<สงครามปีศาจ, 3> - สุสานฝังดอกไม้แดง

ตอนที่ 4 : ตอนที่๑ ตำนานย้อนกลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ม.ค. 61

ภายใต้ท้องนภาที่มืดมิด ไม่มีแม้กระทั่งดวงดาว ฉับพลันกลับสว่างวาบลุกฮือด้วยเปลวเพลิงช่วงโชติโหมกระหน่ำ ชายหลายสิบชีวิตวิ่งหนีกันอลหม่านอย่างกลัวตาย จะยกเว้นก็แต่บุรุษผู้หนึ่ง

บุรุษผู้นั้น ห่มไว้ด้วยผ้าคลุมสีดำสนิท ปิดใบหน้าอย่างหวงแหนเผยเพียงดวงตาดำขลับซึ่งส่อแววเคียดแค้นชิงชัง จังหวะการเดินเนิบนาบแช่มช้านั้นไม่หยุดหย่อน ก่อนที่เขาจะล้มลงไปกองกับพื้นแล้วโวยวายลั่น ทุบตีน่องตัวเองระบายความโกรธ

“ไอ้เพื่อนใจดำ... ตะคริวกินโว๊ย! มาช่วยกันด้วยสิวะ!!

แลนั่นทำให้กลุ่มชายหกคนที่วิ่งอยู่รั้งท้ายหันกลับมา

“เออว่ะ! ลืมไป!”

......................................................................................................................................................

เมื่อหลายเดือนก่อน ณ โรงเรียนประจำเด็กกำพร้าอันก่อตั้งโดยอดีตผู้คุมกฎ คลาวิค

เด็กหนุ่มร่างบางกำลังนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ตามลำพัง ตรงตักวางหนังสือชีวประวัติของวีรบุรุษผู้กล้าที่ฝ่าฝันอุปสรรคมามากมาย วีรบุรุษผู้กล้านามว่าคลาวิค ลูกชายหัวขโมยอังตวนกับโสเภณีใจบาปที่ฆ่าได้แม้แต่ลูกตัวเอง ถึงกระนั้น คลาวิคก็ยังใช้ความกล้าหาญฝ่าฟันจนได้ดี

ทว่า ชีวิตจริงของเขามันไม่ได้ง่ายเหมือนตำนาน  

"เห้ย! นั่นลูกอีบ้านี่หว่า!!"

"คิดว่าแอบหนีมาจะรอดเหรอ? ไปแกล้งมันหน่อยเป็นไง?"

"เอาเลยสิว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ"

ด้านตรงข้าม มีเด็กหนุ่มอันธพาลสามคนที่ยืนดูอีกฝ่ายด้วยแววตาที่บอกยี่ห้อว่าชั่วขนาดไหน ไม่รวมพวกชอบรุมกับชอบถากถางชาวบ้านที่คอยดูอย่างไม่คิดช่วยแล้วยังคอยซ้ำเติม มันคนหนึ่งคว้ากระดาษขึ้นมาเขียนขยุกขยิก แล้วปะเข้ากลางหน้าผากร่างบางเต็มแรงจนหงายคะมำ

"โอ๊ย... อะไรอีกวะ"

ไรอันร้องขึ้นมาเพราะหัวกระแทกถูกต้นไม้อย่างแรง พอลืมตาก็เห็นสามเดนนรกและคนจำนวนมากยืนขำ ประกอบกับรู้สึกเหนียวที่หน้าผาก จึงดึงกระดาษกาวออกทันที

ลูกอีบ้า

"ไม่จบเหรอ?"

"นี้เพิ่งเริ่มต้นว่ะ"

ราอูล เด็กหนุ่มร่างใหญ่ หน้าตาบ่งบอกชัดถึงความเป็นอันธพาล คู่อริตลอดกาลของไรอันนำขบวนหัวเราะเยาะราวกับว่าเป็นเรื่องตลกนักหนา เท่านั้นยังไม่พอ พรรคพวกมันยังเดินเข้ามาอย่างท้าทาย พูดด้วยประโยคที่ทำเอาคนฟังของขึ้นอยากจะกระโดดถีบยอดหน้าแต่ก็ยังต้องอดทน

"ใจเย็นหน่อยนะเว้ย เข้าใจว่าแม่เป็นหมาบ้า แต่อย่าเพิ่งบ้าตามอีมาลาดามันสิ"

ดาร์โก้ สมุนหุ่นล่ำข้างกายราอูลพูดอย่างเย้ยหยัน มันคนนี้มีฝีมือด้านการต่อสู้มาก จึงมักใช้เรี่ยวแรงที่ได้เปรียบข่มเหงรังแกคนที่อ่อนแอกว่าอย่างภูมิอกภูมิใจ ไหนจะส่วนสูงประมาณร้อยแปดสิบและกล้ามใหญ่ๆ ที่แขน เรียกได้ว่าตบทีเดียวคนโดนทำร้ายเป็นต้องสลบ

"ดูท่ามันจะโกรธแล้วว่ะ ลูกอีบ้า... อีฆาตกร เวลาโมโหก็ตลกดีเหมือนกันนะ"

คราวนี้เป็นฟรังซัว ลิ่วล้อตัวเตี้ยแคระปากเก่งประจำฝูงด่าต่อ เรียกเสียงฮือฮาของพวกชอบมุง ยิ่งไรอันกำมือแน่น พวกก็ยิ่งสรวลเสเฮฮาต่ออีก ดาร์โก้กร่างเข้าหวังจะขมขู่  

"ทำไม? จะสู้เหรอวะ? ว่าแต่จะสู้อย่างไรล่ะ อุ้มข้าขึ้นมาแล้วเขวี้ยงทิ้ง เหมือนที่อีมาลาดามันชอบทำ..." ไม่ทันจะด่าจบ ไรอันก็พุ่งหมัดตรงๆ เข้าแสกหน้าดาร์โก้

เพราะถ้ามันด่าตนยังพอทน แต่ลามปามแม่อย่างกับไม่ใช่คน เขาทนไม่ได้!

ด้วยความโกรธที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยยังเด็ก ทำให้ไรอันรัวอัดไม่หยุดยั้ง โดยไม่กลัวว่าชายที่ตนกำลังจัดการอยู่มีรูปร่างใหญ่กว่าตนขนาดไหน ทว่าคนๆ เดียวหรือจะสู้พวกอันธพาลที่มีหลายสิบ พอดาร์โก้ตั้งสติ ก็ชกกลับ ร่างบางกลิ้งลงเลือดกบปาก ราอูลเรียกทุกคนมารุม

"เห้ย! ไอ้นี่มันบ้าเหมือนแม่มันแล้ว! ช่วยกันหน่อยเร็ว!!"

สิ้นคำ เหล่าเด็กเถื่อนก็เข้ามารุมกระทืบทำร้ายเสียจนยับ ฟรังซัวพอเห็นคนรุมมากๆ ก็ถีบกับเขาด้วย ไรอันต้องคลานหนีด้วยความเจ็บปวด ระหว่างนั้นเอง เสียงทุ้มก็ดังมาแต่ไกล

"หยุด! หยุด!!"

"ท่านลิควิด"

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?" ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจเอ่ยปากถาม และนั่นก็ทำให้พวกเด็กเดนนรกใส่ความคนไม่ผิด จนผิดได้อย่างไม่อายฟ้าอายดิน ราอูลฟ้องทั้งที่ตัวเองหาเรื่องก่อนแท้ๆ

"ไรอันมันอาละวาด อยู่ๆ ก็ต่อยดาร์โก้"

"ข้าแค่เห็นเขานั่งคนเดียวเลยชวนคุย เข้าใจอยู่หรอกนะว่าเป็นคนแปลกประหลาดเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แต่ไรอันไม่น่าทำแบบนี้เลย พวกเราแค่ป้องกันตัวนะครับ ท่านก็น่าจะรู้ว่าไรมันเขาไม่มีเพื่อน ข้าอุตส่าห์ชวนเล่นด้วยแท้ๆ" ดาร์โก้แก้ตัว ฟรังซัว รีบพยักหน้าตามเพื่อประจบหัวหน้า

"ใช่ๆ พอเห็นเพื่อนโดนต่อย พวกเราเลยเข้าไปช่วยเพื่อน เนอะพวกเรา”

“ใช่ๆๆๆๆ”

เหล่าเด็กเวรตอบหน้าสลอน ราอูลได้ที รุกหน้าต่อ 

“ข้าว่าถ้าพวกข้าไม่ช่วยนะ ป่านนี้ดาร์โก้คงโดนอัดตายไปแล้ว ท่านก็น่าจะทราบว่าไรอันมันอารมณ์ร้าย เรื่องมันก็มีแค่นี้เองนะครับท่านลิควิด"

"อย่ามาตอแหล พวกเจ้าด่าแม่ข้าก่อน คำก็บ้า... สองคำก็บ้า แม่ข้าชื่อมาลาดา แล้วมันหนักหัวพ่อเจ้าหรือไง!?" เด็กหนุ่มตะคอกกลับด้วยโทสะ เลือดไหลเต็มหน้าเต็มปากอันควรจะเป็นหลักฐานว่าโดนรุมทำร้าย ทว่า แทนที่ลิควิดจะพิจารณาอย่างยุติธรรม กลับชักสีหน้าใส่

"หัดยอมรับความจริงบ้างสิไรอัน"

"ก็จะยอมรับทำไมในเมื่อมันไม่จริง แม่ข้าไม่ได้เป็นอย่างที่ใครว่ากันสักหน่อย"

"อย่าหลอกตัวเอง" ชายหนุ่มวางอำนาจ หวนนึกถึงพิษของคำลวงแสนปวดร้าวสาหัส ไมว่าจะเป็นนีวานที่ฆ่าตัวตาย และเขาที่เจ็บเจียนตายกับรักปลอมๆ "มาลาดามันเป็นคนบ้า เป็นฆาตกรที่ฆ่าทารกหลายพันและพระมารดาองค์จักรพรรดิ เจ้าต้องยอมรับข้อนี้ แล้วอยู่กับมันให้ได้"

"ความจริงนะเหรอ?" ไรอันพึมพำ ดวงตาสีดำขลับราวเมล็ดลำไยมองย้อนขึ้น เพราะผู้ชายคนนี้แท้ๆ ที่บอกชาติกำเนิดของเขากับไอ้พวกเดนนรก เป็นเหตุให้ต้องโดนล้อเลียนตั้งแต่เด็กจนโต

จวบจนวันนี้ เป็นเวลาสิบห้าปี แทบไม่เคยมีวันไหนที่เขาจะอยู่โดยไม่ถูกรังแก และถ้าวันไหนมันเงียบหายไป นั่นคือทำใจได้เลยว่ามันกำลังวางแผนแกล้งชุดใหญ่ไว้ฮารวดเดียว ซึ่งไรอันก็พยายามทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะพูดด้วยดีๆ เมินใส่ หรือหลบหน้า มันก็ตีความว่าเขากลัวเลยยิ่งแกล้งอยู่ร่ำไป จนในที่สุด ไรอันทนฟังคำดูถูกเหยียดหยามที่พวกอริใช้เหยียบย่ำแม่บังเกิดเกล้าไม่ได้ จนต้องลุกขึ้นมาด่าและเอาคืนบ้าง แต่ด้วยการที่มันมีพวกมาก ทั้งผู้ใหญ่ยังเข้าข้างมันทั้งนั้น ทำให้ต้องเป็นฝ่ายแพ้เหมือนดั่งครั้งนี้

"ขอโทษราอูลซะ"

"แต่ว่า..."

"ต้องขอโทษ"

“มันเริ่มก่อน”

“ข้าบอกให้ขอโทษ!!”

คำสั่งนั้นทำให้เหล่าอันธพาลแลบลิ้นปลิ้นตาใส่อย่างยียวนกวนส้นเท้าชนิดที่ใครเห็นคงยากที่จะไม่เอาเท้าไปนาบที่ใบหน้า ไรอันทั้งแค้นทั้งอับอาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากขอโทษพวกที่ว่าแม่ตัวเอง ด้วยความคิดที่ว่าต้องเอาคืนให้ได้สักวัน แม้มันจะไม่ใช่เร็วๆ นี้ก็ตาม

......................................................................................................................................................

ไรอันปลีกตัวเดินออกมาเงียบๆ ตามปกติ

ตั้งแต่ยังเล็ก คำว่า ลูกอีบ้าเหมือนวนเวียนอยู่รอบตัวเขามาโดยตลอด ใครๆ ก็เอาแต่ใช้คำประมาณนี้ล้อเลียน ไรอันไม่มีเพื่อนสักคน เพราะพอเขาจะเริ่มเข้าหาใครได้บ้าง พวกราอูลก็จะเข้ามาขัดขวางและทำจนคนๆ นั้นกลายเป็นพวกมันไปอีก ไรอันจึงกลายเป็นคนที่สังคมไม่ยอมรับและหนักไปทางรังเกียจ การแกล้งนั้นมีทั้งคำพูด สายตา จนไปถึงใช้กำลังต่อยตีและเขวี้ยงปาข้าวของที่มีคำด่าใส่

ใช่ แค่เป็นลูกชายมาลาดา ทุกคนก็ต้องป้อมใส่

แต่ถึงอย่างนั้น ไรอันก็ไม่เคยโกรธแม่ มีแค่เสียใจ ที่ไม่สามารถปกป้องแม่ได้ 

ไรอันรักมาลาดามาก มากเท่าที่เด็กชายคนหนึ่งจะรักแม่ได้ แม้จะไม่สามารถจำรายละเอียดหรือช่วงเวลาที่เคยอยู่ด้วยกัน เพราะตอนลิควิด ช่วยเขาออกมาจากเงื้อมมือ อีบ้าเขาอยู่ในวัยไม่กี่ขวบ ทว่า เด็กหนุ่มกลับจดจำและรับรู้ถึงความอบอุ่นที่แม่มอบให้อย่างเปี่ยมล้น  

น้ำตาพาลจะไหล

เขาคิดถึงแม่...

แต่ระหว่างนั้นเอง ความรู้สึกโหยหาก็ถูกแทนที่ด้วยความรำคาญ เมื่อถูกใครคนหนึ่งมายืนขวางทางพร้อมตวาดแว้ดเสียงแสบแก้วหู  

"เจ้าต่อยลูกข้าเหรอ?"

ไรอันกอดอกมองหน้าหญิงวัยกลางคน ผู้มีผิวหมองคล้ำเต็มไปด้วยริ้วรอยตีนกาและท่าทางหยิ่งทะนง เด็กหนุ่มเจออยู่บ่อยๆ ทราบว่านางเป็นหญิงหม้าย สามีตายในสนามรบจึงส่งลูกเข้าโรงเรียนประจำที่นี่เพราะอยากให้เป็นทหารเหมือนพ่อ และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ลิควิดลำเอียงกับเหล่าอริเขาเหลือเกิน  

“ข้าถามทำไมไม่ตอบ?”

เด็กหนุ่มไม่อยากพูดอะไร ก็พูดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี คำพูดของเขา เคยมีมนุษย์คนไหนสนใจบ้าง สักพักอาจารย์ก็เดินเข้ามา

“ช่างมันเถอะ เจ้าอย่าไปเสียเวลากับเด็กชั้นต่ำแบบนี้เลย” คำพูดของอาจารย์ฟังดูน่าโมโหจนคนถูกด่าค้อนขวับ “ไปได้แล้วไรอัน อย่ามายืนเกะกะแถวนี้ ไฮโดรเมด้าไม่ใช่ที่ๆ เจ้าจะเดินเล่นได้ตามใจชอบ ถ้าไม่มีคำอนุญาต เจ้าอย่าสะเออะออกมานอกหอพัก ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าเป็นผู้ใหญ่ใจร้ายก็แล้วกัน”

ไรอันเดินออกไป ได้ยินเสียงหญิงสาวนางนั้นพูดไล่หลัง

“ท่านลิควิดไม่น่าช่วยมันเลย น่าจะฆ่ามันตายแก้แค้นแทนพระมารดาก็ดี”

“หึ ข้าก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

146 ความคิดเห็น

  1. #144 thivaangkawanich (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 15:39
    คนเราย่อมมีความลำเอียงจริงๆ
    #144
    1
    • #144-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 4)
      24 สิงหาคม 2561 / 18:57
      ความลำเอียงในเรื่องสะท้อนว่าทุกคนที่บอกว่ารักพระบิดา ไม่ได้มีความเข้าใจในคำสอนเลย เขาบอกว่าอย่าดูคนที่ชาติกำเนิด (คลาวิคยังเป็นลูกคนเลว) แต่ทุกคนกลับพาลใส่ไรอันหมด (ไรอันเป็นลูกมาลาดา)
      #144-1
  2. #85 PiiNG_DEvIL (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 20:07
    เอ่อ....
    #85
    0