<เชิงชีวิต, 2> - เปลวฝันควันธูป

ตอนที่ 2 : ตอนที่๑ ต้นเหตุของความฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 เม.ย. 61

บ้านเล็กๆ หลังหนึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายในสังคม

วันนี้แสงอาทิตย์ยังสว่างเจิดจ้าดั่งทุกวัน นภา หญิงสาววัยกลางคนหน้าตาดีกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมขนมไปขายในตลาด ฝีมือการทำขนมครกของเธอเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป เนื่องจากทำออกมาแล้วได้ขนมชิ้นกลม ด้านในมีไส้เข้มข้นร้อนๆ ควันฉุยยั่วน้ำลาย

“นางฉัตรเอ๊ย มาช่วยแม่หน่อยเร็ว”

“ค่ะ แม่” ฉัตรเงิน เด็กสาวร่างท้วมวัยสิบเก้าเดินออกมา เธอไม่ใช่คนสวย มีผิวออกคล้ำและใบหน้าค่อนข้างกลม จมูกปากจิ้มลิ้ม ตากลมโตสดใส ใครเห็นก็รักใคร่เอ็นดู เพราะมารยาทดีราวกับลูกคุณหนูทั้งที่เป็นลูกแม่ค้าธรรมดา พอเดินมานภาก็เอามือลูบศีรษะด้วยความเมตตา

ฉัตรเงินเตรียมทำแป้งอย่างคล่องแคล่ว สักพักนภาจึงเรียกลูกสาวคนเล็กอย่างระอาใจ

“เออ นางฉัตร นางธูปมันตื่นหรือยัง?”

“รายนั้นตื่นยากจะตาย ขี้เกียจอย่างกับอะไรดี”

“เมื่อวานมันนอนดึกนี่ คงจะตื่นไม่ค่อยไหวแหละ”

“ซ้อมรำจนดึกมากกว่า แต่งหน้าซะขาว ฉันหันไปมองแล้วสะดุ้ง” ฉัตรเงินนึกถึงภาพน้องสาวทาหน้าขาวจั๊วะ เขียนคิ้วโก่งดำปากแดง “นึกว่าผี”

“อย่าไปว่าน้องมันเลย มันคงเรียนเหนื่อยแหละ รำผ่อนคลายบ้างก็ดี”

“แม่ก็เข้าข้างมันอ่ะ มันถึงได้ใจ”

“แม่ไม่ได้เข้าข้าง แม่เห็นมันตั้งใจเรียนอย่างกับจะไปสอบจอหงวน”

“แต่ฉันก็ไม่เคยเห็นมันสอบได้ดีๆ สักครั้งเลยนะแม่”

เด็กสาวมุ่ยหน้าอย่างรำคาญใจ เธอรู้ดีว่าการเรียนมันเหนื่อยยากจึงไม่ได้จริงจังกับการเรียนนัก ต่างจากธูปทองที่ขยันเรียนหนังสือทั้งที่พื้นฐานไม่ใช่คนหัวดี อ่านหามรุ่งหามค่ำอย่างไรก็ไม่เคยได้คะแนนโดดเด่น

จะมีก็แค่ความสวยที่โดดเด่น

ลิปสติกสีส้มสดบรรจงเคลือบลงบนริมฝีปากรูปกระจับ เงาที่สะท้อนในกระจกนั้นเป็นใบหน้าของธูปทอง เด็กสาววัยสิบสี่ปี แม้อายุยังน้อยแต่ธูปทองก็เป็นคนที่ความคิดความอ่านเกินวัยจนถูกเรียกว่าแก่แดด วันเสาร์อาทิตย์ก็แต่งหน้าทาปากจัดจ้านไม่สนสายตาใคร

ธูปทองมีผิวขาวเหลืองละเอียดอ่อนดั่งทองทา หน้าเรียวสวยคมจนใครๆ ต้องมองเหลียวหลัง คิ้วเข้มตาคมดุ จมูกโด่งเชิด ริมผีปากด้านบนบางด้านล่างอิ่มเอิบ รูปร่างสูงเพรียว ผมสีดำสนิทไว้ยาวสลวย เธอสวมชุดสีขาว กระโปรงแดง แบบลำลองก่อนขึ้นรำ แน่ล่ะว่าคนที่ชอบเป็นเป้าสายตาอย่างธูปทองไม่รอช้าที่จะสมัครนางรำโรงเรียน

“โอ๊ย อีธูป!” ฉัตรเงินเปิดประตูมาเห็นน้องสาวกำลังแต่งองค์ทรงเครื่องก็ขำอย่างไม่ได้คิด “แต่งหน้าซะ แกจะไปเล่นงิ้วหรือไง? งานมีเยอะแยะมาช่วยกันบ้าง!”

“เอ้า พี่ฉัตร ฉันไปแต่งบนหัวพี่หรือไง?”

“แกนี่ยอกย้อนได้ตลอด ไปช่วยแม่ทำงานเร็วเข้า”

“อะไรกัน วันก่อนฉันก็ไปทำขาย เมื่อวานฉันก็เตรียมของให้แล้ว นี่ฉันต้องไปช่วยอีกเหรอ?” ธูปทองบ่นประสาคนขี้เกียจ เธอกระพริบตาจนขนตาแทบจะกระพือปีก

“วันไหนก็ต้องทำ”

“ฉันเบื่ออ่ะพี่ ไม่อยากทำ”

“แล้วนึกว่าฉันอยากทำนักหรือไง มันเป็นหน้าที่”

“พี่ก็ทำบ้างสิ ฉันทำมาสองวันแล้ว ฉันยังไม่เห็นพี่ทำเลย”

“ฉันทำทุกวันแหละ มากน้อยก็ต้องทำ มีแต่แกอ่ะอ้างไม่สบาย ไม่สบายอยู่เรื่อย ตั้งแต่เกิดมา ฉันเห็นแกไม่สบายทุกวัน ยังไม่ตายสักที แถมมีแรงแต่งหน้าทาปากร่อนรำทำละครลิง” คนอายุมากกว่าบ่นกลับอย่างไม่ยอมลดราวาศอก คราวนี้ธูปทองฉุนกลับ ลุกขึ้นมากางเขนเท้าสะเอว

“พี่กล้าเรียกฉันว่าละครลิงเหรอ?”

“เออ! อีนางละครลิง”

“กรี๊ดดดดด!!”

“หนวกหู”

“ฉันสวยอย่างกับหลุดออกมาจากวรรณคดี พี่นั่นแหละหน้าตาจืดชืดไร้รสนิยม” เด็กสาวมองพี่หัวจรดเท้าก็เห็นแต่คนหน้าจืดไว้ผมสั้นรวบไว้อย่างไม่มีการแต่งเติมอะไร

“สวยแต่สันดานแบบแกไม่มีผู้ชายเอาหรอก”

“สวยๆ อย่างฉันใครก็ต้องอยากได้ ไม่เชื่อพี่คอยดูเถอะ” ธูปทองเชิดหน้าอย่างมั่นใจในความงามของตนว่าไม่เป็นสองรองใคร “แล้วอีกอย่าง ฉันก็ป่วยจริงๆ พี่คิดว่าฉันอยากป่วยหรือไง?

“แกป่วยหรือไม่อยากทำ?”

“ป่วยด้วย ไม่อยากทำด้วย พี่อยากทำก็ไปทำเองสิ”

“ฉันก็ไม่อยากทำ ฉันถึงบอกว่ามันเป็นหน้าที่” ฉัตรเงินพยายามอธิบายให้น้องเข้าใจถึงสิ่งที่ต้องกระทำเพื่อเลี้ยงปากท้อง ธูปทองแม้จะรู้แต่ก็ตั้งใจตอบยั่วโมโหเพราะอยากให้พี่โกรธ เธอชอบเล่นกับความรู้สึกคนและมองการเดือดดาลของฝ่ายตรงข้ามเป็นเรื่องสนุก

“งั้นฉันยกมันเป็นหน้าที่พี่ พี่ไปทำเองเถอะ”

“อยู่บ้านเดียวกัน ก็ต้องช่วยกันสิวะ”

“ทีไอ้เท่งมันอยู่บ้านนี้ ฉันยังไม่เห็นมันทำอะไรเลย”

“อีธูป! พูดแบบนี้เดี๋ยวก็โดนดีหรอก!” ฉัตรเงินเบิกตากลมกว้างเมื่อน้องสาวพูดถึงพ่อเลี้ยงที่วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากเมาเละเทะกลับมาซ้อมแม่กับพวกตน ธูปทองยักไหล่ยียวน ชี้ชัดว่าไม่กลัวสักนิดที่ต้องเผชิญหน้ากับคนเลวอย่างเท่ง ผู้ชายที่ตนตราหน้าว่าเป็นพ่อเลี้ยงเฮงซวย

“ฉันจะพูด ใครจะทำไม? มันไม่ใช่พ่อฉันซะหน่อย!”

“ แต่ถ้าเขามาได้ยินเข้าเราจะเดือดร้อน”

“ได้ยินก็ดี ฉันไม่เห็นกลัว”

“ฉันกลัว”

“พี่กลัวพี่ก็อย่าพูด ฉันไม่กลัว ฉันจะพูด”

“เห้อ ช่างเถอะ ฉันไม่เถียงกับแกแล้ว ไปช่วยแม่ได้แล้วไป”

“เออๆ ไปก็ไปวะ” ธูปทองชักสีหน้าพลางเสยผมอย่างหงุดหงิดเพราะทราบดีว่าพูดอะไรไปสุดท้ายก็ต้องออกไปช่วยแม่อยู่ดี เธอขี้เกียจทำอะไรเดิมๆ ซ้ำซากอย่างการไปขายขนม เด็กสาวเดินฉับๆ ไปยังห้องครัวแล้วช่วยแม่จัดแจงของ สักพักก็ออกไปตลาดพร้อมกัน

......................................................................................................................................................

ตลาดวุ่นวายเหมือนเดิม ธูปทองนั่งหน้าเหม็นเพราะไม่ชอบมาอยู่ในย่านชุมชนแออัด เธอฝันอยากอยู่ในบ้านหลังใหญ่ๆ สภาพแวดล้อมดีๆ มีเงินกินใช้เหลือล้น ไม่ต้องดิ้นรนใช้ชีวิตลำบาก

ลูกค้าหลายคนเมียงมองร่างสูงเพรียวที่นั่งคู้อยู่ แม้ยังเด็กก็ฉายแววสวยชนิดไม่มีใครเกิน ตาหูจมูกปากรับกับใบหน้าอย่างเหมาะเจาะ รูปร่างแม้จะยังไม่เป็นสาวเต็มตัวแต่ก็น่ามองยิ่ง ผู้ชายโดยเฉพาะวัยรุ่นต่อแถวรอซื้อเพราะอยากเห็นหน้าเธอชัดๆ แม้จะไม่ยิ้มอย่างรับมิตรก็ตามที

ธูปทองมีคนมาชอบหลายคน แต่เธอยังไม่เคยชอบใครกลับ

คนที่จะทำให้เธอชอบได้ นอกจากจะต้องหน้าตาหล่อเหลาชนิดควงไปอวดชาวบ้านได้แล้วยังต้องร่ำรวยด้วย ถ้าไม่ชาติตระกูลดีก็ต้องมีอนาคตไกลชนิดที่พาเธอไปสู่ทางฝันได้

“ไป เก็บของ กลับกันเถอะลูก”

นภาเดินนำลูกสองคนกลับบ้าน ธูปทองชะเง้อคอมองบ้านอีกฝั่งแม่น้ำที่หรูหรากว่าชุมชนที่เธออยู่ เด็กสาวเฝ้าคิดในใจจะทำอย่างไรถึงจะพาแม่กับพี่สาวไปอยู่ในย่านนั้นได้ เธอเบื่อเหลือเกินกับการมาอยู่ในที่จนๆ อยากกินอะไรก็ต้องเก็บออมกว่าจะได้กิน อยากไปไหนก็ต้องหลับตาแล้วฝันว่าได้ไป เวลาป่วยไข้ก็ต้องรอโรงพยาบาลรัฐที่ต้องใช้เวลานานวุ่นวาย ไม่ได้ดั่งใจอย่างที่ฝันไว้สักอย่าง

“คิดอะไรอยู่วะนางธูป?”

“เปล่าค่ะแม่”

ธูปทองไม่เคยพูดเรื่องความทะเยอทะยานเหล่านี้ให้ใครฟังเพราะไม่อยากให้ใครหัวเราะเยาะสบประมาท บรรยากาศเงียบไปครู่หนึ่ง

“แม่”

“หืม?”

“แม่เลิกกับ... ไม่ได้เหรอ?”

“เลิกได้แม่เลิกไปแล้วธูปเอ๊ย!

“ธูปไม่เข้าใจอ่ะแม่ มันมีอะไรดี? ทำไมแม่ต้องทนมัน?”

นภาส่ายหน้า คิ้วขมวดจนเห็นรอยย่นตรงหน้าผาก ฉัตรเงินหันมาค้อนใส่น้องสาวเป็นเชิงว่าไม่น่าถามออกมา ทั้งสามไม่พูดอะไรจนเดินกลับบ้านก็ได้กลิ่นเหล้าผสมกลิ่นอ้วกโชยมาจากด้านใน

“กลับมาช้านะอีนภา!”

“ขอโทษจ้ะพี่เท่ง”

“มึงได้เงินมาเท่าไร?”

“ฉัน...”

“กูถามว่ามึงได้เงินมาเท่าไร!?” เท่งตะคอกอย่างคนโมโหร้าย หน้าตาแดงก่ำเพราะฤทธิ์เหล้าทำให้นภากลัวจนตัวสั่น ฉัตรเงินเดินอ้อมไปหลบหลังแม่ ในขณะที่ธูปทองยืนนิ่งๆ แม้ปากจะบอกว่าไม่กลัวแต่ความจริงก็ไม่กล้า เธอเหมือนกับลาวาในภูเขาไฟที่รอวันปะทุก็เท่านั้น

“สามร้อยจ้ะพี่”

“โกหก”

“ว๊าย!” นภาตกใจเมื่อเท่งเดินเข้ามากระชากเงินออกจากตัวจนเห็นเงินที่มีราวๆ ห้าร้อยบาท มันมองหน้าภรรยาอย่าเอาเรื่องแล้วตบจนเสียหลักลงไปกองกับพื้น

“มึงคิดว่ากูโง่เหรอ? อย่ามาโกหกกูนะอีนภา!!

เท่งอาละวาดเสร็จก็คว้าเงินเดินออกจากบ้านไป อย่างร้ายก็เข้าบ่อน อย่างดีก็เข้าซ่อง นภากับฉัตรเงินร้องไห้อยู่กับพื้น ธูปทองกัดฟันแน่น สัญญากับตัวเองในใจว่าจะทำทุกวิถีทางที่จะพาตัวเองออกไปจากที่แห่งนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

64 ความคิดเห็น

  1. #21 ลูกชุบ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 08:23
    ได้อารมณ์บ้านๆมาก
    #21
    0
  2. #3 หิมะกลางทะลทราย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 13:23
    ธูป จัดการพ่อเลี้ยงสักที
    #3
    0