<สงครามปีศาจ, 3> - สุสานฝังดอกไม้แดง

ตอนที่ 8 : ตอนที่๕ หวังเดียวในฐานทัพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 เม.ย. 61

แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาแยงตา

ไม่นานมานี้ไรอันถูกลงโทษให้ยืนตากแดดตากฝนหลายชั่วโมง วันนี้ไรอันจึงตื่นสายเพราะไม่สบายอย่างหนัก ตัวร้อนและไม่มีแรง เด็กหนุ่มยันเตียงลุกขึ้น ขยี้ตาหลายที หยิบยาสีฟันใต้หมอนแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปแปรงฟัน แม้ว่าจะแทบลุกไม่ไหวและอยากจะนอนซมอยู่เหมือนเดิมก็ตาม

“ไรอัน ทำไมตื่นสาย?”

เสียงอาจารย์ดังมาจากด้านนอก ไรอันบ้วนน้ำทิ้งแล้วเดินออกมา

“ขอโทษด้วยครับ ข้าไม่สบาย” 

“สำออย”

เด็กหนุ่มถอนหายใจ ไม่อยากเถียง เขาเชื่อเหลือเกินว่าต่อให้เขานอนจมกองเลือด แขนขาหัก ลูกตาทะลักออกจากเบ้า ก็ต้องโดนหาว่าสำออยตอแหลอยู่ดี จึงคร้านจะพูดหรือแสดงเหตุผลข้อเท็จจริงให้คนที่ไม่สนใจฟัง ทำได้แค่หวังว่าจะโดนหาเรื่องน้อยหน่อยก็พอ

“ถ้าเป็นเช่นนั้น ท่านจะลงโทษข้าอย่างไร?”

“วันนี้ไม่ต้องกินข้าว ลงไปเรียนได้แล้ว”

การเรียนหนังสือวันนี้ทรมานมาก ไรอันหัวจะทิ่มโต๊ะหลายรอบแต่ก็ฝืนนั่งจดสิ่งที่อาจารย์สอน ความหิวเข้าครอบงำสมองที่แทบจะคิดคำนวณอะไรไม่ออกอยู่แล้ว ไรอันทั้งเหนื่อยล้าและปวดหัว แต่ไม่คิดจะเอ่ยปากร้องขอความเมตตา เพราะรู้ดีว่าพูดไปก็ไม่พ้นจะโดนหาว่าสำออยอยู่ดี

อาจารย์แกล้งเรียกถามคำถามยากๆ ที่คนสุขภาพปกติยังตอบไม่ได้มาถามคนที่ไม่พร้อมจะคิด แน่นอนว่าเมื่อไรอันตอบผิดก็โดนด่าประจานดังไปทั้งตึก

“อุตส่าห์ได้เรียนหนังสือ ยังไม่ตั้งใจเรียน โตไปไม่พ้นต้องไปเป็นขอทาน”

เสียงเยาะหยันเรียกรอยยิ้มจากเพื่อนในห้องโดยเฉพาะราอูล

พอสอนหมดคาบ ไรอันก็ค่อยๆ เดินลงไปกะจะไปนั่งพักด้านล่าง เขาฟุบตัวลงกับโต๊ะนอน

......................................................................................................................................................

แต่มีหรือที่ไรอันจะได้นอนอย่างสงบสุข

“โอ... วันนี้คนเก่งของเราตอบคำถามไม่ได้ว่ะ”

ไม่ใช่ใครอื่น เป็นอริกลุ่มเดิมเข้ามาถึงที่ ไม่รู้พวกมันจะหาเรื่องอะไรเขาหนักหนา รังแกกันมาสิบกว่าปีแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะหยุด เด็กคนอื่นยืนดูรอขำ ราอูลเดินเข้ามาโยกหัวร่างบางอย่างสนุกสนาน ดาร์โก้จับตัวไรอันให้ฟรังซัวหยิบขนมปังมาแหย่ที่จมูกเป็นการกวนประสาท

“หิวไหม?”

“อย่ายุ่ง”

“ไล่ข้านี่ไม่เจียมสังขารเลยนะ หิวก็บอกว่าหิวมาเถอะ”

“ถ้าเจ้าจะให้ข้าทำอะไรที่มันทุเรศเหมือนสันดานพวกเจ้า... ข้าไม่ทำ”

“ก็ไม่เห็นทุเรศตรงไหน ขอพวกข้าดีๆ สิ”

“ให้ข้ากินดินลงไปทั้งก้อนยังดีกว่าขอความช่วยเหลือจากพวกขยะ! ไอ้ราอูล!” ไรอันด่าเพราะรู้ดีว่าคนอย่างพวกมันไม่ประสงค์ดีอยู่แล้ว ราอูลส่งสายตาไปให้สมุนคนหนึ่งดูต้นทาง ส่วนดาร์โก้ก็เข้ามากระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มผมเขียวจนตัวลอย ก่อนจะเหวี่ยงลงพื้นเต็มแรง

“ในเมื่อมันอยากกินดิน ก็เอาดินให้มันกินสิวะ”

ร่างบางถอยหนี ดวงตากลมใหญ่เบิกกว้าง เด็กหลายคนเข้ามาจับแขนขาไรอัน ฟรังซัวคว้าดินขึ้นมาก้อนหนึ่งโปะเข้าไปที่ใบหน้าหล่อเหลา ไรอันสะบัดหัวหนี ดิ้นรนสุดแรงจนเศษดินกระจายหมด

“ไอ้กระจอกเอ๊ย พวกเจ้ามันก็ดีแต่หมาหมู่”

“มันด่าเราอะ”

“เจ้าก็สั่งสอนมันเลยฟรังซัว”

หนุ่มแคระกำลังจะเอาดินอีกก้อนยัดปาก แต่ก็มีเสียงเข้มตะคอกลั่น

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

“ท่าน... ท่านเคลวิน!?”

เป็นหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผมสั้นสีดำเงา ใบหน้าเรียว หน้าตาหล่อจัดหาคนเทียบยาก คิ้วหนาเข้มพาดอยู่เหนือดวงตาเรียวยาวทรงเสน่ห์เป็นรูปอัลมอนด์ ปลายคิ้วเชิด จมูกโด่งพุ่ง ริมฝีปากบางสีแดงเรื่อคล้ายยกยิ้มแย้ม แผงอกแน่นและเอวสอบทำให้เขาดูดีมากเมื่ออยู่ในชุดเครื่องแบบคอนโทรเล่อร์ ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดแม้ออกรบตรากตรำ สมกับที่เป็นทายาทเทพบุตรและนางฟ้าแห่งคณะปฏิวัติอันเลื่องลือ  

“ตกใจอะไรกันล่ะ?”

“คือข้า... เอ่อ...”

“ไปทำเขาทำไม? เขาทำอะไรให้หรือยัง?”

“เขา... คือเขา...” ราอูลที่เก่งมาตลอดพอเห็นร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบตรงหน้าก็ตัวสั่นงันงก เคลวินเดินฝ่าเข้าไป ดึงตัวไรอันขึ้นมาปัดฝุ่นออกจากตัวและพามายืนอยู่ด้านหลัง สายตาที่อ่อนโยนยามมองเด็กน้อยเปลี่ยนมาเหี้ยมเกรียมดุดันเมื่อมองพวกอันธพาลปลายแถว

“พวกเจ้ายังไม่รู้ว่าเขาทำอะไรให้เจ้า แล้วเจ้าไปทำเขาได้ยังไง?”

“ก็แม่มัน...”

“ไร้สาระ! ขอโทษไรอัน!

“แต่ว่า...”

“คุกเข่าขอโทษไรอัน!” เคลวินออกคำสั่ง เสียงนั้นไม่ดังมากแต่ทำเอาคนฟังขนลุก แน่ล่ะว่าเขาเป็นทหาร มีหรือที่เวลาแสดงอำนาจจะไม่น่ากลัว ราอูลจำใจคุกเข่าลงไป แน่นอนว่าคนอื่นก็คุกเข่าตามอย่างไม่อาจขัดขืน แม้จะไม่อยากพูด แต่ก็กลัวเคลวินมากกว่าทำให้จำใจพูดออกไป

“ขอโทษ”

“ขอโทษให้มันจริงใจกว่านี้!”

“ขอโทษ... ครับ”

“ไปให้พ้นได้แล้ว!” เคลวินตะคอกไล่ พวกราอูลขี้จุกตูดวิ่งหนีกันอลหม่าน ถึงมันจะกร่างแต่ก็ไม่เคยเจอใครเอาจริงอย่างนี้ มีแต่ยอมให้มันทำตามใจทั้งนั้น ไรอันกอดอกมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาสับสัน ไม่รู้ควรจะพูดว่าอย่างไร แม้แต่คำว่าขอบคุณก็ลืมไปไม่ได้อยู่ในหัว

“ข้า...”

“เจ็บตรงไหนไหม?”

ไรอันพยักหน้า

“หิวหรือเปล่า?”

ไรอันส่ายหน้า

“ไม่ต้องปฏิเสธหรอกน่า ข้ารู้ว่าเจ้าหิว ดูจากสภาพแล้ว เจ้าน่าจะไม่สบายหนักด้วย ท่านแคลเซียมไม่ให้เจ้ากินข้าวล่ะสิ” หนุ่มผมดำประคองหน้าอีกฝ่าย สำรวจความอิดโรยที่น่าสงสาร ไรอันสะบัดหนี ชายหนุ่มถอดย่ามออกมา หยิบบะหมี่ห่อหนึ่งให้ “เคยกินไหม... บะหมี่เสี่ยวฉวน?”

ไรอันมองเขาแวบหนึ่ง ก้มลงมองบะหมี่แล้วเงียบ

“พูดอะไรกับข้าหน่อยสิไรอัน”

“ครับ”

“ไม่ใช่แบบนี้ เจ้าอยากพูดอะไรไหม เช่น ชีวิตที่ผ่านมา?”

“บัดซบ” ไรอันนั่งชันเข่า “ข้ามีชีวิตที่บัดซบ ยังไม่ทันทำอะไรผิดก็โดนแกล้ง โดนใส่ร้าย มีแต่คนเกลียดข้า ท่านลิควิดก็เกลียดข้า อาจารย์ก็เกลียดข้า พวกราอูลก็เกลียดข้า คนทั้งแผ่นดินก็เกลียดข้า ข้าก็เกลียด... เกลียดพวกมันทุกคนเลย เกลียดมันทั้งโลก เกลียดๆๆๆๆ เกลียด!!

“คำว่าเกลียดทั้งโลกนี่รวมข้าด้วยเหรอ?”

“ข้า... ไม่ได้เกลียดท่าน”

“ข้าก็ไม่ได้เกลียดเจ้าเหมือนกัน”

“แต่ถ้าท่านไม่เกลียดข้า คนอื่นก็จะเกลียดท่านนะ”

“ช่างหัวพวกมันสิ ไม่เห็นต้องไปสนใจพวกอ่อนหัดพวกนั้นเลย เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าใครจะเกลียดเราก็ให้มันเกลียดไป บอกให้รู้เลย เดิมทีข้าไม่ได้ผ่านมาแถวนี้หรอก แต่ข้าทนฟังเรื่องที่พวกนั้นหาเรื่องรังแกเจ้าไม่ไหวแล้วข้าเลยมาหาเจ้า มาลองดูว่า พวกบัดซบนั่นทำตัวชั่วอย่างนั้นหรือเปล่า”

“ท่านไม่เกลียดข้าจริงๆ เหรอ? เขาหาว่าแม่ข้า...”

“เรื่องนั้นข้าไม่รู้ ข้าไม่เคยเจอมาลาดา ได้ยินแต่เขาเล่าต่อๆ กันมา จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วต่อให้จริง มันก็ไม่เกี่ยวกับเจ้าสักหน่อย คนพวกนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน ขนาดมีบทเรียนจากพระบิดาก็แล้ว ยังไม่เข้าใจอะไรกันง่ายๆ อีก ข้าละเบื่อ เหมือนท่องแต่คำว่ารักพระบิดา แต่ไม่เคยเอาเข้าสมองเลยว่าพระบิดาสอนอะไร จำไว้นะไรอัน ความดีย่อมชนะความชั่ว เจ้าต้องอดทนให้มาก สักวันจะมีคนเห็นแก่ความดีของเจ้า”

“แล้วถ้าไม่มีล่ะ?”

“ก็มีข้าแล้วไง ข้าสาบานนะ ว่าตราบใดที่เจ้าเป็นเด็กดี ข้าจะอยู่ข้างเจ้าเอง แบบนี้ดีไหม... น้องชาย?

คำว่า น้องชายทำให้ไรอันที่ไม่เคยร้องไห้ปล่อยโฮออกมาสะอึกสะอื้น

“เอ้า ร้องไห้ทำไม? ข้าพูดอะไรผิดเหรอ?”

“ผิดสิ ผิดมากด้วย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครเรียกหาข้าแบบนี้ ไปไหนมีแต่คำจิกกัดเย้ยหยันว่าลูกอีบ้า ท่านเรียกข้าว่าน้องชาย... ท่านเป็นทายาทวีรบุรุษ... ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?” ไรอันพูดติดๆ ขัดๆ สองบ่าสั่นสะท้านจนต้องหอบหายใจ เคลวินยิ้มอ่อนโยนและเช็ดน้ำมูกน้ำตาให้อย่างไม่คิดรังเกียจ

“เป็นชายชาติทหาร เขาไม่ร้องไห้กันหรอก ยิ้มหน่อยนะน้องชาย”

“ฮือ...”

“กินบะหมี่ได้แล้ว ของต้นตระกูลข้าเชียวนะ อร่อยไหม?”

“อร่อยมาก ท่านเตรียมมาให้ข้าเหรอ?”

“เปล่า ข้าเตรียมมากินเอง แต่เจ้าดูหิวกว่า ข้าให้เจ้ากินแล้วกัน” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

146 ความคิดเห็น

  1. #145 thivaangkawanich (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 20:29
    ชีวิตบัดซบจริงๆ
    #145
    0
  2. #89 PiiNG_DEvIL (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 21:02
    เชร้ดดดดดดดดดดดดดดด ไงล่ะพระเอกตรู~~
    #89
    0