<เรียงราวชาวประชา, 4> - Caravain ระวังหนอนดุ

ตอนที่ 7 : ตอนที่๖ วิวาทอีกแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60

“เห้อ ได้ช่วยคนไปแล้ว ข้าก็สบายใจขึ้นเป็นกอง” 

หย่งฮั่นบิดขี้เกียจไปมา รอยยิ้มแห่งความภูมิใจแต่งแต้มเต็มใบหน้า ชายหนุ่มคว้าขวดเหล้าเปิดเข้าปาก ลิ้มรสสุราพอชื่นฉ่ำหัวใจตามประสาคนขี้เมา ต้าหู่เองแม้จะจนอย่างไรก็ไม่วายเป็นคนประเภทเดียวกับหย่งฮั่น เขาดื่มสุราพอเมามาย ระดับความคอแข็งสูสีพอกัน

“นี่ หย่งฮั่น เจ้าจะไปไหนต่อ?”

“เดินทางตามหาเสรีภาพ สู่ดินแดนไฮโดรเมด้า”

“ข้ารู้แล้ว แต่เจ้าจะอดข้าวอดน้ำ แล่นเรือไปไฮโดรเมด้าเลยหรือไง?

“นั่นสิ เจ้าว่าไงล่ะ?

“ข้าเพิ่งถามเจ้าไปไม่ใช่เหรอ!?” ต้าหู่โวยวายแล้วเดินไปที่กล้องส่องทางไกล เห็นทะเลสีสวยกับเกาะน้อยใหญ่ที่ตั้งรอให้พวกเขาเข้าไปสำรวจ “เส้นทางเดินทางไปไฮโดรเมด้า เอาจริงไม่ยาก แล่นเรือไปไม่กี่สัปดาห์ก็ถึง... ถ้าไม่มีพวกบ้ากอรี่กอรี่คอยฆ่าเราอะนะ”

“ข้าว่าเราต้องมี... นักซ่อมเรือ นักเดินทาง หมอ นักดนตรี นักปราชญ์ พ่อครัว”

“ใช่... เราต้องมีพ่อครัว”

“ขอที่ทำอาหารเก่งๆ เด็ดๆ สักคนนะ”

“เอาหมักเหล้าเก่งๆ ด้วย”

“นั่นก็รวมอยู่ในพ่อครัวด้วยแหละน่า”

“แต่ก่อนอื่น...” สองคนมองหน้ากันสลับกับเรือที่แล่นไปไม่เป็นทิศทางแล้วยังเชื่องช้าเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพเรือคาราวานอย่างดี “เราต้องมีนักเดินทาง”

......................................................................................................................................................

เป็นความจริงดังว่า สองสหายต้องมีนักเดินทาง

หย่งฮั่นมีความสามารถในการเดินเรือเข้าขั้นยอดแย่ ต้าหู่แม้จะเป็นนักซ่อมเรือที่เก่งกาจ แต่ใช่ว่าจะเป็นนักเดินเรือที่เก่งกาจตามไปด้วย เขาแค่อยู่ในระดับพอถูไถไปได้เท่านั้น สองคนนี้ไม่ต่างจากเตี้ยอุ้มค่อมที่ต้องโซซัดโซเซไปตามยถากรรม ไม่มีใครสามารถแนะนำใครได้

“เจ้าเป็นถึงอดีตองค์ชาย คนเก่งๆ ที่เจ้ารู้จักก็น่าจะมี เก่งกว่าข้าเยอะแยะ ทำไมเจ้าไม่พาเขามาล่ะ?” ต้าหู่หันไปถามเพื่อนรักอย่างไม่เข้าใจ

“คนเก่งน่ะมีมาก แต่พวกเขาใช่ว่ามีความฝันเหมือนข้าซะเมื่อไร”

“เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้ามีความฝันเช่นเดียวกับเจ้า?”

“ผีย่อมเห็นผีมั้ง” หนุ่มหล่อหัวเราะร่วน มองหน้าเซ่อๆ ของเพื่อนสนิทที่ยังคงจ้องเขาชนิดงงเป็นไก่ตาแตก “แค่เห็นหน้าเจ้าด่าข้าตอนแรก ข้าก็สัมผัสได้แล้วว่าเจ้ามันบ้าพอกัน ของแบบนี้ให้อธิบายมันก็อธิบายไม่ออกว่ามันคืออะไรแต่มันรู้สึกได้ ว่าแต่... ความฝันที่แท้จริงของเจ้าคืออะไรล่ะ?”

“หลุดพ้นมั้ง”

“หลุดพ้น?”

“หลุดพ้นไปจากพันธนาการที่มีคนประทับตราข้าไว้”

“ใครบังอาจประทับเจ้าไว้? ข้าจะไปจัดการมัน!!”

“อย่าเลย... ข้าไม่อยากเจอหน้าพวกมันอีกแล้ว” ต้าหู่ดูอ่อนไหวกับเรื่องนี้นัก แค่พูดขึ้นมาน้ำตาก็เอ่ออยู่เต็มสองตา จมูกแดงๆ ส่งเสียงฟึดฟัดเหมือนเด็กเล็กๆ หย่งฮั่นเริ่มอยากรู้แต่ก็เคารพสิทธิ์ของเพื่อนที่คงไม่อยากบอก เพราะถ้าอยากบอก ต้าหู่คงบอกเขามานานแล้ว

“ถ้าเจ้าไม่อยากเจอ ก็ไม่ต้องเจอ” 

“เราไปหานักเดินทางกันเถอะ”

“แต่มันก็ยากว่าจะหายังไงกันดี”

“ตอนแรกข้าว่าเจ้าจะจ้างซะอีก”

“ข้าต้องการเพื่อน ไม่ใช่ลูกจ้าง” หย่งฮั่นพูดตามความสัตย์จริง ลูกจ้างนั้นแค่มีเงินก็หาได้แล้ว แต่เพื่อน... ต่อให้มีเงิน แต่ถ้าไม่มีโชค ก็ใช่จะหาเพื่อนดีๆ ได้ ยิ่งในสังคมที่มีอำนาจเงินตราเข้ามาเกี่ยวข้อง คนยิ่งรวยอาจยิ่งหายาก “ถ้าเพื่อนต้องใช้เงินซื้อ นั่นไม่เรียกว่าเพื่อนหรอก”

“ข้าว่าร้อนๆ แบบนี้เราไปกินน้ำแข็งเย็นๆ ดีกว่า”

“ก็ดีเหมือนกันนะ”

ชายทั้งสองเดินไปที่ร้านขายน้ำแข็งไส

“ข้าขอน้ำแข็งไสถ้วยหนึ่งสิ”

“ยี่สิบเหรียญ”

“ได้เลย...”

“ผู้ชายอะไรเสียมารยาทจริงๆ” เสียงใสของหญิงสาวคนหนึ่งดังเข้ามา หย่งฮั่นกับต้าหู่หันไปก็พบกับหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่ง นางมีผิวขาวนวล ผมสีชมพูผูกหางม้าสองข้าง ประมาณอายุน่าจะมากกว่าหย่งฮั่นและต้าหู่เล็กน้อย หน้าตาไม่ได้แต่งแต้มอะไรมากแต่ก็ดูน่ารักแบบธรรมชาติ แม้จะไม่ได้สวยจนต้องตะลึงก็ตาม 

“แม่นาง มาด่าทอข้าทำไมเล่า?”

“แล้วเจ้ามาแย่งถ้วยข้าทำไมล่ะ?”

“ข้าจะรู้ได้ยังไงว่านี่เป็นถ้วยเจ้า?”

“ก็สังเกตซะบ้างสิ” หญิงสาวเอาช้อนตีหัวต้าหู่ดังโป๊ก ทำเอาคนทั้งสองตาค้างกับความบ้าบิ่นของนาง คิดไม่ถึงว่าผู้หญิงตัวนิดเดียวจะกล้าตีหัวผู้ชายตัวใหญ่แบบนี้ “ข้ามาก่อน และถ้วยนี้ก็ของข้า ไม่เชื่อเจ้าก็ดูให้มันดีๆ สิว่าสั่งอะไรไป เราสั่งคนละแบบกัน”

“สั่งผิดก็สั่งผิดสิ ทำไมต้องรุนแรงกันด้วยเล่า?”

“อย่าไปสนใจเลยหย่งฮั่น”

“ข้าต้องสนใจสิ มีคนมาหาเรื่องเพื่อนข้า ให้ข้าทนได้ไง?

“ทำไม? เจ้าจะทำไม?”

“เจ้าตีเพื่อนข้า ข้าก็ตีเจ้ากลับ”

หย่งฮั่นหยิบช้อนมาเคาะหัวหญิงสาวบ้าง นางเบิกตากลมกว้าง

“เจ้าทำร้ายผู้หญิงเหรอ?”

“แล้วอย่างไร?”

“ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย ผู้ชายอะไร หน้าตาก็ดี แต่ตีผู้หญิง รังแกเพศที่อ่อนแอกว่า” หญิงสาวร่างเล็กเขย่งเท้าขึ้นเชิดหน้าโวยวายใส่หย่งฮั่น แน่นอนว่าชายหนุ่มไม่ได้นึกโกรธอะไรแต่นึกเล่นสนุกมากกว่า เขาค่อนข้างถูกชะตาผู้หญิงคนนี้อยู่พอตัว “เจ้าจะขอโทษข้าไหม?”

“ข้าจะขอโทษเจ้า ต่อเมื่อเจ้าขอโทษต้าหู่เพื่อนข้า”

“ไม่มีทาง”

“นี่ เจ้าสามคนจะตีกันก็ตีไป แต่ไปตีกันไกลๆ ร้านข้าจะได้ไหม? ข้าจะขายของ!!” คนขายหันมาโวยวายใส่ทั้งสาม เพราะการโต้เถียงทำให้ลูกค้าคนอื่นรำคาญและหลบไปทางอื่น แน่นอนว่ากลุ่มคนที่กำลังวิวาทก็สะบัดหน้ามาอย่างไม่ค่อยพอใจนักที่โดนไล่

“ไปก็ได้”

“เดี๋ยว จ่ายเงินข้าก่อนเซ่!”

“ไว้ทีหลัง”

“ทีอย่างนี้สามัคคีกันเชียวนะ!!”

“เอาเงินไป” หญิงสาววางเงินก้อนใหญ่ลงบนโต๊ะด้วยท่าทีไม่มีคำว่าเสียดายเลยสักนิด เงินนั่นนับดีๆ แล้วน่าจะหลายร้อยด้วยซ้ำ คนขายทำตาลุกวาวกับเงินที่นางให้ในครานี้ เขารีบคว้ามาไว้ในมือแต่ก็ไม่ลืมถามเพื่อความแน่ใจ กลัวว่านางจะมาทวงคืนทีหลังให้ร้านวุ่นวาย

“เจ้าให้ข้าแล้วนะหมิงเลี่ยน”

“ย่อมให้”

“หนุ่มน้อยทั้งสอง จ่ายข้ามาด้วย”

“เอาไปตามที่ซื้อแล้วกัน”

ต้าหู่หันไปบอกตามด้วยความงก เงินเขาได้มายากเขาไม่อยากเสียไปเพราะเรื่องไม่จำเป็น จะไปแข่งใจปล้ำกับผู้หญิงที่จ้องหน้าท้าทายแบบนี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรนอกจากจะเสียเงินไปเปล่าๆ หย่งฮั่นนับเหรียญในกระเป๋าแล้ววางบนโต๊ะชนิดไม่มีขาดไม่มีเกิน คนขายโวยวายลั่น

“ไอ้นี่ก็งกเป็นบ้า!”

“เขาเรียกรู้จักค่าของเงินโว๊ย”

“แล้วใครกันวะที่ตอนเมาโปรยเงินอย่างกับแจกทาน?

“เจ้าก็โปรยด้วยไม่ใช่เหรอ!?”

โป๊กๆ

หมิงเลี่ยนเอาช้อนเคาะหัวชายหนุ่มทั้งสองคนละทีแล้ววิ่งหนีไป ต้าหู่ทำท่าจะโวยวายแต่ก็คล้ายจะเห็นว่าแค่ผู้หญิงกวนประสาทคนเดียว ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาทะเลาะด้วย เขาหันมาส่ายหน้ากับหย่งฮั่นแล้วเดินกลับมาที่ร้านน้ำแข็งไส หยิบของหวานที่ละลายเป็นน้ำขึ้นมาแกว่งๆ คนๆ ด้วยสีหน้าพะอืดพะอม

“จะกินต่อไหม?”

“นึกซะว่าเห็นแก่เงิน”

สองคนตาปริบๆ แล้วซดน้ำในถ้วยลงคอ

ตัวละครกำลังจะอกมาเรื่อยๆ นะคะ กำลังจะเข้าการผจญภัยอย่างจริงจังแล้ว เพื่อนพระเอกจะตามๆ กันมาทีละคนสองคน เรื่องนี้เป็นนิยายตลก อ่านไม่เครียดมาก สบายๆ เบาสมองหลังจากที่แต่งเรื่องหนักๆ มาหลายเรื่อง ชอบไม่ชอบยังไงติชมกันได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น