[Yaoi : KHR All59] The Short Series

ตอนที่ 8 : The series 2 : อยู่ต่อเลย...ได้ไหม (fin) [D59]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ธ.ค. 57




“เดี๋ยวสิ จะรีบเก็บของตอนนี้เลยหรอ?”

ร่างสูงรีบพูดแย้งเพื่อรั้งตัวว่าที่มือขวาวองโกเล่อย่างร้อนใจ เพราะมันดูเหมือนเร่งเวลาให้รัดตัวเขามากขึ้น ดีโน่เดินเข้ามาหาร่างบางที่เก็บสัมภาระอย่างรวดเร็วและดูเหมือนใกล้จะเสร็จในไม่ช้านี้ด้วย มือบางหยุดนิ่งไปชั่วครู่แล้วหันไปสวนคำถามแทนที่จะตอบคำถามใส่บอสคาบัคโลเน่ที่เอาแต่เซ้าซี้ถามไม่ยอมหยุด

 
 

“วันนี้คือวันอะไรรู้ใช่มั้ย เจ้าม้าพยศ”

 
 

“.....รู้สิ ก็วันสิ้นปีไง”

 
 

“เหอะ นั่นสิ วันสิ้นปี....”

แล้วสุดท้ายโกคุเดระก็ตั้งหน้าตั้งตารีบเก็บข้าวของทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากปากของเจ้าตัวด้วยความเคืองๆ เขาถามผู้พิทักษ์วายุกลับ แม้ดีโน่อาจจะยังไม่ทันรู้ตัวเลยก็ตาม

 
 

“ทำไมหรอ ฮายาโตะ”

 
 

“เปล่า แกออกไปก่อนเถอะน่าาา ชั้นจะเก็บของ”

เสียงหวานเริ่มไม่สบอารมณ์จนชักสีหน้าไม่พอใจใส่ชายที่มาเกาะแกะข้างๆ ตัวเขาเหมือนเด็กไฮเปอร์?ที่เอาแต่ใจ

 
 

“ไม่ออก”

 
 

“ยังอีก”

 
 

“ไม่ออก”

ร่างสูงที่อยู่ข้างๆ โกคุเดระก็พูดไปยิ้มกว้างไปเหมือนแกมก่อกวนโสตประสาทให้ร่างบางเลิกจัดการกับสัมภาระแล้วหันมาสนใจตัวเองแทน

 
 

ปิ๊ดดด...

 
 

แต่เหมือนสิ่งที่บอสคาบัคโลเน่ตั้งใจทำนั้นมันได้ผลตรงกันข้าม เส้นความอดทนในสมองของมือขวาวองโกเล่ขาดลงทันที เขาเลิกจัดของลงกระเป๋าแล้วคว้าไดนาไมท์จำนวนหนึ่งออกจากร่างกายเขาทันที สาเหตุมาจาก ความอดทนของเขามันหมดไปเรียบร้อย เสียงหวานขู่อย่างจริงจังพร้อมทั้งเตรียมตั้งท่าขว้างระเบิดออกไปอย่างไม่ลังเล ทำให้ดีโน่หน้าซีดจนต้องยอมอย่างว่าง่าย

 
 

“อ๋อหรอ แสดงว่าอยากได้ระเบิดเมนูตบท้ายเป็นของหวานหลังกินข้าวเสร็จจากเมื่อกี้สินะแก...”

 
 

“แหมๆ ฮายะจังโหดไม่เปลี่ยนเลยนะ ฮ่าๆๆ”

 
 

“แล้วก็อย่ามากวนชั้นอีก เข้าใจมั้ย”

เมื่อเขาต้อนให้เจ้าของห้องออกไปอยู่หน้าห้องได้แล้วก็กระแทกประตูใส่อย่างดังและไม่เกรงใจเจ้าของบ้านเลย ทำให้ชายที่ถูกไล่ออกมากินแห้วและยอมกลับไปคุดคู้ในห้องของตนเองเพราะฝีมือของโกคุเดระ

 
 

ปังงงงง แกร๊ก แกร๊ก....

 
 

โดนล็อคห้องใส่ซะแล้วสิ แย่จังๆ

 
 

ปากก็บอกว่าจำได้ แต่ก็ลืมมัน คนบ้าเอ๊ย....

แผ่นหลังบางยืนพิงประตูห้องที่เพิ่งทำการล็อคห้องได้ ขาที่มีเรี่ยวแรงเหลือล้นก็ค่อยๆ ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงซะดื้อๆ เพราะจิตใจเขากำลัง....อ่อนแอ

 
 

แกร๊ก แกร๊ก....

 
 

ร่างสูงยังคงเดินวนไปวนมาที่หน้าประตูห้องของโกคุเดระ เขาเข้าๆ ออกๆ ห้องตัวเองได้เป็นสิบครั้งหรืออาจจะนับครั้งไม่ได้เลยด้วยซ้ำ มือหนาก็บิดลูกบิดประตูไปมาเรื่อยๆ แต่ก็ยังคงต้องเป็นฝ่ายรอคอยให้คนข้างในเปิดประตูออกมาอย่างเดียว

 
 

“ยังล็อคห้องอยู่อีกหรอ อุตส่าห์คิดว่าน่าจะเปิดห้องได้แล้วนะเนี่ย...”

ดีโน่นั่งยองๆ รอหน้าห้องเหมือนสุนัขโดนกลั่นแกล้งให้เฝ้ารอนายของตัวเอง จนไม่นานความคิดก็ประกายขึ้นหลังจากที่เข้า-ออกห้องของตนเองได้อยู่นานสองนาน

 
 

“จริงสิ กุญแจสำรองไง ทำไมชั้นเพิ่งนึกออกเอาตอนนี้นะ เวลาที่ชั้นจะอยู่กับฮายาโตะยิ่งมีน้อยๆ อยู่ซะด้วยสิ แย่ๆๆ”

กุญแจดอกสำคัญถูกไขและเปิดประตูทันทีที่กรประตูถูกปลดด้วยกุญแจดอกสำรองที่เขาพึ่งจะนึกออก

 
 

แกร๊ก แกร๊ก แอ๊ดดด....

 
 

“ฮา ยะ จางงง....ขอเข้าไปน๊า...”

เขาผลักแผ่นไม้หน้าห้องเข้าไปช้าๆ และสาวเท้าเดินเข้าไปภายในห้องที่มืดสนิท เหลือแต่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่วางไว้อยู่ที่ปลายเตียงเท่านั้น

 
 

“อ่ะเด๋...ไม่อยู่”

ร่างสูงรีบเข้ามาควานหาชายที่เขากำลังคิดถึงอย่างร้อนรนใจและกระสับกระส่ายไม่เป็นสุขนัก เขาคิดไปและพลางหาตัวโกคุเดระไป แต่ก็ไม่มีร่องรอยให้ซ่อนแอบแม้แต่น้อย

 
 

ไปไหนกัน...

 
 

ดีโน่หยุดยืนที่กลางห้องแล้วค่อยๆ นึกถึงตัวร่างบาง หากเขาเป็นตัวของผู้พิทักษ์วายุ ตอนนี้เขาจะต้องทำอะไร อย่างไร ทำไม ที่ไหน เพราะอะไร กว่าจะสาวความได้ก็ต้องพูดวีนออกมาด้วยความที่เขา...พลาดเสียท่าไปเรียบร้อยอีกครั้ง

 
 

“โกหกน่าาา!! หนีออกไปแล้ว ได้ยังไงกัน? หรือว่า....”

นัยน์ตาสีทองขุ่นพยายามสาดส่องสายตาไปรอบๆ จนเห็นประตูกระจกที่ระเบียงเปิดอ้าเล็กน้อยใต้ผ้าม่านสีดำที่ถูกลมจากข้างนอกพัดกระทบขึ้นมา ดีโน่บ่นด้วยความโกรธเคืองตัวเองที่เขายอมโกคุเดระมากเกินไปและยังคงไม่เข้าใจจุดประสงค์ที่เขาต้องหนีหายตัวไปอย่างลับๆ

 
 

“ระเบียง!!! บ้าชะมัด!! ทำไมทำแบบนี้กันนะ ฮายาโตะ...แล้วจะไปไหนของนายกันนะ พรุ่งนี้เช้าไม่ใช่หรอที่กลับ นี่มันเพิ่งทุ่มกว่าๆ เองนะ”

บอสคาบัคโลเน่ที่ยืนมองวิวทิวทัศน์ยาวค่ำคืนอยู่นั้น ก็เอาแต่เหม่อมองดูท้องฟ้าสีดำที่มีดาวระยิบระยับทั่วแผ่นฟ้า และมีเพียงดวงจันทร์กลมสว่างสวยประดับอย่างเด่นเป็นสง่า และทันทีที่นัยน์ตาสีทองขุ่นจ้องมองพระจันทร์อันกลมสวยก็ถึงกับนึกถึงเหตุการณ์เก่าๆ ขึ้นมาได้ เขาร้องออกมาพร้อมกับรีบขับรถออกจากบ้านไปทันที

 
 

“....หรือว่า....”

 
 

แฮก แฮก แฮก....

 
 

ทางด้านของชายที่วิ่งหนีออกมาอย่างหัวซุกหัวซุน? ก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากวิ่งหนีเป็นเดินหนี? แทน เพราะด้วยระยะทางที่ไม่ได้ใกล้มากและไม่ได้ไกลเกินมันไม่ได้เกินความมุ่งมั่นและความสามารถของผู้พิทักษ์วายุเลย มันล้นเหลือมากกว่าที่จะล้มเลิกความคิดที่ต้องการกระทำก่อนที่จะกลับไปหาซาวาดะ สึนะโยชิซะอีก

 
 

“ดีนะที่ยังเป็นเหมือนเดิม ชั้นกระโดดหนีมาจากบ้านแกได้แบบนี้แสดงว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนและที่ตรงนี้...”

 
 

“อ๊ะ นั่นไง....”

ฝีเท้าที่เร่งสาวเอาอย่างลนลานก็ผ่อนให้ช้าลง ช้าลง แล้วค่อยๆ ไปที่สะพานไม้เก่าที่ซึ่งไร้ผู้คนอยู่ มันเป็นระแวกแถบเขตป่า จึงไม่มีใครให้ความสนใจกับสถานที่ตรงนี้นัก

 
 

“เฮ้ออออออ ดีจังที่ยังอยู่”

มือบางลูบไม้ที่กลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่าสะพานไม้อย่างอ่อนโยนและเอ็นดู เพราะที่นี่...มันทำให้เขาได้พบกับชายคนที่เขา ไม่ได้คาดหมายและยังคงอยู่เคียงข้างเขาเสมอมา

 
 

แท่งสารพิษขนาดเล็กถูกริมฝีปากบางคาบไว้ เขาค่อยๆ จุดไฟแช็คอันโปรดแล้วค่อยๆ สูบมันอย่างช้าๆ เพื่อสัมผัสกับกลิ่นเขม่าควันสีเทาจนเมื่อเขารู้สึกพึงพอใจก็ค่อยๆ พ่นมันออกมา

 
 

“ฟู่.......อาาา”

 
 

คิดถึงจัง คุณแม่ครับ.....

 
 

เวลาได้ผ่านมาเนิ่นนาน บรรยากาศที่เย็น และเงียบสงบ สายน้ำที่ไหลมาตามลำธารเล็กๆ รอดใต้แผ่นไม้ที่เขาเหยียบ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนจะทำให้โกคุเดระยืนพริ้มครุ่นถึงเราที่เขา...เอากลับมาไม่ได้แล้วทั้งนั้น

 
 

บุหรี่ที่เขาดูดมันไม่นาน ตอนนี้เหลืออยู่ได้เพียงครึ่งหนึ่ง ซึ่งมันลดไปอย่างรวดเร็วกว่าที่คนปกติจะสูบเสพมัน ร่างบางยังคงดูดสารพิษเข้าไปเรื่อยๆ และพ่นควันสีเทาออกมา คราวนี้มรกตคู่สวยไม่ได้จดจ้องมองแม่น้ำ แต่เป็นนภาสีดำที่มีดาวล้อมรอบดวงจันทร์เต็มไปหมด

 
 

“ฟู่.....”

 
 

เรื่องราวต่างๆ ในอดีตเริ่มผุขึ้นมาเหมือนหนังเรื่องเก่าที่กำลังฉายขึ้นมาอย่างซ้ำๆ วกไปวนมาไม่รู้จักจบและดูเหมือนจะไม่มีวันจบ

 
 

“น นี่นาย นายที่อยู่บนสะพานไม้น่ะ”

เสียงทุ้มดังขึ้นจากปลายทางของสะพานไม้ ทำให้ขัดจังหวะร่างบางที่กำลังอยู่ในสภาวะตกที่นั่งลำบาก นัยน์ตามรกตใช้หางตาเหลือบไปมองด้วยความหมดอารมณ์

 
 

ใครฟ่ะ มาทำไมเอาตอนนี้ โธ่เว้ยยย!!’

 
 

“แก....ออกไปซะ ชั้นไม่มีอารมณ์”

เสียงหวานพูดขึ้นพร้อมกับหันหน้าไปปะทะคุยกับชายร่างสูงผมสีเหลืองและมีรอยสักที่แขนข้างหนึ่งอย่างเบื่อหน่าย

 
 

“คือว่านะ ชั้นก็แค่อยากมาคุยด้วยเฉยๆ เอง”

ชายปริศนายืนยิ้มอย่างเป็นมิตรพร้อมกับเกาหัวตัวเองเหมือนกำลังประหม่าและขาดความมั่นใจในตัวเอง แต่โกคุเดระที่ได้ยินประโยคอันขัดกับเหตุการณ์ในตอนนี้กลับขวักแท่งระเบิดออกมาพร้อมประกาศอย่างไม่หวั่นเกรงแม้ขาจะสั่นๆ ก็ตาม

 
 

“คุย? เดี๋ยวนี้ไม่มีใครใช้วิธีแบบนั้น นอกจากจะต้องฆ่ากันเท่านั้นเฟ้ยยย!!

 
 

“ว หวาาาา เดี๋ยวก่อนสิ”

ร่างสูงรีบส่ายหน้าพร้อมกับสะบัดมือไปมาเพื่อบ่งบอกว่ามันไม่ใช่ก็ตกใจกับแท่งระเบิดจำหนึ่งไม่น้อยที่หว่านเข้ามาหาตนเอง นัยน์ตาสีทองขุ่นที่มีประสบการณ์มามากพอสมควรจึงพยายามหลบ เลี่ยง ไม่ใช้อาวุธใดๆ เพื่อที่จะทำให้ผู้พิทักษ์วายุเชื่อใจเขา

 
 

ฟุบ ฟับ ฟุบ ฟับ ฟุบ

 
 

เขาหลบไดนาไมท์เราได้หมดเลยหรอ....ทำไม? นี่เค้า...เป็นใครกันแน่!?’

 
 

แต่หารู้ไม่ว่าที่เขาเฟี้ยงไดนาไมท์ไปจนเกือบหมดตัวนั้นถูกชายหน้าไหนก็ไม่รู้ ทั้งหลบ ทั้งเลี่ยง ทั้งดับไฟมันหมดทุกแท่งที่เขาเหวี่ยงออกไป จนนัยน์ตามรกตเริ่มขุ่นมัว ร่างกายของโกคุเดระทรุดลงไปกองกับพื้นไม้อย่างไร้เรี่ยวแรงเพราะการอดอาหารติดกัน โชคดีที่ชายคนนั้นวิ่งมาประคองรับตัวเขาก่อนที่ศีรษะจะฟาดกับสะพานไม้ และสุดท้ายโกคุเดระก็ตกไปอยู่ในอ้อมแขนแกร่งเพราะเขาสลบไปอย่างไม่รู้สึกตัว

 
 

หมับบบบ

 
 

“จับได้แล้ว เด็กดื้อตัวดี บังอาจหนีชั้นมาที่นี่คนเดียวนะ ฮายาโตะ”

บอสคาบัคโลเน่เอื้อมมือทั้งสองข้างมือโอบกอดจากด้านหลังของโกคุเดระที่กำลังยืนเหม่อใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำให้มรกตูคู่สวยเบิกดวงตากว้างกลมโตพร้อมเปรยชื่อของคนที่สวมกอดเขาอย่างสะดุ้ง

 
 

“ด ดีโน่!!

 
 

“คิดถึงเรื่องเมื่อก่อนรึยังไง?”

ชายธาตุนภายังคงกระชับวงแขนไว้อย่างหลวมๆ แต่ก็ไม่ปล่อยให้โกคุเดระหลุดออกไปจากอ้อมแผ่น อก เขาเค้นถามผู้พิทักษ์วายุเพราะเดาจากการกระทำที่ร่างบางแสดงออกมาอย่างไม่ทันรู้ตัว

 
 

“ป เปล่าซะหน่อย อย่ามาทำรู้ดีเลยน่ะ”

 
 

“หรอออ สีหน้ามันบอกว่า ใช่ อ่ะนะ”

 
 

“แก....”

โกคุเดระยืนแนบนิ่งสนิท เพราะเขาไม่สามารถสันหาคำมาโต้เถียงกับชายที่ยืนกอดเขาและยิ้มระรื่น

 
 

“ตอนนั้นนายแย่มากเลยนะที่ไม่ฟังที่ชั้นพูดเลยน่ะ”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเพราะตัวเขาเองก็นึกถึงชายที่เขาพบเจอครั้งแรกที่นี่ไม่แพ้กัน แต่ว่าที่มือขวาวองโกเล่กับพูดขัดแย้งขึ้นตามเหตุการณ์ที่เขาต้องไปพบเจอมาในอดีตอันแสนทารุณมากมายอย่างไม่ยอมแพ้และเข้าข้างตัวเองไม่น้อย

 
 

“ชิ ก็สมัยนั้นมันมีแต่คนจ้องจะฆ่ากัน ชั้นก็แค่ป้องกันตัวเอง ไม่ได้ผิดซักหน่อย”

 
 

“ฮะๆ ไอ้ผิดน่ะก็ตรงที่ระเบิดนายตอนนั้นนั่นแหละนะ ทำชั้นเสียวๆ เหมือนกัน”

 
 

“ทำไม ก็นายหลบได้หมดนิ”

คิ้วบางทั้งสองข้างขมวดชนกันด้วยความแปลกใจ จนดีโน่ต้องอธิบายในสิ่งที่เขาประสบกับอดีตที่ต้องปะทะกับชายที่เขารัก

 
 

“ที่ชั้นเสียวน่ะ คือกลัวนายจะโดนลูกหลงต่างหาก”

สิ้นเสียงของบอสคาบัคโลเน่ก็ทำให้ใบหน้าขาวสวยของโกคุเดระก็แดงร้อนผ่าว เพราะความผิดพลาดของตนเอง...ซึ่งถ้าเอามาพูดแล้ว มันน่าอับอายมากสำหรับตัวเขาในตอนนี้ แต่ดีโน่ยิ้มอย่างอ่อนโยนเพราะเขาเข้าใจ

 
 

ร่างสูงค่อยๆ ผละแขนข้างนึงออก โครงหน้าหล่อค่อยๆ ยื่นมาวางพาดพิงไว้ที่บ่าเล็กพร้อมกับใช้มือที่เขาปล่อยจากเอวบางเมื่อครู่มายีเรือนผมสีเงินพริ้วไหวเบาๆ เหมือนกำลังปลอบใจผู้พิทักษ์วายุที่รู้สึกเขินตัวเอง เสียงหวานที่สัมผัสถึงความขายหน้าได้จึงพูดแก้ตัวอย่างลนลานเสียงดัง

 
 

“...อะไรเล่าาา! นั่นมันเป็นเหตุสุดวิสัยต่างหาก!!

 
 

“เกือบแย่เพราะระเบิดตัวเองอันนึงที่มันหลุดมือก่อนจะขว้างไป...ใช่มั้ยเอ่ย?”

ดีโน่ยุแหย่ชายที่หน้าแดงจนเกินอุณหภูมิของคนปกติอย่างจงใจ จนทำให้ว่าที่มือขวาวองโกเล่ยอมรับไม่ได้ มือบางที่คีบบุหรี่ไว้นานก็ดึงกลับเข้าหาตัวแล้วค่อยๆ เสพมันอย่างแก้ความเคอะเขินของตัวเอง แล้วค่อยๆ พ่นควันสีเทาพร้อมกับความรู้สึกไม่ชอบใจออกมา

 
 

“ชิ!! ฟู่.....อ๊ะ!! แก...ม้าพยศ”

บุหรี่ในริมฝีปากบางก็ถูกมือหนาดึงออกไปอย่างว่องไวเพื่อไม่ให้ร่างบางได้สูบสารพิษอีก แล้วเขาก็เหวี่ยงมันลงไปในแม่น้ำใสในลำธารเล็กๆ ทันที โกคุเดระจึงหมดอารมณ์ยิ่งกว่าเดิม เขาชักสีหน้าไม่พอใจเหมือนเด็กๆ พร้อมกับบ่นอิดๆ ออดๆ ใส่ชายที่ยืนอยู่เบื้องหลังตนเอง

 
 

“ชั้นขอเจ้านี่ดีกว่านะ”

 
 

“คอยขัดใจอยู่เรื่อยเลยจริงๆ ชั้นไม่ชอบเลย รู้มั้ย!

 
 

“น่าาาๆ ตอนนั้นที่นายทำระเบิดหลุดมือเพราะอดอาหารจนแรงไม่เหลือใช่มั้ยล่าาาาา”

เขาเปลี่ยนเรื่องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและเปลี่ยนอารมณ์ที่กำลังใกล้ระเบิด ดีโน่หยอกล้อเย้าแหย่พร้อมกับใช้แก้มของตนเอง ค่อยๆ ถูกนัวเนียกับด้านข้างของโครงหน้าหวานที่แดงระเรื่อไม่หยุดอย่างเอ็นดู

 
 

“เออ แล้วจะทำไม”

นัยน์ตาสีเขียวสวยยังคงมองค้อนใส่ชายที่กำลังเคลิ้มกับแก้มอมชมพูที่นุ่มนิ่มของตนเองแล้วพองลมปากจนแก้มยุ้ยน่ารักหนักกว่าเก่า ร่างสูงที่สัมผัสกับแก้มที่อัดอากาศในโพรงปากก็หยุดกระทำพร้อมกับตอบคำถามที่ร่างบางพูดอย่างห้วนๆ

 
 

“ชั้นน่ะ คอยเฝ้ามองนายตลอดเลยนะ จนเพิ่งได้โอกาสเหมาะๆ ก็ตอนที่นายอยู่บนสะพานไม้ตรงนี้ยังไงล่ะ ฮายาโตะ”

 
 

“เรื่องของแกสิ”

มือบางแกะมือหนาที่โอบเอวข้างหนึ่งออกพร้อมกับผลักใบหน้าคมหล่อที่วางแนบชิดกับใบหน้าของตนบนบ่าเล็กทันที แล้วปลีกตัวเดินไปฝั่งตรงข้ามของสะพานเพื่อสูดอากาศกับธรรมชาติที่ถูกล้อมรอบสุดลูกหูลูกตาพร้อมกับบิดขี้เกียจเล็กน้อย
 

------ 65%

 

“นี่....ตอนที่ชั้นกอดนายตอนนั้นน่ะ ชั้นพูดอะไร นายได้ยินรึเปล่า”

เสียงทุ้มเอ่ยถามผู้พิทักษ์วายุที่กำลังเท้าคางวางลงกับไม้ที่กลายเป็นสะพาน ดีโน่สาวเท้าก้าวเดินไปหาร่างบางอย่างช้าๆ เมื่อโกคุเดระได้ยินคำถามเขาก็แอบอมยิ้มเล็กๆ แล้วหันไปตะคอกใส่อย่างปัดๆ

 
 

“......ชั้นสลบไปแล้วเฟ้ยยยย!!

เขายืนพิงสะพานแล้วมองหน้าบอสคาบัคโลเน่ที่เดินมาหยุดยืนอยู่ตรงข้ามร่างของเขา

 
 

“หรอ งั้นชั้นจะบอกอีกทีก็แล้วกัน เพราะตั้งแต่ที่เจอนายชั้นก็...”

ร่างสูงลูบผมสีเงินเบาๆ พร้อมกับยิ้มอย่างเอ็นดู แต่เขายังพูดไม่ทันจบประโยคดี เสียงหวานก็พูดขัดขึ้นมาเป็นภาษาบ้านเกิดทำให้นัยน์ตาสีทองขุ่นต้องตกตะลึงไม่น้อย

 
 

 “Ti amo. Io ti amerò per sempre. ti amerò per tutta la vita. 

(ผมรักคุณ. ผมจะรักคุณตลอดไปและผมจะรักคุณชั่วชีวิต.)

 
 

“...ฮายาโตะ....”

ดีโน่ยืนอึ้งจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก ทั้งตะลึงทั้งยิ้มอย่างปลื้มใจ เมื่อเห็นโกคุเดระพูดประโยคที่เขาเคยพูดมาก่อนเป็นครั้งแรกที่ได้พบกัน

 
 

“ไม่ใช่คนหูหนวกที่จะไม่ได้ยินนะเฟ้ยยย นายพูดเสียงดังเองนะ ชั้นไม่ได้อยากฟังแล้วก็ไม่ได้อยากจำด้วย!

หารู้ไม่ว่าโครงหน้าหวานกับแดงระเรื่ออย่างเขินอายไม่น้อย เขาก้มหน้าหลบสายตาที่กำลังจ้องมองอย่างไม่คลาดสายตา บอสคาบัคโลเน่ยิ้มอย่างดีอกดีใจเกินหน้าเกินตาจนต้องพูดภาษาถิ่นตัวเองสนทนากลับไปเพื่อยุแหย่ให้โกคุเดระแสดงกิริยาน่ารักออกมามากกว่านี้

 
 

“แก้ตัวน้ำขุ่นๆ จริงๆ เลยนะ ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ถ้างั้น....”

 
 

tu sei ,per me ,molto importante. sarò sempre al tuo fianco Ti amo.Hayoto!

(คุณคือคนที่สำคัญมากสำหรับผม.และผมจะอยู่ข้างคุณตลอดไป.ผมรักคุณนะ ฮายาโตะ!)

เมื่อดีโน่พูดจบ นัยน์ตาสีมรกตคู่สวยถึงกับเบิกตาอย่างตกใจ ภาษาบ้านเกิดตัวเองที่ร่างสูงพูดมันฟังแล้วหวานซะยิ่งกว่าภาษาญี่ปุ่นซะอีก ใบหน้าขาวสวยที่แดงระเรื่ออ่อนๆ ตอนนี้เหมือนอุณหภูมิขึ้นสุดขีดจนร้อนผ่าวอย่างห้ามหัวใจไม่ได้

 
 

“///////////////...แก พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจเลยนะเฟ้ยยยย!!

โกคุเดระเอาแต่พูดโวยวายและถกเถียงเพื่อกลบเกลื่อน และแสดงพฤติกรรมที่เหมือนผู้หญิงที่กำลังอยู่ในสภาวะโดนสารภาพรักและกำลังตกหลุมรักที่เอาแต่หน้าแดง พูดจาพล่อยๆ หรือจะเรีบกว่า ปากไม่ตรงกับใจก็ได้ และยังส่งเสียงดังไม่น้อย แถมพอได้โวยวายจนไม่รู้จะเถียงอะไรก็เอาแต่ก้มหน้ามองแต่พื้นสะพานไม้อย่างเดียว

 
 

ดีโน่ที่ยืนมองตลอดก็หัวเราะเบาๆ พร้อมกับช้อนโครงหน้าแดงจัดขึ้นมาเพื่อมองนัยน์ตามรกตที่แวววาวเป็นประกายแล้วพูดกับโกคุเดระที่กำลังพองลมปากเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

 
 

“หรอออ ก็หน้ามันบอกว่า รู้เรื่องนินา ฮายาโตะ ใช่ม๊า...”

นัยน์ตาสีทองขุ่นจ้องมองใบหน้าที่กำลังเดือดเพราะพิษเขินและยิ้มอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากบางค่อยๆ ขยับปากและพูดอย่างแผ่วๆ อย่างเคอะเขินให้ชายที่กำลังจับโครงหน้าของตนเอง

 
 

“../////////...Ti voglio bene Dino

(ผมก็รักคุณ ดีโน่)

บอสคาบัคโลเน่ที่ได้ยินก็ได้ใจ เขาตอบกลับไปเป็นสำเนียงอิตาเลียนต่อเพื่อต้อนให้ร่างบางจนมุมและมันได้ผลเกินคาดหมาย

 
 

“โอ๊ะ ถ้าอย่างงั้น.... Voglio baciarti Hayato

(ชั้นต้องการที่จะจูบคุณ ฮายาโตะ)

 
 

“แก....พูดทำไมภาษาอิตาเลียนแบบนี้!? ไปตายซะ!!!

และในที่สุด ว่าที่มือขวาวองโกเล่ก็ปรอทพิษเขินระเบิดอย่างเกินลิมิตของร่างกาย เขาแหกปากโวยวายไม่ยั้งด้วยความรู้สึกเหมือนหัวใจจะทะลักออกจากหน้าอกตัวเอง จนชายที่แซวเขาก็ยิ้มร่าอย่างพอใจพร้อมกับแปลงภาษาสำนวนบ้านเกิดเป็นสำเนียงที่คุ้นหูทั่วไปแทน

 
 

“เขินล่ะสิ ขอจูบเถอะนะ”

 
 

“.....แกนี่มันเหลือเกิน ทีเมื่อวานล่ะก็ จูบแบบไม่ยอมขอเลยนะ แล้วตอนนี้มาขอทำซากอะไรเล่าาาา!

โกคุเดระยืนกอด อก และกระติกเท้าพร้อมกับมองจิกๆ ใส่ชายที่ออดอ้อนอย่างไม่ลดละความพยายาม แต่บอวคาบัคโลเน่ยังคงไม่ยอมแพ้ เขายังตื้อเพื่อจะได้ช่วงชิงในสิ่งที่กำลังร้องขอ

 
 

“ก็เผื่อมันจะโรแมนติกดีไง”

 
 

“ติกกับผีดิ ชั้นไม่ชินเลยนะเฟ้ยยย!!

 
 

“อะไรกัน แสดงว่าชอบสินะ จูบชั้นน่ะ”

 
 

“ม้าพยศ นี่แก...จะได้ใจไปหน่อยแล้วนะ!!

ร่างบางเริ่มเปลี่ยนอารมณ์จากเขินอายกลายเป็นฉุนโมโห มือขาวเนียนควักระเบิดที่พกติดตัวออกมา 3-4 แท่งจากมือข้างหนึ่งและเตรียมที่จะจุดทำให้ดีโน่หน้าเหวอเล็กน้อยและพยายามห้ามปรามโกคุเดระ

 
 

“ไม่เอาน่าๆ วันนี้คือวันสิ้นปี วันมงคลควรจะงดระเบิดนะ ฮายาโตะ”

ร่างสูงยิ้มเฝื่อนๆ พร้อมกับจับมือบางที่กำลังจะเฟี้ยงไดนาไมท์ จนทำให้โกคุเดระยอมจำใจเก็บระเบิดสุดหวงสุดรักลงกระเป๋ากางเกงอย่างไม่สบอารมณ์

 
 

“เออๆๆ”

เมื่อโกคุเดระเก็บระเบิดของตนเองเสร็จเรียบร้อย ชายผมสีเหลืองก็เริ่มพรรณนาต่อ มือหนายังคงนีผมสีเงินพร้อมกับโยกหัวโกคุเดระไปมาเบาๆ

 
 

“ค่อยน่ารักหน่อย เพราะวันนี้คือวันสิ้นปี และเป็นวันที่ชั้นได้บอกรักกับนายครั้งแรกเลยนะ”

 
 

“....เอออออ”

ผู้พิทักษ์วายุเอาแต่หน้าแดงไม่ยอมปริปากโต้เถียงหรือเสวนากับชายที่เอาแต่มองเขาไม่เลิก จนดีโน่ต้องงัดไม้เด็ดกระชากใจโกคุเดระด้วยประโยคที่เขารอฟังตั้งแต่อยู่ในห้องตอนนั้น

 
 

“ชั้นไม่ลืมหรอกน่า คิดว่าลืมไปแล้วรึยังไง วันที่พระจันทร์เต็มดวงแบบนี้ ที่นี่ และเวลานี้”

ริมฝีปากหนาฉีกยิ้มกว้างเมื่อเขาพูดจบ ทำให้นัยน์ตามรกตเบิกดวงตากลมโตอย่างตกใจและดีใจไปพร้อมๆ กัน มันเป็นประโยคที่เขาอยากได้ยินเพียงแต่ปากแต่พูดเถียงเป็นเด็กดื้อไม่ยอมโต ร่างบางที่กำลังดีใจก็ยิ้มบางๆ พร้อมเปรยชื่อของชายที่ลูบหัวเขาอยู่

 
 

“ดีโน่...”

 
 

เต้ง เต้ง เต้ง เปรี้ยงงงง ปังงง เฮ!!

 
 

เสียงที่หอนาฬิกาเรือนเก่าดังขึ้นเพื่อบอกเวลาให้กับผู้คนที่อาศัยในระแวกนี้ ใช่แล้ว...นี่เป็นเวลาเที่ยงคืนและกลายเป็นวันใหม่ของเดือนใหม่ เสียงพลุดังสนั่นลั่นไปทุกๆ ที่ พร้อมกับเสียงผู้คนจำนวนมากดังมาจากที่ไกลๆ เพราะพวกเขาทั้งสองคนอยู่ในที่ลับตาผู้คนและห่างไกลจากความเจริญ หรือจะพูดให้ถูกคืออีกไม่กี่ลี้ก็ถึงป่าที่มีแต่ต้นไม้สูงใหญ่เต็มไปหมด

 
 

ท่ามกลางบรรยากาศของเทศกาลปีใหม่ พลุเต็มทั่วฟ้า สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีเหลืองทอง หลากหลายสีมากมาย และมีดาวพร้อมดวงจันทร์ประทับทั่วนภา ราตรีนี้เป็นวันที่แสนยาวนานและดีที่สุดสำหรับทุกคน รวมไปถึงชายทั้งสองคนที่กำลังยืนมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยสีสันมากมายอยู่บนสะพานไม้เก่าๆ

 
 

ดีโน่มองท้องฟ้าพร้อมกับเปลี่ยนมาสบตากับมรกตคู่สวยที่ทอประกายเหมือนเพชรเม็ดงาม เขาพูดในสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่ออดีตที่ทั้งสองคนได้มาพบกันที่เดิมเพื่อดึงความสนใจโกคุเดระที่มองพลุมากมายบนท้องฟ้า

 
 

“แหม...เหมือนตอนนั้นเลยนะ เที่ยงคืนเป๊ะ หอนาฬิกามันก็ดังปุ๊ป ชั้นก็...อุ๊...!!

ริมฝีปากบางประกบริมฝีปากหนาทันทีที่โกคุเดระหันมามองหน้าของบอสคาบัคโลเน่ เขาจูบดีโน่ก่อนที่เจ้าตัวจะพูดจบอย่างไม่รอ มือบางค่อยๆ โอบต้นคอหนาที่กำลังโน้มหน้าและจูบกันอย่างดูดดื่มพร้อมกับเข้าหน้ากันอย่างประชิดตัว ลิ้นเล็กเริ่มไล่ต้อนเข้าไปในโพรงปากหนาอย่างช้าๆ แต่ความอ่อนประสบการณ์ทำให้เกมส์พลิก ร่างสูงกลับกลายเป็นฝ่ายรุกแทนทำให้ร่างบางเอาแต่ตวัดลิ้นไล่ตามแทน เสียงหวานจึงคลอออกมาเบาๆ เพราะเขากำลังเคลิ้ม

 
 

“อือออ....อืมมม”

ดีโน่โอบกอดร่างบางพร้อมกับจูบไม่ยอมหยุดพัก ความที่ต้องการมากทำให้มือหนาเริ่มมุดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวเพื่อสัมผัสกับแผ่นหลังบางขาวสวยจนทำให้โกคุเดระที่กำลังเคลิ้มจูบสะดุ้งและรีบผลักตัวบอสคาบัคโลเน่ที่ฉวยโอกาสสุดแรงเกิด

 
 

“จ จะทำอะไรน่ะห๊ะ ไอ้ม้าพยศ!!

เสียงหวานโวยวายออกมาทันทีไม่รอให้ดีโน่แก้ตัวอะไร ร่างสูงจึงยิ้มเฝื่อนๆ เพราะโดนจับได้คาหนังคาเขาแล้วเปลี่ยนเรื่องแทน

 
 

“นายจูบชั้นก่อนเลยหรอ แต่ตอนนั้นชั้นจูบนายก่อนนะ”

 
 

“จะทำไมเล่าาาา!! ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะเฟ้ยยย!!

ท่าทีของผู้พิทักษ์วายุเริ่มจะพัดกระหน่ำอย่างแรงอีกครั้ง จนริมฝีปากหนาต้องพูดแก้ตัวเปลี่ยนเรื่องอีกรอบด้วยความเนียนเพื่อต้องการให้โกคุเดระสงบลง

 
 

“ชั้นรักนายนะ ฮายาโตะ”

ร่างสูงพูดพร้อมโอบเอวบางและกระชับเข้าหาตัว ทางด้านโกคุเดระที่เพิ่งแหกปากโวยวายก็เงียบลงทันทีอย่างที่เขาคาดไว้ แต่สิ่งที่เกินคาดหมายคือ

 
 

L'amore sempre.Dino

(รักนายเหมือนกัน ดีโน่)

เขาพูดภาษาอิลาเลียนตอบกลับแทน กลายเป็นว่าบอสคาบัคโลเน่หน้าแดงแทนเพราะร่างบางดันทำตัวน่ารักยิ่งกว่าสาวน้อยในนิยาย จนทำให้ความกระหายของดีโน่ประทุขึ้นทันที

 
 

“ฮายาโตะ....จูบกันอีกทีเถอะนะ!!

มือหนาเขย่าตัวร่างบางและเตรียมที่จะจู่โจมโกคุเดระได้ทุกวินาที แต่มือบางรีบดันตัวชายที่กอดเขาอย่างแน่นและตะคอกเสียงใส่อย่างอายไม่แพ้กัน

 
 

“พอออออ!!

 
 

“นานๆ นายจะเป็นคนอ่อนหวานน่ารักได้ขนาดนี้ ชั้นอยากแล้วนะ”

ชายธาตุนภาดึงเขาเข้ามากอดในอ้อมอกพร้อมกับพูดจาไม่เกรงใจว่าที่มือขวาวองโกเล่ ทำให้เขาดิ้นไปดิ้นมาในอ้อมแขนเขาเพื่อต้องการอิสระและต้องการหลุดพ้นจากพันธนาการ เนื่องจากประโยคที่ดีโน่พูดนั้นมันส่อแววเรื่องบนเตียงเต็มๆ

 
 

“อยากกับผีเถอะแก เจ้าม้าหื่น!!

โกคุเดระเก็บออมแรงเต็มที่เมื่อเขาหยุดดิ้นพร้อมกับฮึดและผลักหน้าอกของบอสคาบัคโลเน่สุดแรงที่มีทำให้เขารอดจากความฉกฉวยโอกาสจากชายที่เจ้าเล่ห์ แต่มือหนาก็ยังคงไหลลื่นเหมือนปลาไหล เขารีบคว้าแขนโกคุเดระไว้ข้างหนึ่งเพื่อไม่ให้เหยื่อที่รอมานานหลุดรอดไปได้

 
 

“ไม่เอาน่าาา นี่ขึ้นวันปีใหม่แล้วนะ ไม่เห็นหรอ พลุจุดหันให้ลึ่ม”

ร่างสูงพยายามโน้มน้าวใจผู้พิทักษ์วายุอย่างเต็มที่ทำให้เขาเลิกดิ้นและเลิกก้าวขาเดินออกจากสะพานไม้พร้อมกับหันไปโวยวายแทนด้วยความรำคาญใจ (ซึนอีกลูกก๊ก 555)

 
 

“เออออ เหมือนตอนนั้นแหละน่า แล้วมัน....เกี่ยวอะไรกับพลุเล่า!!

 
 

“ฮ่าๆๆๆ นายไม่ได้เปลี่ยนไปจริงๆ ด้วยสินะ”

เมื่อร่างบางได้ยินประโยคที่ดีโน่พูดก็ถอนหายใจเบาๆ แล้วสาวเท้าเดินเข้าหาร่างสูงที่รั้งแขนเขาไว้พร้อมกับอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 
 

“เฮ้อออ...คิดว่าชั้นโดนล้างสมองรึยังไง”

 
 

“ก็ชั้นนึกว่านายจะลืมไปแล้วนิ”

นัยน์ตาสีทองขุ่นมองอย่างน้อยใจเพราะเขากังวลใจมากมานานแสนนาน เมื่อวายุที่เขาคอยดูแลอย่างดีได้หายไปอยู่กับนภาผืนใหม่อย่างไม่ทันตั้งตัว โกคุเดระอมยิ้มอีกครั้งพร้อมกับพยายามแกะมือที่จับแขนเขาไว้

 
 

“คนบ้าาา! ชั้นจะกลับล่ะ”

 
 

“ช่วยอยู่ต่อกับชั้นอีกซักนิดเถอะนะ...ฮายาโตะ”

ดีโน่ลดโทนเสียงลงอย่างเห็นได้ชัดจนนัยน์ตามรกตคู่สวยต้องตกใจ แล้วเขาก็หยุดพยายามที่จะหลีกเลี่ยงที่จะหนีเขา ขายาวสวยสาวเท้าเข้ามาใกล้ๆ ชายที่กำลังอ้อนเขา พร้อมกับใช้มือลูบเรือนผมสีเหลืองอย่างอ่อนโยน

 
 

แต่ใจของชั้นบอก อยากอยู่กับเธอต่อ แต่ชั้นวิงวอนกับเธอได้เพียงสายตา
 

อยู่ต่อเลยได้ไหม...

อย่าปล่อยให้ตัวชั้นไป

เธอก็รู้ทั้งหัวใจ ชั้นอยู่ที่เธอหมดแล้วตอนนี้

อยากได้ยินคำว่ารัก แทนคำบอกลา

เมฆฝนบนฟ้าคงรู้ดี

คืนนี้ให้ชั้นได้อยู่ใกล้ๆ เธอ....

คืนนี้ให้ฉันได้อยู่....กับเธอ

 
 

“เออๆ อยู่ก็อยู่ อีกแค่ไม่ถึง 6 ชั่วโมง ก่อนเวลานั้น ชั้นจะต้องอยู่ที่สนามบินแล้วนะเฟ้ยยย!!

 
 

“จ้าๆ ชั้นจะไปส่งนะ”

บอสคาบัคโลเน่กระดี้กระด้ามีชีวิตอีกครั้งพร้อมกับเปลี่ยนจากจับแขนร่างบางเป็นวางแขนหนาและโอบไว้ที่ต้นคอขาวเนียนสวย พร้อมกับยืนมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่กลายเป็นวันใหม่ไปกับชายที่กำลังจ้องมองดวงจันทร์บนแม่น้ำใสในลำธารเล็ก

 
 

บรรยากาศกลับเข้าสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง เสียงหวานค่อยๆ เปรยออกมาเพื่อต้องการขัดกับบรรยากาศอันเงียบวังเวงขึ้น

 
 

“....นี่”

 
 

“หือ อะไรหรอ”

 
 

“ชั้น..ชั้น..”

มรกตคู่สวยที่สบตามองกับดวงตาสีสองขุ่นนั้นกับพูดอะไรไม่ถูก เขาอ้ำๆ อึ้งๆ ได้เพียงแค่สบตากันอย่างเดียว แต่ดวงตาสีเขียวที่เป็นประกายนั้น แค่มองก็สามารถสัมผัสถึงไออุ่นและความรู้สึกได้ ดีโน่จึงยิ้มพร้อมกับอุทานชื่อของชายที่เขารัก เพราะเขา....อ่านใจผู้ชายคนนี้ได้ โดยไม่ต้องพูดอะไรก็รับรู้ได้

 
 

รักนี่...มันช่างพิเศษและวิเศษจริงๆ

 
 

“ฮายาโตะ...”

 
 

หมับบบ...

 
 

มือหนารั้งต้นคอเข้าหาแผ่น อกตัวเองแล้วเปลี่ยนท่ามากอดรัดด้วยความเอ็นดูและโหยหาไออุ่น เขาพูดในสิ่งที่ร่างบางพยายามจะพูดแม้จะยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเลยซักคำก็ตาม

 
 

“ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ ต่อให้นานแค่ไหนก็ตาม...ชั้นจะอยู่เคียงข้างนายตลอดไป โกคุเดระ ฮายาโตะ”

เมื่อผู้พิทักษ์วายุได้ยินเช่นนั้น มรกตคู่สวยกลับมีน้ำใสๆ เอ่อล้นออกมาคลอที่เบ้าดวงตากลมโตอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพราะเขาทั้งดีใจและรู้สึก.....ขอบคุณ

 
 

“....ชั้นจะกลับมาหานาย ถ้าหากมีโอกาส ดีโน่”

 
 

“ไม่เป็นไรๆ อยู่ญี่ปุ่นนั่นแหละ ชั้นจะแวะไปหานายเอง ไม่ให้นายต้องลำบากหรอกนะ”

มือหนาหยิกแก้มที่แดงระเรื่ออย่างเบามือแล้วค่อยๆ จับโครงหน้าหวานเพื่อจ้องมองดวงตาเขียวสว่างที่ทอประกายพร้อมกับน้ำตาที่คลอออกมา ริมฝีปากบางยิ้มอย่างอ่อนโยนและโผกอดใส่ชายที่กำลังมองเขาอยู่

 
 

“ขอบใจนะ”

เมื่อโกคุเดระคลายกอดตัวเองเขาก็ค่อยๆ บรรจงจูบที่ริมฝีปากหนาอย่างอ่อนโยนทั้งคลอน้ำตาด้วยความดีใจ นี่เป็นจูบครั้งที่สองที่ว่าที่มือขวาวองโกเล่เป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน แต่ถึงจะบอกว่าเป็นฝ่ายรุกก่อนก็ตาม ยังไงดีโน่ก็ไม่ปล่อยให้โกคุเดระคุมเกมส์ และมันคงไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะรุกได้ซะด้วยซ้ำ

 
 

ลิ้นหนาเริ่มตวัดเกี่ยวพันลิ้นบางพร้อมกับสอดแทรกเข้าโพรงปากอย่างเริ่มรุนแรงขึ้นจนโกคุเดระต้องติดลมจนเผลอร้องออกมาด้วยความพอใจในลำคอ แต่ด้วยความที่เร็วและความต้องการของดีโน่มันมากเกินกว่าที่โกคุเดระจะไล่ตามทัน เขาเริ่มล้าและเริ่มขาดอากาศจนร่างสูงต้องปล่อยให้ชายที่เริ่มเกมส์ก่อนได้พักหายใจ มือหนาลูบเรือนผมสีเงินและเปรยอุทานชื่อชายที่เขารักเบาๆ

 
 

“นี่ ฮายาโตะ...”

 
 

“อะไร”

 
 

“...อยู่ต่อเถอะนะ อย่ากลับเลย”

บอสคาบัคโลเน่ฉีกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อเขาพูดจบ โกคุเดระที่เห็นหน้าตาที่มีเล่ห์สนัยของชายที่กำลังโอบเอวตนเองนั้นก็ตะคอกใส่อย่างไม่ไว้หน้าด้วยความเขินขัดกับใจตัวเอง

 
 

“แล้วแกมาพูดกลับคำเอาแต่ใจแบบนี้ได้ยังไงกันเล่าาา!!

 
 

“แหะๆ ตอนนี้ชั้น....อยาก แล้วอ่ะ”

ดีโน่พูดพร้อมกับเกาหัวและยิ้มแห้งๆ แต่สิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ และท่าทางก็จะทำจริงๆ ด้วยซ้ำ แต่ด้วยความคุ้นเคยและรู้จักดีนั้น โกคุเดระรีบผละจากพันธนาการนี้ด้วยความรวดเร็วแล้วหันไปเค้นเสียงใส่ทันที

 
 

“ไอ้คนวิตถาร!!! ม้าลามก!!

โกคุเดระเริ่มถอยหลังเพื่อหลบหนีชายที่กำลังเดินไล่ต้อนเขาพร้อมกับพูดความในใจที่เขารอมานานแต่น้ำเสียงนั้นมันฟังดูเป็นความกระหายซะแทน

 
 

“น่าๆๆ ก็นายน่ารักเกินจะห้ามตัวเองแล้วนะ จูบชั้นก่อนแถมยังบอกรักภาษาบ้านเกิดเราสองคนอีกนะ แถมยัง...”

มือบางควักไดนาไมท์จำนวนมากทั้งสองข้างและเตรียมจุดระเบิดพร้อมที่จะเหวี่ยงหว่านมันออกไปได้ทุกวินาที แถมยังพูดขู่คำรามจนดีโน่ต้องวิ่งหลบ กลายเป็นว่าเขาที่กำลังจะจู่โจมพุ่งใส่ร่างบางกลับต้องวิ่งเผ่นระเบิดที่จะเขวี้ยงออกมาทางเขา

 
 

“ไม่ทั้งนั้น!!! แก...เตรียมตัวตายซะ!! ไอ้ดุ้นแก่!! ไอ้ม้าพยศหื่นกาม!!!

 
 

“ด เดี๋ยวสิ เห้ๆ อย่าเขวี้ยงมาทางนี้สิ รอบนี้ชั้นหลบได้ไม่หมดนะ ฮายะจังงง... ”

 
 

“ฮา-ยะ-จัง งั้นหรอ....อีกซักดอกเป็นไง!

 
 

“ช ชั้นพูดเล่นๆ เองนะ อย่าเขินแล้วพาลสิ เห้ยยย!!

ในที่สุด ไดนาไมท์ที่นับไม่ถ้วนก็ถูกขว้างออกมาอย่างบ้าระห่ำสมผู้พิทักษ์วายุที่บ้าคลั่งพัดอย่างโหมกระหน่ำ มีแต่เสียงของระเบิดและเสียงเอะอะโวยวายของชายทั้งสองคนท่ามกลางค่ำคืนที่ใกล้จะรุ่งสางบนสถานที่อันเป็นความทรงจำครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกัน

 
 

บรึ้มมม ตูม ตูม ตูมมมม

 
 

แล้วผมก็ได้สายลมเก่าพัดหวนกลับคืนมา

แม้ว่าจะอยู่ไกลเกินที่จะเอื้อมหรือไขว่ขว้ามาได้

แต่นภาผืนนี้ก็สามารถโอบอุ้มสายลมที่บ้าระห่ำได้

....ต่อให้มันห่างไกลกันแค่ไหน แต่เราทั้งสองคน

ยังอยู่ใกล้กันเสมอ
 

....เหมือนท้องฟ้ากับสายลมที่พัดพาอยู่คู่กันตลอดทุกวันนี้....ตลอดไป

 
 

อยู่ต่อเลย...ได้ไหม fin



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

220 ความคิดเห็น

  1. #220 mymintmaple (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 04:06
    ม้วนมาก ตัวเรานี่ล่ะค่ะ เขินม้วนเป็นทองม้วนสดสอดไส้มะพร้าวโรยน้ำตาล หวานมันเหลือเกินพ่อคุณ D59 ของคุณไรต์นี่มันสุดขั้ววววว!! ชอบที่หนูก๊กบอกทุกอย่างที่ตัวเองรู้สึกกับคุณดีโน่ แม้จะแอบซึนและเขินแรงไปหน่อย อ่ะหื้อออ น่ารักกันจังเลยยยย รักคุณดีโน่ที่เข้าใจแล้วก็พร้อมจะดูแลยัยก๊กไปตลอด ฮือออ รักคุณไรต์ที่แต่งออกมาน่ารักขนาดนี้ด้วย /ถ้าเป็นไปได้ อยากเห็นคุณไรต์มาแต่ง 2759 บ้าง เราคงจะสำลักความสุขตรัยแน่ๆ เลิ้บบบบ
    #220
    0
  2. #195 mina.mimi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 22:52
    อ็อออกกกกกกก! หวานเลี่ยนจนละลายตายแล้ววว >//////<
    #195
    0
  3. #159 CherrYBlossoM (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 21:29
    หวานกันจังคู่นั้>///<
    #159
    0
  4. #101 The Ton.Or (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2556 / 07:51
    พี่เรกิ หนูมองไม่เห็นตัวหนังสือแล้วนะคะ!!! มดดำเดินป้วนเปี้ยนไปมาเต็มจอ
    อร๊ายยยยย!! ชอบ D59 เต็มๆ ค่ะ ถอนตัวไม่ขึ้นและไม่ถอนตัวด้วย 555
    #101
    0
  5. #78 Poklove.59 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2556 / 15:54
    นั่งยิ้มตลอดเลยอ่ะ บอกรักกันทั้งเรื่องเลย ตอนจบฮาน่ารักอ่ะ ก๊กซึนๆ
    #78
    0
  6. #52 เบนโบ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มีนาคม 2556 / 11:59
    หวานมากกก >.<
    #52
    0
  7. #19 Sakurai Winter (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 / 01:19
    หวานได้โล่ห์เลยคู่นี้ มดเต็มจอแล้วว 555
    #19
    0
  8. #18 ผู้ชอบ 59 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:55
    หวานเกินแระ บอกรักกันตลอดๆเลยยย
    #18
    0
  9. #17 ผู้ชอบ 59 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:03
    คู่นี้จะทำให้มดขึ้นเรื่อยๆแล้วนะเนี่ยยย
    #17
    0