<เชิงชีวิต, 2> - เปลวฝันควันธูป

ตอนที่ 3 : ตอนที่๒ วาสนามันต่างกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ก.พ. 60

เวลาผ่านไป สองพี่น้องแม้อยู่บ้านเดียวกันแต่ก็ไม่ได้เรียนที่เดียวกัน

ฉัตรเงินเรียนโรงเรียนธรรมดา ในขณะที่ธูปทองหวังชูคออยู่ในโรงเรียนผู้ดี พอจะขึ้นชั้นมัธยมปลายเด็กสาวก็อ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำเพื่อที่จะสอบชิงทุนโรงเรียนเวลเนียส โรงเรียนนานานชาติที่มีเจ้าของเป็นคนอังกฤษ โดยหวังว่าตัวเองจะได้ใส่ชุดนักเรียนที่สวยกว่า ทำผมยาว อยู่ในแวดวงคนรวย

วันแรกที่เด็กสาวก้าวเข้าไปในโรงเรียน เธอพกความมั่นใจไปเต็มร้อย ธูปทองรีดชุดให้เรียบและผูกเนกไทไว้ดิบดี ทั้งที่ขี้เกียจแต่ก็ลงทุนตื่นเช้ามาหวีผมตรงสลวย เธอแสกกลางผมและรวบเอาไว้ด้านหลังอวดโครงหน้าเรียวเล็ก แต่งแต้มริมฝีปากเล็กน้อยไม่ให้ซีดจนเกินไป แน่นอนว่าใครๆ ก็เหลียวมอง

น่าเสียดายที่การชื่นชมความงามของเธออยู่ได้ไม่นาน

หลายวันผ่านไปแทนที่ใครๆ จะฮือฮาในความสวยก็กลายเป็นดูถูกในความจน คนที่มาเรียนโรงเรียนนานาชาติก็ล้วนเป็นลูกเศรษฐี ต่างจากธูปทองที่เป็นลูกแม่ค้า คนอื่นหิ้วกระเป๋าแพงๆ ต่างจากเธอที่หิ้วถุงพลาสติก ต้องห่อขนมครกไปกิน ไม่มีปัญญาไปซื้อกับข้าวเหมือนคนอื่น

พอมาถึงรอยต่อของชีวิต ฉัตรเงินก็เข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยธรรมดาในขณะที่ธูปทองสอบติดมหาวิทยาลัยแนวหน้าของประเทศในคณะศิลปกรรม

แต่มหาวิทยาลัยที่ดีเป็นคนละเรื่องกับสังคมที่ดี

ธูปทองกินขนมครกด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย สักพักก็ได้ยินเสียงมาจากโต๊ะใกล้ๆ

“แหม วันนี้แกมีไส้กรอกกินด้วยเหรอ?”

“ใช่ เพิ่งซื้อมาใหม่ๆ”

“ข้าวผัดหมูนี่ก็เพิ่งผัดมาเลย อร่อยเนอะ” เด็กสาวจอมตะกละจงใจเย้ยธูปทองด้วยอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่ขอกินซ้ำซากจำเจที่ต้องฝืนกินเพราะไม่มีทางเลือก

“ปลาแกก็อร่อยเหมือนกัน”

“อืม ปลาของคิมอร่อยมาก”

“ไหน ขอชิมปลาหน่อยสิ”

“จัดไปเพื่อนรัก เรานี่โชคดีจังเนอะ มีอาหารให้กินหลากหลาย ไม่ใช่นั่งกินขนมครกทุกวี่ทุกวัน เห็นแล้วก็น่าสงสาร ผอมอย่างกับที่บ้านไม่มีอาหารให้กิน” พูดกันสรวลเสเฮฮา ธูปทองทราบดีว่าโดนพาดพิงแต่ก็พยายามอดทนอดกลั้น เธอเป็นนักเรียนทุน หากมีเรื่องขึ้นมาอาจโดนเรียกทุนคืนได้

แต่เป็นที่รู้กันว่า ถ้าทุกคนไม่ราวีกัน โลกนี้ก็คงอยู่กันอย่างสงบ

ระหว่างที่ธูปทองกำลังจะกัดขนมครกชิ้นถัดไป พวกชอบนินทาก็แสดงตัวก่อน

“ไฮ นั่งคนเดียวเหรอจ๊ะธูป?”

หญิงสาวย้อมผมทองแปดเก้าคนเดินเข้ามาด้วยท่าทางยียวน แค่เห็นหน้าก็รู้เลยว่าไม่เป็นมิตร ธูปทองพ่นลมหายใจออกจากปาก ไม่อยากจะสนใจ

“หยิ่งจังนะ คิดว่าสวยแล้วทุกคนจะสนใจหรือไง?”

“ถ้าจะมีคนแบบพวกแกมาสนใจ ฉันไม่มีดีกว่า”

“ดูมันสิ มันย้อนแกนะยายคิม ชักจะกำเริบใหญ่แล้ว แกอย่ายอมมันนะ จัดการมันเลย” คนที่เป็นสมุนหันไปทางคิม หญิงสาวหน้าตาดีที่ดูเป็นหัวหน้า แต่ถ้าเทียบกันแล้วคนโดนรังแกก็สวยกว่ามาก พวกมันมองธูปทองที่ตัวเล็กนิดเดียวด้วยความคิดที่ว่าคงลงมือแกล้งได้ง่ายๆ

“นี่แกจะไม่คุยกับฉันใช่ไหม?”

ธูปทองเงยหน้ามอง เบะปากแล้วยักไหล่ไม่สนใจ

“ฉันถามก็ตอบสิวะ!!”

คราวนี้ธูปทองลอยหน้าลอยตา ตอบเสียงเรียบกลับไป

“กูไม่คุยกับหมา”

“แกกล้าด่าฉันเป็นหมาเหรออีธูป!?”

“กูไม่ได้ด่า กูแค่พูดตรงไปตรงมา มึงนั่นแหละอยากเป็นหมา ถ้าไม่อยากแล้วมึงเสือกเห่าใส่กูทำไมล่ะ?” เด็กสาวเลิกคิ้วยียวน ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะพวกมากกว่าและสามารถใช้กำลังกับตัวเอง เธอมั่นใจว่าถึงเธอจะมีแค่คนเดียวแต่ก็สามารถเอาตัวรอดได้

“อีธูป!?”

“คนชื่อนี้สวยทุกคนโว๊ย”

“มันกวนตีนแกนะยายคิม”

“ฉันรู้แล้ว” คิมควันออกหูเพราะตอนนี้เป็นเธอเองที่เสียการควบคุม ต่างจากธูปทองที่เคี้ยวขนมครกหงึบหงับ ดูไม่เดือดร้อนเท่าไรนัก ปกติพวกเธอมักวางตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในโรงเรียน ใครๆ ก็ต้องเกรงใจ ไม่มีใครกล้าเชิดหน้าท้าทายอย่างนี้มาก่อน “นี่มึงจะลองดีกับกูใช่ไหมอีธูป?”

“กูยังไม่ได้พูดอะไร มึงนั่นแหละบ้าไปเอง วันๆ คิดแต่จะหาเรื่องกู ทำไม? อิจฉาเหรอ?”

“ทำไมกูต้องไปอิจฉาลูกแม่ค้าขนมครกอย่างมึง?

“ใช่ๆ มึงรู้ไหมว่าแม่กูนะ ลูกสะใภ้ร้านเพชรเชียวนะเว้ย”

“หึ แม่มึงลูกสะใภ้ร้านเพชร แต่หน้าแบบมึงต่อให้ห้อยเพชรทั้งตัวมันก็ดูเหมือนเอาหัวกะโหลกมาห้อยคอควาย” ธูปทองเถียงกลับแล้วจงใจหัวเราะยียวน ถึงเธอจะจนแต่เธอก็สวย “พวกมึงเก็บเงินที่ไปซื้อของอวดรวยเย้ยกูไปทำบุญเถอะ เผื่อชาติหน้าเกิดมา จะสวยได้สักขี้ตีนกู”

“หนอย อีธูป! มึง!”

กริ๊งงงงง...

เสียงกริ่งดังมา ถึงเวลาเรียนคาบต่อไป คิมเก็บมือที่ค้างไว้แล้วเดินจากไป ธูปทองยักไหล่ไม่ใยดี

ตกเย็นวันนั้นเด็กสาวกลับบ้านด้วยหน้าตาที่ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไรนัก ถึงจะปากเก่งต่อล้อต่อเถียงไปอย่างไร ลึกๆ แล้วเธอก็ต้องยอมรับว่าอยากรวยมากกว่านี้ ไม่ใช่อยู่ดักดานไปจนตาย

“เป็นอะไรไปธูป?”

“แม่ ธูปเบื่อ”

“เบื่ออะไร?”

“เบื่อพวกงี่เง่าที่คณะ โตๆ กันแล้วยังหาเรื่องกันอยู่ได้”

“ก็แกทำตัวยังไงล่ะ? ตอนโรงเรียนเก่าก็ทีหนึ่งแล้ว... คนอย่างแกอยู่ที่ไหนก็มีเรื่องไปหมด! ทำไมไม่พิจารณาตัวเองดีๆ บ้าง?” ฉัตรเงินหันมาแขวะน้องสาวตัวแสบ ประสาพี่น้องที่ไม่ค่อยถูกกันตั้งแต่เด็ก ทุกวันต้องมีเรื่องทะเลาะขัดใจกัน หลายครั้งถึงขั้นลงไม้ลงมือ ธูปทองฟังเท่านั้นก็มีโมโห

“ฉันก็อยู่ของฉันดีๆ เพราะมีคนอย่างพี่แหละ ฉันถึงต้องตีกับคน”

“คนอย่างฉันมันทำไม?”

“งั้นคนอย่างฉันมันทำไม?”

“ก็ปากเสีย ดื้อด้าน ขี้เกียจ ยังไงกันล่ะ”

“แล้วพี่ดีตายแหละ วันๆ ก็เอาแต่จับผิดฉัน อีธูปมันซวยโว๊ย เกิดมาสวยเกินหน้าเกินตาชาวบ้าน ใครๆ ก็อิจฉา กระทั่งพี่สาวตัวเอง” เด็กสาวเอามือประคองหน้าผุดผ่องไว้อย่างภูมิใจ

“ใครจะไปอิจฉาแห หางงอกแล้วธูปเอ๊ย”

“ฉันหางงอก พี่ก็เขางอกแหละว๊า”

“พอเถอะธูป พอเถอะฉัตร แม่ขอ...” นภาส่ายศีรษะไปมา ระอาใจกับการมีลูกทั้งสองคนที่ตีกันตลอดเวลา พอตนห้ามใครก็จะโดนอีกคนโวยวายหาว่าไม่รัก ลำเอียง “เรื่องแค่นี้ก็ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่วุ่นวาย มันจะมีวันไหนเลิกทะเลาะกันไหมเนี่ย? แม่ปวดหัว!”

“แม่อ่ะให้ท้ายพี่ฉัตร”

พูดจบสองคนก็สะบัดหน้าใส่กันอีกครั้ง แล้วแยกย้ายกันไป ไม่คุยกันดีๆ

......................................................................................................................................................

หลังจากเรียนไปหนึ่งเทอม ผลการสอบมาถึง

ธูปทองสอบได้อันดับหกของคณะ แต่แทนที่เธอจะดีใจ เธอกลับกลุ้มใจ

นอกจากจะมีปมด้อยที่ลำบากยากจนกว่าคนอื่น ตอนนี้เธอก็เป็นรองเรื่องเรียนคนถึงห้าคน ยิ่งไปกว่านั้นหนึ่งในห้าก็เป็นคนที่ชอบทะเลาะราวี ธูปทองร้อนรนราวกับถูกย่างอยู่ในเตาไฟ อยากจะกรีดร้องออกมาแต่ก็ต้องเก็บอาการไม่ให้ใครรู้ว่าเธออิจฉาเพียงใจ

“คะแนนเป็นไงบ้างเพื่อนรัก?”

“สามจุดสี่เจ็ด”

“สามจุดสี่เจ็ดเองเหรอธูป?”

“มึงจะทำไม?”

“ก็ไม่ทำไม แต่ฉันได้สามจุดห้าเจ็ด”

“บอกทำไม? กูไม่ได้ถาม!”

“ก็บอกให้รู้ ว่าฉันน่ะ รวยก็รวยกว่า เก่งก็เก่งกว่า แกเทียบไม่ได้เลย โดยเฉพาะเรื่องเงินเนี่ย แกหาทั้งชีวิตก็ไม่มีวันได้เท่าฉันหรอกนะจ๊ะ” สมุนของคิมกรอกตาไปมาอย่างอวดดี ธูปทองอยากจะเข้าไปเอานิ้วทิ่มตาให้รู้แล้วรู้รอด โมโหสุดแสน แต่ทำอะไรไม่ได้

“เคยได้ยินไหมธูป?”

“แข่งบุญแข่งได้ แข่งวาสนาแข่งกันไม่ได้”

พวกคิมพูดขึ้นพร้อมกันแล้วหัวเราะเฮฮา ธูปทองกำหมัดแน่น ถ้าคุมไม่ได้เธอคงจะกรีดร้องออกมาดังๆ คิมแสยะยิ้ม ดูออกว่าตอนนี้ธูปทองกำลังแค้นจัด

“วันพระไม่ได้มีหนเดียว สักวันวาสนาพวกมึงก็หมด คอยดู!!

ธูปทองตวาดแว้ด วันนี้เธออาจจะแพ้ แต่ครั้งหน้าเธอต้องชนะ

ตกเย็นวันนั้นเธอไม่กินอะไร เด็กสาวเข้าไปในห้อง ลงมือต่อยกำแพงด้วยความแค้นเคือง  

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

64 ความคิดเห็น

  1. #22 ลูกชุบ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 08:24
    อยากตบอีคิม
    #22
    0
  2. #4 หิมะกลางทะลทราย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 13:29
    ธูป อย่ามีเรื่องนะ อด ทน
    #4
    0
  3. #1 ลูกชุบ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:02
    สนุก แต่งกี่เรื่องก็สนุก
    #1
    1
    • #1-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 3)
      6 มิถุนายน 2560 / 23:20
      ฝากติดตามนะคะ
      #1-1