<สงครามปีศาจ, 3> - สุสานฝังดอกไม้แดง

ตอนที่ 11 : ตอนที่๗ ความพยายามที่ไร้ความหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 เม.ย. 61

น้ำฝนจากฟ้าที่ชโลมดินแล้งคงไม่ต่างจากเคลวิน

ชายหนุ่มเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ไรอันอดทนอดกลั้นกับพวกมหาภัยในโรงเรียน ไรอันคิดเสมอว่าจะใช้ความดีและความสามารถของตัวเองเอาชนะอคติของคนรอบข้างได้ เขาจะพิสูจน์ให้ได้ว่าแม่บริสุทธิ์ แล้วจะได้อยู่กับแม่อย่างมีความสุข ไม่ต้องมีใครรังเกียจหรือหาเรื่องเขาอีกต่อไป

“การสอบแข่งขันครั้งนี้ คนที่ได้คะแนนมากที่สุดสิบคนแรกจะได้รับพระราชทานรางวัลจากองค์จักรพรรดิ” แคลเซียมเดินเข้ามาประกาศถึงรางวัลพิเศษที่ตั้งใจใช้ล่อให้เด็กตั้งใจเรียน

นักเรียนฮือฮา ถ้วยรางวัลของจักรพรรดิมีใครไม่ต้องการ

ข้อสอบคณิตศาสตร์ถูกแจกให้ทุกคนทำ ไรอันยืนให้ค้นตัวและมีอาจารย์เฝ้าอยู่ข้างๆ ถึงสองคนเพื่อป้องกันการทุจริต ทั้งที่เขาไม่เคยโกงแม้แต่ข้อเดียว ซึ่งการถูกจ้องมองจับผิดตลอดเวลาในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ ทำให้ต่อให้เด็กหนุ่มจะทำได้ ก็รู้สึกกดดันไม่น้อย

โจทย์เลขสามสิบข้อ เป็นแสดงวิธีทำทุกข้อ 

“อย่าคิดโกงอีกล่ะ”

“ถ้าข้าจับได้ ข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่”

ไรอันไม่เถียงให้เสียเวลา เขาก้มหน้าทำโจทย์สามสิบข้อเสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง พูดง่ายๆ ก็คือ หนึ่งข้อ ไรอันใช้เวลาทำแค่สองนาทีเท่านั้น แล้วยังไม่ใช่ข้อสอบธรรมดา แต่เป็นข้อสอบปราบเทวดาชนิดที่คอนโทรเล่อร์ระดับสูงหลายรายยังทำไม่ได้ และเขาไม่อยากจะโม้เลยว่าถ้าไม่มีคนจ้อง เขาเร็วกว่านี้อีก

“เสร็จแล้วครับ”

คำพูดนั้นส่งผลให้อาจารย์พากันหน้าเสีย

แม้จะเกลียดชังไรอันอย่างไร ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าครั้งนี้เด็กชายโปร่งใส

เขายืนคุมขนาบซ้ายขวา ไม่มีทางที่ไรอันจะโกงได้ เรื่องจะแอบดูเฉลยก่อนไม่มีทางเลย ที่จรดปากกาลงไปก็ใช่ว่ามั่ว ชายวัยกลางคนคอยจับผิดและภาวนาฟ้าดินให้ตอบผิดแต่ที่ตอบไปทุกต้องทั้งหมด อาจารย์กระชากข้อสอบออกจากมืออย่างแรง เพราะจงใจจะทำกระดาษขาด หวังจะให้ไรอันพ่ายแพ้

“โอ้ ข้าขอโทษด้วยนะ ดึงแรงไปหน่อย ขาดซะแล้ว”

“เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมง เจ้าทำไม่ทันแล้วล่ะ”

“เสียใจด้วยนะ”

ไรอันเบิกตากว้าง คิดไม่ถึงว่าอาจารย์จะจงใจแกล้งตนได้ถึงขนาดนี้ แต่ด้วยเลือดที่กำลังเดือดพล่านทำให้ไม่คิดยอมแพ้ ไรอันกัดฟันกรอด เขาจะต้องเข้าเฝ้าจักรพรรดิให้ได้ อย่างน้อยๆ ก็จะได้บอกโอโร่ว่าเขาเป็นคนดีและซื่อสัตย์ต่อไฮโดรเมด้ามาตลอด ไม่เคยคิดอยากทำลายบ้านเมืองอย่างที่ใครกล่าวหา

“ข้าขอข้อสอบใหม่!!

“เจ้าจะทำทันเหรอ?”

“ข้าแค่อยากขอโอกาส”

“ก็ได้...”

ชายหนุ่มตอบแล้วหันไปยักคิ้วให้เพื่อนอย่างรู้กัน เขาเดินหายไปนานโดยทำทีเป็นค้นหากระดาษคำถามที่วางอยู่ที่ไหนสักแห่งแม้ความจริงจะรู้อยู่แล้ว ยียวนถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ จนเหลือแค่สิบนาที กะจะให้ไรอันทำไม่ได้เอง มันจะได้เป็นความคิดของลูกอีบ้า ไม่ใช่ความผิดเขา

“รีบหน่อยล่ะ เหลืออีกสิบนาที”

“สิบนาทีก็สิบนาที”

ไรอันคว้าข้อสอบชุดใหม่มา เร่งมือเขียนใหม่ โชคดีที่เขาจำคำตอบได้จึงรีบเขียนลงไปใหม่ แม้จะไม่ทันแต่ก็ทำไปได้ยี่สิบสามข้อที่เขามั่นใจว่าถูกแน่นอน

......................................................................................................................................................

ข้อสอบถูกส่งไปให้กองกลางตรวจ

ยังดีอยู่บ้างที่การตรวจนั้นจะไม่มีใครรู้ว่าตรวจของใคร จึงไม่สามารถมีการจงใจตวรจผิดได้ การแกล้งไรอันแม้จะทำอยู่ทั่วกัน แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่กล้าประเจิดประเจ้อมาก นอกจากการเข้าข้างราอูลเป็นเรื่องปกติ แคลเซียมที่เห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่แรกก็รู้ว่าเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดึงกระดาษขาด ความคิดส่วนยุติธรรมในใจก็นึกอยากเข้าไปห้าม

แต่พอนึกภาพศพลูกและภรรยา เขาก็ทำใจช่วยลูกอีบ้าไม่ได้จริงๆ

ผลของการสอบก็คือ ไรอันกับเด็กอีกคนได้ที่หนึ่ง

น่าขันนัก... มันเป็นแค่ผล โกงทั้งที่ความจริง ไรอันต้องได้เป็นที่หนึ่งแค่หนึ่งเดียว และต้องชนะคนอื่นขาดลอยด้วย เพราะเขาทำได้ทุกข้อ แค่เขียนลงไปไม่ทันเท่านั้น อีกคนทำได้ยี่สิบสามข้อ ถ้าอาจารย์ไม่ทำลายข้อสอบเขา มีหรือที่เขาจะไม่สามารถทำทั้งสามสิบข้อได้คะแนนเต็ม

ด้านเคลวินเมื่อรู้ข่าว ก็วางเอกสารกองงานมาหาเด็กน้อยที่กำลังรอเขาอยู่ทันที

“เก่งมากน้องชาย ข้าภูมิใจในตัวเจ้ามากนะ”

“พี่เคลวิน ข้า...”

“มีอะไรหรือเปล่า?” ออรัมถามอย่างห่วงใยเด็กหนุ่มที่เขารักเสมือนน้อง ที่หน้าผากของเขามีเหงื่อไหลซึมจากการทำงานหนัก คราบฝุ่นติดตามตัว ไหนจะขอบตาที่คล้ำเพราะไม่ได้พักผ่อนเท่าที่ควร ไรอันนิ่งไป แม้จะอยากฟ้องแต่ก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นห่วง เลยฝืนฉีกยิ้มออกไป

“ไม่มีอะไร”

“เจ้าเป็นอัจฉริยะ รู้ตัวไหม?

“อัจฉริยะ?”

“ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำแบบเจ้าได้ เจ้าเป็นที่หนึ่ง... เป็นหนึ่งเดียว” คำพูดนั้นเหมือนกับรู้อะไรบางอย่างแต่ไม่อยากบอกมาโดยตรง “ไรอัน ข้าอยากมีน้องมาตั้งแต่เล็ก แต่แม่ข้าแท้งไปและไม่สามารถมีลูกได้อีก ไม่นึกเลยว่าสวรรค์จะประทานน้องชายมาให้ข้าจริงๆ ข้าดีใจมากนะ”

“ข้าก็อยากมีพี่... อยากมีพ่อ” ไรอันเม้มริมฝีปากแน่น นึกถึงชีวิตที่บัดซบ “ข้ามีแต่แม่ พ่อข้าเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ คนเขาก็ล้อเรื่องนี้ ไม่รู้จะล้ออะไรกันหนักหนา ล้อแล้วพวกมันได้อะไรขึ้นมา ข้าอยากมีพ่อ มีพี่น้อง มีครอบครัวเหมือนคนทั่วไป ท่านก็เหมือน... พ่อข้าคนหนึ่ง”

“เห้ย ข้าอายุมากกว่าเจ้าหกเจ็ดปี จะเป็นพ่อเจ้าได้ยังไง?”

“ข้ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะ ท่านเป็นพี่ เป็นพ่อของข้า”

“งั้นข้าคงต้องหาแม่เลี้ยงให้เจ้าแล้วมั้ง”

“ท่านมีคนรักแล้วเหรอ?”

“ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นด้วยล่ะ?”

“ก็... ข้ากลัวว่าถ้าท่านมีคนรัก แล้วนางไม่ชอบข้าขึ้นมาล่ะ?”

“ขนาดพ่อแม่ห้ามข้ายังไม่ฟังเลย เจ้านี่คิดมากไปได้ ถ้าข้าจะรักผู้หญิงสักคน นางต้องมีเหตุผล รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี ต้องเข้ากับครอบครัวข้าได้ ต้องรักน้องชายข้าด้วย แต่ข้าไม่คิดจะมีใครหรอกนะ ข้ายังสนุกกับการทำงาน แล้วข้าก็ยังไม่เจอใครที่น่าถูกใจ ข้าอยากได้ที่สวยกว่าท่านเซียนยี้”

“เอาสวยกว่าเลยเหรอพี่เคลวิน พอๆ กันยังหายากเลยนะ”

“ถ้าที่พอเทียบกันได้ ในเมืองก็ท่านฮันนาล ต่างชาติก็โรสซาเบล”

“ท่านเคยเจอพวกนางแล้วเหรอ?”

“เคยเจอแล้วทั้งคู่”

“ใครสวยกว่า?” เด็กหนุ่มถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาผู้ชาย แต่ไม่ได้มีจิตพิศวาสอะไรเลยแม้แต่น้อย สำหรับไรอัน ต่อให้หญิงที่งดงามแค่ไหนมาแก้ผ้าเปลือยกายต่อหน้า ถ้านางมีนิสัยที่น่ารังเกียจ พูดจาน่าขยะแขยง เขาก็ไม่คิดปรารถนา มีแต่อยากไล่ให้ไปไกลๆ เท่านั้น

“พอกัน ท่านฮันนาลเลิศเลอสูงส่ง โรสซาเบลจริตแพรวพราว ยูโธเปียมันขี้โม้จะตายไป มันเทียบกันยาก โรสซาเบลไม่พอใจก็ถอดเสื้อ ผู้ชายก็ต้องมองมากกว่าท่านฮันนาลที่กระโปรงยาวถึงข้อเท้าอยู่แล้ว”

“ท่านมองไหม?

“เจ้านี่ถามอะไรแปลกๆ ก็มีมองบ้างแหละ แต่ไม่ได้คิดอะไร มีให้ดูก็ดูไป สาวยูโธเปียด้วย หน้าอกเท่านี้แหนะ เจ้าอย่าไปบอกใครนะ” เคลวินกระซิบกระซาบ เขาก็เป็นบุรุษเต็มตัวคนหนึ่ง เคยเข้าไปทำภารกิจที่ยูโธเปียและถูกสาวงามยั่วยวน ปลดผ้าทีละชิ้นจนเห็นเรือนร่างกลมกลึงขาวสล้างตรงหน้า

แล้วถ้าถามว่ารอดมาได้อย่างไร คำตอบก็คือความไวและจงรักภักดี ถ้าอยู่นานกว่านี้ มันก็เป็นอะไรที่พูดยาก แค่เห็นยังหวั่นใจ ถ้าได้จับต้องไม่รู้จะทำอย่างไร แต่เคลวินไม่รอให้ถึงจังหวะนั้น เขาเผ่นทันทีที่ตั้งสติได้ จึงสามารถนำชัยกลับมาให้ไฮโดรเมด้าอย่างเต็มภาคภูมิ สร้างความปลื้มปีติแก่วงศ์ตระกูลมหาศาล

“ยังไงข้าไปก่อนล่ะพี่เคลวิน นี่ใกล้เวลาเข้าเฝ้าแล้ว”

“พยายามเข้าล่ะน้องชาย จักรพรรดิว่ายังไงบอกข้าด้วยนะ”

ไรอันพยักหน้าแล้ววิ่งไปยังห้องรวมตัว

นักเรียนอีกเก้าคนนั่งจับกลุ่มคุยกันอย่างสนุกสนาน แม้ในกลุ่มนี้จะไม่มีราอูล ดาร์โก้ ฟรังซัว แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขามีชีวิตสงบสุขขึ้นเลย เพราะเด็กพวกนี้ ต่างก็เป็นพวกเพื่อนซี้หรือลูกไล่ของราอูลทั้งนั้น และมันก็คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งรังแกทั้งกายวาจาใจไม่ต่างกัน อาจจะเบากว่าหน่อยก็แค่นั้น

“นักเรียน เงียบ เดินเป็นแถว ข้าจะพาไปเข้าเฝ้า”

อาจารย์ออกคำสั่ง ทุกคนหยุดพูด แล้วเดินไปยังหอประชุม

ไรอันตื่นเต้นมาก อยากเจอทายาทของพระบิดา

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กว่าร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ผมสีบลอนด์ทองยาวปะบ่า หน้าตาหล่อคมเข้มทรงอำนาจ ทว่าดูเรียบนิ่ง สุขุม นัยน์ตาโศก ใส่ชุดเครื่องแบบจักรพรรดิ ความสง่างามนั้นทำให้ทุกคนต่างอึ้งและเบิกตากว้าง เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระยะใกล้

“ขอบใจมากที่ตั้งใจเรียน รักษาความดีต่อไปนะ”

จักรพรรดิพูดกับเด็กที่เข้ามาด้วยรอยยิ้มและอวยพรให้เป็นคนเก่งคนดร ทุกคนถวายความเคารพแล้วเดินกลับไปนั่งที่ พอถึงลำดับของไรอัน โอโร่เพ่งพิจารณาร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า มือหนาทุบลงกับโต๊ะเต็มแรง ริมฝีปากและเนื้อตัวสั่นเทาจนสังเกตได้ เสียงทุ้มตวาดกร้าว

“เอาลูกอีบ้าเข้ามาทำไม?”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

146 ความคิดเห็น

  1. #92 PiiNG_DEvIL (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 21:17
    พรีเชียส......?
    #92
    0