<เรียงราวชาวประชา, 3> - จ้าวดวงใจนายกุมภัณฑ์

ตอนที่ 20 : ตอนที่๑๙ ขลุ่ยลูกดอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ต.ค. 59

“เราต้องมีอาวุธ”

“เจ้าจะทำอาวุธอะไรเหรอ?

“ข้าจะทำขลุ่ยลูกดอก”

“ห้ะ? ขลุ่ยลูกดอก? นี่ข้าไม่ได้ฟังเจ้าผิดไปใช่ไหม?” อิจิมิโฮะกระแทกเสียงเย้ยหยัน สายตาชี้ชัดว่าเกลียดชังและหมั่นไส้ร่างสูงโปร่งคนสวยข้างกายเพียงใด “เจ้าคงดูหนังมากไป คิดว่าตัวเองเป็นเพชฌฆาตร้อยปรลัย ถึงได้อยากมีขลุ่ยลูกดอกไว้ต่อสู้ป้องกันตัว”

“เหอะ ข้าอาจจะเป็นเพชฌฆาตร้อยปรลัยก็ได้ ใครจะไปรู้”

“น้ำหน้าอย่างเจ้าเนี่ยนะ? จะให้พูดอีกกี่ครั้งว่าอย่างเจ้าเป็นคนซักถุงเท้าให้เพชฌฆาตเจ้ายังไม่คู่ควร!” หญิงสาวหยามเหยียด แต่ก็ไม่ทำให้เฮียคุโกรธอีกตามเคย อาจเพราะทุกครั้งที่เกิดเรื่อง คนแรกที่เฮียคุโกรธก็คือคิโยมิ ผู้หญิงอ่อนแอที่สร้างปัญหาทิ้งไว้ให้เขาในร่างสตรีตามแก้ก็เท่านั้น

“แล้วถ้าข้าเป็นเพชฌฆาตร้อยปรลัยขึ้นมาจริงๆ เจ้าจะทำยังไงล่ะ?

“ถ้าเจ้าเป็นเพชฌฆาตร้อยปรลัย ข้าจะเป็นเมียเจ้าเลยแล้วกัน เพราะเรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว” อิจิมิโฮะส่ายศีรษะเชื่องช้า เรื่องที่สาวหน้าหวานข้างกายจะเป็นเพชฌฆาตร้อยปรลัยไม่น่ามีโอกาสเป็นไปได้เลยแม้แต่น้อย ไม่สิ มันเป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เพชฌฆาตเหล่านั้นขึ้นชื่อด้านความเก่งกล้าสามารถ เป็นนักฆ่าผดุงคุณธรรมที่คนชั่วน้อยชั่วมากต่างก็ผวาหวั่น มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่ผู้หญิงอ่อนแอตัวเล็กๆ จะเป็นเพชฌฆาต จริงอยู่ ที่คิโยมิเปลี่ยนตัวเองไปมาก จากคนขี้ขลาดที่แค่โดนแหย่อะไรนิดหน่อยก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งจะเป็นจะตายกลายเป็นคิโยมิที่สุขุมและกล้าสู้คน เอาเข้าจริงอิจิมิโฮะก็ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ตัวเองกระทำนั้นถูกต้องหรอก นางชอบแกล้งคิโยมิก็เพราะอิจฉาที่คู่หมั้นของตัวเองทั้งรักทั้งหลงคิโยมิจนไม่เหลือที่ว่างให้นาง ทั้งๆ ที่ตัวอิจิมิโฮะก็มีความสวยพอกันและยังมีคุณสมบัติด้านอื่นเหนือกว่าทุกอย่าง คนที่ไม่เคยโดนใครขัดใจมาเจอแบบนี้ก็เสียใจมาก พอเห็นคิโยมิเป็นคนที่แกล้งได้แล้วไม่เคยโต้ตอบก็ได้ใจอยากแกล้งต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาตอนที่นางออกเดินทางตามตัวมาเจอนี่แหละ ทุกอย่างก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ คิโยมิคนใหม่ทั้งกวนประสาทและแกล้งนางกลับหลายครั้ง แต่ก็ช่วยตอนเหตุการณ์ไฟไหม้ได้อย่างน่าสงสัย

“เจ้าพูดเองนะมิโฮะซัง”

“ข้าชื่ออิจิมิโฮะ ไม่ใช่มิโฮะซัง”

“แต่ข้าไม่อยากเรียกเจ้าว่าอิจิมิโฮะ เพราะข้าไม่ชอบคนที่ชื่ออิจิ” เฮียคุนึกถึงอิจิ นักฆ่าหมายเลข ๑ ผู้อาวุโสที่ชอบวางอำนาจเหมือนกับตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งที่พลังฝีมือก็ไม่ได้สูงกว่าเขามากมายอะไร “ข้าจะเรียกเจ้าว่ามิโฮะซัง แล้วเจ้าก็ต้องเรียกข้าว่าพี่ใหญ่ ตกลงไหม?

“นางเด็กบ้า เจ้าอ่อนกว่าข้าเจ็ดปียังให้ข้าเรียกว่าพี่ใหญ่ โรคจิตหรือยังไง?

“เรียกแบบนี้มันเร้าใจดี ข้าชอบ ถ้าเจ้าไม่เรียกเห็นทีเราจะเดินทางร่วมกันไม่ได้”

“พี่ใหญ่ก็พี่ใหญ่”

“พูดดีๆ ก็เป็นแฮะ” เฮียคุเอ่ยชมเปาะแล้วเริ่มวางแผนการ “งั้นเราเดินทางตอนนี้เลย กำลังค่ำๆ น่าจะเดินทางง่าย พวกที่จะจับเราน่าจะเห็นเราไม่ชัด”  

“แต่เราก็เห็นเส้นทางไม่ชัดเหมือนกันนะคะคุณหนู”

“เจ้ารู้จักคัมภีร์สิงสาราสัตว์ไหม?

“เคยได้ยินอยู่บ้าง ว่าเป็นหนึ่งในสามยอดคัมภีร์ของโลก” เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเฉลียวฉลาดแต่อย่างใด คัมภีร์สิงสาราสัตว์เป็นที่พูดถึงของคนทั่วโลก ใครๆ ก็อยากได้มันมาอยู่ในครอบครอง เพราะถึงแม้เคล็ดวิชาจะดูพื้นเพธรรมดา แต่ถ้านำไปประยุกต์กับความสามารถที่มีแล้ว สามารถล้ำหน้าได้อย่างไม่อายใคร

“นั่นแหละ ข้าเคยฝึกวิชานกฮูก”

อาจารย์ในองค์กรเพชฌฆาตร้อยปรลัยเคยสอนวิชาพื้นฐานให้ฝึกปรืออย่างคัมภีร์นกฮูกและคัมภีร์กิ้งก่า กล่าวคือนักฆ่าทุกคนในองค์กรสามารถมองเห็นในเวลากลางคืน และถ้าเปลื้องผ้าออกแล้วก็จะพรางตัวให้กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน ส่วนคำถามที่ว่าได้คัมภีร์มาจากไหนนั้น ก็ไม่เคยมีใครบอกเพราะไม่เคยมีใครถาม

“อย่างนี้เจ้าก็มองเห็นเวลากลางคืนสิ”

“ใช่ ข้าเห็นในที่มืดได้ไม่แพ้ในที่สว่าง”

“คุณหนูไปฝึกมาตอนไหนคะ? ทำไมข้าไม่เห็นรู้เรื่อง?” ไอโกะขมวดคิ้วมุ่น นางคอยปรนนิบัติรับใช้คิโยมิตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ ด้วยกัน ก็ไม่เคยเห็นคิโยมิทำอะไรนอกจากนอนขี้แยอยู่บนเตียง ครอบครัวเองก็ใช่ว่าเป็นยอดฝีมือมาจากไหน การที่เจ้านายสาวมีพลังเช่นนี้นับว่าน่าสงสัยมาก

“ไว้เดี๋ยวสักวันข้าจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้เจ้าเข้าใจเอง ตอนนี้ข้าพูดอะไรก็ให้เจ้าเชื่อฟังข้าไปก่อน ข้าสาบานเลยว่าข้าจะคุ้มครองเจ้าสองคนได้ตลออดรอดฝั่ง”

“ข้าไว้ใจคุณหนูค่ะ”

“ส่วนข้าไม่มีทางเลือก”

“งั้นเราเดินทางกันเถอะ”

“เราจะไปไหนน่ะ?

“ร้านคุลดัน”

......................................................................................................................................................

ร้านที่พูดถึงเป็นร้านขายอาวุธเจ้าใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่ถึงปี แต่ด้วยฝีมือที่ชำนาญ และบริการที่ดีทันใจ ทำให้มีชื่อเสียงได้ในเวลารวดเร็ว เหล่านักสู้ผู้มีพลังฝีมือทั้งหลายไม่ว่าจะมีสมัครเล่นหรือระดับเทพเจ้าต่างก็แวะเวียนมาซื้ออาวุธที่ร้านนี้เสมอ เพชฌฆาตร้อยปรลัยก็ไม่เว้น

แม้จะเดินทางต่อหลายเที่ยวก็นับว่าคุ้มกับสิ่งที่จะได้มา ทั้งสามตกระเหเร่ร่อนกลางทะเลหลายวันกว่าจะมาถึง และเมื่อมาเจ้าของร้านก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ร้านคุลดันขึ้นชื่อว่าบริการลูกค้าทุกคนยกใครก็ต้องยกนิ้วให้ ชายชราหน้าตาใจดีเดินถือถาดน้ำเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

“ชาร้อนๆ ครับท่านผู้กล้า เชิญดื่มให้เพลินใจ ไม่ซื้อไม่เป็นไรครับ”

“ขอคำแนะนำหน่อย มีอาวุธอะไรน่าสนใจบ้าง?” อิจิมิโฮะถามพลางสอดส่องสายตาไปทั่วร้าน ยอมรับอยู่ในใจว่าคิโยมิเข้าใจเลือกร้าน เพราะร้านนี้กว้างขวางมีอาวุธให้เลือกทุกรูปแบบ ชายชราก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี สมกับที่ศัตรูหัวใจนางเอ่ยชื่นชม

“อาวุธสำหรับผู้หญิงข้าแนะนำเป็นมีดสั้น ท่านลองดูทางซ้าย ทางร้านเราออกแบบให้ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป จับพอดีมือ น้ำหนักค่อนข้างเบา ใบมีดคบกริบ”

“ส่วนข้าขอขลุ่ยลูกดอก”

“ขลุ่ยลูกดอกแบบที่เพชฌฆาตร้อยปรลัยใช้เหรอครับ?

“ใช่ ข้าจะเอาแบบนั้นแหละ”

“งั้นรอแป๊บเดียวครับ เดี๋ยวข้าจะไปผลิตมาให้ สั่งเช้าได้เที่ยง สั่งเที่ยงได้บ่าย สั่งบ่ายได้เย็น ท่านสั่งตอนเที่ยง เพราะฉะนั้นอีกสามชั่วโมงเชิญมารับครับ แต่ข้าขอเงินค่ามัดจำสักครึ่งราคาก่อน...”

“เอาเงินนี่ไป ช่วยทำให้ดีเหมือนเพชฌฆาตร้อยปรลัย ข้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ”

“ไม่ต้องกังวลไปครับ ร้านคุลดัน ถ้าสินค้าไม่คุณภาพข้าไม่กล้าคิดเงิน”

เวลาไม่ถึงสามชั่วโมงขลุ่ยลูกดอกก็เสร็จ ชายชราเดินมามอบอาวุธให้ด้วยท่าทีสุภาพยิ่ง เฮียคุเองยังนึกเกรงใจต้องรีบค่อมตัวรับสินค้า อย่างไรเสียคนเบื้องหน้าก็อาวุโสกว่าตนมาก

“นี่ครับท่านลูกค้า”

“ขอบคุณมากท่านคุลดัน”

“โอกาสหน้าเชิญร้านคุลดันอีกนะครับ”

หญิงสาวทั้งสามเดินทางออกมาจากร้านขายอาวุธกลับเข้าที่พัก โชคดีที่อิจิมิโฮะมีเงินติดตัวอยู่ไม่น้อยจึงวิ่งหนีหลบซ่อนสายตาคนโฉดได้เรื่อยๆ ถึงกระนั้นความสัมพันธ์ก็ใช่จะดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะอยู่ร่วมกันเป็นเวลานาน อิจิมิโฮะก็ยังหาจังหวะกระแหนะกระแหนเฮียคุอยู่ดี แต่ทุกคำที่นางเรียกหาคิโยมิก็คือ พี่ใหญ่ตามที่อีกฝ่ายต้องการเสมอ

“พี่ใหญ่ ได้อาวุธแล้วจะไปไหนกันต่อ?

“ได้อาวุธของเพชฌฆาตร้อยปรลัย ก็เหมือนได้อยู่กับเพชฌฆาตร้อยปรลัย เจ้ามีอะไรต้องกลัวล่ะมิโฮะซัง” เฮียคุถลกแขนเสื้ออย่างลืมตัว รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจในความเป็นนักฆ่ากลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็มั่นใจมากขึ้นว่า เขาสามารถเอาตัวรอดได้แม้จะไม่ได้เก่งกาจเหมือนสมัยเป็นเฮียคุจริงๆ ก็ตาม

คิดเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรก็ปวดสมอง

เฮียคุนึกไม่ออกว่าใครเป็นต้นเหตุของการทำร้ายเขาจนมีสภาพเป็นแบบนี้ จะว่าเป็นคนนอกองค์กร มันก็เป็นไปได้เพราะหน้าที่ของเขาคงสร้างความคับแค้นใจกับพวกชั่วช้าจนหาทางลอบกัด แต่จะว่าเป็นคนในองค์กร มันก็ยิ่งเป็นไปได้อีก เพราะมันรู้วิธีปรุงยาพิษที่การตรวจพิษของเพชฌฆาตร้อยปรลัยทั่วไปจัดการไม่ได้

ทว่า ต้นตอสาเหตุคืออะไรล่ะ?

ตลอดชีวิตในองค์กร เฮียคุไม่เคยขัดแย้งกับใครจริงจัง อย่างมากก็มีคนที่พูดคุยกันถูกคอกับคนที่คุยกันไม่รู้เรื่องจนไม่ชอบพอกันเป็นเรื่องปกติ เขาเองก็พอรับรู้มาบ้างว่าฝีมือที่เขามีทำให้หลายๆ คนหมั่นไส้และอิจฉา นั่นอาจเป็นเหตุผลให้มันส่งคนมาจัดการเขาก็มีโอกาสด้วย

และที่สงสัยที่สุดไม่ใช่เรื่องการฆ่า แต่เป็นเรื่องการมาอยู่ในร่างคิโยมิ

เฮียคุไม่สามารถหาคำตอบได้เลยว่าเพราะอะไรเขาถึงมาอยู่ในร่างสูงโปร่งบอบบางที่ทำอะไรแทบไม่ได้นี้ ลองคิดในมุมกลับกัน ถ้าเขาคิดจะฆ่าใครสักคนจริงๆ ในสภาพที่ได้เปรียบแบบนั้นเขาคงจะจับเชือดทิ้งทีเดียวจบไม่ให้มันกลับมาเป็นเสี้ยนหนามชีวิตเขาได้อีก

หรือมันคิดว่าเฮียคุในร่างคิโยมิจะไม่กลับมาเป็นเสี้ยนหนามชีวิตเขาได้อีก

นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสงสัย เฮียคุไม่ใช่คนฉลาดในเชิงวางแผนมากมาแต่ไหนแต่ไร เขาก็แค่คนมีพรสวรรค์ในการต่อสู้และเอาตัวรอด เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์ขี้แกล้งใครด้วย แต่สถานการณ์ที่พาไปกับคนที่พบพานทำให้เขาค่อยๆ กลายเป็นคนแบบนี้ก็เท่านั้นเอง  

เฮียคุไม่รู้ตัวเลยว่าระหว่างที่ตัวเองกำลังคิด ไอโกะก็แอบมองเขาเช่นกัน หญิงสาวได้แต่เก็บความสงสัยไปพร้อมๆ กับความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลง

......................................................................................................................................................

โยชิโนะเริ่มกระวนกระวายกับการไม่กลับบ้านของลูกสาว นางเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้จนชายข้างกายต้องถามด้วยความกังวลเช่นเดียวกัน  

“ยังไม่ได้ข่าวคราวของอิจิมิโฮะอีกเหรอ?

“รู้แต่ว่าไอ้ไดซึเกะออกล่าฆ่าหัวนางแล้ว”

“เจ้าพอทำพิธีหาตัวนางได้ไหม?

“พิธีกรรมพวกนี้ ทำแล้วต้องรออีกร้อยวันถึงจะทำใหม่ได้ ข้าไม่น่าปล่อยให้นางไปเลย ไม่รู้ป่านนี้นางจะเป็นยังไงบ้าง? จะกินข้าวอิ่มหรือเปล่า? จะมีที่นอนดีๆ ไหม?

“อย่าคิดมากเลยน่าโยชินะ อิจิมิโฮะเป็นคนเก่ง นางต้องรอดกลับมาได้”

“ตอนนี้ข้าร้อนใจเสียจนอยากจะส่งคนไปฆ่าไอ้แก่นั่นให้ตายเลย กล้าดียังไงถึงมาประกาศจับลูกสาวข้า?” โยชิโนะพูดอย่างเกรี้ยวกราด แต่นางก็ไม่สามารถทำอย่างที่ใจต้องการได้ เพราะถึงฆ่าไดซึเกะไป ก็ไม่ได้ทำให้อิจิมิโฮะกลับมา ซ้ำร้าย พวกมันอาจจะยิ่งอาฆาตและเมื่อตามตัวหญิงสาวเจอจะได้แก้แค้นหนักขึ้น คนเป็นแม่ทุกข์ใจจนอกจะแตก โดยไม่รู้เลยว่า ความทุกข์เดียวที่อิจิมิโฮะมีตอนนี้ คือต้องอยู่ร่วมกับ พี่ใหญ่ ที่นางเกลียดชังต่างหาก

เอ๊ะ โยชิโนะคุยกับใครน้า แล้วตกลงใครเป็นคนทำให้เฮียคุต้องมาอยู่ในร่างคิโยมิ หรือมันเป็นแค่เรื่องบังเอิญกันแน่ ถ้าอยากรู้คงต้องติดตามตอนต่อไปเองค่ะ เฮียคุจะแสบขึ้นทุกตอนตามสถานการณ์ที่พาไปแน่ๆ ส่วนใครเป็นนางเอกของเฮียคุนั้น คงทิ้งเป็นปริศนาให้ทายกันต่อไป เป็นกำลังใจให้เฮียคุและผู้เขียนด้วยนะคะ ^ ^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น

  1. #80 หิมะกลางทะเลทราย (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 23:01
    คิโยมิ จะไปอยุ่ในร่างใครนะ? อ่อนแอ ไม่มีพี่เลี้ยง น่าสงสารแย่เลย
    #80
    0
  2. #69 ลูกชุบ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 15:13
    ไอโกะเรียบร้อยไป เฮียน่าจะชอบแสบๆ แบบมิโฮะนะ เท่าที่อ่าน
    #69
    0