[Fic The Avengers] Little Steve Rogers!

ตอนที่ 1 : Chapter1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62

      ' โทนี่ สตาร์ค ' กำลังนั่งไขว่ห้างอย่างสบายใจบนเก้าอี้ชายหาด หันหน้ารับลมทะเลบริเวณบ้านพักตากอากาศริมหาดทรายส่วนตัวของเขาตอนที่มีโทรศัพท์จากสายลับหน่วยชีลต์เข้า

" ท่านคะ มีสายจากคุณโรมานอฟต์ค่ะ "

เสียงของF. R. I. D. A. Y. AIอัจฉริยะประจำตัวของอัจฉริยะหนุ่มดังขึ้นจากหูฟังไร้สายที่เขาใส่เอาไว้ โทนี่ถอดแว่นตากันแดดออก สั่งให้หุ่นยนต์แขนกลของตนเองหยุดเทแชมเปญลงโต๊ะเป็นรอบที่สาม หรือ ไม่ก็สี่ ก่อนจะสั่งให้ฟรายเดย์รับสายนั้น

" โทนี่... "

" ว่าไงจ๊ะคนสวย ได้ข่าวว่าไปลุยงานให้ชีลต์เมื่อคืนกับคุณปู่หวานเย็นมาเป็นยังไงบ้าง? "

บุรุษในชุดเกราะเหล็กเอ่ยตอบสายลับสาวด้วยน้ำเสียงขี้เล่นตามสไตล์ของตนเอง 

" โทนี่คุณต้องมาที่สตาร์คทาวเวอร์เดี๋ยวนี้ "

แต่ดูเหมือนว่านาตาชาจะอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่... ไม่สิ ปกติแล้วหญิงสาวสามารถปกปิดความรู้สึกได้อย่างแนบเนียนแต่ตอนนี้น้ำเสียงของเธอดูกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด โทนี่นึกสงสัยอะไรกำลังกวนใจเธอได้ถึงขนาดนี้กันนะ?

" ผบ.ฟิวรี่ไม่ได้บอกคุณหรอว่าตอนน-- เห้ย! ถ้าแกยังไม่เลิกเทแชมเปญลงบนโต๊ะของฉันอีกหล่ะก็ เตรียมตัวโดนจับแยกชิ้นส่วนได้เลย!...โอเค ว่าต่อ เขาไม่ได้บอกคุณหรอว่าผมลาพักร้อน ไม่รับ-งาน-ใดๆ-ทั้ง-สิ้น! "

เมื่อมหาเศรษฐีหนุ่มหันกลับไปด้านข้างก็พบว่าเจ้าหุ่นยนตร์ตัวดีของเขายังคงเทเครื่องดื่มลงบนโต๊ะเหมือนเดิม...

" โทนี่ฟังให้ดีๆนะ สตีฟกำลังมีปัญหา เราอยากให้คุณช่วย "

" เดี๋ยวๆสตีฟทำไมนะ? เกิดอะไรขึ้น? "

นาตาชาไม่ได้ตอบเลยในทันที เธอเงียบไปสักพักจนแอบน่าหวั่นใจก่อนจะถอนหายใจยาวๆ

" เรายังไม่มั่นใจ...คิดว่าคุณมาดูเองน่าจะดีกว่า "

ไม่ต้องให้ใครพูดซ้ำสอง หลังจากนั้นไม่นาน รถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูสีสดก็รีบวิ่งตรงไปสู่ตึกสตาร์คทาวเวอร์ทันที...


---------------------------------------------

ทีมอเวนเจอร์มีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ตอนที่โทนี่ไปถึง แต่อาจจะยกเว้นธอร์ที่ยังคงยืนกินคุกกี้ชามใหญ่อยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามปกติผิดกับนาตาชาและคลิ้นท์ที่ดูเคร่งเครียดกว่าทุกๆครั้ง มันเป็นสีหน้าแบบที่จะปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของพวกเขาได้แค่ในเวลาที่พบเจอปัญหาหนักจริงๆ

แบนเนอร์อยู่ที่อีกมุมหนึ่งของห้อง เขากำลังก้มๆเงยๆอยู่กับกองเอกสารของตนเองอยู่แต่ถึงอย่างนั้นดอกเตอร์หนุ่มก็เป็นคนแรกที่เอ่ยทักทายโทนี่

" ขอบคุณที่คุณยอมมา เรื่องนี้เราจนปัญญาจริงๆ "

นาตาชาลุกขึ้นมาจากเก้าอี้นั่งก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ชายในชุดเสื้อแขนยาวสีดำกับกางเกงตัวยาวสบายๆ โทนี่นึกอยากจะเล่นมุขอะไรสักอย่างแต่ตระหนักได้ว่าไม่ใช่เวลา ดวงตาสีเข้มกวาดมองไปรอบๆชั้นแต่ไม่พบวี่แววของสตีฟ

" สหายตัวน้อยของเราหลับอยู่หน่ะ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง "

ธอร์เอ่ยตอบราวกับว่าเดาใจออกว่าโทนี่กำลังจะถามอะไร แต่เพราะสรรพนามแปลกๆ...กว่าปกติ ที่ธอร์ใช้ทำให้เขาเอะใจ อาจจะจริงอยู่ที่ว่าธอร์นั้นตัวสูงกว่าสตีฟแต่นั่นก็ไม่อาจจะเรียกกัปตันอเมริกาว่าสหายตัวน้อยได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

โทนี่หันไปขอความเห็นจากนาตาชาที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ใบหน้าของเธอเรียบเฉย ไม่สามารถอ่านออกได้ว่ากำลังคิดอะไร

" ถึงบอกไงว่าคุณควรจะมาดูเอง "

กล่าวจบร่างในชุดสายลับสีดำก็ก้าวยาวๆไปตามทางเดินตรงสู่ส่วนที่โทนี่จำได้ว่าเป็นห้องนอน นาตาชาไม่ได้เปิดประตูห้องโดยทันที เธอหันกลับมามองเจ้าของชุดเกราะไอร่อนแมนสักครู่หนึ่งก่อนจะแง้มประตูให้เปิดออกเล็กน้อย พอที่จะมองเห็นด้านใน...

แม้จะไม่เคยเข้าไปแต่ก็พอเดาได้ว่านี่คือห้องของกัปตันโรเจอร์ หากแต่ร่างที่นอนอยู่บนเตียงนอนสีน้ำเงินอมเทานั่นกลับเป็นร่างเล็กของเด็กชายผมบลอนด์ทองคนหนึ่ง ใบหน้าเยาว์วัยนั้นน่าจะอายุราวๆ5-6ปี โทนี่ขยี้ตาตัวเองอีกครั้งแต่ยังไม่ทันจะได้ลองเพ่งสายตาดีๆดูอีกที ประตูห้องก็ปิดลง

" ....ขอบอกเลยว่านี่ไม่ขำ พวกคุณรวมหัวกันล้อผมเล่นใช่ไหมเนี่ย? ใช่ไหม? "

สีหน้าคนอื่นๆดูไม่ขำด้วยสักเท่าไหร่ นาตาชาลอบกลอกตามองบนก่อนจะกอดอกอธิบายต่อ

" นั่นแหละเขา ก่อนคุณจะมาถึง ดร.แบรนเนอร์ทำCTแสกนให้เรียบร้อยแล้ว... "

เธอพยักเพยินไปทางชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่หลังสุดของกลุ่มให้พูดต่อ บรูซก้าวขึ้นมาพร้อมกับเอกสารปึกหนาในมือ

" โครโมโซมทุกแท่ง ยีนส์ เซลล์ทุกๆส่วน ตรงกับกัปตันโรเจอร์ทุกๆจุดไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ไม่พบเซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์เท่านั้น...คิดว่าตอนนี้เขาน่าจะอายุราวๆ6ขวบ "

โทนี่รู้ดีว่าแบรนเนอร์ไม่ได้กำลังโกหก...โอ้! ให้ตายสิ! ชายผู้ขึ้นชื่อว่าสามารถพูดได้มากกว่าคนสองคนพูดรวมกันใน5นาทีไม่สามารถสรรหาคำพูดใดๆออกมาได้แม้แต่คำเดียว

เขายกมือขึ้นคล้ายกับกำลังสั่งให้คนรอบตัวอย่าเพิ่งพูดอะไรออกมาระหว่างที่เขากำลังเรียบเรียงประโยคอยู่ในหัว

" เดี๋ยวนะๆ แต่ได้ไง? "

" คิดว่าเวทมนตร์อะไรสักอย่าง "

" ห๊ะ? อย่าบอกนะว่านี่ฝีมือโลกิ? ธอร์ นายได้ติดต่อกับน้องนายบ้างไหม "

โทนี่อุทานออกมา ชื่อๆหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด อนุชาของธอร์มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทีมอเวนเจอร์ต่างรู้ดีโดยเฉพาะบาร์ตัน แต่เจ้าชายแห่งดาวแอสการ์ดกลับส่ายหน้า

" นี่มิใช่ฝีมือของโลกิเพราะน้องข้าไม่ได้มาเยือนมิดการ์ดในเวลานี้ "

นาตาชาพยักหน้ารับก่อนจะยื่นแท็ปเล็ทสีขาวเครื่องหนึ่งให้โทนี่เอาไปอ่าน เจ้าของตึกรับมาดูโดยไม่ได้พูดอะไรมาก

" ระหว่างที่คุณลาพักร้อน ฉันกับกัปตันได้รับคำสั่งจากทางชีลต์ให้ช่วยไปตรวจสอบโรงงานเก่าแห่งหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นแหล่งกบดารของพวกค้าอาวุธเถื่อน "

" แต่แท้ที่จริงแล้วที่นั่นเป็นแล็บลับของดร.ดูม อัจฉริยะด้านวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์ น่าเสียดายที่เขาดันเป็นคนไม่ดี "

โทนี่ปัดหน้าจอไปเรื่อยๆก่อนจะหยุดลงที่ภาพของชายหนุ่มในชุดเกราะสีเงิน ภายใต้ผ้าคลุมสีเขียวเข้มคือดวงตาแววโรจที่ดูไม่น่าไว้วางใจ ก็ดูเหมาะกับบทตัวร้ายดี โทนี่นึก

" ฉันคิดว่าดร.ดูมกำลังประดิษฐ์ปืนใหญ่อะไรบางอย่างที่จะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ได้ฟังจนจบเราก็ถูกหุ่นยนต์ของเขาเจอตัวเข้า "

" เกิดการปะทะกันขึ้น กัปตันพลาดท่าถูกปืนใหญ่นั่นยิง โชคยังดีที่ทีมซัพพอร์ตของชีลต์มาถึงพอดี ดร.ดูมกับปืนวาร์ปหนีไปทัน ส่วนกัปตัน...หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงเขาก็กลายเป็นแบบที่เห็น "

เกิดความเงียบขึ้น ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา ไม่รู้ว่าเพราะกำลังใช้ความคิดหรือไม่มีความเห็นใดๆกันแน่ 

" นานเท่าไหร่? แบบ เขาจะเป็นแบบนี้ไปนานเท่าไหร่? "

มหาเศรษฐีเอ่ยถามทำลายความเงียบ ดร.แบนเนอร์ส่ายหน้าไม่ทราบ เขาปรึกษาเรื่องนี้กับทีมแพทย์แล้วแต่ว่ายังไม่ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าเมื่อไหร่สตีฟจะกลับมาเป็นดังเดิม

" ทีมแพทย์กับนักวิจัยของชีลต์ขอเวลาสักพัก มีหลายอย่างที่พวกเขาต้องไปตรวจสอบ และจะดีมากถ้าพวกเขาได้ปืนใหญ่นั่นมาศึกษาองค์ประกอบการทำงาน "

โทนี่ลูบหน้าตัวเองให้กับคำตอบที่ได้รับ

" โทนี่ฟังให้ดีนะ...ตอนนี้แคปต้องการคนดูแล เราก็รู้ดีว่าสุขภาพของเขาในช่วงเวลานี้เป็นยังไง "

โรคประจำตัวยาวเหยียดเป็นหางว่าว  โทนี่จำได้แม่นมาก ยอมรับว่าแอบตกใจหน่อยๆตอนนั่งไล่อ่านประวัติของสตีฟ เป็นความมหัศจรรย์ทางการแพทย์ของสมัยนั้นจริงๆที่ช่วยยืดชีวิตเขามาได้ถึง20กว่าปี

" คุณจะช่วยเราได้ไหม? "

" ห๊ะ? อะไรนะ ผมดูเหมือนคนที่เลี้ยงเด็กเล็กๆเป็นหรือไง "

อดีตเพลย์บอยรีบปฏิเสธโดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อน แค่ต้องรับมือกัปตันอเมริกาวัยปกติก็ว่าแย่พอสมควรแล้ว ยิ่งเป็นวัยเด็กแบบนี้จะไม่แย่ไปมากกว่านี้อีกหรอ?

" แล้วฉันดูเหมือนคนที่รับมือกับพวกเด็กเล็กๆเป็นมากงั้นหรอ? "

นาตาชาถามกลับ

" ก็ดูคล้ายอยู่นะ...โอเคๆ ยอมแล้วๆ จะช่วยเป็นธุระจัดการให้ก็ได้ "

กล่าวจบโทนี่ก็เดินหายไปยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่อีกมุมหนึ่งของห้อง ฟังจากเสียงที่ดังแว่วๆออกมา น่าจะเป็นเลขาคนสนิทของเขา 
เพพเพอร์ พอตต์....

" ไม่ๆ ไม่ใช่ลูกผมแน่นอน ถ้าเป็นลูกผมจริงๆ ผมต้องบอกคุณให้รู้ไปนานแล้ว.....ก็บอกว่าไม่ใช่ไง ผมสาบานได้เลยว่าเลิกนิสัยพวกนั้นไปแล้วจริงๆ... "

บทสนทนาชวนหัวเราะของทั้งสองพอจะช่วยเรียกรอยยิ้มให้สมาชิกคนอื่นๆได้บ้าง เมื่อตกลงกับเลขาสาวเสร็จเรียบร้อย โทนี่ก็เดินกลับมาแจ้งคนอื่นๆว่าเพพเพอร์จะเข้ามาตอนช่วงเย็นๆพร้อมกับข้าวเย็นและของใช้สำหรับเด็กอีกเล็กๆน้อยๆ แต่ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคดีนัก เสียงของฟรายเดย์ก็ดังขึ้น

" ท่านคะ กัปตันโรเจอร์ตื่นแล้วค่ะและมีท่าทีคล้ายกับกำลังจะร้องไห้หาแม่ของเขา "

ซวยแล้วไงหล่ะ....

--------------------------------------------

สตีฟกำลังนั่งห่อตัวด้วยผ้าห่มอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ตอนที่ทีมอเวนเจอร์เปิดประตูเข้าไปหาหลังจากตกลงเตรียมบทสนทนากับหัวหน้าทีมวัยเด็กได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คลินท์และนาตาชาเป็นสองคนแรกที่สังเกตเห็นปฏิกิริยาหวาดกลัวของเด็กชาย

" สวัสดีหนูน้อย เธอชื่ออะไรงั้นหรอ? "

สายลับสาวพยายามใช้น้ำเสียงที่ดูนุ่มนวลมากที่สุดเพื่อไม่ให้เด็กชายตื่นกลัวไปมากกว่านี้ ดวงตากลมโตสีฟ้าสดหลบลงเล็กน้อยคล้ายกับว่ากำลังลังเลที่จะตอบ

" สตีฟ...สตีฟ โรเจอร์ครับมาดาม "

อย่างน้อยๆเจ้าตัวก็ยังคงจำชื่อตัวเองได้ หากเป็นเวลาอื่นนาตาชาคงไม่ค่อยพอใจที่ถูกเรียกว่ามาดาม แต่ไม่เป็นไร เด็กคนนี้ยังคิดว่าที่นี่คือราวๆปี 1930 เพราะฉะนั้นพอให้อภัยกันได้อยู่

" ยินดีที่ได้รู้จักนะสตีฟ ฉันนาตาชา ส่วนนั่นคลิ้นท์กับบรูซ ธอร์แล้วก็โทนี่...เธอพอจะจำพวกเขาได้ไหม? "

เด็กชายส่ายหน้าก่อนจะหลบตาลง

" งั้นเธออายุเท่าไหร่หรอสตีฟ? แล้วพอจะจำก่อนหน้านี้ได้บ้างไหม? "

" 5ขวบครึ่งครับมาดาม " กล่าวพร้อมกับชูนิ้วให้ดู " ....ผมออกมาเล่นกับบัคกี้แล้วก็เผลอหลับไป พอตื่นมาก็มาอยู่ที่นี่แล้วครับ "

เห็นได้ชัดว่าความทรงจำของเขาเป็นของช่วงวัยเด็ก ไม่มีความทรงจำเรื่องเซรุ่ม เรื่องที่เขาหลับไป70ปี หรือเรื่องของทีมอเวนเจอร์หลงเหลืออยู่เลย

" พะ...พวกคุณเป็นแก็งค์ลักพาตัวงั้นหรอครับ? "

เสียงเล็กๆเอ่ยถามขึ้น ทำเอาธอร์ร้องโอ้ว ออกมาอย่างลืมตัว ให้ตายสิ จากทีมซุปเปอร์ฮีโร่กลายไปเป็นแก็งค์ลักพาตัวได้ยังไงกัน? 

" เกรงว่าจะไม่ใช่ เราคือทีมอเวนเจอร์ ไม่ใช่คนไม่ดีหรอกนะ แม่ของเธอได้งานใหม่ในต่างประเทศ เขาเลยฝากเธอเอาไว้ให้เราดูแล...สักระยะหนึ่ง "

โทนี่พูดตามบทที่ตกลงกันเอาไว้ก่อนจะเปิดประตูเข้ามาหาสตีฟ การที่เด็กเล็กๆคนหนึ่งต้องมารับรู้ว่าครอบครัวของตนเองเสียชีวิตไปแล้วแถมตอนนี้ตัวเขาอยู่ในอนาคตคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่นัก

" แม่ไม่เคยบอกผมเลย...คงจะกระทันหันมากเลยสินะครับ? "

" มากและค่าตอบแทนของงานนี้สูงมากจนแม่ของเธอปฏิเสธไม่ลงหน่ะ "

สตีฟเงียบไปสักพักแต่ท่าทีเกร็งและประหม่าปนหวาดกลัวของเขาในช่วงแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผ่อนคลาย

" ผมเขียนจดหมายไปหาแม่หลังจากนี้ได้ไหมครับ? "

" อ้อ ได้สิ ทำไมจะไม่ได้กันหล่ะ "

ถึงแม้ว่ายุคนี้จะไม่มีใครเขียนจดหมายส่งหากันแล้วก็ตามก็เถอะนะ
แต่คำอนุญาตนี้ทำให้สตีฟยิ้มออก โทนี่อยากจะควานหากล้องมาถ่ายภาพนี้เก็บไว้เหลือเกินแต่นึกขึ้นมาได้ว่าฟรายเดย์กำลังบันทึกวีดิโอผ่านระบบรักษาความปลอดภัยอยู่ ใครจะสนไฟล์ภาพถ่ายแบบเก่าๆกันในเมื่อตอนนี้เขามีวิดีโอคมชัดระดับHDอยู่ในมือ....

---------------------------------------------

เพพเพอร์เดินทางมาถึงสตาร์คทาวเวอร์หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงพร้อมพิซซ่าและโดนัทหลายถาดตามที่โทนี่รีเควส แฮปปี้เดินตามหลังมาพร้อมกับของใช้ส่วนตัวชุดใหม่ของกัปตันโรเจอร์บางส่วน

สตีฟกำลังปีนลงจากหลังธอร์หลังจากโทนี่พาทัวร์ดินชมรอบๆตึกอยู่ตอนที่ลิฟต์เปิดออกและปรากฏร่างของเลขาสาวของโทนี่ เพพเพอร์ยกมือปิดปากตัวเองด้วยความประหลาดใจปนตื่นเต้นขณะเดินเข้ามาหาสตีฟที่ยืนหลบผู้มาใหม่อยู่ด้านหลังโทนี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

" โอ้ววววววว ถ้าไม่ได้มาเห็นกับตาฉันคงนึกว่าคุณอำฉันเล่นแน่ๆ "

" สตีฟนี่เพพเพอร์ เธอเป็นเลขาของฉันเอง เพพเพอร์นี่สตีฟ โรเจอร์ "

เด็กชายค่อยๆก้าวออกมายืนด้านหน้าพร้อมกับจับมือทำความรู้จักกับหญิงสาว สตีฟหน้าแดงเล็กน้อยเพราะเส้นผมสีบลอนด์ของเพพเพอร์แอบทำให้เขานึกถึงแม่

" สวัสดีจ๊ะสตีฟ เธอหิวแล้วหรือยังไง หืม? "

เจ้าของชื่อพยักหน้ารับเบาๆ

" ดีมากจ๊ะ งั้นระหว่างรอพวกผู้ใหญ่จัดโต๊ะอาหารทำไมเธอไม่ไปดูข้าวของเครื่องใช้ใหม่ของเธอหน่อยหล่ะมีทั้งของเล่น ตุ๊กตา แล้วก็สมุดระบายสีด้วยนะ "

สตีฟตาโตเป็นประกายเมื่อรู้ว่าตนกำลังจะได้รับของเล่นใหม่ โดยเฉพาะสมุดระบายสี เขาชอบที่สุด เด็กชายยอมให้หญิงสาวผมบลอนด์จูงมืออย่างว่าง่ายตรงไปหาชายหนุ่มร่างท้วมคนหนึ่งที่ยืนรออยู่แล้ว ในมือของเขามีถุงกระดาษสีขาวมากมายถือเอาไว้.....


แม้จะเป็นมื้ออาหารเย็นแบบปกติแต่โทนี่รู้สึกว่ามันแปลกไป อาจจะเป็นเพราะเด็กชายร่างเล็กที่มาร่วมโต๊ะอาหารด้วยนั่นแหละ สตีฟมีสีหน้าตื่นตกใจมากเมื่อเห็นปริมาณอาหารบนโต๊ะอาหาร เขาไม่เคยมีมื้ออาหารไหนในชีวิตที่มีอาหารเยอะมากเท่าครั้งนี้ ยิ่งพอรู้ว่ากองพิซซ่าสิบกว่าถาดนั่นเป็นของธอร์คนเดียว เขาก็แทบจะเป็นลม

" ผม ทานได้ทั้งหมดนี้จริงๆหรอครับ? "

" ได้สิ ไม่มีใครห้ามเธอไม่ให้กินสักหน่อย "

โทนี่ตอบขณะกำลังทานส่วนของตนเองอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเด็กชายก็ทานพิซซ่าเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น อันที่จริงหากเพพเพอร์ไม่ทัก สตีฟอาจจะทานเพียงแค่ครึ่งของชิ้นด้วยซ้ำ คิดว่าอาจจะเป็นเพราะเขาติดนิสัยมาจากที่บ้าน ฐานะทางการเงินของตระกูลโรเจอร์ไม่ได้ดีมากและยิ่งเป็นยุคเศรษฐกิจตกต่ำอีกแล้วหล่ะก็ อาหารคงจะไม่มีมากพอให้กินอิ่มท้องทุกมื้อแน่ๆ....นึกได้ดังนั้นแล้ว เจ้าของตึกเลยรีบตักอาหารให้คนอายุน้อยสุดทานอีกเยอะๆจนคนรอบข้างนึกแปลกใจไปตามๆกัน

หลังจากมื้ออาหาร ตามปกติแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองแต่ไม่ใช่สำหรับวันนี้ สมาชิกทีมอเวนเจอร์และเพพเพอร์กับแฮปปี้ยังคงนั่งล้อมวงอยู่ในบริเวณห้องนั่งเล่น 
คลิ้นท์สอนสตีฟเล่นหมากรุกและแกล้งยอมแพ้ให้เด็กชาย จนเวลาล่วงเลยไปถึงราวๆสองทุ่ม สตีฟก็มีท่าทีเริ่มง่วงตามปกติของเด็กวัย5-6ปี โทนี่จึงเป็นคนอาสาพาเขาไปนอน


ห้องนอนของกัปตันอเมริกาเปลี่ยนไปพอสมควรจากครั้งล่าสุดที่เขาเห็นเมื่อช่วงบ่าย กระสอบทรายและดัมเบลยกน้ำหนักที่เคยวางอยู่มุมหนึ่งถูกแทนที่ด้วยของเล่นและตุ๊กตาผ้าจำนวนหนึ่งก็นะ ไม่มีใครอยากให้เด็กอายุ5ขวบครึ่งมีของแบบนั้นอยู่ในห้องนอนหรอก

ผ้าปูเตียงและผ้าห่มสีเข้มถูกเปลี่ยนไปเป็นผ้าสีน้ำเงินลายจุด...ที่พอสังเกตดูดีๆแล้วพบว่าแท้จริงคือลายโล่กัปตันอเมริกา โทนี่นึกสงสัยว่าเพพเพอร์ไปหาซื้อมาจากที่ไหนกัน

" ราตรีสวัสดิ์นะสตีฟ จะให้ฉันปิดไฟไหม? "

" ปิดได้เลยครับ ราตรีสวัสดิ์เช่นกันครับโทนี่ ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างในวันนี้นะครับ "

โทนี่ยิ้มให้แทนคำตอบก่อนจะเอ่ยสั่งฟรายเดย์ให้หรี่ไฟห้องลง เขาไม่แปลกใจที่สตีฟไม่กลัวความมืดแบบเด็กวัยเดียวกันกับเขาคนอื่นๆ อาจจะเป็นเพราะสมัยก่อนน้ำมันก๊าซที่เอาไว้ใส่ตะเกียงมีราคาแพงเลยไม่สามารถเปิดทิ้งไว้ได้ตลอดทั้งคืน

ประตูปิดลงพร้อมเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของอัจฉริยะหนุ่ม เพพเพอร์ยืนอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ เธอยิ้มให้เจ้านายของตัวเอง

" นาตาชาเล่าให้ฉันฟังว่าตอนแรกคุณจะไม่รับดูแลเขา "

" ฟังนะ เพพเพอร์ สตีฟเกลียดผม คุณก็รู้ไม่ใช่หรอไง? อีกอย่างผมไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้ปกครองที่ดีหรอก "

หญิงสาวผมบลอนด์เลิกคิ้วเป็นเชิงแปลกใจเล็กน้อย

" แต่ดูเหมือนตอนนี้เขาไม่ได้เกลียดคุณนะ และคุณก็ทำได้ดีแล้วด้วย "

" คุณว่างั้น จริงหรอ? "

" จริงสิ....มาเถอะ ยังมีงานเอกสารอีกกองหนึ่งที่กำลังรอคุณกลับไปเซ็นรับรองให้หมดอยู่อีกนะ "

ว่าแล้วทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในลิฟต์เพื่อไปจัดงานที่ค้างคาอยู่กันต่อ...

-----------------------------------------------
มีเนื้อหาตรงไหนแปลกๆสามารถคอมเม้นต์ทิ้งไว้ได้นะคะ^^ ไรท์จะนำไปแก้ไขและปรับปรุงให้ค่ะ!

ปล. ดร.ดูมเป็นตลค.วายร้ายจากคอมมิคมาร์เวลนี่แหละค่ะ แต่เป็นคู่ปรับของfantastic four เราแค่ขอยืมตัวมาใส่เป็นตัวร้ายในฟิคนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

31 ความคิดเห็น

  1. #3 Creamy16888 (@Creamy16888) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 02:58
    น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #3
    0
  2. #2 12345$ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 20:11

    ชอนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    #2
    0