะครับ

[ ... ] น่าเสียดายที่อีกฝ่ายยังคงไร้เสียงตอบรับ กรอดตาขึ้นฟ้าเล็กน้อยให้กับคน(?)ที่จะมาก็มาจะไปก็ไป

ก้มลงมองหนังสือภาษาอินเดียตัวอักษรยึกยืออ่านยากซึ่งเขาไม่เคยฝึกมันมาก่อน จึงตัดสินใจที่จะดูมันเอาไว้เล็กน้อยเผื่อต้องใช้ในอนาคต ทรัพยากรที่นั้นค่อนข้างดี

พยักหน้าให้ตัวเองคล้ายตกลงอะไรบางอย่างได้ มุ่งตรงไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อเสริชหาคำอ่านภาษาอินเดีย เป็นเวลามากกว่า 5 ชั่วโมงที่เด็กชายฝึกอ่านอยู่อย่างนั้น

เดิมที่เขาไม่ใช่คนเรียนรู้เร็ว แต่ร่างที่เขาสิงอยู่กลับสมองไวมาก...มากจนน่ากลัว ทั้งๆที่พึ่งฝึกได้ไม่นานแต่ตอนนี้เริ่มมีเค้าโครงว่าจะเป็นในอีกไม่ช้า

กระดาษเปล่าถูกขีดเขียนด้วยอักษรภาษาอินเดียหลายแผ่นกระจายอยู่ทั่วพื้น ทั้งหนังสือภาษาอินเดียที่พอจะหาได้ถูกเปิดกว้างวางไว้โดยรอบเพื่อฝึกอ่านออกเสียงและสะกด คิ้วเรียวขมวดเเน่น ปลายปากกาเคาะไปมาที่ใต้คางอย่างคนใช้ความคิด

รู้ตัวอีกทีก็มีใครบางคนยืนจ้องอยู่ด้านข้างเสียแล้ว...

"คำนี้แปลว่า แม่ มันเขียนได้ 2 แบบ หนังสือบางเล่มมันไม่เหมือนกัน"

"ขอบคุณครับ" ผงกหัวขอบคุณใครสักคนที่เขาไม่ได้หันไปมองเพราะกำลังให้ความสนใจกับประโยคตรงหน้าอยู่

ลองผิดลองถูกอยู่อย่างนั้นจนในที่สุดก็ได้ออกมาเป็นประโยค ลุกขึ้นไปดูคำผิดในอากู๋ว่าตนเรียบเรียงถูกหรือไม่ เมินบุคคลที่ช่วยตนไปเมื่อสักครู่โดยสิ้นเชิง

รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าเราทั้งสองคนนั่งคุยกันเกี่ยวกับภาษาอินเดียและเรื่องทั่วไปโดยเฉพาะเรื่องธุรกิจจนคอเด็กน้อยเริ่มแหบแห้ง

"หาวว.." ปิดปากหาวอย่างเหนื่อยล้า การอ่านหนังสือที่ต้องใช้สมองช่วยวิเคราะห์เป็นอะไรที่เหนื่อยมาก ทั้งความเหนื่อยสะสมและอะไรหลายๆอย่าง น้ำตาสีใสไหลซึมออกมาตามระดับความง่วง ยกมืออีกข้างขึ้นขยี้ตาเพื่อไม่ให้หลับ แต่ยังไม่ทันที่จะตื่น เต็มตากลับถูกใครอีกคนจับแขนไว้ไม่ให้ขยับ

"อย่าขยี้" เด็กน้อยปรือตาขึ้นมองคนด้านหน้าก่อนจะสะดุ้งตื่นเต็มตาโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆช่วย ลืมไปเลยว่าตนกำลังอยู่กับเสด็จย่าที่ล่าสุดพึ่งมองแรงใส่

ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ถึงได้มานั่งคุยกันราวกับไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนงั้นแหละ( ถึงจะไม่มีจริงๆก็เถอะ )

"ครับ" ผงกหน้าเข้าใจด้วยท่าทางเซื่องซึมราวกับคนที่สามารถหลับได้ตลอดเวลา เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาเล็กน้อยปรากฏว่านี่ก็ดึกมากแล้ว จึงก้มลงเก็บเศษซากที่ทำเอาไว้ ปิดคอมที่เปิดหาคำศัพท์ ปิดแอร์ปิดพัดลมประหยัดไฟช่วยชาติ

สุดท้ายคือการค้อมหัวขอตัวลา ก่อนเดินออกจากห้องสมุดไป ได้เวลากลับบ้านแล้ว


















 

*ยังไม่แก้คำผิด*
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.209K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,508 ความคิดเห็น

  1. #1125 polar* (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 00:50
    น้องหาเรื่องครูแทนหรือเปล่าคะ ไม่สนใจเรียนก่อนเองน้า
    #1,125
    0
  2. #1097 fonlbol (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 01:31

    ครูเขาไม่ได้หาเรื่องลูกเพราะหนูไม่สนใจเรียนครูเขาเลยเข้าหาหนูไง555

    #1,097
    0
  3. #999 สมรศรี ไม่ได้ฆ่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 17:15

    โถ่ อิดอกอิฉันทนไม่ไหวล่ะ -คนที่ว่านิยายว่ากอปมาโปรดแหกขี้ตาดูไปอีกส่ะ10ตอน แล้วดูสิมันเหมือนกันไหม! ชะนี!อย่าอคติคะเธอ! จะอ่านก็อ่านเงียบๆไปถ้าไม่ชอบ ก็ไม่ต้องอ่านเข้าใจไหมอิสัส! เดียวแม่ต่อยหน้าแหกเลย!!(ของขึ้นแทนไรท์)

    #999
    4
    • #999-3 me-love-yaoi-(จากตอนที่ 3)
      22 สิงหาคม 2563 / 11:20
      อู้ว~ คุณพี่พูด(ด่า!)ได้ใจอิฉันมากค่ะ!
      #999-3
    • #999-4 กล้วยอบเนยโรยเกลือ55555(จากตอนที่ 3)
      6 พฤศจิกายน 2563 / 13:20
      ชอบๆ555555
      #999-4
  4. #932 nnnida (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 18:51
    น้องบับ ฮือ
    #932
    0
  5. #888 บีเอเอ็ม1146 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 23:35
    มีคำผิดเยอะเลย อย่าให้แก้นะ อ่านแล้วสะดุดหลายจุดมาก
    #888
    1
    • #888-1 alchemy(จากตอนที่ 3)
      10 มิถุนายน 2563 / 23:37

      รับทราบค่ะ รออีกนิดเนอะเดี๋ยวไรท์แก้ทีเดียวเลย
      #888-1
  6. #848 Bongnahungg (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 18:39
    น้องคงติดคำว่าบัดซบสินะ
    #848
    0
  7. #829 thonghan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 17:31

    ไม่รู้จะสงสารเด็กหรือสงสารครูดี 5555 ก็คือเด็กรู้เรื่องหมดแล้วแต่ก็ต้องมาเรียนใหม่ ส่วนครูผู้ไม่รู้นั้น ก็โดนน้องทำให้อึ้งไปสิ 5555

    #829
    0
  8. #703 B.TEm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 21:42
    อันนี้เราเห็นมาตั้งแต่เราอ่านมาสักพักแล้วค่ะ ที่เขาบอกว่าคล้ายกับอีกเรื่อง (เราก็อ่านทั้งหมด..) และเราก็รู้สึกว่าคล้ายกันนะ แต่ก็ไม่ได้คล้ายกันทั้งหมด ความรู้สึกเวลาอ่านมันคละอย่างกันอะค่ะ ในเรื่องนี้คือน้องซีก็จะออกแนวยังไงดีล่ะ เก่งแบบเก่ง คูล ๆ ดูนิ่ง ๆ หน่อย ไม่ค่อยพูดขนาดนั้น ;--; แล้วที่เราคิดก็คือ แนวเกิดใหม่เป็นลูกมาเฟียนี่มันก็ค่อนข้างแมส แล้วมาเฟียอะค่ะ มันก็เป็นตระกูลใหญ่ตระกูลโต การจับคู่นี่มันปกติมากเลยนะ แล้วให้ลูกมาเป็นก้างก็ปกติมากอีกเหมือนกัน ;--; เราเห็นแล้วยังรู้สึกไม่ดีแทนคุณไรท์มาก ๆ เลยค่ะ เราก็เลยมาเม้นให้กำลังใจน่ะค่ะ ! อาจจะช้าไปหรือไม่ก็ไม่รู้นะคะ แต่ว่านิยายทุกเรื่องมีบางอย่างที่พิเศษเสมอค่ะ เราน่ะนะ เราน่ะ ;--; ให้กำลังใจคนไม่เก่งนัก แต่คุนไรท์สู้ ๆ นะคะ ! เราจะติดตามค่ะ น้องซีเก่งมาก แถมเก่งในด้านภาษาด้วย ;---; พหุก อยากเม้นอะไรที่ให้กำลังใจคุนไรท์มากกว่านี้ แต่ป๋มคิดมิออกแน้ว ฟสหนหวหวหวหว
    #703
    1
    • #703-1 alchemy(จากตอนที่ 3)
      1 มิถุนายน 2563 / 21:52
      ฮืออออ ขอบคุณมากเลยนะคะ ไรท์ก็ปวดใจ(ไม่)นิดหน่อยเวลาเห็นคอมเม้นท์ในด้านนั้น เรียกได้ว่าหมดกำลังใจไปช่วงหนึ่งเลย แต่โชคดีที่มีอีกกลุ่มที่ให้กำลังใจ ขอบคุณมากจริงๆนะคะ ตอนนี้ไรท์พอจะตั้งหลักได้แล้ว ขอบคุณจริงๆค่ะ ^-^
      #703-1
  9. #689 marionette202 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 11:17
    สงสารครู55555555
    #689
    0
  10. #670 Milkk000 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 12:37
    อันนี้เราคิดไปเองรึเปล่า ต้นเรื่อง เนื้อหา นิสัยตัวละคร ดูคล้ายกับนิยายอีกเรื่องมากๆๆ (เกิดใหม่อีกครั้งยังห้าวไม่เลิก) ไม่แน่ใจว่ามีใครเคยอ่านมั้ย ตอนแรกเราคิดว่าไรท์คนเดียวกันแต่ไม่ใช่555555 หรือเราคิดไปเอง แต่คล้ายกันมากจริงๆน้ะะะะะ~
    #670
    5
    • #670-3 alchemy(จากตอนที่ 3)
      30 พฤษภาคม 2563 / 18:37
      เป็นคอมเม้นท์ที่ค่อนข้างหยาบคายเลยนะคะเนี่ย คิดดีแล้วหรอคะที่ใช้คำว่าลอกกับนักแต่ง?

      ไรท์ไม่รู้ว่าคุณนักอ่าน อ่านถึงแค่นี้แล้วกดออกหรืออ่านต่อเพื่อจับผิด แต่ได้โปรด....ถ้าจะคอมเม้นท์ในทางที่ดีหรือไม่ดีอะไร ใช้คำให้ซอฟกว่านี้หน่อยก็ดีนะคะ

      ปล.ทัศนคติของคุณแย่ที่สุดในคอมเม้นท์ทั้งหมดแล้ว ส่วนมาก สำหรับคนที่เคยว่าก็อปหรืออะไรก็ตาม เขาก็มักจะเว้นว่างเอาไว้ว่า "ถ้าไม่ใช่ก็ขอโทษด้วยนะคะ" แต่คุณไม่มีอะไรเลย นี่ไม่ต่างจากคำใส่ร้ายนักเขียนเลยนะคะ จะพิมพ์อะไรช่วยคิดถึงใจคนอ่านความคิดเห็นของคุณนิดนึงเนอะ
      #670-3
    • #670-4 อาริน (จากตอนที่ 3)
      31 พฤษภาคม 2563 / 02:00
      เราก็อ่านน้องมาโปรดมาก่อนอยู่นะคะ อ่านทั้งคู่อ่ะ เพราะชอบแนวเด็กเก่งๆชอบแนวนี้ ....เรายืนยันนอนยันได้ว่าถ้าคุณอ่านดีๆไปใช่ตั้งใจอ่านเพื่อติ มันจะไม่เหมือนกันค่ะ แล้วการมาว่าไรต์คนอื่นว่าลอก ก็ควรอ่านไปซัก10ตอนขึ้น ไม่ใช่มาบอกว่าลอกตั้งแต่3ตอยแรก นิยายหลายๆเรื่องเริ่มต้นใน3-4ตอนแรกมักคล้ายกันอยู่ถ้าแนวเดียวกัน ควรอ่านไปให้ขึ้นตอนเลข2หลักแล้วค่อยติอ่ะ

      แค่นิสัยน้องมาโปรดกับน้องซีก็ต่างกันแล้ว คือคุณจะบอกว่าแค่เป็นแนวลูกชายมาเฟียละหลายPเหมือนกันคือการลอกก็เกินไปนะคะ น้องมาโปรด3P เรื่องนี้5P แล้วถ้าอ่านเรื่อยๆจนถึงตอนล่าสุดของทั้ง2เรื่องคือไม่เหมือนกันเลยค่ะ นี่อ่านนิยายวายแนวลูกชายมาเฟียมา5-6เรื่องละยังไม่เจออันไหนเหมือนกันเป๊ะ แน่นอนว่าช่วงแรกๆอาจคล้ายเพราะมันแนวเดียวกัน แต่ขึ้นตอน10+นี่แหกไปคนละแบบละค่ะ



      เราชอบทั้ง2เรื่องเลย อย่าทำให้แฟนๆของทั้งสองเรื่องต้องมาตีกันเพราะการที่คุณกล่าวหาตั้งแต่อ่านแค่3ตอนแรกสิคะ
      #670-4
  11. #619 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 03:59
    คล้ายกับเรื่อง เกิดใหม่อีกครั้งยังห้าวไม่เลิก มากๆ คิดไปเองไหม
    #619
    4
    • #619-3 MimiminMi(จากตอนที่ 3)
      29 พฤษภาคม 2563 / 11:12
      นี่ว่าไม่เหมือนนะ ซีดูเก่ง ส่วนมาโปรดดูเอะอะก็บวกตลอดเลย ไม่เหมือนนะคะ นิสัยหรืออะไร ไม่คล้ายนะ หรือคิดไปเองนะ55555 ความเห็นนะ5555
      #619-3
    • #619-4 Eay_krub(จากตอนที่ 3)
      1 มิถุนายน 2563 / 02:53
      มันคนละแบบกันนะ มองยังไงว่าเหมือน แค่เป็นพล็อตแนวเดียวกันเฉยๆ นี่ได้อ่านจริงรึป่าวคะเนี่ย มาโปรดคือเป็นตำรวจมีความบู๊สูง แต่ซีคือเน้นวิชาการไม่เน้นบู๊แบบเรื่องนั้นนะ
      #619-4
  12. #618 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 03:58
    ไม่รุ้ว่าคิดไปเองคนเดียวไหม แต่นี่มันคล้ายกับนิยายอีกเรื่องมากๆ
    #618
    1
  13. #591 Phenphakamas (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 12:39
    ทำไมการบรรยายมันเหมือนนิยายอีเรื่องหนึ่งเลยละ
    #591
    2
    • #591-1 ยู้วว(จากตอนที่ 3)
      26 พฤษภาคม 2563 / 12:53
      เหมือนจริง เชนก็มานะคะ
      #591-1
    • #591-2 Fah_Nueafah(จากตอนที่ 3)
      27 พฤษภาคม 2563 / 03:58
      คิดเหมือนกันค่ะ
      #591-2
  14. #576 Muffin_Kun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 20:03
    อืม.. ควรรู้สึกยังไงดีนะที่มีชื่อเราในนิยาย..
    #576
    0
  15. #536 molyarat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 22:07
    นอนน่ารักกเรียนเก่งด้วย
    #536
    0
  16. #426 polar* (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 01:42
    ทำให้คุณย่าชื่นชอบ555555
    #426
    0
  17. #363 MitsukiCarto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 05:15
    พ่อจะโดนยัดเมียให้แล้วน่ะ
    #363
    0
  18. #333 กิ๊งก่อง กิ๊งๆ ก่อง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 21:02
    5555 ได้เวลาปักธงคุณย่าาา
    #333
    0
  19. #321 ririn2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 17:15

    คำว่าบัดซบมันเหมือนิยายวายจีนที่แม่ทัพชอบด่าทหารตัวเองว่า ลูกเต่าบัดซบ 55555555+https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-02.png

    #321
    0
  20. #271 Silent8- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 00:10
    แอบคล้ายกับนิยายเรื่องนึงที่เราเคยอ่านเลยแฮะ555555555555
    #271
    0
  21. #250 ppvs_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 08:07
    พระเอกหรออ
    #250
    0
  22. #207 Ade_la (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 17:30
    ทำไมเรื่องนี้เนื้อเรื่องช่วงแรกถึงเหมือนเรื่องหนึ่งที่เรารู้จักเลยคะ? อันนี้สงสัยเฉยๆนะคะ เพราะนิสัยตัวละครเรื่องนี้กับอีกเรื่องไม่เหมือนกัน แต่การดำเนินเนื้อเรื่องคล้ายกันมากเลยค่ะ
    #207
    7
    • #207-4 Pissuda627(จากตอนที่ 3)
      25 พฤษภาคม 2563 / 18:32
      คล้ายเรื่อง เกิดใหม่อีกครั้งก็ยังห้าวไม่เลิก3P

      การลำดับเหตุการณ์ก็คล้ายๆกัน คงต้องลองอ่านไปเรื่อยๆ มันอาจจะแค่บังเอิญคล้ายกันตอนเริ่มแรกก็ได้นะ
      #207-4
    • #207-6 M_ie(จากตอนที่ 3)
      27 พฤษภาคม 2563 / 22:34
      มันน่าจะพลอตเรื่องเดี่ยวกันเวลาเเต่งออกมาก็เลยคล้ายกันนะเรื่อง เกิดใหม่ยังไม่เลิกห้าว มาโปรดออกแนวห้าวๆมากกว่าส่วนเรื่องนี่นายเอกออกแบบป่วนๆแสบๆไรงี้มากกว่าอะ//ในความคิดเรานะ
      #207-6
  23. #187 Sarunghaja (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 16:33
    ปังไม่ไหว
    #187
    0
  24. #151 Black-color (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 21:21
    เจ้าตัวน้อย
    #151
    0
  25. #124 nawayiP00 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 17:04
    หนูซีแบ่งความฉลาดมาให้พี่บ้างงงง
    #124
    0