<เรียงราวชาวประชา, 4> - Caravain ระวังหนอนดุ

ตอนที่ 3 : ตอนที่๒ สนธิสัญญาบัลลังก์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 พ.ย. 60

รู้ตัวอีกทีหย่งฮั่นในชุดองค์ชายก็มานั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ 

“เจ้าไปก่อนเถอะจิ้นเหอ”

หย่งฮั่นพูดกับจิ้นเหอ ทหารคนสนิทที่ซื่อสัตย์ต่อหย่งหมินผู้เป็นบิดา จิ้นเหอแสดงความเคารพคราหนึ่งแล้วเดินออกไปด้วยความวิตกกังวล หย่งฮั่นเพียงพ่นลมหายใจยาวออกจากปอด บีบมือตัวเองควบคุมสติอารมณ์ หัวใจเต้นแรงกับเรื่องสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในชีวิต

สักพักลู่อี้ก็เดินเข้ามา

ลู่อี้ที่พูดถึงเป็นชายหนุ่มร่างใหญ่วัยประมาณสามสิบ แม้จะจัดว่าดูดีแต่หน้าตาของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาตเคียดแค้น คิ้วสองข้างขมวดแน่นจนแทบจะยาวเป็นเส้นเดียวกัน จ้องหน้าหย่งฮั่นด้วยความเกลียดชังปนหยามหยัน ทว่าหย่งฮั่นไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด

“ท่านพอใจในข้อตกลงหรือไม่?

“ย่อมพอใจ” ลู่อี้กระตุกยิ้มมุมปาก จ้องมององค์ชายรูปงามอย่างไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไร “เงินสดห้าร้อยล้าน เรือคาราวานหนึ่งลำ... หนอนดุหนึ่งตัว?”

“ข้าต้องการแค่นั้น”

“แลกกับราชบัลลังก์?”

“อืม...”

สองคนจ้องหน้ากันประมาณหลายนาที ในที่สุดลู่อี้ก็พูดออกมา

“เรือสำราญอย่างดีจอดอยู่ที่ท่าน้ำแล้ว ในนั้นมีเงินสดห้าร้อยล้าน... ส่วนหนอนดุ... ข้าไม่เข้าใจว่าท่านหมายถึงอะไร?” ลู่อี้ยิ้มอย่างผู้มีชัย หย่งฮั่นถอดมงกุฎและเครื่องแบบวางไว้บนโต๊ะ หยิบเสื้อคลุมสีชมพูขึ้นมาสวมใส่แทนเสื้อองค์ชายแล้วลุกจากเก้าอี้ประจำตัว

 “หนอนดุย่อมเป็นหนอนดุ”

พูดเท่านั้นก็ก้าวเท้าออกไป ลู่อี้เย้ยเสียงดัง

“ถึงแม้ข้าจะเกลียดหย่งหมิน แต่ในนาทีนี้ข้าสมเพชมันนัก” ลู่อี้หัวเราะในลำคอ สายตานั้นเรียกได้ว่าใครมาเห็นย่อมเจ็บปวด “วางแผนเอาเมืองมาแทบตาย แต่องค์ชายคนเดียวกลับไร้ความสามารถ... ต้องขายราชบัลลังก์หนีตาย น่าสมเพช... ช่างน่าสมเพชจริงๆ”

หย่งฮั่นหยุดก้าวเท้าไปหลายจังหวะ ถอนหายใจอีกคราหนึ่ง แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง จิ้นเหอวิ่งเข้ามาถามด้วยความห่วงใย

“ฝ่าบาท...”

“ไม่ต้องเรียกข้าแบบนั้นหรอก”

“หมายความว่า?

“ข้าไม่ใช่องค์ชายอีกต่อไปแล้ว”

“ฝ่าบาทอย่าล้อข้าเล่น!?

“ข้าขายราชบัลลังก์ให้ลู่อี้แล้ว” หย่งฮั่นตอบเสียงเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ตรงข้ามเป็นจิ้นเหอที่ตกใจจนแทบทรุดลงไปกับพื้น

“ทำไมฝ่าบาททำแบบนี้...?

“เจ้าเป็นคนดีนะ ข้าขอโทษนะจิ้นเหอ ข้าคงทำให้เจ้าผิดหวังไปแล้ว” ชายหนุ่มตบบ่าจิ้นเหอทั้งดวงตาที่เอ่อไปด้วยน้ำตา “ถือว่าข้าขอร้อง อย่าแย่งชิงเมืองเอี้ยโจวอีกเลย ถ้าทำใจรับใช้ลู่อี้ไม่ได้ท่านก็ลาออกจากราชการไปอยู่กับครอบครัวท่านเถอะ เงินทองท่านก็ไม่ได้ขัดสนอะไร”

“ข้าไม่ได้ต้องการเงินทอง”

“เจ้ารักข้าใช่ไหมจิ้นเหอ?”

“ฝ่าบาทยังต้องถามอีกเหรอ?” จิ้นเหอเองก็ปวดใจไม่แพ้กัน “ข้าเห็นฝ่าบาทมาตั้งแต่เล็กๆ สั่งสอนเลี้ยงดู ภักดีด้วยชีวิต ยังต้องถามด้วยเหรอว่ารักหรือเปล่า?”

สำหรับจิ้นเหอแล้วหย่งฮั่นไม่ได้เป็นแค่องค์ชาย แต่ยังเป็นเหมือนลูกหลานที่เขาห่วงใย

“ถ้าเจ้ารักข้าจริงเจ้าต้องปล่อยข้าไป ข้าจะไปจากเอี้ยโจว ถ้าข้าทำความฝันข้าสำเร็จ ข้าสาบานข้าจะพาท่านออกจากอาณาจักรกอรี่กอรี่”

“นี่ท่านอย่าบอกนะว่า...”

“ข้าจะไปไฮโดรเมด้า”

“ฝ่าบาท!!”

“ข้าตัดสินใจแล้ว ยังไงข้าก็จะไป ขอร้องอย่าห้ามข้าเถอะ”

“งั้นข้าจะขอให้ฝ่าบาทประสบความสำเร็จ” จิ้นเหออวยพรอย่างอ่อนใจ แม้ไม่อยากให้ไปแต่เขามีสิทธิ์อะไรไปสั่งห้าม หย่งฮั่นมีความฝันที่จะหนีไปไฮโดรเมด้าตั้งแต่ยังเด็กๆ ขนาดบัลลังก์ยังยื้อไว้ไม่ได้ และคงไม่มีอะไรหรือใครในโลกยื้อไว้ได้เช่นกัน “ข้าขอไปส่งนะพะยะค่ะ”

“ขอบใจมากนะจิ้นเหอ”

สองคนเดินออกไปจากพระราชวังไปยังท่าเรือ

เรือคาราวานที่จอดอยู่ดูหรูหราน่านั่ง จิ้นเหอมองอดีตองค์ชายเดินขึ้นไป เขายังรู้สึกเหมือนเห็นองค์ชายวัยเตาะแตะเดินไปปีนเรือเล่นเหมือนสิบกว่าปีก่อนอยู่เลย

“ฝ่าบาทจะไม่ให้นางกำนัลติดสอยห้อยตามไปเลยหรือพะยะค่ะ?

“ข้าจะไปผจญภัย ไว้ข้าจะหาพวกพ้องเอง”

พูดจบหย่งฮั่นก็ลาแล้วออกเรือด้วยความมั่นใจ เขานั่งลงแล้วหยิบขวดออกมามองหนอนตัวเล็กสีเขียวสดตัดกับผมสีน้ำตาลส้มของหย่งฮั่น เขาเขี่ยมันไปมาด้วยความเอ็นดู

“เอ้า ไปกันเจ้าหนอนดุ”

......................................................................................................................................................

เรือคาราวานแล่นออกไปด้วยความตื่นเต้นของหย่งฮั่น จังหวะคลื่นน้ำนั้นทำให้เขาตกใจไม่น้อย ทะเลไม่ใช่อ่างที่จะนอนสบายๆ เหมือนสมัยอยู่ในพระราชวัง แต่มันทั้งมีเสน่ห์และอันตราย หากพลาดพลั้งแม้แต่นิดเดียวย่อมมีสิทธิ์กลายเป็นผีเฝ้าท้องทะเล

ปัก!!

เสียงเรือกระแทกเข้าหาหินโสโครกทำให้หย่งฮั่นเบิกตากว้าง พอชะเง้อคอไปสำรวจก็ต้องเศร้าใจ นี่เขาออกเรือมาไม่ทันข้ามวัน เรือสุดหรูก็เสียหายจนได้ ชายหนุ่มจำต้องจอดเรือไว้ตรงนั้น เขาหย่อนสมอเอาไว้แล้วลงจากเรือไปยังเกาะใกล้ๆ ที่คิดว่าน่าจะพอมีคนช่วยเหลือได้

หย่งฮั่นเดินไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งกินข้าวก็ถามไถ่

“พี่ชาย แถวนี้มีใครพอซ่อมเรือได้บ้างไหม?

“ช่างซ่อมเรือเหรอ? อ่อ! ต้าหู่ไง!”

“นี่เจ้าไปแนะนำต้าหู่มันจะดีเหรอ?”

“เห็นมันบ้าๆ บอๆ แต่มันก็ซ่อมเรือเก่งนะ”

“ต้าหู่เขาอยู่ไหนล่ะ?” หย่งฮั่นทำด้วยท่าทีสบายๆ เขาไม่สนอยู่แล้วว่าใครจะบ้าหรือไม่บ้า ขอแค่ช่วยซ่อมเรือให้ก็พอ เรื่องอื่นมันไม่เกี่ยวกับเขา

“มันชอบนั่งพิงกำแพงเมือง เจ้าลองไปที่นั่น หาคนที่นั่งคุดคู้อยู่ เรียกหาต้าหู่ก็เจอเอง”

เกาะแห่งนี้มีลักษณะประหลาดอย่างหนึ่ง กล่าวคือถูกแบ่งออกเป็นส่วนคนรวยกับส่วนคนจน ส่วนคนรวยจะมีพวกผู้ลากมากดีอาศัยสุขสำราญ ส่วนคนจนจะมีแต่คนยากเข็ญอาภัพนอนแทะหนอนกิน หย่งฮั่นเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ เจอใครก็ควักเงินแบ่งปันเขาหมด

ร่างสูงใหญ่เดินไปจนถึงกำแพงเมืองเก่าๆ เห็นชายคนหนึ่งนั่งคุดคู้อยู่กับพื้น ยื่นลูกชิ้นให้หมาแม่ลูกอ่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ กิน พิจารณาจากหน้าตาก็จัดว่าเป็นคนหน้าตาค่อนข้างดี ร่างท้วม สายตาสั่นไหวคล้ายหวาดกลัว

“ต้าหู่? เจ้าชื่อต้าหู่หรือเปล่า?”

“ข้านี่แหละต้าหู่ มีอะไรเหรอ?”

“เรือข้าพัง ไปช่วยข้าซ่อมหน่อย”

“ไปโดนอะไรมาล่ะ?

“เอ่อ... ข้าขับไปชนหินโสโครกเองแหละ”

“เจ้านี่ใช้ไม่ได้เลย ขับเรือประสาอะไรไปชนเข้ากับหินโสโครก เห้อ ข้าเห็นแล้วก็อนาถใจ ท่าทางเจ้าก็เหมือนพวกคุณชาย ไม่แปลกล่ะที่จะทำอะไรไม่เป็น” ต้าหู่บ่นปอดแปด ดูผิวพรรณท่าทางอ่อนประสบการณ์ของชายหนุ่มคนนี้ก็รู้แล้วว่าเป็นคุณชายสุขสบาย ไม่เคยตรากตรำลำบากอย่างตน

“เอ้า ข้าแค่บอกว่าขับชนหินโสโครกเจ้าจะมาว่าข้าทำไมล่ะ?

“เจ้ามันก็แค่พวกคนฝั่งกำแพงสวย จะมาเหมือนคนฝั่งกำแพงเน่าอย่างข้าได้ยังไง?

“คนฝั่งกำแพงสวย?”

“นี่เจ้าไม่ได้มาจากฝั่งกำแพงสวยเหรอ?

“ไม่ อะไรคือฝั่งกำแพงสวย?” หย่งฮั่นส่ายศีรษะ “ถ้าให้ข้าเดา น่าจะหมายถึงฝั่งตรงข้ามนี้ล่ะสิ เปล่าหรอก ข้า... ข้ามาจากเกาะอื่น เกาะเอี้ยโจวน่ะ”

“เหอะ เกาะเอี้ยโจว”

“ทำไมเหรอ?”  

“ได้ข่าวว่าองค์ชายหย่งฮั่นถูกเนรเทศออกจากเมือง เป็นองค์ชายประสาอะไรจะต่อสู้ราชวงศ์ตัวเองก็ไม่มี งี้แหละน้าพวกคนรวย มีดีแค่เงิน ทำอะไรไม่เป็น” ต้าหู่บ่นไปผายมือผายไม้ไปแบบคนโผงผาง หย่งฮั่นเห็นแล้วไม่ได้โกรธอะไร ออกจะขำเสียมากกว่า “แล้วนี่เจ้าเป็นพวกไหน? องค์ชายหย่งฮั่นหรือท่านลู่อี้?”

“ข้าไม่สนเรื่องการเมือง เป็นแค่คนธรรมดา ความจริงก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร เห้อ เงินก็จะหมดแล้ว สงสัยข้าคงไม่ได้ออกผจญภัยแล่นเรือแล้วแน่เลย”

“เอ้า ตกลงเจ้าเป็นนักเดินทางก็ไม่บอก”

“ทำไมเหรอ?”

“ข้าน่ะ ชอบพวกนักเดินทาง เดี๋ยวข้าจะไปซ่อมเรือให้ ไม่คิดเงินแม้แต่เหรียญเดียว” 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น