<เรียงราวชาวประชา, 3> - จ้าวดวงใจนายกุมภัณฑ์

ตอนที่ 33 : ตอนที่๓๒ ความจริงไม่มีวันตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ม.ค. 60

“คิโยมิ ข้าตามหาเจ้าตั้งนาน”

มิโนรุฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อเห็นสาวงามอย่างคนรักของตนอยู่ตรงหน้า เฮียคุนึกอยากกรีดร้องออกมาแรงๆ นักแต่ก็ต้องรักษาภาพลักษณ์โดยการโปรยยิ้มหวานเหมือนไม่ได้คิดอะไร ทั้งที่ความจริงแทบจะคลั่งตายตรงนั้นอยู่แล้ว คิดแล้วก็ให้เศร้าใจ ให้ตายเถอะชีวิต!!

“เจอกันอีกแล้วนะมิโนรุ”

“ข้าคิดว่าชาตินี้ข้าจะไม่มีโอกาสได้เจอเจ้าอีกแล้ว”

พูดพลางเข้าไปสวมกอดร่างสูงโปร่งอย่างแนบแน่นจนแทบเป็นก้อนเดียวกัน มิโนรุทั้งรักทั้งหลงคิโยมิอย่างกับอะไรดี ด้วยฐานะร่ำรวยและหน้าตาที่ค่อนข้างหล่อทำให้มีผู้หญิงเข้าหาไม่น้อย พวกนางล้วนสะสวยน่ารัก แต่เขากลับไม่เคยเหลียวมองสักครั้ง ตั้งแต่เกิดมาจนถึงวันนี้ไม่เคยมีสักชั่วนาทีที่เขาสนใจผู้หญิงอื่น คิโยมิเป็นคนเดียวที่เขารักเท่าลมหายใจ มิโนรุจำได้ดีถึงวันที่เขาตามจีบหญิงสาวจนนางมีใจให้ นับจากวันนั้นเขาก็ตั้งใจว่าขออุทิศทั้งชีวิตเพื่อดูแลนางตอบแทนที่คิโยมิรักเขาโดยจะไม่ทำให้นางเสียใจเด็ดขาด ไออุ่นจากร่างกายส่งมอบพลังงานความรักเข้ามา มันคงน่ายินดีอยู่หรอกถ้าคนที่เขากอดอยู่เป็นคิโยมิตัวจริงที่รักเขาไม่ต่างกัน แต่พอเป็นนักฆ่าหนุ่มขึ้นมา เฮียคุทั้งกลัวทั้งผวาได้แต่ขืนกายออกมาห่างแล้วดีดดิ้น ผู้ชายกอดกันแบบนี้ฟ้าผ่าแน่ ไหนจะมือของอีกฝ่ายที่ลูบหัวลูบหลังอย่างเอ็นดูนั่นอีก เจอเข้าไปขนในกายลุกชัน หนาวสะท้านไปทั้งตัว ไม่รู้จะคิดถึงอะไรอย่างนั้น สักพักความแค้นก็เข้ามาแทนที่ความกลัว ปากว่ารักหนักรักหนาแต่กลับขี้ขลาดไม่ยอมมาช่วยออกไปจากพิธีแต่งงานจนเขาเกือบต้องเอาชีวิตไปทิ้งในห้องหอ ถ้าเขาไม่มีพื้นฐานการต่อสู้มาก่อนคงโดนย่ำยีไปแล้ว เฮียคุผลักอีกฝ่ายออกทันที

“เหอะ ก็สมควรไม่เจอกันแหละ”

“ข้าขอโทษนะคิโยมิของข้า... ข้าปล่อยให้เจ้าต้องผจญวิบากกรรมด้วยตัวเอง”

“ท่านรู้ไหมว่าเพราะท่านไม่มาช่วยข้าเนี่ย ข้าต้องเจอนรกกี่ขุมบ้าง อะไรบ้าง ไอ้บ้าเอ๊ย!!” เฮียคุอดสบถไม่ได้ น้ำตาพาลจะไหลออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องราวแสนรันทดที่พบพานมา

“ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ต่อไปนี้ข้าจะช่วยเจ้าเอง”

“ช่วยออกไปจากชีวิตข้าเถอะ”

“คิโยมิ ทำไมเจ้าพูดจาแบบนี้”

“ถ้าเป็นเจ้าๆ จะนึกขอบคุณคนที่ปล่อยให้ข้าแต่งงานกับไอ้แก่ไดซึเกะหรือไง?”

“นี่มันยังไม่ทำอะไรเจ้าใช่ไหม?” มิโนรุถามด้วยความห่วงใย กลัวเหลือเกินว่าหญิงสาวที่เขารักจะต้องมาเผชิญเรื่องราวเลวร้าย ผู้หญิงที่บอบบางอย่างนั้นแค่โดนด่าก็ร้องไห้แล้ว ถ้าเจอเหตุการณ์หนักกว่านี้ไม่ทราบจะเป็นเช่นไร และพอนึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เฮียคุก็ ‘ขึ้น’ มาอีก

“ท่านยังกล้าถามอีกเหรอ!?”

“หมายความว่ายังไงคิโยมิ?”

“ข้าต้องหนีมาเองกับไอโกะนี่แหละ ไม่งั้นมันได้ข่มขืนสี่เวลาหลังอาหารและก่อนเข้านอนแล้ว”

“จริงๆ นะ? มันยังไม่ได้ทำอะไรร่างข้าใช่ไหม?” คิโยมิตัวจริงแทรกขึ้นมา ถ้านางรู้ว่าไดซึเกะทำมิดีมิร้ายร่างกายตนแล้ว คนจิตใจเปราะบางอย่างนางมีหวังฆ่าตัวตายแน่ ด้านมิโนรุพอเห็นแววตาเศร้าๆ กลัวคนของนางแล้วก็ทำให้มิโนรุรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

“เจ้าเป็นใคร?”

“ข้าคือคิโยมิตัวจริง ผู้หญิงคนนี้แย่งร่างข้าไป”

“เลิกเพ้อเจ้อเดี๋ยวนี้เลยนะ ข้านี่แหละคิโยมิ เจ้ามันมิจฉาชีพ”

“ท่านมิโนรุ ท่านจำได้ไหมว่าคืนนั้นข้าสอนท่านเย็บผ้าลายไก่ แล้วท่านก็เย็บผ้าเช็ดหน้าลายไก่สีเหลืองให้ข้า” หญิงอ้วนพูดความลับที่รู้กันสองคนให้อีกฝ่ายรับฟังพลางหันไปทางสาวใช้คนสนิท “ส่วนเจ้า ข้าเคยขอให้เจ้าไปซื้อชามกระเบื้องมาให้ และอาหารจานแรกที่เจ้าสอนข้าทำใส่ชามกระเบื้องคือปลาย่างเกลือ”

“เจ้ารู้ได้ไง?”

“ท่านรู้ได้ไง?”

“ก็ข้าคือคิโยมิตัวจริงไงล่ะ”

“เพ้อเจ้อเหลวไหล เจ้าพูดอะไรข้าไม่รู้เรื่อง!!”

“ถ้าไม่เชื่อพวกเจ้าจะถามอะไรข้ามาก็ได้ ข้าตอบได้หมด” คำนั้นทำให้ทุกคนสนใจ เพราะคิโยมิที่ตนรู้จักเปลี่ยนแปลงไปชนิดคาดไม่ถึง ไหนจะเวลาถามข้อมูลส่วนตัวกลับตอบไม่ถูกสักเรื่อง

แม้มันจะเหลือเชื่อ แต่มันก็อาจเป็นไปได้แหละ

“ในนิยายเรื่องโฉมทรามกับเจ้าชายอสูรเจ้าชอบใคร?”

“ข้าชอบปาปิยอง เพราะถึงนางจะถูกทำร้ายแต่นางก็สู้คน”

“รองลงมาล่ะคะ?”

“ข้าชอบจอห์น ถึงจะไม่หล่อเท่าเจ้าชายแต่เขาก็เป็นคนดี”

“แล้วเบลล่าท่านชอบหรือเปล่า?”

“ตอนแรกข้าไม่ชอบแต่ตอนหลังข้าชอบมากเลย ซินข้าก็ชอบ”

ไอโกะนิ่งไปอึดใจใหญ่ เรื่องที่คิโยมิแอบอ่านนิยายต่างชาติมีแค่นางเท่านั้นที่รู้ ซ้ำความชอบยังตรงกับที่เคยคุยกันไว้อีก เฮียคุหายใจหอบเร็ว ทราบทันทีว่าความน่าเชื่อถือตัวเองลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ ก็เล่นไม่รู้อะไรสักอย่าง มันก็สมควรให้พวกนั้นสงสัยอยู่แล้ว

วิธีแถต่อก็คือสร้างเรื่องโกหกนี่แหละ

“ที่แท้เป็นเจ้าใช่ไหม?”

เสียงหนักแน่นทำให้ทุกคนหันมามองเฮียคุ อดีตนักฆ่าหนุ่มต้องลบความรู้สึกผิดในใจและโกหกต่อหน้าตาเฉย เรื่องให้ยอมรับแล้วเสี่ยงตายไม่มีวันซะหรอก

“เจ้าจะพูดอะไรอีก?”

“วันนั้นที่ข้าออกไปเดินเล่น มีคนทำร้ายข้าจนสลบแต่ข้าไม่อยากพูดออกมา เจ้านั่นแหละที่ทำให้หมู่นี้ข้าป้ำๆ เป๋อ นี่เจ้าคงวางแผนมาดีสินะ ถึงรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับข้า”

“วันนั้นข้าตั้งใจจะออกไปวาดรูปสวนแต่เป็นลมไปต่างหาก”

“งั้นเจ้าลองหาหลักฐานที่เจ้าสามารถยืนยันสิว่าโลกนี้มีการปล้นชิงร่างจริงๆ น่ะ”

“มันอาจจะเหลือเชื่อแต่มันคือเรื่องจริง จะให้พูดกี่ครั้งข้าก็ยืนยันคำเดิม” พอเถียงหนักเข้าคิโยมิก็ต่อมน้ำตาระเบิด นั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น แม้ตอนนี้นางจะไม่ใช่หญิงงามซ้ำยังมีร่างกายอ้วนท้วม แต่ด้วยสีหน้าท่าทางทำให้ผู้คนสงสารได้ไม่ยาก โดยเฉพาะมิโนรุที่เหมือนเห็นคนรักผ่านสายตา ต่างจากสาวสวยเย็นชาที่ยืนอยู่ข้างกาย

มิโนรุกับไอโกะมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

“นี่เจ้าสองคนอย่าบอกนะว่าเชื่อนาง?”

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะคุณหนู แต่ข้าแค่อยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง”

“เราไปหาที่นั่งกันก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าใครเป็นใคร” อิจิมิโฮะพูดขึ้นมาบ้าง พฤติกรรมน่าสงสัยของคิโยมิมีมาให้เห็นนานแล้ว และคราวนี้จะได้รู้กันไปเลยว่าใครกันแน่ที่เป็นคิโยมิที่นางเกลียดชัง

......................................................................................................................................................

มิโนรุมีเงินพอจะเปิดห้องใหญ่ๆ ให้ทุกคนเข้าไปนั่งถก

คนทั้งห้าเงียบกริบ หลากหลายความคิดเข้ามาในสมอง เรื่องที่เกิดขึ้นมันซับซ้อนและเข้าใจยากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เหมือนจะจริงก็คล้ายไม่จริง สิ่งที่เหมือนไม่จริงกลับคล้ายจะจริง

ไอโกะเป็นคนแรกที่พูดขึ้น

“ท่านต่างบอกว่าตนเองเป็นท่านคิโยมิ”

“ใช่ ข้าคือตัวจริง”

“ไม่ ข้าต่างหากตัวจริง”

แน่ล่ะว่าตัวจริงตัวปลอมไม่มีใครยอมใคร และเมื่อถามเรื่องอะไรก็ตามหญิงอ้วนก็สามารถตอบได้หมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่รู้กันระหว่างมิโนรุ ไอโกะ หรืออิจิมิโฮะก็ตาม

“รู้ชัดแล้วล่ะว่าใครเป็นใคร”

“พวกเจ้าจะไม่เชื่อข้าใช่ไหม?”

“ข้าก็ไม่ได้อยากจะไม่เชื่อนะ แต่เจ้าลองดูก่อนสิว่านอกจากรูปร่างหน้าตาแล้วมีอะไรที่ทำให้ข้าเชื่อว่าเจ้าเป็นคิโยมิได้” มิโนรุพูดออกไปตามความจริงพลางหันไปกอบกุมมือบวมฉุนั้นอย่างถนอม “เจ้าไม่ต้องกังวลไปนะคิโยมิ ข้ารักเจ้าที่เจ้าเป็นเจ้า ต่อให้เจ้าจะอยู่ในร่างอ้วนๆ หรือขี้เหร่ยังไงข้าก็รักเจ้าอยู่ดี”

“จริงนะคะ ข้าดีใจจังเลย”

“จริงอยู่แล้วล่ะ ข้ารักเจ้าที่จิตใจนะ และจะรักตลอดไปด้วย”

“คนบ้า พูดอะไรก็ไม่รู้”

“ก็พูดว่าข้ารักเจ้าไงล่ะ ข้ารักเจ้าๆ ได้ยินไหม?

“ได้ยินแล้วค่ะ พอแล้ว อายคนอื่นเขา”

“ไม่เห็นต้องอายเลย อีกหน่อยเราก็จะเป็นสามีภรรยากันแล้ว รอกลับไปก่อนนะ ข้าจะแต่งงานกับเจ้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามเราก็จะอยู่ด้วยกัน” สองคนพ่นคำหวานใส่กันแล้วบิดไปบิดมาด้วยความเขิน เฮียคุกุมขมับจนปวดหัว ในสถานการณ์แบบนี้ยังมีอารมณ์มารักกันอีก

“นี่แปลว่าเจ้าเชื่อเหรอว่ามีเรื่องการแย่งร่างอยู่บนโลก!?”

“ข้าก็ไม่ได้อยากจะเชื่อ แต่ข้าเชื่อเรื่องที่คุณหนูพูดมากกว่า”

“มิโฮะซัง? โฮชิ?”

สตรีทั้งสองมองไปทางอื่น

“ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนเชื่อ ข้าไปก็ได้!!” เฮียคุไม่รู้จะทำอย่างไรก็ลุกไปจากตรงนั้น เพราะอย่างไรมันก็คงยังดีกว่านั่งไปแล้วโดนไล่ถามกดดัน ไอโกะ อิจิมิโฮะ และโฮชิ มองอย่างตื่นตะลึง เอาเข้าจริงพวกนางลังเลเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ต่างจากมิโนรุที่เชื่อหญิงอ้วนหมดใจเสียแล้ว 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น

  1. #109 ลูกชุบ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 09:05
    แต่เฮียคุจะตายใช่มะ 555555
    #109
    0
  2. #106 *lจ้าxญิJกุxลาUน้ำแข็J* (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 10:10
    เฮียคุจาไปไหน
    #106
    1
    • #106-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 33)
      23 มกราคม 2560 / 23:05
      คนเขียนขอไปตามเฮียคุก่อนนะคะ 5555
      #106-1