<สงครามปีศาจ, 3> - สุสานฝังดอกไม้แดง

ตอนที่ 12 : ตอนที่๘ ทำดีไม่เคยได้ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 เม.ย. 61

“องค์จักรพรรดิ... หม่อมฉัน...”

“เอาลูกอีบ้าเข้ามาทำไม? ห้ะ!? ลิควิด!?”

โอโร่หน้าดำหน้าแดง มือไม้สั่นเทิ้ม เหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า ดวงตาคลอด้วยน้ำใสๆ เขาลุกขึ้นมาเต็มความสูง ปัดของบนโต๊ะกระจัดกระจายท่ามกลางความแตกตื่นของทุกคน บรรดาทหารองครักษ์เข้ามาแต่ก็ไม่สามารถหยุดความคลั่งของโอโร่ได้ ชายหนุ่มเหมือนคนสิ้นสติ ที่พร้อมจะหักคอคนตรงหน้าแล้ว

“องค์จักรพรรดิ!”

ลิควิดเดินเข้ามาคุกเข่าอยู่ ก้มหัวลงด้วยความตระหนก

ปกติโอโร่เป็นคนเอาแต่ใจ หลายครั้งก็อารมณ์ร้าย แต่ไม่เคยมีครั้งไหนหนักขนาดนี้

“ข้าถามว่าเอาไอ้เด็กบ้านี่เข้ามาให้ข้าเห็นข้าทำไม? เจ้าก็รู้ว่ามาลาดาทำอะไรกับแม่ข้าบ้าง!” จักรพรรดิแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขมึงตึง ขบกรามจนขึ้นเป็นสันนูน เวลานี้จักรพรรดิไม่ได้ต่างไปจากยมบาลผู้โหดเหี้ยมในความคิดของไรอันเลย เด็กหนุ่มรีบนั่งลงก้มหัวจรดพื้น

“องค์จักรพรรดิ เรื่องแม่... หม่อมฉันไม่อาจรู้ แต่ว่าหม่อมฉันคิดภักดีกับท่านเสมอมา”

“ความภักดี?” โอโร่แค่นหัวเราะ ดวงตาเหมือนมีกองไฟปะทุอยู่ “อีบ้าฆาตกรมันเป็นผู้หญิงสารเลว ฆ่าคนเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้าน อีบ้านั่นฆ่าแม่ข้าตาย เจ้าได้ยินไหมนางฆ่าแม่ข้าตาย! น้ำหนักอย่างเจ้าไม่มีทางต่างไปจากแม่! ไม่สิ... แม่เจ้ามันเลวแต่เจ้าจะต้องเลวกว่า! เจ้ามันเกิดมาผลาญแผ่นดิน!!”

ทุกวาจาร้ายกาจถูกคิดขึ้นเพื่อทำร้ายจิตใจ

โอโร่ยังจำได้ดี... วันนั้น... วันที่แคกตัสตาย อีบ้าฆาตกรได้แทงลงไปที่ช่องท้อง อวัยวะภายในบอบช้ำเกินรักษา เหมือนทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน เสียงลมหายใจที่ขาดห้วง กลิ่นเลือดของแม่ แววตาที่เจ็บปวดทรมาน แล้วทายาทของคนที่ฆ่าแม่มาอยู่ตรงหน้า โอโร่ไม่สามารถระงับความโกรธได้

“องค์จักรพรรดิ...”

“หุบปากไรอัน เจ้าอย่ามาเรียกร้องอะไรจากท่านโอโร่ เหอะ... เจ้าน่าจะรู้ตัวนะ ว่าแม่เจ้าเนี่ย คนเขาเกลียดกันไปทั่ว จะอาณาจักรไหน หรือแม้แต่กบฏ ก็ยังเกลียดมาลาดา แล้วลูกอีบ้าอย่างเจ้า ไม่มีใครเขาอยากให้เกิดมา แค่องค์จักรพรรดิพระราชทานโอกาสในการมีชีวิตอยู่ ก็เป็นพระเมตตาขนาดไหนแล้ว ใครเขาจะต้องการเจ้า สำเหนียกตัวเองไว้ด้วย ถ้าเจ้าไปอยู่ยูโธเปีย กอรี่กอรี่ หรือเลอนา อย่าว่าแต่เป็นขี้ข้า แค่เป็นหมูเป็นหมา เจ้ายังเป็นไม่ได้เลย”

ไรอันถึงกับนิ่งอึ้ง ดวงตาดำขลับราวเมล็ดลำไยเบิกกว้าง

“ออกไปได้แล้ว เจ้าจะอยู่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนถึงเมื่อไรกัน?

ไรอันกัดฟันกรอด ก้มศีรษะแล้วเดินพ้นไป ลิควิดมองจนลับสายตาแล้วส่งสัญญาณให้ทุกคนในห้องออกไปจนหมด เขาพยายามคุยกับจักรพรรดิ

“ท่านโอโร่ ข้าขออภัย”

“เจ้าก็รู้ว่าข้าเกลียดมันมาก” เสียงทุ้มทรงพลังตะคอกลั่น ลิควิดถึงกับกลืนน้ำลาย เขาไม่เคยเห็นหนุ่มผมบลอนด์เป็นแบบนี้มาก่อน ท่าทียามโกรธเกรี้ยวดูดุดันจนผวา แม้แต่เขายังไม่กล้าเข้าใกล้ “ข้าถามจริงๆ เถอะ ตอนนั้นเจ้าไปช่วยมันมาเพื่ออะไร? ทำไมเจ้าไม่ปล่อยให้มันโดนพวกยูโธเปียเผาตาย?”

“เอ่อ... ตามหลักจริยธรรม และตอนนั้นไรอันมันก็ยังเด็ก ข้าไม่คิดว่าโตมามันจะเป็นคนเนรคุณที่ร้ายลึกขนาดนี้ ไม่กล้าคิดว่าถ้ามันโตขึ้น...” ลิควิดเองแม้จะความสามารถเหนือกว่า แต่อย่างไรเสีย โอโร่ก็เป็นจักรพรรดิ และยังเป็นทายาทพระบิดา เขาไม่เคยคิดสักครั้งที่จะจาบจ้วงล่วงเกิน

“ถ้ามันแสดงท่าทีเป็นภัยต่อไฮโดรเมด้าเจ้าคงรู้ว่าต้องทำยังไง?”

“ฆ่ามันทันที?”

ลิควิดเงยขึ้นมาสบตาประมุข รู้สึกบกพร่องต่อหน้าที่เหมือนกัน

......................................................................................................................................................

ไม่ต้องถามว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นจะเป็นยังไง

พวกราอูลต่างล้อเลียนกันสนุกปาก ไรอันขังตัวเองอยู่ในตึกไม่ไปไหน เหมือนลิควิดจะแกล้งผ่านทางโซลิดให้ส่งเคลวินไปรบไกลๆ เพื่อไม่ให้ไรอันได้เจอใครช่วยเหลืออีก ด้านเคลวินแม้จะไม่อยากไปเพราะเขาเองก็ทราบว่าเรื่องนี้ไม่ได้โปร่งใส แต่โซลิดเล่นออกคำสั่งเอางานบังหน้า ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ไม่อาจขัดได้

จนกระทั่งวันเลี้ยงฉลอง... วันที่ไรอันรอมานานแสนนาน

เพราะว่าในวันนี้ เหล่าเด็กกำพร้า ผู้ปกครอง และอาจารย์จะมาจัดงานเลี้ยงด้วยกัน เคลวินน่าจะมาด้วย ซึ่งเหล่าเดนนรกก็มายืนล้อมร่างบ้างที่นอนนิ่งด้วยสายตาร้ายกาจ ราอูลหันไปหาลูกน้องถามเสียงเบา หวังจะหากิจกรรมกลั่นแกล้งคนที่ตัวเองเกลียดเข้าไส้ให้อับอายเหมือนเป็นงานอดิเรก

"มีเชือกไหมวะ?"

"มีครับ"

"จะจับมันมัดอีกเหรอ?"

"ก็เออสิวะ มัดทิ้งไว้กับชักโครก แล้วหาปากกามาเขียนหน้ามันเล่น" ราอูลตอบพลางหยิบปากกาข้างตัวขึ้นมา เรื่องชั่วไม่มีใครเกินอยู่แล้ว ขอแค่ได้ทำให้คนอื่นมีความสุขเป็นสะใจ และเขาก็มั่นใจว่าต่อให้เขาทำผิดแค่ไหน ทุกคนก็ต้องให้อภัยเขา เพราะพ่อเขาคือวีรบุรุษเปโตรผู้ช่วยชีวิตลิควิดนั่นเอง

"เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมากเลยนะครับ รีบแกล้งมันเถอะ"

ฟรังซัวชมเปาะ นำเชือกมามัดร่างบางไว้ เด็กที่เหลือดูอย่างไม่คิดจะช่วยอะไร หนำซ้ำยังตลกกันตอนที่ปากกาเขียนคำหยาบคายลงบนหน้าอีกฝ่าย... แต่นี่ไม่ใช่ครั้งที่แรงที่สุด พวกราอูลรังแกมาสารพัดวิธีแล้ว ซึ่งทุกครั้ง มันก็สร้างบาดแผลให้กับหัวใจของไรอัน ร่างบางถูกลากมาผูกไว้กับชักโครก

"อรุณสวัสดิ์ว่ะ ลูกอีบ้า" อริตัวฉกาจเขี่ยตามตัวราวกับคนถูกมัดเป็นแค่สัตว์ตัวหนึ่ง ไรอันที่ หลอกว่าหลับจึงลืมตาขึ้น แล้วโวยวายอย่างสมบทบาท

"เห้ย ปล่อยข้านะ ปล่อย"

"กล้าสั่งพวกข้าเหรอวะ?" ดาร์โก้ฉุนใช้เท้าเหยียบมืออีกฝ่ายอย่างแรงประสาพวกอันธพาล สายตาดูถูกปนสมเพชเด็กหนุ่มรูปหล่อ อาจเป็นเพราะมันก็หมั่นไส้ที่ไรอันหน้าตาดีกว่าและยังเรียนเก่งกว่า ต่างจากมันที่หน้าตาธรรมดาแล้วยังค่อนข้างโง่ "ยกมือไหว้สวยๆ หน่อยสิ เพื่อข้าจะสมเพชแล้วปล่อยไป”

"ฝันไปเถอะ โอ๊ย!"

"น้อยๆ หน่อยนะ พวกข้ามีกี่คน ถึงกล้ามาแข็งข้อ ไม่สิ ไม่ใช่แค่พวกข้า แต่ทั้งไฮโดรเมด้าเลยโว๊ย!" ราอูลถากถาง เตะซ้ำจนไรอันชนกับชักโครก "อยู่ตรงนี้ไปเถอะ เดี๋ยวสายๆ ข้าจะกลับมา ถ้าหิวก็หาขี้กินไปก่อนแล้วกัน เคยได้ยินไหม... ถ้าหมามันไม่มีอะไรกิน มันก็กินได้แม้แต่ขี้ตัวเอง?"

"ไปดีกว่าพวกเรา ปล่อยมันไว้นี่แหละ"

“เออ ไว้เจอกันนะไรอัน” ว่าแล้วพวกเดนนรกก็เดินจากไป ไรอันรอจนมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่แล้วจึงค่อยแก้มัดให้ตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมมากมาย

"ขอบใจว่ะ" เขาโยนเชือกทิ้ง "อุตส่าห์พามาส่งซะถึงที่"

......................................................................................................................................................

บริเวณลานพิธี

ชายหญิงมากมายล้วนมาแสดงความยินดีกับลูกหลานที่เพิ่งสอบไล่สำเร็จ ไรอันเดินหลบมุม ถือถ้วยบางอย่างไว้ก่อนจะหายไปยังห้องครัว ระหว่างทางก็บังเอิญสวนกับฟรังซัว ทว่าแทนที่มันจะปากเก่งเหมือนเคย ฟรังซัวกลับสะดุ้งตัวโหยง แค่เห็นตาจ้องเขม็งมา มันก็ขนลุกเดินตัวลีบชิดมุมออกไปทั้งอาการแข็งทื่อแล้ว

ไรอันแสยะยิ้มมุมปาก 

เดี๋ยวมีสนุกกว่านี้แน่ ไม่ต้องห่วง!!

นึกถึงฉากที่พระบิดาปัสสาวะรดรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ของเลอนา ไรอันเองก็เอาบ้าง เขาปลดกางเกงลงแล้วยิงยาวลงไปยังหม้อน้ำซุปขนาดใหญ่

“ขอให้อร่อยนะเพื่อนยาก

หลังจากลิควิดขึ้นมาอบรม 'คุณธรรม' ยาวยืด อาหารถูกวางไว้ให้คนตักกินตามอัธยาศัย แต่เพราะโรงเรียนนี้กึ่งเป็นมูลนิธิ จึงไม่สามารถฟุ่มเฟือยมากมายนัก ถึงกระนั้น ทุกคนก็กินเสียอย่างตายอดตายอยากเหลือเกินในความคิดของไรอัน เขามองดูอริชั่ว ผู้ใหญ่จอมลำเอียง โดยเฉพาะราอูลที่ตักข้าวให้ซาร่าอย่างหวานชื่น เด็กหนุ่มอยู่สักพักแล้วค่อยกับโรงนอนไป รอหัวเราะแบบถึงใจในรอบเดียว

ขณะที่ไรอันหันหลัง เป็นจังหวะที่เคลวินกลับมาจากแดนไกล เขารีบร้อนมาหาน้องชายที่เขารัก แต่หาเท่าไรก็หาไม่พบ จะถามเด็กพวกนั้นก็คาดว่าไม่ได้คำตอบ ไม่อยากวุ่นวายกลัวสถานการณ์จะแย่ลง ความเครียดทำให้เขาไม่ได้ตักอาหารเข้าปากแม้แต่คำเดียว ต่างจากราอูลและลิควิดที่กินน้ำซุปลงไปมากกกว่าใครเพื่อน

พอตกเย็น พวกราอูลก็เดินกลับมาอย่างมีความสุข

"เจ้าว่าป่านนี้ลูกอีมาลาดามันแกะเชือกออกยังวะ?"  

"เอ่อ... ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ แต่ก็น่าจะอย่างนั้นแหละ" ฟรังซัวตอบติดๆ ขัดๆ เมื่อนึกถึงสายตาเอาเรื่องที่เจอตอนกลางวันก็รู้สึกกลัวอย่างประหลาด แต่เพราะเขาเป็นคนลงมือมัด ถ้าขืนบอกไปว่าไรอันหลุดออกมาได้ เขาอาจถูกราอูลจัดการแทนจึงต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น 

"แล้วนี่เป็นอะไรวะ... หน้าซีดอย่างนี้?"

"สงสัยว่ามันจะเป็นโรคปากกล้าขาสั่นมั้ง" ไรอันเดินออกมาจากโรงนอน มองเหล่าอริพร้อมทั้งพวกเอาแต่มุงขำด้วยอารมณ์เบิกบานชื่นมื่น ราอูลอารมณ์เสียเพราะอีกฝ่ายกล้าปะทะมากขึ้นเรื่อยๆ คล้ายกับว่าหลังจากที่มีเรื่องต่อหน้าจักรพรรดิตอนนั้น ไรอันก็ไม่ยำเกรงใครอีกต่อไป

"เห้ย! ใครถามเจ้า? ข้าฟังภาษาหมาบ้าไม่รู้เรื่องนะ!"

"จะรู้ไม่รู้ก็ตามใจ... ว่าแต่เยี่ยวข้าอร่อยไหมวะ?"

"พูดอะไรวะ?"

"ตั้งสติดีๆ นะราอูล คืออาหารที่เจ้าเพิ่งกินไปที่งานเลี้ยง ข้าเหยี่ยวลงไปว่ะ อา... ยิงยาวด้วย สมที่อุตส่าห์อั้นไว้เป็นวัน น่าเสียดายเนอะ กว่าเจ้าจะรู้ก็กินหมดเกลี้ยง ได้ข่าวว่าอร่อยกลมกล่อมมากซะด้วย เอ้า! เป็นอะไรไปล่ะ?" ไรอันกล่าวด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นเหล่าอริอาเจียนพุ่งเต็มไปหมด

“ไอ้ไรอัน!?”  

“เรียกชื่อข้าได้ด้วยแหะ เอาน่า อย่าคิดมากเลย ของแค่นี้มันยังสกปรกเท่าคำที่เจ้าใช้ด่าแม่ข้าไม่ถึงครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ นี่ยังไม่รวมกับสิ่งที่เจ้าแกล้งข้าอีก แต่ก็เอาเถอะวะ ตอนนี้ขำโว๊ย!

เด็กหนุ่มระเบิดหัวเราะอย่างสะใจ ที่แผนเอาคืนประสบความสำเร็จ ในเมื่อพวกเดนนรกมันทำเขาได้ แล้วทำไมเขาจะทำบ้างไม่ได้ ตอนนี้ราอูลที่เคยกร่างถึงกับหมดสภาพ เงยหน้ามองย้อนด้วยความแค้น แต่ทำอะไรไม่ถูกเพราะตกใจจนไม่มีแรงต่อย ได้แต่ตะโกนด่าวุ่นวายจนพวกอาจารย์รวมทั้งลิควิดต้องกรูกันออกมาดู

"ไรอัน... เจ้าทำอะไร!?"

ผู้คุมกฎถามเมื่อไรอันมีสีหน้ายิ้มแย้มผิดปกติ ไรอันหันไปทางอื่นเหมือนลิควิดไม่ได้อยู่ในสายตา  

"ก็ไม่ได้ทำอะไร" 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

146 ความคิดเห็น

  1. #93 PiiNG_DEvIL (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 21:24
    ท่านเซียงอยู่หนายยยยยยยยยยยยย~
    #93
    0