<เรียงราวชาวประชา, 3> - จ้าวดวงใจนายกุมภัณฑ์

ตอนที่ 11 : ตอนที่๑๐ จดหมายและความหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 ต.ค. 59

ไดซึเกะนั่งถลกแขนเสื้อซดน้ำแกงปลาไหลในถ้วยด้วยท่าทีมูมมามชนิดที่บรรดาคนรับใช้เห็นแล้วยังอดเก็บไปนินทาลับหลังไม่ได้ คนอะไรจะรวบรวมความโสโครกกักขฬะไว้ได้เช่นนี้อีกคงหามีไม่ ทว่าด้วยความรวยทรัพย์ทำให้แม้จะขี้ริ้วก็ยังมีหญิงงามรักสบายหลายคนยินยอมทอดกายหวังให้เขาเลี้ยงดูเล่น

“ท่านไดซึเกะคะ ให้ข้านวดให้ตรงไหนอีกไหมคะ?”

“อืม ตรงนี้แหละ... ดี... แรงๆ อีก” ไดซึเกะนั่งยิ้มน้ำลายไหลเมื่อนางบำเรอคอยเอาอกเอาใจอยู่ไม่ขาด นึกขอบคุณต้นตระกูลของตัวเองที่ทำงานเป็นขุนนางรับใช้พระราชาจนมีฐานะใหญ่โต ใครๆ ก็ต้องเกรงใจ จะทำอะไรก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจใครหน้าไหนทั้งนั้น

“ข้าว่า โลกนี้ท่านหาผู้หญิงคนไหนรู้ใจท่านไปมากกว่าข้าไม่มีอีกแล้ว จริงไหมคะ?”

“ตอนนี้อาจจะใช่ แต่ต่อไปก็ไม่แน่” ไดซึเกะนึกถึงยอดหญิงแสนงามที่เขาเพ้อหาทุกค่ำคืน ความงามของนางไม่เป็นรองหญิงใดในปฐพี “อีกไม่นานคิโยมิก็จะแต่งงานเป็นเมียข้า ถึงเวลานั้นนางอาจจะรู้ใจข้าไปมากกว่าเจ้าก็ได้ แต่เจ้าก็อย่าน้อยใจไปเลย ยังไงข้าก็ไม่ทอดทิ้งเจ้าหรอกน่า”

“ไม่ทันไร ท่านก็จะเบื่อข้าซะแล้วเหรอคะเนี่ย?”

“ไม่หรอกน่า ข้ารวยซะอย่าง จะเลี้ยงผู้หญิงสักหลายสิบคนจะเป็นไรไป”

“แต่ยังไงคนที่ท่านจะตกแต่งเป็นภรรยาด้วยก็มีแค่คิโยมิไม่ใช่เหรอคะ?”

“ก็ใช่น่ะสิ ตำแหน่งภรรยาข้าก็ต้องเก็บไว้ให้ผู้หญิงที่สวยเป็นพิเศษสักหน่อย” ชายรูปร่างอ้วนเตี้ยยังคงสวาปามอาหารอย่างมูมมามต่อไป แน่นอนว่าหญิงข้างกายต่างก็หลับหูหลับตาปรนเปรอความสุขให้แลกกับเงินและชีวิตที่สุขสบาย นึกเสียว่าดีกว่าใช้ปากขัดถูพื้นในคอกม้าอยู่หลายส่วน

“แล้วนี่ท่านจะไปไหนคะ?”

“ไปบอกคนรับใช้ว่าให้เตรียมห้องต้อนรับเมียข้าหน่อย ต้องจัดให้ดีๆ อย่าให้ขาดตกบกพร่องอะไรได้ คิโยมิจะต้องดีใจที่ได้แต่งงานกับข้า”

เอาเข้าจริงหญิงสาวเหล่านั้นก็บอกไม่ถูกว่าคิดอย่างไรกับคิโยมิ จะบอกว่าอิจฉาที่ได้เข้าพิธีวิวาห์เป็นทางการและมีตำแหน่งภรรยาหลวงก็ไม่เต็มปาก นั่นก็เพราะพวกนางทราบดีว่าคิโยมิหาได้เต็มใจเข้ารับตำแหน่งนี้ ผู้หญิงบอบบางนางหนึ่งถูกบีบบังคับให้ต้องรับใช้ผู้ชายอัปลักษณ์ตัวเหม็นสกปรกคงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนัก

คงไม่ใช่เรื่องที่ คิโยมิจะยินดีนัก

......................................................................................................................................................

“ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด”

“แต่ท่านพ่อครับ ข้ากับคิโยมิคบหาดูใจกันมาหกปีแล้ว เรารักกันนะครับท่านพ่อ” มิโนรุกำจดหมายในมือด้วยท่าทีจริงจัง สาวใช้ประจำตัวของคิโยมิเป็นคนส่งจดหมายฉบับนี้มาถึงที่และกำชับให้เขาต้องรีบเปิดอ่านให้เร็วที่สุด และทันทีที่มิโนรุเปิดอ่านเขาก็แทบคลั่งด้วยไฟรักอันร้อนรุ่มที่สุมทรวง

ถึง ท่านมิโนรุยอดรักของข้า ข้ากำลังจะถูกบังคับให้เข้าพิธีแต่งงานกับท่านไดซึเกะ ข้าควรจะทำอย่างไรดีในเมื่อในใจของข้ามีเพียงท่าน ท่านเป็นชายเดียวที่ข้าจะมอบกายถวายชีวิตให้ ถ้าไม่ได้เป็นท่านแล้ว ข้ายินยอมตายเสียดีกว่าอยู่ ข้าคงทำใจไม่ได้ถ้าต้องใช้ชีวิตร่วมกับชายที่ข้าไม่ได้รัก บางทีนี่อาจเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายที่ข้าจะสามารถเขียนถึงท่าน เพราะข้าขัดคำสั่งท่านพ่อไม่ได้ และข้าก็ไม่อยากมีชีวิตอีกแล้ว ขอให้ท่านโชคดีและมีความสุข แม้อนาคตของท่านจะไม่มีข้าอีกต่อไป ลาก่อนค่ะ ท่านมิโนรุ

จดหมายที่เฮียคุใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีในการเขียนถูกส่งมายังมิโนรุผ่านสาวใช้คนสนิท เพียงเท่านี้มิโนรุก็ฉุนเฉียวไปไม่น้อยกว่าสิบชั่วโมงตั้งแต่ที่จดหมายมาถึงมือ

“โบราณว่า สามวันจากนารีเป็นอื่น ตอนนี้คิโยมินางรักเจ้าก็จริง แต่พอแต่งงานไปเป็นเมียไดซึเกะแล้วนางก็ต้องซื่อสัตย์ต่อสามีนาง ตอนที่ข้าแต่งงานกับแม่เจ้า เราต่างคนต่างก็ไม่ได้ชอบพออะไรกันมาก่อนเหมือนกัน” พ่อของมิโนรุยกตัวอย่างของตนขึ้นมาอ้าง ด้านภรรยาก็เห็นด้วย

“ใช่ๆ แล้วข้าก็ไม่ได้รักพ่อเจ้ามาก่อน แต่พอแต่งงานแล้วข้ากับพ่อเจ้าก็ค่อยมารักกันทีหลัง ข้าไม่เห็นต้องจะเป็นจะตายกับเรื่องแค่นี้เลย”

“มันไม่ใช่เรื่องแค่นี้นะท่านพ่อท่านแม่ ท่านจะเอาตัวท่านมาเทียบกับคิโยมิได้ยังไง? ในเมื่อคนที่ท่านแต่งด้วยไม่ใช่ไอ้ไดซึเกะ!!” สถานการณ์นี้เปลี่ยนมิโนรุผู้นอบน้อมและไม่เคยขัดใจบุพการีให้ดื้อดึงอย่างที่ไม่เคยทำ แน่ล่ะว่าเขาจะไม่ยอมแพ้ อย่าเอาชีวิตของใครมาเปรียบเทียบเลย เรื่องแบบนี้คล้ายกันก็จริงแต่มันคนละบริบทกัน จริงอยู่ที่แม่ของเขาอาจแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักมาก่อนแล้วยังอยู่กินด้วยกันได้จนลูกโต แต่กรณีคิโยมิมันต่างออกไป นอกจากที่นางจะไม่ได้รักคู่หมั้นของนางมาก่อนแล้วยังเข้าขั้นรังเกียจอีก “ไอ้นั่นน่ะ นอกจากจะบ้ากามแล้ว คนเขายังลือกันว่ามันชอบความรุนแรงแบบวิปริต สกปรกโสโครกจนขอทานยังยอมตายแต่ไม่กล้ากินข้าวต่อจากมัน ท่านพ่อท่านแม่จะใจจืดใจดำ ทนมองผู้หญิงใสบริสุทธิ์คนหนึ่งถูกมันกระทำย่ำยีหรือ?

“ข้าก็ไม่ใช่ไม่อยากช่วยนะ ถ้าคนที่เราจะต้องเผชิญหน้าด้วยเป็นคนอื่น ข้าสัญญาว่าจะไม่ขัดขวางเจ้าเลย แต่นี่เจ้าต้องเข้าใจก่อนว่าคิดการณ์ใหญ่ใจต้องนิ่ง แผนกู้เมืองของตระกูลเราจะสำเร็จได้ยังไงถ้าเราด่วนแตกหักเป็นศัตรูกับไอ้ไดซึเกะตอนนี้?” เขาพูดด้วยความระอา ใช่ว่าชายหนุ่มจะอยากให้สาวน้อยตกระกำลำบากกับคราวเคราะห์ แต่ครอบครัวของเขาถูกพระราชาและพวกขุนนางจับตามองอยู่นานแล้ว ถ้ามีคดีกับไดซึเกะอีกอาจทำให้อะไรๆ เลวร้ายลงกว่าเดิมอีก และความฝันที่จะกู้เมืองกลับมาย่อมยากขึ้น

“บ้านเมืองมันก็สำคัญ แต่คนรักของข้าก็สำคัญไม่แพ้กันนะท่านพ่อ”

“ไว้กู้เมืองสำเร็จ เจ้าจะหาผู้หญิงอีกกี่คนก็ได้”

“แต่ข้าหาคิโยมิอีกคนไม่ได้”

“หาคิโยมิไม่ได้ แต่เจ้าอาจจะได้อย่างอื่นมาทดแทน เจ้าอาจจะได้ทรัพย์สมบัติร่ำรวย มียศศักดิ์อำนาจ บางทีเจ้าอาจได้เป็นถึงพระราชา...”

“ฟังนะท่านพ่อ ถ้าข้าได้เป็นราชา คิโยมิต้องได้เป็นราชินี ถ้าราชินีไม่ใช่คิโยมิ จะตำแหน่งราชาครองบัลลังก์บ้าอะไรข้าก็ไม่ปรารถนาทั้งนั้น” มิโนรุพูดจาประสาผู้ชายคลั่งรัก พ่อกับแม่กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ นึกไม่ถึงว่าลูกชายจะรักใคร่อะไรคิโยมิขนาดนี้

“โธ่ มิโนรุเอ๊ย ข้าไม่รู้จะพูดยังไงต่อเลย”

“ท่านไม่ต้องพูดอะไร แค่ช่วยข้าก็พอแล้ว นะครับ... นะ”

“เจ้าจะให้ข้าช่วยยังไงไหนลองบอกมาสิ ของแบบนี้จะให้ใครช่วยอะไรได้” คนเป็นพ่อเองก็สงสารหนุ่มเลือดร้อนไม่น้อย การถูกพรากของรักไปจากอกคงจะทุกข์ทรมานมาก วัยหนุ่มคึกคะนองก็คงเป็นแบบนี้กันทุกคน เวลามีความรักก็ปล่อยให้อารมณ์นำเหตุผล แล้วยิ่งรักอยู่กับสาวงามอย่างคิโยมิอีก ความรักที่ร้อนแรงคงมีมากเป็นเท่าตัว ด้านมิโนรุเองพอถูกพ่อถามถึงแผนการก็นิ่งไปหลายอึดใจ เขาโตมาแบบคุณชาย ไม่ได้ฝึกปรือต่อสู้หรือหาวิธีรบ ทุกอย่างที่ออกจากหัวมีแต่ความคิดที่อยากจะช่วยคิโยมิล้วนๆ ไม่มีอื่น

“ท่านพ่อ ข้าคิดออกแล้ว ในเมื่อเราสู้ตรงๆ ไม่ได้ เราก็ไม่จำเป็นต้องสู้ ใช้วิธีกองโจรดักฉุดเจ้าสาวกลางทางเลย ข้าว่าวิธีนี้ก็ไม่เลวนะ”

“ชั่วเลยล่ะ เจ้าคิดว่ามันง่ายหรือไง อย่างไดซึเกะคงเกณฑ์ทหารไปยืนเฝ้าไม่ให้ใครเข้าไปอยู่แล้ว คนที่จะแหกด่านเข้าไปเอาตัวคิโยมิออกมาได้ก็คงต้องเก่งระดับเพชฌฆาตร้อยปรลัยน่ะ แล้วคนของเราก็ไม่มีใครเก่งถึงขั้นนั้น ขืนสืบขึ้นมาถึงเราล่ะก็มีหวังจะงานใหญ่กว่าเดิม”

 “งั้นก็อย่าให้พวกมันสืบได้สิ คนของเราอาจจะไม่ได้เก่งเท่าพวกเพชฌฆาตร้อยปรลัย แต่ทหารฝ่ายเราน้อยหน้าใครที่ไหน ลองจะชิงตัวคิโยมิมา ข้าว่าก็มีโอกาสสำเร็จ นะครับท่านพ่อ... นะครับท่านแม่”

“ก็ได้ๆ”

“ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านพ่อท่านแม่ต้องมีเหตุผลและไม่ใช่ใจคอโหดร้าย ขอบคุณมากนะครับ ข้าขอบคุณจริงๆ” มิโนรุยิ้มปากกว้างเมื่อเห็นท่าทีอ่อนลงของพ่อแม่ ทว่าทั้งคู่กลับลอบสบตากันอย่างสื่อความหมายแล้วจึงมองหน้ามิโนรุกล่าวน้ำเสียงนิ่งๆ

“ไปเขียนจดหมายตอบนางเถอะมิโนรุ ให้เตรียมการหนีไว้ให้ดี”

“ขอบคุณครับท่านพ่อ ขอบคุณครับ” มิโนรุก้มศีรษะหลายครั้งติดต่อกันด้วยความซาบซึ้ง เขาลงมือเขียนจดหมายหาคิโยมิที่เขารักนักรักหนาจนจบ

“เสร็จหรือยังลูก?”

“เสร็จแล้วครับ”

“งั้นก็เอามานี่ เดี๋ยวข้าจะให้คนรับใช้ไปส่งให้”

มิโนรุยื่นจดหมายให้ พ่อกับแม่ยังคงมองหน้ากันแล้วเดินออกไปทางประตู และทันทีที่ประตูปิดลงก็ตามมาด้วยเสียงเลื่อนกลอนดังแกร๊กที่ชัดเจนไปถึงขั้วหัวใจ

มันเป็นการหลอกลวงที่ชัดเจนไปจนถึงขั้วหัวใจ!

“ท่านพ่อ! ท่านปิดประตูทำไม!?”

“ข้าขอโทษนะมิโนรุ แต่เราคงช่วยคิโยมิไม่ได้จริงๆ ไว้เลยวันแต่งงานของนางไปแล้วข้าค่อยปล่อยตัวเจ้าออกไป ระหว่างนี้อยู่ทำใจในห้องไปนะลูกรัก”

“ท่านพ่อ... ท่านทำแบบนี้กับข้าไม่ได้นะครับ! ปล่อย! ปล่อยข้า! ข้าจะไปช่วยคิโยมิ!” มิโนรุตะโกนกึกก้องพร้อมเคาะประตูอย่างเอาเป็นเอาตาย การที่ประตูห้องปิดลงอาจหมายถึงประกาศิตสวรรค์ที่ลงทัณฑ์ชีวิตน้อยๆ ของคิโยมิ เรื่องโหดร้ายแบบนี้คิโยมิที่แสนบริสุทธิ์บอบบางจะผ่านมันไปได้อย่างไร มิโนรุที่ทุบประตูจนเหนื่อยนั่งน้ำตาไหล เขาไม่สามารถปกป้องนางได้อย่างที่อยากทำ

......................................................................................................................................................

“จดหมายมาแล้วค่ะคุณหนู”

“ไหน? มาแล้วเหรอ?” เฮียคุวิ่งไปรับจดหมายด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นล่ำ เขาไม่รู้ว่าภายในนั้นจะมีเนื้อความว่าอย่างไร ได้แต่สวดภาวนามาทั้งวันว่ามันจะออกมาดี จากการบอกเล่าของไอโกะแล้วมิโนรุรักคิโยมิมาก เขาคงไม่สามารถปล่อยให้นางแต่งงานกับชายอื่นเป็นแน่

“ใช่ค่ะ”

“เอามาสิ” อดีตหนุ่มหล่อดึงจดหมายมาจากมือหญิงสาวแล้วเปิดอ่าน ความรีบร้อนทำให้เขาหยิบผิดหยิบถูกจนกลับหัว แต่ท้ายสุดเฮียคุก็พลิกมาอ่านสำเร็จ

ไม่ต้องห่วงนะคิโยมิที่รัก ข้าปรึกษากับท่านพ่อท่านแม่แล้วว่าจะส่งคนไปช่วยฉุดเจ้าออกมาจากขบวนเจ้าสาว อย่ากังวลมากล่ะคิโยมิ ดูแลตัวเองดีๆ ข้าเป็นห่วงเจ้าเสมอ รัก

“ท่านมิโนรุว่ายังไงบ้างคะคุณหนู?

“ท่านมิโนรุบอกว่าจะมาช่วยข้า”

“ยินดีด้วยนะคะคุณหนู” ไอโกะกุมมือเจ้านายคนสวยไว้อย่างรักใคร่เทิดทูน นางดีใจเป็นอย่างยิ่งที่เจ้านายสาวจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของคนใจโฉดอย่างไดซึเกะ นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามิโนรุจะต้องมาช่วยคิโยมิอย่างพระเอกขี่ม้าขาวในนิยายก่อนนอน

น่าเสียดายที่หลายๆ ครั้งนิทานก็เป็นเพียงเรื่องหลอกลวง

น่าเสียดายที่หลายๆ ครั้งชีวิตก็ไม่เป็นดังที่เราคาดหวัง 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น

  1. #133 thivaangkawanich (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 02:03
    สนุกมาก
    #133
    0
  2. #56 หิมะกลางทะเลทราย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 00:28
    โอ๊ย พระเอกขี่ม้าหรือตกมาเนี่ย
    #56
    1
    • #56-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 11)
      30 ตุลาคม 2559 / 19:37
      ท่าทางจะตกม้านะคะ 5555
      #56-1
  3. #37 ลูกชุบ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 10:06
    ช่วยเฮียเถอะ สงสาร
    #37
    0
  4. #16 *lจ้าxญิJกุxลาUน้ำแข็J* (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 15:51
    ตัวช่วยที่หนึ่งไม่ได้แล้ว ดูเฮียคุจะทำยังไง จะรอดพ้นเงื้อมมือไดสุเกะ
    #16
    1
    • #16-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 11)
      28 สิงหาคม 2559 / 23:15
      ต้องลุ้นแล้วล่ะค่ะ รับรองว่าเฮียคุมาเหนือ
      #16-1