<เรียงราวชาวประชา, 4> - Caravain ระวังหนอนดุ

ตอนที่ 5 : ตอนที่๔ พังโรงเตี๊ยม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 พ.ย. 60

ชายหนุ่มมองรอยแผลเป็นของตัวเอง คล้ายมีน้ำตาหยดหนึ่งเอ่อออกมา 

“เป็นอะไรหรือเปล่า?” หย่งฮั่นถามเพราะรู้สึกได้ว่ามีอะไรแปลกๆ เมื่อครู่ที่เขาถามสหายคนนี้ไป ฝ่ายตรงข้ามก็รีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที ไหนจะตอนนี้ที่จู่ๆ มองแผลแล้วก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อีก เห็นแบบนี้ต่อให้โง่แค่ไหนก็คงเดาได้ว่าต้าหู่มีความหลังกับแผลนี้เป็นแน่

“เปล่าหรอก แสบตานะ ฮะๆ”

“ถ้าเจ้าอยากเล่าอะไรให้ข้าฟังก็เล่าได้นะ” หย่งฮั่นเอนตัวนอนบนหมอนใบนุ่ม “ไม่ต้องเชื่อใจข้าหรอก เจ้าแค่พิจารณาตามความเป็นจริง อยู่ด้วยกันสองคน ข้าจะมีปัญญาไปแพร่งพรายให้ใครที่ไหน จะล้อเลียนเจ้าก็แล้วใหญ่ ข้าต่อยใครก็แพ้ เจ้าโมโหต่อยข้าขึ้นมาข้าตายแน่ กล้ามเจ้าใหญ่กว่าข้าอีก”

“คือข้า...” ต้าหู่ทำท่าคล้ายจะเอื้อนเอ่ย แต่เขาก็ไม่พูดออกมา ยังไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องที่มันฝังใจ “ช่างเถอะ ไม่มีอะไรมากหรอก”

“ถ้ายังไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด ข้าไม่คิดบังคับฝืนใจผู้ใด”

“งั้นก็ไปเถอะ ไปเที่ยวกัน เราเป็นนักเดินทางนี่นา”

เกาะแห่งนี้มีบรรยากาศดี อากาศหายใจคล่องง่ายลื่นปอด สองสหายกอดคอกันเที่ยว กินอาหารคาวหวานและร่ำสุราไปหลายไห พอเมามายต่างคนก็หัวเราะร่วนเหมือนคนเสียสติ แต่ด้วยความเงินหนาของหย่งฮั่นทำให้เจ้าของร้านและพนักงานไม่มีใครกล้าพูด ได้แต่อุบอิบกันแล้วนินทาเงียบๆ

“นึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา แล้วมันช้ำใจนัก” หย่งฮั่นพูดขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำร้าวราน ต้าหู่กัดฟันกรอด มองฟ้าแล้วผายมือโวยวายบ้าง

“เช่นกันสหาย ข้าเป็นเหยื่อถูกกระทำ ชีวิตรันทดหดหู่ยิ่ง”

“ข้าคิดถึงนางทีไร น้ำตารินไหลทุกที”

“ข้าก็ประมาณนั้น พูดแล้วก็จะร้องไห้”

สองคนพากันร้องไห้น้ำตาไหลออกจากหางตาแต่ก็ไม่มีใครพูดปมชีวิตออกมา เรื่องบางเรื่องไม่ใช่ไม่ไว้ใจ แต่มันรันทดเกินไปจนไม่กล้าพูดออกมา โต๊ะข้างๆ มองแล้วหันกลับไปซุบซิบ ดูท่าสองคนนี้เมาแล้วจะบ้า เมาแล้วน้ำตาตกพูดจาอะไรฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง

“ไม่น่าเลย... ถ้าตอนนั้น... ข้า...”

“ปัดโธ่!”

ต้าหู่หยิบจานปานลงพื้น พนักงานวิ่งเข้ามา

“นายท่านครับ หยุดเถอะครับ”

“เจ้าห้ามข้าทำไม?”

“ท่านเมามากแล้วครับ”

“ไม่เมามาย ข้ายังไม่เมามาย เอิ้ก!” ต้าหู่เรอออกมาจนพนักงานเบือนหน้าหนี กลิ่นของมันร้ายกาจขนาดหนัก แต่ในเวลานี้คนเมาไม่รู้สึกอะไร เขารู้เพียงแค่เขากำลังอัดอั้นอยู่กับความหลังที่พูดออกมาให้ใครฟังไม่ได้เท่านั้น “ข้ายังไม่เมา ข้าน่ะ คอแข็งอย่างกับเหล็ก เอาเหล้ามาอีกดิ”

“แต่ว่า...”

“ข้ามีเงินเป็นฟ่อนๆ เอาไปเลย”

ต้าหู่โปรยเงินลงพื้น หย่งฮั่นตกใจโวยวาย

“เห้ย! นี่เงินข้า!”

“ไหนว่าเราเป็นสหาย?”

“ก็ได้ นี่เงินเจ้า!”

“เอาเหล้ามา เราจะได้มาดื่มด้วยกัน ได้ยินใหม่? ข้าบอกว่าข้าจะดื่มโว๊ย!!” ต้าหู่จ่ายเงินและรับเหล้ามาอีกไห สองคนกระดกจนเสื้อเปียกชุ่มแล้วหัวเราะกันต่อ เจ้าของร้านกับพนักงานจากที่รำคาญก็ยิ้มกริ่ม จะดื่มให้ตับแข็งตายก็ดื่มไปเถอะ เงินที่ได้จากคนเมามีเป็นหมื่น ต่อให้จะเมาจะเรื้อนยังไงก็คุ้ม เพราะอย่างมากก็คงเขวี้ยงปาจาน แค่คนสองคนไม่มีปัญญาก่อปัญหาได้เกินหนึ่งหมื่นได้

แต่เขาคิดผิด

ชายโฉดคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน มันฉุดหญิงงามเข้ามาด้วย นางนั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ไม่กล้าลุกนี้เพราะชายคนนั้นประกบไว้ไม่ห่าง

“เอาเนื้อตุ๋นมาให้ข้าห้าที่ ข้าหิวมาก เร็วๆ นะ”

“ครับนายท่าน”

“ปล่อยข้าไปเถอะค่ะ ข้าจะกลับบ้าน” 

“กลับอะไรเล่า? อยู่กับข้าก่อน!”

“ไม่ค่ะ ข้าจะกลับบ้าน”

“อย่าขัดใจข้า ฮึ่ม!” ชายโฉดจับตัวหญิงสาวไว้แล้วลวนลามอย่างไม่สนใจใคร นางพยายามปัดป้องแต่ก็สู้แรงไม่ได้ ชายคนนั้นรวบข้อมือนางไว้และตั้งใจจะจูบ หย่งฮั่นกับต้าหู่ที่กำลังเมาเฮฮาพอเห็นคนทำเรื่องชั่วก็ตาสว่าง พยักหน้าอย่างรู้กันและเดินเข้ามาหาตัวก่อเรื่องทันที

“เห้ย! ผู้หญิงเขาไม่ชอบก็อย่าไปบังคับสิวะ!”

“ใช่ ทำแบบนี้มันไม่ลูกผู้ชายเลยนะ”

“เจ้าสองคนมาเสือกอะไรด้วยวะ?”

“ข้าก็ไม่ได้อยากยุ่งนักหรอก ข้านะ อยากจะเมาอยู่เฉยๆ แต่บังเอิญมีไอ้หน้าตัวเมียจะลวนลามผู้หญิงมาให้เห็นต่อหน้า เห็นแล้วกินเหล้าไม่ลงโว๊ย!” หย่งฮั่นพูดอย่างไม่เกรงกลัว หญิงสาวได้ทีก็รีบวิ่งมาหลบหลังต้าหู่ เขายืนกอดอก พอเห็นหย่งฮั่นกล้าต่อปากต่อคำก็เออออตามไปด้วย

“ผู้หญิงสาธารณะแบบนี้ทำไมข้าจะลวนลามไม่ได้ นางมันก็แค่นางคณิกา”

“ต่อให้เป็นนางคณิกา ถ้านางไม่เต็มใจ เจ้าก็ไม่มีสิทธิไปบังคับ อย่ามาแสดงสันดานขี้แพ้แถวนี้”

“เจ้าอย่ามายุ่งเรื่องข้า อยากตายหรือไง?

“หย่งฮั่น ช่วยคนได้แล้วก็หนีเถอะ”

“ไม่!” หย่งฮั่นเช็ดจมูกแล้วหันไปทางคนหาเรื่อง “ก็ดีเหมือนกันนะ เกิดมาข้ายังไม่เคยตายเลย ถ้าเจ้ามีปัญญาก็ลองดูสิวะ ไอ้ลูกหมา!”

“หนอย...”

ชายโฉดถลกแขนเสื้อแล้วพุ่งเข้าไปหาหย่งฮั่น หนุ่มหล่อได้ทีปล่อยหมัดสวนกลับไปเข้าหน้าพอดี มันถึงกับเสียหลักแทบคะมำไป หมัดของหย่งฮั่นไม่มีลูกไม้แต่ตรงไปตรงมา และตรงอัดหน้าเขาจังๆ ชนิดฟันหัก มันถลาเข้ามาด้วยความแค้นที่เสียหน้า ต้องมาแพ้คนขี้เมาสารรูปแทบดูไม่ได้

“แพ้ก็ยอมรับความพ่ายแพ้แล้วไสหัวกลับบ้านไปเถอะ”

“ไม่ คนอย่างข้าไม่มีทางแพ้เจ้าหรอก”

“งั้นก็เข้ามา” หย่งฮั่นท้าทาย มันตั้งท่าแล้วเข้ามาอีก คราวนี้มันยกขาขึ้นเตะแต่หย่งฮั่นก็คว้าขามันไว้ทันและใช้สันฝ่ามือฟาดลงที่หน้าแข้งแรงๆ ชายชั่วร้องโอดโอย อดีตองค์ชายพุ่งเข้ามาปล่อยหมัดอัดรัวๆ ที่หน้าแล้วหมุนตัวฟันศอกเสยปลายคางเข้าไปอีก คนเลวถึงกับเสียหลักล้มลงไปที่โต๊ะหักดังโครม มันแค้นหยิบจานขึ้นปา เจ้าของร้านรีบห้าม

“พอเถอะนายท่าน ของร้านข้าพังหมดแล้ว”

“มันต่อยข้า เจ้าไม่เห็นหรือไง?”

“เห็นครับนายท่าน”

“แต่มันรังแกผู้หญิงก่อน เจ้าเข้าข้างมันเหรอ?”

“ข้าไม่ได้เข้าข้าง ข้าเป็นกลาง”

“เป็นกลางไม่มีในโลก!!” อริทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกันด้วยสายตาจ้องจะกินเลือดกินเนื้อและพุ่งเข้ามาตีกันต่อ พนักงานรีบเข้าไปคุกเข่าต่อต้าหู่ที่ดูจะมีสติกว่า

“นายท่านครับ เตือนสหายท่านให้หยุดเถอะ”

“เอาเลยโว๊ยหย่งฮั่น! จัดการมันเลย!” ต้าหู่เมาก็คะนองปาก หย่งฮั่นหันมาตาเยิ้มยกนิ้วให้และไล่กระทืบชายโฉดต่อ มันขว้างปาจานชามจนกว่าจะหมดแรงก็ปาเข้าไปมืดค่ำในสภาพนอนสลบเลือดกบปาก หย่งฮั่นจึงยอมผละออกมากอดคอต้าหู่เดินต่อโดยไม่ลืมโปรยเงินให้ทั่วไปหมด

“เจ้าเอาเงินนี่ไป เอาไปเลยโว๊ย แล้วอย่าลืมทำความสะอาดอย่าให้เสนียดจัญไรไอ้นี่มันติดร้าน!!”

......................................................................................................................................................

 เดินออกมาสักพัก สองซี้ล้างหน้าล้างตาเริ่มสร่างเมา

“บ้านเจ้าอยู่ไหนล่ะ? ข้าไปส่ง...”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่ท่านช่วยข้าไว้ก็ดีมากแล้ว” หญิงสาวก้มหน้าอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ทำเอาหย่งฮั่นอดสงสารไม่ได้ “ข้าก็เป็นแค่หญิงคณิกา ท่านไม่ต้องใส่ใจมากหรอกค่ะ”

“เห้ย ได้อย่างไร ข้าไม่สนใจหรอกว่าเจ้าจะเป็นใคร ไม่ว่าเจ้าจะเป็นจักรพรรดินี ชาวบ้าน หรือว่าขอทาน สำหรับข้าแล้ว โลกนี้มีแค่คนที่ดีกับข้า คนที่เลวกับข้า ก็เท่านั้น” หย่งฮั่นพูดทั้งกลิ่นเหล้ายังคาปาก ฤทธิ์สุรายังมีอยู่บ้างแต่ก็พูดจารู้เรื่อง ต้าหู่ถามบ้าง

“อย่าหาว่าข้าสอดรู้เลยนะ ทำไมเจ้าถึงไม่เต็มใจ... กับไอ้กระจอกเมื่อกี้ล่ะ?”

“เขาเป็นคนชั่วร้าย ชอบทำร้ายผู้คน ข้าเกลียดเขา”

“อืม งั้นอย่าพูดถึงมันให้เสียอารมณ์อีกเลย” ต้าหู่บอกแล้วเดินตามหญิงสาวไปถึงบ้าน พอเข้าไปถึงก็เห็นหญิงชราท่าทางงกๆ เงิ่นๆ คนหนึ่งวิ่งออกมา

“ลูกแม่ เจ้ากลับมาแล้วเหรอ?

“ค่ะ ท่านแม่”

“ทำไมกลับดึกนักล่ะ?

“มีเรื่องนิดหน่อยค่ะ” 

“ท่านทั้งสองเป็นใครหรือ?” เมื่อแม่ถาม หญิงสาวก็มองหน้าชายทั้งสองแล้วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง หย่งฮั่นสังเกตรอบบ้าง มันทรุดโทรมมากจนน่าตกใจ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น