<เรียงราวชาวประชา, 3> - จ้าวดวงใจนายกุมภัณฑ์

ตอนที่ 2 : ตอนที่๑ นักฆ่าคะนองศึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ก.ย. 59

คมหอกเสียบทะลุอกของใครคนหนึ่ง

มันเป็นพ่อค้า... พ่อค้าที่ชั่วมากคนหนึ่ง

โลหิตไหลนองออกมาจากช่องท้องไหลลงมาเต็มพื้น ดวงตาของมันเบิกกว้างคล้ายเก็บรูปโฉมของผู้ที่มาปลิดชีวิตไว้ให้ขึ้นใจแล้วจึงล้มลงจบชีวิตเป็นเพียงซากศพ

นักฆ่าผู้นั้นเก็บหอกกลับเข้ากระเป๋า สีหน้าของเขาแฝงแววปีติที่ปฏิบัติภารกิจสำเร็จ ริมฝีปากบางสีระเรื่อยกยิ้มเล็กน้อย ลงลายมือชื่อกำกับว่าตัวเองมาถึงที่นี่แล้ว

เพชฌฆาตร้อยปรลัย’

ชื่อนี้แม้ดูธรรมดาสามัญ แท้จริงไม่ธรรมดาสามัญ ถ้าคุ้นเคยกับแวดวงอิทธิพลมืดมาพอควรน่าจะทราบได้ว่า ยิ่งชื่ออลังการดุเดือดแค่ไหน ยิ่งมีฝีมือน่าขบขันมากแค่นั้น เป็นต้นว่าพรรคปฐพีเดือดเชือดอาทิตย์ ล้านมิตรพิชิตผองภัย หรือจอมมารสะท้านโลกันต์ พวกมันคล้ายเป็นตัวโง่งมสำหรับบรรดาของจริงมากกว่า...

เพชฌฆาตร้อยปรลัยเป็นของจริง

ขอเพียงพวกเขาหมายหัวใครสักคน รับรองไม่เกินสิบวัน ศีรษะนั้นย่อมหลุดจากบ่า หรือถ้าเป็นคดีระยำต่ำช้า กว่าศีรษะคนชั่วจะหลุดจากบ่าย่อมได้รับความทรมานอย่างสาสม

“เฮียคุกลับมาแล้ว”

เป็นชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบเดินลงมาจากหุบเขา รูปร่างชายคนนี้สูงสง่ากว่าคนทั่วไป สีหน้าของเขาหล่อเหลาและเรียบนิ่ง ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเป็นเส้นตรง จมูกที่อยู่ระหว่างดวงตาไร้แววตาโด่งเป็นสัน เครื่องหน้าคมและคล้ายว่าจะไม่เคยแสดงความรู้สึกใดๆ

การเป็นนักฆ่าของเพชฌฆาตร้อยปรลัยห้ามแสดงความรู้สึกใดๆ

“สวัสดีครับท่านเฮียคุ วันนี้ไม่ทราบจะรับ...?

“สาเก” เฮียคุยื่นมือออกไป “ข้าจะรับสาเก”

เหล้าสาเกถูกรินใส่แก้ว เฮียคุรีบคว้ามากรอกปากให้สมกับความอยาก รสชาติของมันเผ็ดร้อนและกลมกล่อม เขาชอบที่จะดื่มเหล้าหลังกลับจากการสังหารผู้คน กลิ่นสุรายังตลบอยู่ในปากให้ความรู้สึกดีอย่างที่คนไม่ลิ้มลองสุรานั้นยากที่จะเข้าใจ

อย่างที่คนไม่เสพติดสุรานั้นยากที่จะเข้าใจ

เฮียคุติดสุรา... เขาติดสาเกอย่างหนัก วันไหนที่ไม่ได้ดื่มมักจะมีอาการหงุดหงิดงุ่นง่ายอารมณ์เสีย แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องไปปฏิบัติหน้าที่ เฮียคุก็สามารถข่มอารมณ์ทุกอย่างและลงมือปลิดชีวิตคนโฉดรายนั้นด้วยอาการสงบนิ่งได้อย่างน่าอัศจรรย์

ตอนนี้เฮียคุปลิดชีวิตคนโฉดเรียบร้อยแล้ว เขาจึงจะกลับบ้านพักผ่อน  

ระยะทางที่เดินผ่านหุบเขาผ่านลงไปในถ้ำเต็มไปด้วยอุปสรรค หนทางเข้าออกไม่ได้ง่ายอย่างใจคิด แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านเข้าออกมาตั้งแต่เล็กๆ ทำให้เฮียคุสามารถเดินผ่านถ้ำอันซับซ้อนไปได้จนปลอดภัย กลิ่นอับๆ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นอากาศโล่งสบายเมื่อเดินออกมาถึง บ้าน’  

“เป็นไงบ้างครับท่านเฮียคุ?

“ก็เรื่อยๆ แหละครับท่านคิวจูซาน” นักฆ่าหมายเลข ๑๐๐ เอยทักทายนักฆ่าหมายเลข ๙๓ องค์กรนี้ก็เป็นอย่างนี้ ทุกคนจะเรียกชื่อเป็นรหัสหมายเลขตั้งแต่ ๑ ไปถึงร้อย ๑๐๘ เฮียคุสนิทสนมกับคิวจูซานตั้งแต่สมัยยังเด็ก อาจเรียกได้ว่าคิวจูซานเป็นพี่เลี้ยงของเฮียคุตอนนั้นเลยก็ว่าได้

ด้วยเหตุนี้ เฮียคุจึงสนิทและเคารพเกรงใจคิวจูซานอยู่มากอย่างที่ไม่เป็นกับใครง่าย และทั้งคู่ก็มักร่ำสุราหลังฆ่าคนโฉดกลับมาด้วยกันเป็นประจำ

“ฆ่าง่ายไหม?”

“ยุ่งยากนิดหน่อยครับ พวกมันเยอะพอตัวเลยแหละ” เฮียคุบ่นเล็กน้อย พ่อค้ารายนี้มีชื่อเสียงโด่งดังแล้วยังลูกน้องคอยรับใช้อยู่ค่อนข้างมาก

“ระดับท่านเฮียคุ พวกมันจะมากี่คน ก็ไม่เห็นต้องสนใจอะไร”

“ชมเกินไป ท่านคิวจูซานเก่งกว่าข้ามาก”

“ท่านต่างหากที่กล่าวเยินยอเกินไป จริงอยู่เมื่อก่อนข้าอาจเคยสั่งสอนท่าน แต่บัดนี้ฝีมือท่านเหนือกว่าข้าแล้ว” คิวจูซานนึกถึงสมัยเฮียคุยังเล็กและได้เขาคอยดูแล ทว่าปัจจุบันเฮียคุกลับมีฝีมือล้ำหน้าพวกพ้องไปมาก... มากจนถึงขั้นที่ว่าศิษย์รุ่นแรกๆ หลายคนยังเทียบไม่ได้

เฮียคุไม่รู้ว่าความสามารถที่ตนมีคือพรสวรรค์หรือพรแสวง

เขาเกิดมาในร่างกายที่สูงใหญ่แข็งแรง มีพละกำลังมากชนิดที่สู้มือเปล่ายังคว่ำซูโม่อาชีพได้ถึงสิบคน ใช้อาวุธแล้วสู้คนมีอาวุธประเภทเดียวกันถึงแปดคน

เท่านั้นยังไม่พอ เฮียคุยังหมั่นฝึกปรือวิชาจนเป็นที่ประจักษ์แก่คนในองค์กรว่าฝีมือเขาร้ายกาจขนาดไหน ถ้าใครมาเห็นชายหนุ่มฟาดฟันศัตรูเป็นต้องตะลึงตะลานตาค้างกับหมัดที่เรียกได้ว่าแทบจะความเร็วแสง การวิ่งที่รวดเร็วจนเรือยนต์ยังอาย หรือการใช้ขลุ่ยลูกดอกที่เขาออกแบบเองและใช้เอง

“ถ้าไม่ได้ท่านในวันนั้น ก็คงไม่มีข้าในวันนี้ ข้าเลื่อมใสท่านนัก”

“พูดเช่นนี้มีเวลาว่างหรือไม่ก็ว่างมา”

“ย่อมมี ท่านเล่า?”

“หากเป็นการร่ำสุรากับน้องชายที่รักของข้าแล้ว ข้าย่อมมี”

“ไปหาสาเกดื่มกันเถอะ” เฮียคุเชิญทั้งที่ตัวยังกรุ่นกลิ่นสุราอยู่ ทว่าการดื่มแก้ความอยากกับการดื่มร่วมกับสหายสนิทนับเป็นคนละเรื่องกัน

แก้วสาเกถูกยกขึ้นชนกันไม่รู้กี่รอบพร้อมกับบรรยากาศที่แสนปีติ สองสหายสนทนาโต้ตอบกันตามประสามิตร คุยไปคอแห้งก็ซดเหล้าไปให้หัวใจมันฉ่ำชื้น ยามน้ำสาเกกระฉอกออกจากแก้วเฮียคุถึงกับแทบเอาปากไปรองรับ กลิ่นอันเย้ายวนนั้นทำให้ชายหนุ่มผู้แกร่งกล้าใจเต้นไม่เป็นล่ำ ใครจะเชื่อว่าแค่กลิ่นสุรายังยั่วเย้าเขาได้ถึงเพียงนี้ ด้วยความเสพติดเกินพอดีทำให้เฮียคุหลงใหลสุราจนถึงขั้นถอนตัวไม่ขึ้น ใจมันสั่นจนเหมือนจะหลุดออกมาจากอก ราวกับชายชาตรีที่เพิ่งได้พบพานกับหญิงสาวที่ถูกใจอย่างไรอย่างนั้น

เฮียคุเป็นชายชาตรี แต่เขาไม่อาจพบพานกับหญิงสาวที่ถูกใจ

ประมุขของเพชฌฆาตร้อยปรลัยก็เป็นอิสตรี นางย่อมตระหนักดีว่าผู้หญิงอันตรายขนาดไหน ยิ่งงดงามมากเท่าไรยิ่งอันตรายร้ายกาจ เหล่านักฆ่าจึงถูกสั่งสอนมาว่าห้ามรักห้ามแค้น ชีวิตนี้ต้องอุทิศให้กับการพิทักษ์คุณธรรมโดยการฆ่า ฆ่า ฆ่า และฆ่า... เท่านั้น

“โอกาซังเรียกท่านเข้าพบบ้างหรือเปล่า?”

โอกาซังเป็นประมุขของที่นี่ แน่นอนว่านางเป็นอิสตรี ประวัติการเป็นมาของนางค่อนข้างลึกลับ ไม่มีนักฆ่ารุ่นไหนทราบว่าโอกาซังเป็นใครมาจากไหน ทราบเพียงแค่ว่านางเป็นหญิงสาวที่อุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้าด้อยโอกาสร้อยแปดคนเท่านั้น ด้านวิชาความสามารถก็ได้อาจารย์ที่เป็นผู้ชายคอยฝึกสอนให้ว่าต้องโจมตีคู่ต่อสู้อย่างไรให้เพลี่ยงพล้ำได้โดยง่ายที่สุด หลักการของเพชฌฆาตร้อยปรลัยคือการจัดการคนโฉดชั่วให้เร็วที่สุดโดยใช้เวลาให้น้อยที่สุด และห้ามให้จิตใจมีกิเลสขณะทำการฆ่าหรือทรมาน ทุกอย่างต้องว่างเปล่าและเป็นไปเพราะหน้าที่อย่างแท้จริง

“ไม่ได้เรียกพบมาสองเดือนแล้ว มีอะไรหรือ?”

“ข้าเห็นว่าท่านเป็นศิษย์ที่โปรดปรานเลยลองถามดู ช่วงนี้โอกาซังไม่เรียกพบใครเลย” คิวจูซานพึมพำขณะที่ฤทธิ์สุรากล่อมประสาทได้ที่

“บางทีโอกาซังอาจต้องการพักผ่อน เพราะท่านก็ดูแลพวกเรามานานแล้ว”

“ข้าก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น”

“ท่านวิตกเกินไป อย่ามัวแต่คิดมากให้ปวดหัวเลย เรามาดื่มกันต่อเถอะ” พูดจบก็ยกแก้วขึ้นมาวางตรงหน้าแล้วยิ้มให้กันหนึ่งที ทั้งคู่ซัดสุราต่อแก้วแล้วแก้วเล่า ราวกับว่าถ้าขาดสุราแล้วจะตายอย่างไรอย่างนั้น แต่ก็ไม่เป็นไรน่า ตราบใดที่มีชีวิตอยู่เฮียคุจะขาดสุราได้อย่างไร ชายหนุ่มคิดอย่างหมายมั่น เขาอยากดื่มต้องได้ดื่มก็เท่านั้น

......................................................................................................................................................

ขณะเดียวกันในอีกมุมหนึ่งของโลก คิโยมิ กำลังนั่งหวีผมอยู่บนเตียงนอน มือของนางสั่นระริกด้วยฤทธิ์ไข้ ใบหน้างดงามดุจตุ๊กตากระเบื้องน้อยๆ ทำให้ใครต่อใครหลงรักมานักต่อนัก

คิโยมิเป็นคนสวยจนไม่อาจละสายตา ใบหน้าหวานละมุนกับดวงตาเชื่อมคู่นั้นคล้ายมีเสน่ห์ให้มองอย่างไม่รู้เบื่อ รูปร่างของนางค่อนข้างสูงโปร่ง อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกผาย มีทุกอย่างที่ผู้ชายปรารถนา เรือนผมยาวสลวยทิ้งตัวลงมาถึงบั้นเอว คิโยมิจัดว่างดงามใกล้จะสมบูรณ์แบบ ข้อด้อยอย่างเดียวของนางคือพวงแก้มที่ซีดเซียวไร้สีเลือด

เหตุผลก็ไม่ใช่อะไร คิโยมิมีสุขภาพย่ำแย่จนถึงขั้นที่เรียกได้ว่าขี้โรค

“ไอโกะ มาช่วยข้าที”

“มาแล้วค่ะคุณหนู” หญิงสาวที่ดูอายุมากกว่าสองสามปีเช้ามาประคองร่างสูงโปร่งบอบบางไปช้าๆ ระหว่างทางไปสูดอากาศคิโยมิคล้ายเวียนหัวจนต้องทรุดนั่งลงกับพื้น

“โอ๊ย... ข้าเวียนหัว”

“อีกแล้วเหรอคะ? ข้าว่าคุณหนูไปหาหมอเถอะค่ะ” ไอโกะพูดด้วยความเป็นห่วง ร่างกายของคิโยมิย่ำแย่ลงทุกวัน มือไม้หรือก็อ่อนแรงชนิดที่ว่าบี้มดยังไม่ตาย

“ข้าขี้เกียจไปหาแล้วไอโกะ หมอกี่คนก็รักษาข้าไม่หายสักที”

“ต้องหายสิคะ คุณหนูจะต้องหาย ข้าจะไปเรียนคุณท่านนะคะว่าคุณหนูจะเป็นลม” ไอโกะหยิบพัดมาพัดให้กับหญิงสาวสูงศักดิ์ นางสงสารเจ้านายเหลือเกิน ถึงจะสวยไม่เป็นรองใครแต่ก็ไม่มีอะไรน่าภาคภูมิใจไปกว่าความสวยเลย คิโยมิเป็นผู้หญิงขี้โรค ป่วยแทบทุกสัปดาห์ ไหนจะโรคประจำตัวที่ทรมานนางมาตั้งแต่เล็กๆ และด้วยความอ่อนแอนี้ทำให้จิตใจที่เปราะบางของคิโยมิไร้ภูมิต้านทานลงทุกวัน คิโยมิไม่มีเรี่ยวแรงไปเรียนหนังสือหรือฝึกปรือใดๆ แต่ละวันผ่านไปด้วยความอิดโรยแห้งเหี่ยวอยู่บนเตียงที่แม้จะนุ่มกว้างเพียงใด ก็ไม่สามารถเทียบกับการได้เดินเล่นในสวนหลังบ้านได้เลย

“มาจนป่านนี้ข้าไม่คิดจะหายอีกแล้วล่ะไอโกะ ขอแค่ข้าได้มีชีวิตอยู่... มีลมหายใจก็พอ”

“โธ่ คุณหนู...”

“สำออยจริงๆ นะคิโยมิ” เป็นผู้หญิงร่างท้วมอีกคนเดินผ่านมาแล้วมองมายังหญิงสาวด้วยความดูถูกปนสมเพช คิโยมิที่ป่วยอยู่แล้วถึงกับหน้าซีดตัวสั่นหนักกว่าเดิม

“คุณหนูใหญ่...”

“หึ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าจะแกล้งป่วยเรียกร้องความสนใจได้ตลอดเวลา” คุณหนูใหญ่ที่เป็นลูกภรรยาแต่งพูดจาค่อนขอดน้องสาวคนละแม่ด้วยรอยยิ้มหยัน นางไม่ชอบคิโยมินักหรอกเพราะสวยเกินหน้าเกินตา เห็นทีไรก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ ด้านคิโยมิพอโดนด่าก็ถึงกับเบะปากน้ำตาไหลพราก

“ข้าขอโทษ... ข้าไม่ได้ตั้งใจเกิดมาแบบนี้เหมือนกัน”

“รีบไสหัวไปซะ อย่าให้ข้าเห็นหน้าที่น่ารำคาญของเจ้า ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน” คำสั่งนั้นทำให้คิโยมิตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ ไอโกะรีบพาร่างสูงโปร่งไปอีกทางแล้วพูดจาปลอบประโลมให้เย็นใจ ไม่เก็บคำพูดที่ไม่ดีของคุณหนูใหญ่มาคิดให้จริงจัง 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น

  1. #126 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 06:52
    บรรยายดีนะคะ
    #126
    0
  2. #86 สมบุกสมบัน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 20:22
    น่าสนใจครับ
    #86
    0
  3. #85 สมบุกสมบัน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 20:22
    น่าสนใจครับ
    #85
    0
  4. #72 เจ้าชายไก่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 17:25
    ชอบเฮียมากค่ะ เก่งสุดๆ
    #72
    0
  5. #28 ลูกชุบ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 10:01
    เฮียโหด รอฮาค่ะ
    #28
    0
  6. #25 หิมะกลางทะเลทราย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 22:31
    สู้เขาสิ เอาใจช่วย
    #25
    1
    • #25-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 2)
      21 ตุลาคม 2559 / 01:51
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
      #25-1
  7. #24 หิมะกลางทะเลทราย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 22:30
    สู้เขาสิ เอาใจช่วย
    #24
    0
  8. #5 *lจ้าxญิJกุxลาUน้ำแข็J* (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 14:48
    เฮียคุกับคิโยมินี้ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลย คิโยมิชีวิตนางนิดราม่ามาก
    #5
    0