<เรียงราวชาวประชา, 4> - Caravain ระวังหนอนดุ

ตอนที่ 9 : ตอนที่๘ พร้อมปะทะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60

“หัวหน้าครับ ไอ้หมอนี่หน้ามันคุ้นๆ นะครับ”  

สมุนของขุนนางโฉดหันไปซุบซิบกับเจ้านาย หนุ่มผมส้มหน้าตาเหมือนเพิ่งเคยเห็นในหนังสือพิมพ์แต่เพราะมันสมองอันน้อยนิดทำให้คิดไม่ออกว่านี่คืออดีตองค์ชายต่างเมือง ตัวหัวหน้าขยี้ตาดูงงๆ ก็รู้สึกว่าคุ้นเคยเหมือนกัน ก่อนจะตะโกนแล้วหัวเราะเยาะด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม

“ฮ่าๆๆๆๆ ข้านึกออกแล้ว”

“ใครครับ?”

“องค์ชายหย่งฮั่น ถวายพระพรพระยะค่ะ” มันโค้งให้แต่สายตาไม่มีสักส่วนที่จะเคารพ “ที่แท้ก็องค์ชายขายบัลลังก์นี่เอง โคตรทุเรศเลยว่ะ สู้เขาไม่ได้ คงกลัวตาย เลยขายบัลลังก์ทิ้งซะเลย ข้าล่ะโคตรสงสารพ่อเจ้าเลยว่ะ อุตส่าห์ขึ้นมาเป็นกษัตริย์ กลับมีลูกห่วยแตก ไร้ความสามารถ”

“ไร้ความสามารถ เจ้าเคยสู้กับข้าแล้วหรือถึงรู้ว่าข้าไร้ความสามารถ?”

“โธ่เอ๊ย ถ้าเจ้ามีความสามารถ เจ้าก็ต้องสู้สิวะ ไม่ใช่ออกมาร่อนเร่เหมือนผีไม่มีศาล”

“นี่มันจะมากไปแล้วนะโว๊ย เจ้าด่าเพื่อนข้าได้ยังไง?” ต้าหู่ที่แอบฟังอยู่ห่างๆ พอเห็นเพื่อนรักโดนดูถูกโดยวาจาถ่อยๆ ก็ทนไม่ไหว เดินออกมาจากที่ซ่อนตัวแล้วลูบหัวหย่งฮั่นเป็นการปลอบใจ จนหย่งฮั่นนึกสงสัยว่า ต้าหู่จะทำให้ตัวเองดูดีขึ้นก็แย่ลงมากกว่ากันแน่

“ก็แค่องค์ชายตกอับ มีอะไรต้องกลัววะ?”

“ถ้าเขาตกอับ เจ้ามันก็ตกนรก!”

“เอ้า แล้วเจ้าเป็นใครวะ?”

“ข้าชื่อต้าหู่ เป็นเพื่อนของหย่งฮั่น เจ้าด่าเพื่อนข้า ก็เท่ากับเป็นศัตรูของข้า และเจ้าก็น่าจะรู้ว่า ไม่มีใครอยากอยู่ร่วมโลกกับศัตรู” ต้าหู่แนะนำตัวแล้วตบอกเปาะ พร้อมกับเฉิดหน้าให้ ชาวบ้านยืนตัวเกร็งเพราะกลัว หมิงเลี่ยนหันไปทางสองหนุ่มด้วยสายตาขับไล่ปนรำคาญใจ

“เจ้าสองคนอย่ามายุ่งกับปัญหาของหมู่บ้านข้า”

“หมิงเลี่ยน ข้าอุตส่าห์มาช่วย เจ้าจะว่าข้าทำไมล่ะ?”

“น้ำหน้าอย่างเจ้าจะมาช่วยอะไรข้าได้ คนหนึ่งก็องค์ชายขายตำหนัก อีกคนก็คนไม่เต็มคน”

“เจ้าว่าใครไม่เต็มคนห้ะ!?”

“ก็เจ้านั่นแหละ ต้าหู่ หึ ห่วยแตกกันทั้งคู่ ออกไปซะเถอะ เรื่องนี้มันเรื่องจริงจังไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ให้ข้าจัดการเอง” หมิงเลี่ยนเดินออกไป จ้องหน้าคนที่ตัวเองเกลียดชังแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ตาเขม็ง “จะเอาเท่าไร? แลกกับความปลอดภัยของคนที่นี่เจ้าจะเอาเท่าไรก็ว่ามา?”

“รอบนี้ขอสัก... ยี่สิบล้าน”

“พวกเจ้านี่ยังไงกัน รวยซะเปล่ามาขูดรีดคนจน” ต้าหู่โวยวายขึ้นมาแต่หย่งฮั่นห้ามเอาไว้ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะอยากรู้ว่าหมิงเลี่ยนจะจัดการอย่างไร

“มีอะไรมาเสนอล่ะ”

“เป็นไม้สัก ช้าง งู หมี ถ้าเจ้าฆ่าเอางา เอาดี เอาอุ้งตีนมันก็ได้คุณภาพดีเชียวนะ”

“เจ้าไปเอาของพวกนี้มาจากไหน?” หย่งฮั่นขมวดคิ้วเครียด ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว “นี่มันไม่ใช่ของที่ใครอยากจะล่าก็ล่าได้นะ มันเป็นสัตว์ป่า เป็นทรัพยากรธรรมชาติ ความยั่งยืนของป่าไม้ เจ้าต้องการเงินก็จริง แต่เจ้าจะไปล่าสัตว์มาจ่ายพวกมันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง”

“เจ้าจะมายุ่งทำไมหนักหนา?”

“ข้าเห็นคนเดือดร้อนก็ต้องช่วยสิ นึกไม่ถึงเลยนะว่าเจ้าจะเป็นคนที่ทำเรื่องแบบนี้”

“เจ้าไม่เข้าใจความจำเป็นของข้า อย่ามาพูดดีกว่า”

“ข้าไม่เข้าใจ เจ้าจำเป็นข้าไม่เถียง ฆ่าสัตว์เพื่อเป็นอาหารยังพอรับได้ แต่นี่เจ้าฆ่าเพื่อโลภ ล้มช้างทั้งตัวเอางามัน เจ้าทำได้ยังไง? ไหนจะตัดไม้ทำลายป่า? มันทำให้น้ำท่วมนะรู้ไหม?” หย่งฮั่นพูดประสาคนรักธรรมชาติ แต่ขุนนางชั่วตัวเดิมก็หัวเราะออกมาอีกรอบเหมือนได้ยินเรื่องตลก

“ไอ้องค์ชายหน้าโง่เอ๊ย ไม้พวกนี้ขายได้ราคางาม สัตว์ก็ด้วย เจ้าคงโตอยู่ในตำหนักเอาแต่กินกับนอนสินะถึงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ว่าสมัยนี้ เงินคือพระเจ้า”

“เงินไม่ใช่พระเจ้า ความดีต่างหากคือพระเจ้า”

“คนชนะคือความดีเจ้าก็รู้”

เป็นจริงดังว่า ในยุคสมัยสงคราม ทุกอาณาจักรฆ่าฟันกันอย่างดุเดือด แต่ประวัติศาสตร์ของแต่ละเมืองก็จะจารึกว่าฝ่ายตัวเองเป็นความถูกต้องอยู่ร่ำไป อะไรที่ตนเคยทำไม่ดีก็ข้ามทิ้ง อะไรที่ฝ่ายตรงข้ามทำดีก็เมินเสีย ขยายความชั่วของมัน และแต่งเติมความดีของเรากันทั้งนั้น

“งั้นข้าก็คงเป็นความดี เพราะข้าจะเอาชนะเจ้าไงล่ะ”

“ตลก! ลุย!”

ทหารหลายสิบคนวิ่งเข้ามา หย่งฮั่นเงื้อมมือปล่อยหมัดซัดตัวที่วิ่งเข้ามาทางซ้ายกระเด็ดกระดอนไป ตามด้วยฟันใส่คนที่วิ่งตรงมาข้างหน้า และพวกหน้ามึนที่วิ่งมาทางทิศทางขวา ความว่องไวของเขาเป็นที่ตื่นตะลึงของทุกคนโดยรอบ พวกมันไม่รอช้า อาศัยจังหวะที่ร่างสูงใหญ่จัดการกับทหารกลุ่มก่อนหน้าเข้ามารุม

“ย๊า!!”

“เข้ามาก็ดี”

หย่งฮั่นวิ่งเร็วยิ่ง ยกขาถีบทีเข้ามาล้มลงไปเรียงตัว ท่วงท่าของเขาคล่องแคล่วไม่เป็นรองใครเวลาเอาจริง แม้ยามปกติจะดูเฮฮาและเหมือนไม่คิดอะไรมาก แต่บทจะจริงจังก็ร้ายไม่เบา

มือที่หนักแน่นกระชากคอเสื้อสมุนตัวโฉดแล้วเขวี้ยงปลิวไปตามแรง ทั้งที่ชายคนนั้นก็ไม่ได้มีรูปร่างผอมแห้งแรงน้อย ตรงข้ามยังเป็นคนแข็งแรงสมบูรณ์คนหนึ่ง หย่งฮั่นกลับมีแรงเขวี้ยงมันด้วยมือเดียวเหมือนผู้ใหญ่โยนเด็กทารก และเป้าหมายที่เขาเขวี้ยงก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นตัวขุนนางโฉด

“โอ๊ย!

มันจะลุกขึ้นมาแต่หย่งฮั่นก็ใช้หมัดเสยปลายคางร่วงไปอีกรอบ

“นี่มันอะไรกัน!?”

“หมัดมังกรราชันย์”

“มังกรราชันย์?” ชายอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเดินหน้าออกมา มันมีใบหน้าเหี้ยมและสายตาหาเรื่องคน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคำพูดของมันก็หาเรื่องคนไม่แพ้กัน “หึ เข้าใจตั้งชื่อนะว่ามังกรราชันย์ ก็อย่างว่าแหละนะ เป็นถึงลูกหย่งหมิน ถึงตอนนี้จะเป็นแค่... ไอ้กระจอกก็ตาม”

“พูดมากอยากตายตามพวกเจ้าหรือไง?”

“ไม่ใช่เพื่อน ไอ้อ่อนนี่เป็นลูกน้องข้า”

“เจ้าจะบอกว่าเจ้าเป็นกอรี่กอรี่ยศใหญ่กว่าว่างั้น”

“แน่นอน”

“ทำเป็นพูดดีไป เจ้ามันก็ขี้ข้ากอรี่โมสต์เท่านั้นแหละ พวกกอรี่กอรี่ แฟนธอมเฟซ ลอยัลเซอร์แวนส์ นี่เหมือนกันเลยแหะ เลียได้กระทั่งรูตูดของผู้นำที่ยังไม่ได้ล้าง” หย่งฮั่นมองหยามกลับในความไร้ศักดิ์ศรีของอีกฝ่าย หมิงเลี่ยนส่ายหัวแล้วเข้าไปดึงแขนชายหนุ่มกลับเข้ามากระซิบ

“เจ้ารู้หรือเปล่าเจ้าพูดกับใคร ไอ้นี่มันเก่งมากเลยนะ เดี๋ยวก็ตายหรอก”

“ไอ้นี่มันเก่งเหรอ? หน้าอย่างกับกุ๊ยคุมซ่องข้างถนน”

“หย่งฮั่น!”

“เก่งเหรอ? เก่งกับใครล่ะ? ชาวบ้านที่อ่อนแอกว่า? เด็ก? คนแก่? ผู้หญิง?”

“ก็ใครใช้ให้เจ้าอ่อนแอกันล่ะ?” ชายชั่วพูดแล้วพุ่งเข้ามากัดอย่างแรง หย่งฮั่นตั้งตัวไม่กัดโดนกัดเข้าที่ฝ่ามือเลือดสาด เท่านั้นยังไม่พอ มันไม่ยอมปล่อยแล้วยังกระชากไปตามทางอีก หย่งฮั่นตั้งสติทันก็ดึงแขนกลับทำให้มันเสียหลักไม่น้อย แต่พอมันได้ทีมันก็กระโดดเข้ามากัดแขนอีกข้างต่อด้วยความไวที่เหนือกว่า

“เจ้า!”

เมื่อมือสองข้างโชกเลือดก็กำหมัดยากขึ้น ต้าหู่กลัวจนถอยหลังไปช้าๆ หมิงเลี่ยนห้าม

“พอเถอะ เจ้าเอาของไปเถอะ อย่าทำร้ายใครเลย”

“ไม่! ข้าจะไม่ให้ใครฆ่าสัตว์ไปบรรณาการนางยักษ์นั่นต่อหน้าข้า!”

“เจ้าไม่ให้แต่ข้าจะทำแล้วเจ้าจะทำอะไรได้?”

“ข้าก็จะสู้กับเจ้ายังไงล่ะ”

“ไอ้โง่!”

หัวหน้าคนโฉดด่าฉุนเฉียว มันกัดแขนร่างสูงใหญ่แล้วโยนด้วยปากจนล้มลงไป แรงกระแทกมหาศาลจากร่างที่กระทบถึงพื้นดินส่งผลให้เขากระอักเลือดออกมา หย่งฮั่นไม่สามารถใช้มือกันได้เพราะมือเหวอะหวะไปหมดแล้ว จึงหน้าคว่ำลงกับพื้นแต่ใจยังไม่ยอมแพ้

......................................................................................................................................................

ต้นไม้และสัตว์ถูกขังอยู่ในกรง

บ้านของหมิงเลี่ยนไม่ใหญ่มาก แต่เนื้อที่โดยรอบกว้างขวางพอตัว ส่วนใหญ่จะมีของเล่นเด็กสำหรับให้เด็กมาวิ่งเล่น แต่ชายโฉดกับทหารของมันหาได้สนใจไม่ พวกมันเข้าไปมองไม้สักคุณภาพดีแล้วยิ้มเหี้ยม ของบรรณาการองค์จักรพรรดินีก็จริงอยู่ แต่เม้มไว้บ้างใครจะไปรู้อะไร

“ของเจ้าถูกใจท่านกอรี่โมสต์มาก”

“ถ้าถูกใจ ท่านก็ช่วยไว้ชีวิตทุกคนในเกาะนี้ด้วย... ข้าหมายถึงทุกคนที่อยู่ในเกาะนี้”

“รวมไอ้สองตัวนั่นด้วยเหรอ?”

“ย่อมรวม ตอนนี้ท่านอย่าได้ไปใส่ใจเขาเลย ทั้งสองคนพ่ายแพ้หมดสภาพแล้ว คนหนึ่งก็นอนสลบอยู่ที่พื้น อีกคนก็กลัวจนตัวสั่น ท่านปล่อยเขาไปเถอะ” หมิงเลี่ยนขอร้องด้วยความสงสาร ชายโฉดใช้ลิ้นดุนเพดานคล้ายครุ่นคิด แต่ก่อนจะพ่นวาจาเน่าเหม็นออกมา ก็มีเสียงทุ้มดังขึ้นมาก่อน

“ใครนอนจนสลบ?”

“ใครกลัวจนตัวสั่น?”

“คนที่พ่ายแพ้มันต้องเป็นเจ้าต่างหาก!”

“ยังไม่เลิกบ้ากันอีกเหรอ?” ชายที่เป็นหัวหน้าหันมาอย่างรำคาญ หมิงเลี่ยนโบกมือไล่ให้ทั้งคู่หนีไปเพราะคิดว่าสู้ไม่ได้ แต่หย่งฮั่นแม้จะโดนหิ้วปีกและมีคราบเลือดไหลเปื้อนที่มุมปากกลับจ้องเขม็งมองมา ต้าหู่ตอนนี้ก็มีสายตาเมาเยิ้มจากการกินเหล้าเข้าไปมากเช่นกัน 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น