[Fic The Avengers] Little Steve Rogers!

ตอนที่ 4 : Chapter4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    9 มิ.ย. 62

ผ่านมาแล้วเกือบหนึ่งอาทิตย์หลังจากที่นาตาชาและสตีฟปะทะกับดร.ดูมจนทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เขาย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กชายตัวเล็ก โรคติดตัวยาวเหยียดจากบรูคลิน ตอนนี้สุขภาพและสภาพจิตใจของสตีฟไม่มีปัญหาอะไร เด็กชายมีความสุขดี ทานอาหารครบห้าหมู่ มีเตียงนุ่มๆและของเล่นกับพวกตุ๊กตาอีกพอสมควร เมื่อวานแพทย์ของหน่วยชีลต์แวะเข้ามาขอเก็บตัวอย่างเลือดของกัปตันอีกหน พวกเขาล่อสตีฟด้วยขนมตะกร้าใหญ่ยักษ์ ซึ่งมันใช้ได้ผลดีเสียด้วย... ผลการวิเคราะห์ถูกส่งมาในช่วงเย็นของวันนั้น ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ร่างในชุดนอนสีแดงสดสกีนลายไอร่อนแมนที่เพพเพอร์ซื้อให้กำลังนอนกลิ้งอ่านนิทานอยู่บนพรมหนาของห้องนั่งเล่น สีเทียนบางส่วนวางกระจายอยู่ด้านข้างพร้อมกับสมุดภาพที่ยังระบายไม่เสร็จ ชามคุกกี้และลูกอมห่อสีสวยวางอยู่ในระยะที่เอื้อมถึง กูสนอนขดตัวอยู่บนหมอนด้านหน้าสตีฟ มันส่งเสียงครืดในลำคออย่างสบายใจ วันนี้นาตาชาบอกว่ามีคนจะแวะเข้ามาเยี่ยมเขาทั้งในช่วงเช้าและช่วงบ่าย โดยทั้งหมดต่างก็เป็นเพื่อนแม่ของเขาทั้งนั้น แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครแวะเข้ามา ยกเว้นแฮปปี้และเพพเพอร์ที่เอาวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเข้ามาเติมก่อนจะกลับออกไป

สตีฟพลิกตัวจากท่านอนคว่ำมาเป็นท่านอนหงาย เขายกศีรษะขึ้นมองตรงไปยังปลายเท้าของตนในถุงเท้าไหมพรมถักสีเหลืองสลับแดง ขยับมันเข้าหากันไปมาสองสามรอบก่อนที่ดวงตาสีฟ้าสดจะมองเลยไปยังห้องที่อยู่ไกลออกไป เงาตะคุ่มๆด้านหลังกระจกขุ่นมัวคือสมาชิกทีมอเวนเจอร์ สตีฟสามารถแยกแยะว่าใครเป็นใครได้จากลักษณะท่าทางของแต่ละคน เขาเดาว่าคนที่นั่งกอดอกสบายๆตรงหัวโต๊ะน่าจะเป็นโทนี่ ส่วนคนที่กำลังยืนเท้าเอวน่าจะเป็นนาตาชา กูสลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินตรงไปยังชามคุกกี้ สัตว์สี่ขาตัวส้มก้มหน้าลงไปดมๆอาหารที่อยู่ในนั้น สตีฟ
พลิกตัวกลับมาหัวเราะให้มัน เจ้าเหมียวเหมือนเข้าใจ มันเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของชามขนมแล้วร้องเสียงเหมียวๆ

" อยากกินไหมหล่ะ? "

ว่าแล้วก็บิดคุกกี้สีน้ำตาลอ่อนที่น่าจะเป็นรสนมออกมานิดหน่อยให้กูสกิน อันที่จริงแม่เคยพูดไว้ว่าไม่ควรเอาอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าให้แมวกินโดยเฉพาะอาหารของมนุษย์เพราะมันอาจจะทำให้สัตว์ป่วยได้ แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเด็กย่อมชนะถูกอย่างอยู่แล้ว กูสก้มลงดมชิ้นขนมสักพักก่อนจะกินมันเข้าไป สตีฟต้องขยี้ตาอีกรอบเพราะเมื่อกี้เขาคิดว่าเห็นสิ่งที่ดูคล้ายหนวดหมึกงอกออกมาจากปากเจ้าเหมียว

" เดี๋ยวนะ เมื่อกี้?... "

เด็กชายจ้องกูสอีกรอบ มันจ้องมองกลับด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มันเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะกลับลงไปนอนดังเดิม กัปตันโรเจอร์วัยเยาว์ล้มตัวนอนเอียงคอตามมัน ต่างฝ่ายก็ต่างจ้องตากันตาแป๋วจนสุดท้ายก็เป็นกูสที่เป็นฝ่ายละสายตาไปก่อน สตีฟถอนหายใจยาวๆก่อนจะหันกลับไปสนใจนิทานของตนเองต่อ จังหวะเดียวกันนั้น ประตูลิฟต์ก็เปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำเดินออกมา

ดูเหมือนว่าแขกของเขาจะมาถึงแล้ว...

------------------------------------------------------------------

เจ้าหน้าที่ฟีล โคลสันอายุน้อยกว่าที่สตีฟคาดคิดในทีแรก โคลสันอยู่ในชุดประจำของเขา ในมือมีกล่องลังขนาดใหญ่กับกระเป๋าเดินทางอีกใบข้างกาย สีหน้ายิ้มแย้ม...มาก อย่างที่ใครๆก็รู้ ฟีลเป็นแฟนคลับตัวยงของกัปตันอเมริกา การที่เขาได้เจอและร่วมงานกับสตีฟตัวเป็นๆนั้นเป็นอะไรที่เหมือนฝันมาก แต่การที่ได้เจอฮีโร่ขวัญใจในร่างของเด็กน้อยนั้นทำเอาโคลสันแทบจะตื่นเต้นจนเกือบจะเป็นลม อันที่จริงเขาอยากจะมาเยี่ยมสตีฟตั้งแต่อาทิตย์ก่อน แต่ราวกับผบ.ฟิวรี่กลั่นแกล้ง เขากับถูกงานจำนวนมหาศาลถล่มใส่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กว่าจะจัดการหมดก็คือเมื่อคืน

" สวัสดีกัปตัน...ไม่สิ สตีฟ โรเจอร์ ผมเจ้าหน้าที่โคลสัน ฟีล โคลสัน ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง "

เขาแทบจะกัดลิ้นตัวเองตอนเอ่ยแนะนำตัว แต่ก็ช่วยไม่ได้ คนตรงหน้าคือกัปตันโรเจอร์ตอนยังเป็นเด็กนะ! ใครมันจะไม่ตื่นเต้นกันหล่ะ!

" ยินดีที่ได้รู้จักครับโคลสัน! คุณนี่เองคือคนที่ฝากความคิดถึงมาให้ผม ขอบคุณนะครับ! นาตาชาบอกว่าวันนี้คุณจะเข้ามา "

" อ่อ ใช่ๆ "

สตีฟกวาดสีเทียนกับสมุดวาดเขียนให้หลบเข้าไปอยู่ข้างใต้โต๊ะเพื่อให้มีพื้นที่มากขึ้นสำหรับชายหนุ่ม กูสจำใจต้องกระโดดขึ้นไปนอนบนโซฟาอย่างเกียจคร้านตามคำสั่งของสตีฟ กล่องลังที่ถือติดมาด้วยถูกวางลงบนโต๊ะ ดูท่ามันน่าจะหนักพอสมควร ส่วนกระเป๋าเดินทางใบนั้นก็วางพิงเอาไว้ข้างๆโซฟาในขณะที่คนอายุมากกว่าค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์

" แล้ววันนี้คุณมีธุระอะไรกับผมงั้นหรอครับ? "

เด็กชายเอ่ยถามพร้อมยกมือสองข้างขึ้นมาเท้าคางตัวเอง ดวงตาทั้งสองจ้องมองไปยังโคลสันด้วยความอยากรู้อยากเห็น เจ้าหน้าที่หนุ่มลอบกลืนน้ำลาย บางทีเขาอาจจะต้องไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดจากโทนี่เสียแล้ว-- ถ้ามหาเศรษฐีคนนั้นจะยอมให้หน่ะนะ

" .....อ้อ! พอดีฉันเอาแฟ้มข้อมูลจากชีลต์มาบางส่วน เพื่อเธออยากจะทำความรู้จักทีมอเวนเจอร์ให้มากขึ้น "

ว่าแล้วเขาก็เปิดกล่องลังที่เอามาด้วย เด็กชายและแมวส้มชะโงกตัวดูของด้านในอย่างลืมตัว ในนั้นด้านบนสุดคือกรอบรูปถ่ายของผู้คนที่ดูคุ้นตาบางส่วน ตอนนี้เขาเลิกแปลกใจไปแล้วว่าทำไมมันถึงมีสี เทคโนโลยีของที่นี่พัฒนาไปไกลกว่าที่บรูคลินมาก ข้างใต้มีแฟ้มสีขาวหนาอยู่ประมาณสองสามแฟ้มและของจุกจิกอีกเล็กน้อยที่สตีฟไม่มั่นใจว่าเขารู้ว่ามันคืออะไร โคลสันหยิบรูปถ่ายสีด้านบนออกมาวางไว้บนโต๊ะให้สตีฟได้ดูชัดๆ มันเป็นรูปของทีมอเวนเจอร์อย่างแน่นอนเพราะเขาจำคนในรูปได้เกือบทั้งหมด จะมีอยู่สองสามคนที่เขาไม่รู้ว่าเป็นใคร

" นี่นาตาชากับคลิ้นท์ ชุดของพวกเขาดูดีจังเลยครับ! ว้าว ตรงกลางนั่นโทนี่! ตัวเขียวๆนี่บรูซหรอครับ?...เขาย้อมสีตัวเองทำไมหรอครับ? ข้างๆธอร์นี่ใครหรอครับ? คนตรงนั้นด้วย! ทำไมเขาตัวแดงจัง? เขาเป็นปีศาจแบบในนิทานหรือเปล่า? "

โคลสันใช้เวลาสักพักหนึ่งในการเรียบเรียงคำถามที่เด็กชายยิงออกมา ดวงตาสีเข้มก้มลงมองนิ้วชี้เล็กๆที่กำลังชี้ตรงไปยังแม่มดแดงที่ยืนอยู่ข้างๆปีศาจของสตีฟ-- ไม่สิ นั่นวิชั่น

" คนนี้คือแวนด้า พลังจิตของเธอยอดเยี่ยมมากส่วนที่อยู่ข้างๆไม่ใช่ปีศาจหรอกนะสตีฟ เขาเป็นเออ...หุ่นยนต์ชื่อว่าวิชั่น ทั้งคู่เป็นสมาชิกทีมอเวนเจอร์เหมือนกัน ผบ.ฟิวรี่ส่งพวกเขาไปทำภารกิจที่เอเชียเพิ่งจะกลับมาเมื่อสองวันก่อน เย็นนี้เธอคงจะได้เจอพวกเขา "

ชายหนุ่มคิดว่าเขาได้ยินเสียงร้องว้าวผสมกับเสียงแมวดังขึ้นข้างๆตน กูสที่เบื่อหน่ายกับการนอนเฉยๆบนโซฟาแล้ว มันกระโดดลงมาอยู่ตรงช่องว่างระหว่างฟีลและสตีฟ ดูท่าทางมันเองก็สนใจของบนโต๊ะอยู่ไม่น้อย โคลสันจำได้ว่าผบ.ฟิวรี่เคยพูดไว้ว่ากูสไม่ใช่แมวธรรมดาให้จับตาดูมันไว้ดีๆแต่ไม่ได้บอกว่าเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะมันแสนรู้กว่าแมวทั่วๆไปก็เป็นได้หล่ะมั้ง

" แล้วผู้ชายคนนี้หล่ะครับ ทำไมผมยังไม่เคยเห็นเขาเลย "

เจ้าหน้าที่หนุ่มอ้าปากค้างไปชั่วขณะ...เพราะคนที่เด็กชายเอ่ยถามนั้น ก็คือตัวเขาเองนั่นแหละ! ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมสตีฟถึงยังไม่เคยเจอตัวกัปตันอเมริกา ฟีลต้องใช้เวลาสักพักในการเรียบเรียงคำพูดให้ไม่ดูส่อพิรุธจนเกินไป เขาสูดหายใจลึกๆก่อนจะเอ่ยตอบ

" นั่นคือกัปตันอเมริกา หัวหน้าของทีมอเวนเจอร์ ที่เธอยังไม่เคยเจอเขาเพราะเขา...เออ...เขาไปรับภารกิจลับที่ต่างประเทศหน่ะ ไว้มีโอกาสเธออาจจะได้เจอเขานะ "

ใช่ ถ้ามันมีโอกาสเป็นไปได้จริงๆอ่ะนะ...

" กัป-ตัน...อะ-เมริกา ชุดของเขาดูเหมือนสีธงชาติอเมริกาเลยครับ! ผมว่าผมชอบนะ ดูเป็น...อเมริกา! "

" ใช่ไหมหล่ะ อันที่จริงเขาเป็นฮีโร่คนแรกของอเมริกาและยังเป็นฮีโร่คนโปรดของฉันอีกด้วย เธออยากฟังประวัติของเขาไหม? "

แน่นอนว่าสตีฟอยาก แม้ว่านั่นจะเป็นประวัติของตัวเขาเองก็ตาม แฟ้มเล่มหนึ่งถูกหยิบออกมาจากกล่องลัง โคลสันรอบคอบพอที่จะเอาข้อมูลสมัยยังเด็กของกัปตันโรเจอร์ออกไม่เช่นนั้นสตีฟคงจะรู้สึกตะขิดตะข่วนใจแปลกๆที่ประวัติมันดูคล้ายๆกับตัวเอง เจ้าหน้าที่หนุ่มเล่าวีรกรรมน่าเชิดชูต่างๆของกัปตันอเมริกาให้เด็กน้อยฟังอย่างออกรสโดยมีกูสนอนอยู่บนตักของสตีฟเพียงแต่เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องเทคซาแรคหรือการที่สตีฟหลับไปในน้ำแข็งถึงเกือบ70ปีเลยแม้แต่นิดเดียว



โทนี่เป็นคนแรกที่ลุกออกมาจากห้องประชุม ในที้สุดการประชุมตกลงเรื่องต่างๆของทีมก็จบลงสักที เขาบิดตัวอย่างเกียจคร้านขณะผลักประตูกระจกให้เปิดออก ใจลอยนึกถึงสิ่งประดิษฐ์ที่ค้างคาอยู่ในห้องแล็บ ถ้าเขาปรับฟังก์ชั่น ของชุดสูทไอร่อนแมนให้รับน้ำหนักได้มากขึ้นอีกหน่อย อัพเกรตวงจรไฟฟ้าอีกนิดมันก็น่าจะ...

" เชี่ย!!!! "

เศรษฐีวัยกลางคนสบถออกมาอย่างลืมตัวเมื่อมีบางอย่างพุ่งเข้ามาปะทะต้นขาของเขา โทนี่ยกมืออุดปากตัวเองเมื่อตระหนักได้ว่าร่างในชุดนอนลายไอร่อนแมนแต่ใส่หน้ากากกับถือโล่กัปตันอเมริกานั้นคือ...สตีฟ โรเจอร์

" โว้ววววว.... "

สตีฟถอดหน้ากากออกพร้อมกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่โทนี่สบถออกมา นั่นมันคำหยาบคายนี่หน่า ถ้าแม่ของเขามาได้ยินเข้าหล่ะก็ โทนี่ต้องโดนจับล้างปากอย่างแน่นอน-- โทนี่เองก็ดูจะตกใจกับสิ่งที่ตัวเองพลั้งปากออกมาเช่นเดียวกัน คนอายุมากกว่าวางมือบนไหล่ของเด็กน้อยก่อนเอ่ยขอโทษ 

" ขอโทษนะ พอดีมันพลั้งปากไปหน่อย ว่าแต่เธอไปเอาชุดนี้มาจากไหนกันหล่ะเนี่ย?...อ่อ โคลสันนั่นเอง "

" ครับ! เจ้าหน้าที่โคลสันให้ผมหล่ะ! ผมจะได้เป็นเหมือนกับกัปตันอเมริกา! ย๊าห์!!!! เหล่าร้ายจงระวัง! "

กล่าวจบเด็กชายก็วิ่งวนไปมารอบๆห้องพร้อมกับชูโล่พลาสติกในมือ คลิ้นท์กลั้นขำไว้ไม่อยู่ เขาหลุดหัวเราะออกมาแต่สตีฟไม่ทันจะได้ยิน นักธนูก็ถูกเพื่อนสายลับสาวเหยียบเท้าให้เงียบลงเสียก่อน ธอร์อดใจไม่ไหว พุ่งตัวเข้าไปเล่นด้วยกับสตีฟอีกคน

" ส่วนข้าก็คือธอร์ บุตรแห่งโอดิน! กำลังไปช่วยแล้วกัปตัน! "

นาตาชาปล่อยให้พวกผู้ชายเล่นสนุกกันไป เธอเดินตรงไปหาเพื่อนร่วมงานเพื่อสอบถามสาระทุกข์สุขดิบตามมารยาทและข่าวคราวของหน่วยชีลต์ทั้งเรื่องดร.ดูมและภารกิจอื่นๆ ทั้งคู่คุยกันเงียบๆก่อนจะปิดท้ายบทสนทนาด้วยการส่งมอบกระเป๋าเดินทางที่โคลสันเอาติดมาด้วยให้แนต จังหวะนั้นเองที่ทุกๆคนเผลอ ธอร์ก็เริ่มเล่นอะไร    แพลงๆกับสตีฟเสียแล้ว ในมือข้างถนัดของเขาถือโยเนียร์เอาไว้ ง้างขึ้นคล้ายกับกำลังจะทุบอะไร ด้านล่างคือโล่กัปตันอเมริกาพลาสติกที่ถูกยกขึ้นสูงโดยฝีมือของสตีฟคล้ายกับกำลังจะเข้าไปรับโยเนียร์

" พวกวายร้ายจะต้องเจอสุดยอดท่าโจมตีของพวกเรา! "

และนาตาชาก็นึกออก มันคือท่าที่ธอร์กับสตีฟเคยทำสมัยช่วงที่สู้กับอัลตรอน....แต่ตอนนี้มันจะไม่ได้ผลแบบเมื่อคราวนั้นอย่างแน่นอนเพราะค้อนนั่นอาจจะเป็นของจริงแต่ไม่ใช่สำหรับโล่พลาสติกของเล่นแน่ๆ ไม่มีทางที่มันจะรับแรงกระแทกจากค้อนได้อย่างแน่นอน หญิงสาวรีบตรงเข้าไปห้ามก่อนที่ใครจะเป็นอะไรไปเสียก่อนพร้อมนึกอย่างเหนื่อยใจ

ให้ตายสิพวกผู้ชาย!!!

-----------------------------------------------------------------------------------

ไม่มีเหตุการณ์อันตรายหรืออุบัติเหตุใดๆเกิดขึ้น สตีฟเล่นบทบาทสมมติเป็นกัปตันอเมริกาต่ออีกหน่อยก่อนจะโดนโทนี่ไล่ให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดได้แล้ว เด็กชายมีท่าทีอิดออดอยู่พอสมควรแต่สุดท้ายเขาก็ยอมไปอาบน้ำแต่โดยดี ถึงจะมีแอบเสียเวลานอนเล่นกับกูสอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงเลยก็ตาม

วิชั่นกับแวนด้ามาถึงหลังมื้ออาหารเที่ยงไม่นานนัก พวกเขามาพร้อมกับผลไม้เมืองร้อนหน้าตาไม่คุ้นเคยหลายชนิด นอกจากนั้นแล้วยังมีของฝากชิ้นเล็กชิ้นน้อยแก่เหล่าสมาชิกคนอื่นๆในทีมอเวนเจอร์อีกด้วย วิชั่นเป็นอะไรที่ทั้งดูแปลกและน่ากลัวไปในเวลาเดียวกันสำหรับสตีฟ อาจจะเป็นเพราะผิวของเขาเป็นสีแดงและมีอัญมณีสีเหลืองนวลเม็ดใหญ่อยู่กลางหน้าผาก แต่พอเริ่มได้คุยกัน เด็กชายก็หายกลัว

" แวนด้าเธอพอจะมีความเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างไหม? "

นาตาชากระซิบถามแม่มดแดงข้างกายขณะทั้งสองกำลังช่วยกันล้างผลไม้ลูกสีม่วงๆที่เรียกกันว่ามังคุด หญิงสาวผมสีเข้มเหลือบมองไปยังสตีฟที่กำลังขี่คอวิชั่นอยู่ทางด้านหลังก่อนจะส่ายหน้าเศร้าๆ

" ไม่มีเลยค่ะ ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นมาก่อนเลยแต่อาจจะพอเช็คร่องรอยเวทมนตร์จากความทรงจำของเขาได้บ้างว่ามันมาจากไหน "

" งั้นคงจะต้องรบกวนเธอหน่อยแล้วหล่ะนะ "

เมื่อตกลงกันเสร็จสรรพ มังคุดชามหนึ่งก็พร้อมเอาไปเสริฟแล้ว... แวนด้าเสนอว่าพวกเขาควรจะรอให้สตีฟนอนกลางวันก่อนเพราะการตรวจสอบเวทมนตร์จะได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งวิชั่นเองก็เห็นด้วย พวกเขาล่อให้สตีฟเล่นโหนไปมาจนเริ่มเหนื่อย หนังตาสองข้างของสตีฟค่อยๆหย่อนลงเรื่อยๆก่อนในที่สุดเขาก็ฝืนสู้ไม่ไหว ร่างเล็กเอียงตัวล้มลงนอนลงบนตักของโทนี่แล้วผลอยหลับไปในที่สุด เหล่าสมาชิกทีมอเวนเจอร์จึงจะเริ่มงาน พวกเขาย้ายสตีฟลงไปยังห้องแล็บที่ผลเลือดและค่าการตรวจร่างกายของเขาบันทึกเอาไว้ โทนี่ค่อยๆวางสตีฟลงบนเตียงเหล็กอย่างเบามือ พยายามไม่ให้สตีฟตื่นขึ้นมาเสียก่อน แม่มดแดงเอื้อมมือไปลูบหัวทุยนั่นเบาๆ ด้วยพลังของเธอทำให้หญิงสาวเห็นภาพใต้จิตสำนึกของเด็กชาย มันเป็นภาพตัวเขากับหญิงสาวที่น่าจะเป็นแม่กำลังนั่งรับประทานอาหารกันอย่างมีความสุขอยู่ในห้องครัวห้องเล็กๆ แม้จะเก่าทรุดโทรมแต่ก็อันแน่นไปด้วยความอบอุ่น แวนด้าลอบยิ้ม

" เขากำลังฝันดีเลยทีเดียว...เออ ทุกคนคะ ช่วยหลบออกห่างจากโต๊ะหน่อยค่ะ "

กล่าวจบแล้วสมาชิกคนอื่นๆก็ก้าวเท้าถอยหลังหลบออกไปยืนด้านข้างเพื่อให้หญิงสาวในชุดเสื้อโค้ตหนังยาวสีแดงเข้มได้มีพื้นที่ในการทำงานมากขึ้น แวนด้าเพ่งสมาธิ พลังของเธอปรากฏขึ้นเป็นหมอกควันสีแดงก่อนจะค่อยๆเคลื่อนเข้าไปวนรอบๆตัวของสตีฟ มันหมุนวนอย่างเชื่องช้าอยู่สักพักใหญ่ๆก่อนจะสลายหายไป แวนด้าลืมตาขึ้น

" ว้าว...วิชั่น ฉันรู้สึกถึงร่องรอยของอะไรบางอย่าง...มันคล้ายกับมณีของคุณมากๆ คุณพอจะรู้อะไรไหม? "

" ผมคิดว่าผมเองก็รู้สึกแบบนั้น มณีของผมมีปฏิกิริยาเล็กน้อย มันแผ่วเบามากจนผมเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร...บางทีมันอาจจะมณีเม็ดอื่นๆ "

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะทั่วบริเวณ ไม่มีใครพูดหรือขยับตัว มีเพียงเสียงขูดกระจกดังมาจากทางประตู บริเวณนั้นปรากฏเป็นเงาตะคุ่มๆสีดำคล้ายๆกับสิ่งมีชีวิตสี่ขาที่เรียกว่า แมว กูสกำลังตะกุยประตูอยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันต้องทำแบบนั้น โทนี่โวยวายออกมาเรื่องที่เล็บของมันจะทำให้บานประตูเกิดความเสียหาย ก่อนจะสั่งให้AIสาวทำอะไรสักอย่าง ฟรายเดย์ตอบกลับอย่างจนปัญญา แต่สุดท้ายเธอก็ล่อเจ้าเฟอร์เคนคราบแมวให้ออกไปจากตรงนั้นได้ด้วยวิธีของเธอเอง

" แต่ชีลต์อาจจะรู้ "

บรูซเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เขาเดินตรงไปยังกระดานข้อมูลที่ฉายอยู่บริเวณหน้าห้องก่อนจะอธิบายเหตุผลประกอบความคิด

" พวกคุณไม่คิดว่ามันแปลกเกินไปหน่อยหรอ? ชีลต์ใช้งานให้พวกคุณไปตามล่าโรงงานพวกค้าของเถื่อนที่กลับกลายเป็นแหล่งกบดารของดร.ดูมแทน เห้! เรากำลังพูดถึงดร.ดูมอยู่นะ อาชญากรวายร้ายที่เก่งทั้งเวทมนตร์และวิทยาศาสตร์ ลิสผลงานเขาหนาเป็นตั้ง ผมอ่านทั้งคืนยังไม่หมดเลย หมายจับก็มีเยอะถมไป ทำไมชีลต์จะไม่รู้ว่าที่นั่นเป็นที่กบดารของเขา!? "

มือหนาปัดไฟล์ข้อมูลต่างๆให้เปิดฉายข้อมูลและภาพประกอบขณะพูดพลางหันมามองผู้ฟังเป็นพักๆ ตอนนี้ดร.แบนเนอร์ดูคล้ายกับศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยชื่อดังที่กำลังบรรยายงานวิจัยของตนเองให้เหล่านักศึกษาฟังเลยก็ไม่ปาน นาตาชาพยักหน้ารับเห็นด้วยกับความคิดของแบนเนอร์

" ต้องยอมรับว่าชีลต์ไม่ได้บอกเราทุกๆอย่างในภารกิจและฉันก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ดร.แบนเนอร์พูด มันแปลกเกินไป "

" คือนี่จะบอกว่าชีลต์ปิดบังอะไรเราอีกแล้วงั้นหรอ? "

โทนี่ออกความเห็นบ้าง เขาชักจะเริ่มหงุดหงิดกับชีลต์แล้วนะ ทำไมถึงต้องทำอะไรหลายๆเรื่องให้มันยุ่งยากขึ้นอีกด้วย ฟิวรี่ก็อีกคน ไหนว่าไว้ใจกันยังไงหล่ะ สุดท้ายแล้วก็เห็นว่าทีมอเวนเจอร์เป็นแค่หมากสำหรับการใช้งานอีกอยู่ดีแถมครั้งนี้ยังทำให้สตีฟต้องพลอยซวยไปด้วยอีก น่าหงุดหงิดจริงๆ

" ผมว่าใช่และเราควรจะแวะไปเยี่ยมฟิวรี่กันสักหน่อย "

" เอาผลไม้ไปด้วยดีไหมครับ? "

" แล้วแต่เลยวิชั่น "

-----------------------------------------------------------------------------

ใครมีไอเดียหรืออยากเสนอให้เนื้อเรื่องไปทางไหนบอกกันได้นะคะ*ฮา* สารภาพว่ามันตันบางที
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

31 ความคิดเห็น

  1. #6 Aijai (@Aijai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 13:00

    กัปตันน่ารักกกกกก
    #6
    0