<เรียงราวชาวประชา, 4> - Caravain ระวังหนอนดุ

ตอนที่ 4 : ตอนที่๓ เสือซ่อมเรือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 พ.ย. 60

ต้าหู่บ่นอะไรต่อมิอะไรไปเป็นชั่วโมงระหว่างซ่อมเรือ หย่งฮั่นยืนดูความตั้งออกตั้งใจของช่างซ่อมหน้ามนก็อดชื่นชมปนสงสัยไม่ได้ คนอะไรตอนที่เข้าใจว่าเขามีเงินก็ทั้งด่าทั้งดูถูก แต่พอบอกว่าไม่มีเงินเหลือกลับมีน้ำใจไมตรี บุคคลเช่นนี้ควรคบหาไว้ในยามยากนัก 

“แล้วนี่เจ้าขับประสาอะไรถึงได้มีสภาพแบบนี้ล่ะ?”

“ก็บอกแล้วไงว่าพลาด”

“เอาจริงๆ ตอนแรกข้านึกว่าเจ้าจะเป็นพวกคุณชายซะอีก แล้วยิ่งรูปร่างหน้าตาเจ้านะ บอกว่าเป็นเจ้าชายยังเชื่อ” ต้าหู่บอกตามที่เขาเห็น หย่งฮั่นสูงใหญ่หน้าตาดี ผิวพรรณขาวสะอาดนวลเนียน ถ้าแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าดีๆ คงจะดูสูงส่งได้ไม่ยาก ถึงตอนนี้จะใส่เสื้อคลุมสีชมพูก็ยังอดชมในใจไม่ได้

“หึ ความจริงจะเจ้าชายหรือยาจกมันก็มีทั้งที่ดีและไม่ดี ทำไมเจ้าถึงดูอคติคนรวยมากนักล่ะ?” หย่งฮั่นขมวดคิ้วถาม ต้าหู่กลืนน้ำลายลงคอ สายตาเปลี่ยนไปเล็กน้อยหวั่นใจ

“ก็คนรวยมันมีอะไรดี ข้าเห็นแต่ใช้เงินกดขี่คนอื่น ข้าล่ะเกลียดนักไอ้พวกคนรวย”

“งั้นถ้ามีคนให้เจ้าพันล้าน เจ้ารวยขึ้นมา เจ้าก็เกลียดตัวเองสิ”

“ทุกวันนี้ข้าก็เกลียดตัวเองอยู่แล้ว ไม่รู้เมื่อไรจะตายๆ ไปสักที”

“เจ้าพูดแบบนี้หมายความว่าอยากตายเหรอ?”

“คำว่าอยากตายดูเบาไปกับความรู้สึกที่ข้ามีด้วยซ้ำ ลองเจ้ามาเป็นข้าสักวันนะ เจ้าจะได้รู้เลยว่าความรู้สึกที่อยากฆ่าตัวตายทุกวันมันเป็นยังไง” เสียงนั้นแฝงไปด้วยความเศร้าโศกและคับแค้น แววตาหลุกหลิกอย่างเห็นได้ชัดจนหย่งฮั่นอดสงสารไม่ได้ เขาถามกลับไปทีเล่นทีจริง

“แล้วทำไมเจ้าไม่ฆ่าสักทีล่ะ? กระโดดน้ำตายก็ได้!

“ข้ากลัวน้ำ”

“งั้นกระโดดตึก”

“ข้ากลัวความสูง”

“เอามีดกรีดข้อมือ”

“ข้ากลัวมีด”

“งั้นกินยาพิษ”

“ข้ากลัวเจ็บ”

“เหอะ อยากตายยังไม่วายกลัว อะไรๆ ก็กลัว เจ้านี่มันกลัวไปทุกอย่างจริงๆ” หย่งฮั่นหลุดหัวเราะออกมาเพราะท่าทางของฝ่ายตรงข้าม เขาเองไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจริงจังกับสิ่งที่พูดออกมาแค่ไหน ต้าหู่จ้องเขม็ง สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าไม่พอใจกับเสียงที่ได้ยิน

“ทำไม? ข้ากลัวแล้วมันทำไม?”

“เอ่อ... ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไร”

“แล้วเจ้าหัวเราะเยาะข้าทำไม?”

“เมื่อกี้เจ้าพูดจริง?” หย่งฮั่นขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่พอเห็นแววตาเคร่งเครียดของต้าหู่แล้วก็ยอมอ่อนลง “คนเรามันก็ไม่แปลกหรอกนะที่จะมีความกลัว ข้าเองก็มีเรื่องที่กลัวเหมือนกัน ข้าไม่ได้ตั้งใจเยาะเย้ยเจ้า ถ้ามันทำให้เจ้ารู้สึกไม่ดีข้าก็ขอโทษด้วย อย่าคิดมาเลยน่าต้าหู่”

“เห้อ ช่างมันเถอะ ข้ามันขี้กลัวจริงๆ แหละ”

บรรยากาศนิ่งไปหลายอึดใจ ต้าหู่มีแววหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาสั่นระริกและเริ่มเป็นสีแดง อดีตองค์ชายทนความอึดอัดไม่ไหวจึงพูดออกมา

“เจ้าชอบนักเดินทางใช่ไหม?”

“ใช่ ความฝันข้าเลยล่ะ”

“เจ้าอยากเป็นนักเดินทางหรือเปล่า?”

“อยากสิ”

“งั้น... มาเดินทางกับข้าไหมล่ะ?”

“ข้านี่นะ?”

“ใช่ เจ้านั่นแหละ”  

“เจ้าคิดยังไงถึงอยากได้คนที่กลัวทุกอย่างแล้วยังกระจอกแบบข้าเดินทางด้วยเนี่ย?” ต้าหู่ถามอย่างไม่ค่อยเชื่อหู “ข้ากลัวน้ำ กลัวความสูง กลัวของมีคม กลัวสัตว์แปลกๆ กลัวความมืด กลัวอะไรมากมาย เจ้าจะมาชวนคนกระจอกงอกง่อย ไม่ได้เรื่องได้ราวออกไปเดินทางเป็นภาระเจ้าเนี่ยนะ?”

“ภาระอะไร? เพื่อนกัน มีใครเป็นภาระใคร?”

“เดี๋ยว เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เมื่อไร?”

“ก็ตั้งแต่ที่เจ้าอาสาซ่อมเรือให้ข้ายังไงกันล่ะ”

“ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ?”

“เอาน่า มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่ แค่ออกเดินทางกัน”

“เจ้าเอาจริง?” คนถูกชวนขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม รู้สึกว่าการตัดสินใจของอีกฝ่ายไม่น่าเชื่อถือเลย “แค่ข้าช่วยซ่อมเรือโดยไม่เก็บเงินให้ เจ้าก็ชวนข้าออกเดินทาง ทั้งที่ข้าเป็นคนขี้ขลาดตาขาว อาจจะสร้างปัญหาให้เจ้าเดือดร้อนหรือวุ่นวาย เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง?”

“ไม่บ้าน่า ว่าไง ตกลงไปไหม?”

“เอาวะ ไปก็ไป”

“จริงนะต้าหู่?”

“ข้าจะโกหกทำไมเล่า? บอกว่าไปก็ไปสิ...

ต้าหู่ตอบเสียงเรียบ สายตาเหม่อมองไปด้วยความกังวล

......................................................................................................................................................

สองหนุ่มนั่งคุยกันขณะเรือกำลังจอด ดวงอาทิตย์เริ่มละขอบฟ้าแล้ว แสงของมันทำให้พวกเขารู้สึกเหงาแต่ก็ตื่นเต้นไปในที คลื่นลมซัดสาดสบายๆ ปลาสดที่เพิ่งตกมาถูกปิ้งไว้น่ากิน หย่งฮั่นกินเอาๆ จนต้าหู่ต้องขำออกมา อายุของชายหนุ่มรูปงามก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ยังกินเหมือนเด็กอีก

“ขำอะไรห้ะ!?”

“ก็ขำเจ้านะสิ กินเหมือนไม่ได้กินมาเป็นปี”

“คนมันหิวนะสิ ปลานี่ก็หวานมากด้วย”

“เจ้านี่ทำเหมือนคนเกิดมาไม่เคยปิ้งปลา”

“เคยแหละ แต่วันนี้อร่อยเป็นพิเศษ” เขากลืนปลาลงท้อง มองไปเห็นอีกฝ่ายจับจานอาหารกินเร็วพอกัน ที่หลังมือของต้าหู่มีรอยแผลคล้ายโดนไฟจี้ รอยนั้นแม้ไม่ใหญ่มากแต่ก็สังเกตง่าย เพราะมีอยู่สองจุดกลมๆ อยู่ในระยะใกล้กัน “นี่มือเจ้าไปโดนอะไรมาเหรอ?”

“เออ จริงสิ เจ้าชื่ออะไรเหรอ?”

“ข้าชื่อหย่งฮั่น”

“ชื่ออย่างกับองค์ชาย” ต้าหู่ฟังแล้วยังขำออกมา แต่สายตาสงบนิ่งนั้นทำให้เขาหยุดหัวเราะแล้วถามอีกคำถามหนึ่ง “ข้าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?”

“ไม่ผิด ข้าเคยเป็นองค์ชาย”

“นี่เจ้าไม่ได้...”

“ข้าพูดความจริง ข้าเคยเป็นองค์ชาย... แค่เคยเป็นองค์ชาย”

“ที่เขาว่ากันว่าเจ้าเป็นคน... เอ่อ... เจ้าขายบัลลังก์แลกเงินจริงหรือเปล่า?”

“ย่อมจริงเช่นกัน”

“งั้นเจ้าก็เป็นคนรวยนะสิ”

“คนจนแล้วไง? คนจนแล้วไง? องค์ชายแล้วไง?” หย่งฮั่นพูดจริงจัง ทำเอาคนฟังตะลึงงันไปหลายนาที “จะรวยจะจนมันปะปนดีเลวอยู่แล้ว ถ้าเจ้าจะตั้งป้อมเกลียดชังข้าแค่เพราะว่าข้าเป็นคนรวย เจ้ามันก็เลวร้ายไม่แตกต่างไปจากพวกคนรวยที่มันดูถูกคนจน”

“ที่พูดมาก็มีเหตุผล”

“งั้นเจ้าจะเดินทางกับคนรวยคนนี้ไหมล่ะ?”

“ได้สิ จะฐานะเช่นไร ถ้าเจ้านับช้าเป็นสหาย นอกจากมิตรภาพแล้วยังมีอะไรที่สำคัญ”

“พูดได้ดี เอาปลาไปอีกตัว” ชายหนุ่มใช้ตะเกียบคีบปลาใส่จานให้เพื่อน ต้าหู่รับมากินพร้อมกับเคี้ยวข้าวไปด้วย แม้จะไม่ชอบคนรวยแต่หย่งฮั่นเป็นกรณียกเว้น เพราะดูแล้วถ้าเป็นพวกบ้าเงินจริงๆ คงไม่ทิ้งตำแหน่งพระราชา เพราะถึงจะได้เงินค่าบัลลังก์เพียงใด มันก็คงสู้กับเจ้าของประเทศไม่ได้

“ว่าแต่เจ้านึกยังไงถึงขายบัลลังก์เนี่ย?”

“เบื่อ ขี้เกียจ เจ้าคิดดูนะ เป็นพระราชา ถ้าเป็นพวกบ้าๆ บอๆ ก็โดนประชาชนแอบด่า ให้หลังขดหลังแข็งทำงานข้าก็ไม่ชอบ เคยได้ยินว่าในยุคสงครามปีศาจนั่น องค์จักรพรรดิลีโอนาร์ดทำงานจนกระอักเลือดแทบทุกวัน ข้าฟังก็ขนลุกแล้ว คนอย่างข้าไม่ต้องการอย่างนั้นหรอก เป็นนักเดินทางสนุกกว่าเยอะ”

“ความจริงเจ้าอยู่ในวัง พ่อครัวหลวงน่าจะทำอาหารอร่อย ทำไมดูตื่นเต้นกับแค่ปลาปิ้งล่ะ?”

“เพราะมันอร่อยกว่า?”

“เป็นไปได้อย่างไร? ปลาปิ้งแห้งๆ จะอร่อยกว่าอาหารในวัง?”

“หาไม่ รสชาติของเสรีภาพอร่อยกว่านัก” 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น