<เชิงชีวิต, 2> - เปลวฝันควันธูป

ตอนที่ 21 : ตอนที่๒๐ ค่ารักษาที่หาไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มิ.ย. 60

แรกๆ วีรภาพก็มาง้ออยู่หลายเดือน แต่ธูปทองก็ไม่ใจอ่อน เพราะเธอถือดีว่าสาวสวยอย่างเธอต้องได้รับการปรนนิบัติเอาใจจากผู้ชายเท่านั้น ไม่ใช่ใช้กำลังตบตี ผ่านไปเป็นปี วีรภาพเองก็เหนื่อยและรู้ว่าง้ออย่างไรก็ไม่ได้หญิงสาวกลับคืนมาจึงยอมกลับไปแม้ว่าจะเสียใจมากก็ตามที

“แม่ เป็นอะไรเนี่ย?

“หา...?”

ฉันพูดไปหลายรอบแล้วจำไม่ได้หรือไง?

ฉัตรเงินหงุดหงิดที่เห็นนภาดูงงๆ พักหลังจำอะไรไม่ค่อยได้ พูดจาก็ผิดๆ ถูกๆ แล้วยังพฤติกรรมเปลี่ยนไปจนเธอนึกรำคาญ นภาส่ายศีรษะ

“ไม่รู้แหะ หมู่นี้มันแปลกๆ อ่อก!”

พูดได้เท่านั้นก็อาเจียนพุ่งออกมา ฉัตรเงินตกใจ

“แม่! ไหวไหม! มาฉันช่วย!” หญิงสาววิ่งเข้ามาประคองแม่ด้วยความเป็นห่วงแล้วพาไปโรงพยาบาลทันที นภาเองก็ไร้เรี่ยวแรงจนต้องหิ้วปีกไปขึ้นรถอย่างยากลำบากเพราะตอนนี้คนอื่นไปทำงานและเรียนหนังสือกัน ฉัตรเงินใจหายไปหมด นึกกังวลกลัวแม่จะเป็นอะไรขึ้นมา

นภาถูกส่งเข้าโรงพยาบาล ฉัตรเงินร้อนรนโทรหาน้องสาว

“อีธูป เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”

“หวยแดกเหรอพี่?”

“อีบ้า แม่... แม่อ้วกแล้วเป็นลมไปเลย นี่ฉันอยู่โรงพยาบาลเมือง รีบมานะ”

“ได้ๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ฝากพี่ธนาไปรับไอ้เทียนด้วยนะ” ธูปทองรีบทิ้งงานแล้วไปลาหัวหน้า เธอรีบนั่งรถไปโรงพยาบาล ภาวนาให้แม่ปลอดภัย

โรงพยาบาลเมืองมีผู้ป่วยหนาแน่นเหมือนเดิมไม่มีผิด ทุกอย่างวุ่นวายและล่าช้า ผู้ป่วยรอคิวจนแทบจะเหยียบกันอยู่แล้ว แต่ทำอย่างไรได้ ไม่มีเงินก็ไม่มีทางเลือกไปโรงพยาบาลเอกชนที่บริการรวดเร็ว ฉัตรเงินเดินวนเวียนอยู่หน้าห้อง ท่าทางเคร่งเครียดมากจนเห็นรอยย่นบนใบหน้า

“แม่เป็นไงบ้างพี่?”

“ฉันยังไม่รู้ ตอนนี้หมอพาแม่ไปตรวจอยู่”

“พี่ดูแลแม่ยังไงแม่ถึงหนักขนาดนี้เนี่ย?”

“เอ้า อีนี่ โทษฉันเฉย”

“ก็จะไม่ให้โทษได้ไงเล่าพี่ วันๆ ฉันต้องหาเงินกลับมาเลี้ยงคนทั้งบ้าน” ธูปทองถือว่าตัวเองหาเงินมาแล้ว กลับบ้านมาก็อยากพักผ่อน ฉัตรเงินย้อนใส่

“แล้วก็เมาอยู่บนเตียง”

“ฉันเมาก็เรื่องของฉัน ฉันเคยไปเมาบนหัวพี่หรือไง?”

“แกนั่นแหละไม่เคยดูแลแม่”

“งั้นพี่ออกไปทำงานแทนฉันไหมล่ะ?”

“อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลยครับ” ธนาที่เพิ่งมาถึงเข้ามาห้าม เอาจริงเขากับธูปทองค่อนข้างเกรงใจซึ่งกันและกันอยู่มาก นั่นก็เพราะธนาเป็นคนดีดูแลครอบครัวจนธูปทองยอมรับ และธูปทองก็หาเงินเข้าครอบครัวได้มากกว่าธนาที่เป็นผู้ชาย พูดง่ายๆ คือบางครั้งเงินของธนาไม่พอยังต้องมาใช้ส่วนของน้องเมียด้วยซ้ำ

“แม่ครับ ยายเป็นอะไรมากไหมครับ?” ธนินทร์ถามฉัตรเงิน เทียนชัยกับธนาเองก็ลุ้นคำตอบ ระหว่างนั้นเองพยาบาลก็เดินออกมาเรียก

“ผลตรวจออกแล้วค่ะ”

ทั้งครอบครัวแห่เข้าไปฟังผล นภาที่ฟื้นขึ้นมาหน้าหมองคล้ำจากการป่วยไข้ หมอหยิบผลขึ้นมาอ่าน

“ตกลงแม่ฉันเป็นอะไรคะหมอ?”

“คนไข้เป็นโรคเนื้องอกในสมองครับ”

คำตอบนั้นทำเอาทุกคนอึ้งไปเป็นแทบ นภารอบตาร้อนผะผ่าวด้วยความกลัวตาย ธนาได้สติขึ้นมาคนแรกจึงถามหมอเสียงสั่นๆ เขารักแม่ยายมากเหมือนกัน

“แล้ว... ต้องทำยังไงครับ?”

“ต้องรีบผ่าตัดด่วนก่อนที่เนื้องอกจะกลายเป็นเนื้อร้าย”

“งั้นจะผ่าได้วันไหนคะ?”

“เร็วเท่าไรยิ่งดี แต่โรงพยาบาลของเราไม่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยขนาดนั้น หมอว่าต้องส่งเข้าไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนครแพทย์ครับ” หมอพูดเสียงนิ่งแต่สายตาก็จริงจังไม่แพ้กัน นั่นก็เพราะเนื้องอกของนภาใหญ่มาก แล้วยังอยู่ในส่วนอันตราย หากผ่าตัดผิดพลาดอาจหมายถึงชีวิต

......................................................................................................................................................

เย็นวันนั้นทุกคนกลับบ้านมาด้วยความเครียด

การเป็นโรคร้ายอย่างเนื้องอกในสมองไม่ใช่โรคที่รักษาง่ายๆ แล้วจะหาย แต่ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลชั้นเยี่ยมอย่างวิชญ์นครก็หาง่ายๆ ไม่ได้อีก และการยืนดูแม่ตายลงไปต่อหน้าก็เป็นเรื่องที่ไม่มีลูกปกติที่ไหนจะทนได้ นภาร้องห่มร้องไห้ผวาเข้าซบอกลูกรัก

“แม่ตายแน่ๆ เลยอีฉัตรเอ๊ย”

“ใจเย็นน่าแม่ ฉันจะหาทางออกไปทำงานให้แม่นะ” ฉัตรเงินแม้จะไม่ชอบทำงานนอกบ้านแต่ถ้าเพื่อแม่มีหรือที่เธอจะปฏิเสธ แต่เธอก็อดส่งสายตาไปให้ธูปทองที่เป็นเสาหลักของครอบครัวไม่ได้

“แม่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะหาเงินมารักษาแม่ให้ได้ เชื่อฉันนะ”

“อีธูป แม่ยังไม่อยากตาย”

“ไม่มีทาง ตราบใดที่ฉันยังอยู่ แม่ต้องหาย”

“ใช่ครับ ยายไม่ตายหรอกครับ ยายต้องอยู่กับผม”

“ฉันว่าพี่ต้องเอาของไปขายที่ตลาดแล้วล่ะ เดี๋ยวฉันจะคิดคำนวณเรื่องเงินให้ แล้วฉันจะลองเสี่ยงไปทำงานบริษัทที่ให้เงินดีกว่านี้ ถึงมันจะไกลก็เถอะ”

“แต่จะไปไหวเหรอธูป?”

“ไม่ไหวก็ต้องไหวแหละแม่ แหกตาตื่นเช้าหน่อย ต่อรถสองแถวแล้วเดินๆ ไป ยังไงฉันก็ปล่อยให้แม่ตายไม่ได้” ธูปทองพูดอย่างมั่นใจ เธอมีการศึกษาสูงถึงขั้นจบปริญญาโทด้วยเกียรตินิยม เวลาทำงานผลงานก็ใช่จะน้อยหน้าใคร มีบริษัทมากมายที่อยากจะรับ ถึงจะขี้เกียจแต่เพื่อแม่เธอยอม

......................................................................................................................................................

“โอ๊ย ทำไมกูต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ด้วยวะ?”

ธูปทองหวีผมยาวสลวย เดินไปกระดกเหล้าขาวเข้าปากหลายคำแล้วเดินปึงปังลงมาจากบันได วันแรกๆ ก็พอตื่นได้อยู่หรอก แต่พอผ่านไปหลายวันสันดานขี้เกียจมันก็ออก ธูปทองกว่าจะกลับถึงบ้านด้วยฤทธิ์รถติดก็ประมาณสามทุ่ม ไหนจะแบกงานกลับมาทำที่บ้านกินข้าวปลา จะได้นอนก็ปาเข้าไปห้าทุ่ม

บางวันธูปทองทำงานเสร็จก็หลับไปโดยไม่ได้อาบน้ำด้วยซ้ำ ดีที่เธอไม่มีเหงื่อและไม่มีกลิ่นตัวจึงไม่เหม็นมาก พอตื่นมาก็คร้านจะอาบน้ำไปทำงาน แค่เปลี่ยนชุดก็พอ

กับข้าวอย่างไข่ดาวผัดผักวางอยู่บนโต๊ะ ฉัตรเงินยังดีอยู่บ้างที่ช่วยจัดใส่ปิ่นโตให้เธอไปกินมื้อเช้ากับมือกลางวัน ธูปทองคว้ากำลังจะเดินออกจากบ้านก็มีเสียงเรียกดังมา

“แม่ครับ”

“ไอ้เทียน”

“สู้ๆ นะครับแม่”

“ไม่ไปนอนต่อละเทียน ตื่นมาทำไมลูก? แม่ทำเสียงดังเหรอ?”

“เปล่าครับแม่ ผมตื่นเอง ผมอยากมาส่งแม่”

“ขอบใจนะเทียน มาให้แม่กอดทีสิ” ธูปทองกางมือให้เด็กชายวิ่งเข้ามากอดแล้วหอมเธอฟอดใหญ่ เทียนชัยซุกหน้าไว้อย่างนั้นมีความสุข ดีใจที่ได้รับไออุ่นจากคนที่รัก หญิงสาวลูบศีรษะลูกชายอย่างเอ็นดู นับวันเทียนชัยยิ่งน่ารักขี้อ้อน สมกับเป็นลูกชายเธอนัก

“แม่ตัวหอมจัง”

“อย่ามาปากหวานเลย แม่ไม่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้วเทียน”

“หอมจริงๆ ครับ”

“ขอบคุณนะลูก แม่ไปทำงานก่อนนะ”

“นี่ช็อกโกแลตครับ ผมซื้อมาฝากแม่”

“เดี๋ยวแม่จะเอาไปกินที่ทำงานนะ แม่ไปแล้ว ไปเรียนให้มีความสุขนะ” ธูปทองโบกมือให้ลูกแล้วออกไปทำงานแบบเบิกบานใจ ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนแต่แค่คิดถึงเทียนชัยก็ยิ้มได้แล้ว เทียนชัยเป็นแก้วตาดวงใจของเธอ ธูปทองเองก็เป็นแก้วตาดวงใจของเทียนชัยเช่นเดียวกัน

บริษัทของธูปทองอยู่ไกลมาก เธอต้องต่อรถหลายสายกว่าจะไปถึง

หญิงสาวมาถึงโต๊ะประมาณหกโมงเช้ากว่าๆ เธอฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะอย่างอ่อนเพลีย

แม้ธูปทองจะตั้งใจหาเงินมารักษาแม่อย่างไร แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าแทบสู้ค่ารักษาไม่ไหว การผ่าตัดสมองเสียเงินเป็นหมื่นเป็นแสน เธอต้องทำงานหาเลี้ยงทั้งแม่ พี่สาว พี่เขย ลูกชาย หลานชาย

ธนาจบแค่มัธยมศึกษาปีที่หก เป็นช่างธรรมดา เงินเดือนน้อยนิดจนส่งธนาไปเรียนโรงเรียนวัด ส่วนเทียนชัยโชคดีที่วิชชายังคงส่งเสียให้เงินเรียนโรงเรียนนานาชาติที่เดียวกับที่เธอเคยเรียน เทียนชัยไม่เคยปริปากเรียกร้องอยากจะมีอะไรเหมือนเพื่อน แต่ธูปทองอ่านสายตาลูกออกจึงหาทางซื้อของเล่นให้ลูกมีเหมือนเพื่อนเสมอ

เธอเปิดปิ่นโตออกมาตักข้าวเข้าปาก รสชาติของมันจืดชืดน่าเบื่อ พอกินข้าวเสร็จเธอก็หยิบช็อกโกแลตของลูกมาแกะดู ธูปทองเห็นลายมือเด็กๆ ที่เขียนมารักแม่อยู่หลังซองขนม เธอยิ้มหมั่นเขี้ยว

“ร้ายนักนะไอ้เทียนเอ๊ย” 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

64 ความคิดเห็น

  1. #41 หิมะกลางทะเลทราย (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 22:26
    กตัญญูจริงๆๆ รออ่านนะ เป็น กำลังใจ ให้ผู้เขียน นะ สนุกดี น่าติดตาม
    #41
    1
    • #41-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 21)
      18 มิถุนายน 2560 / 23:03
      ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจ ดีใจที่ชอบนะคะ
      #41-1
  2. #40 หิมะกลางทะเลทราย (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 22:26
    กตัญญูจริงๆๆ รออ่านนะ เป็น กำลังใจ ให้ผู้เขียน นะ สนุกดี น่าติดตาม
    #40
    0