[ตีพิมพ์] ◄ TRICK ON YOU ► ยั่วรัก หลอกร้าย ป่วนนายตัวดี

ตอนที่ 5 : [100%] - Chapter 04 ราชินีกับราชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,837
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    30 ต.ค. 60


04
ราชินีกับราชา
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -








“เธอไม่ได้ล้อเล่นจริงๆ เหรอ”

พันเก้าถามอีกครั้งหลังจากที่ฉันเดินกลับออกมาจากห้องน้ำ ก่อนหน้านี้ฉันขอเขาเข้ามาหากุญแจรถนั่นแหละ ตอนแรกฉันค่อนข้างมั่นใจว่ามันน่าจะตกอยู่ในห้องน้ำตอนที่ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดผิด…ไม่มีกุญแจรถของฉันอยู่ในห้องน้ำของพันเก้า ฮือออ~

สาบานได้ว่ามันไม่ได้อยู่ในแผนการ!

“ฉันจะล้อนายเล่นทำไมเล่า! รถฉันทั้งคันนะ สงสัยคงจะตกตอนที่นายแบกฉันขึ้นมาแน่ๆ เลย” ฉันบอกก่อนจะเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ไม้สีน้ำตาลเข้มเข้าชุดกับโต๊ะกลมที่มุมหนึ่งของห้อง ฝั่งตรงข้ามมีเจ้าของห้องนั่งกุมขมับอยู่ก่อนแล้ว

“ไม่ใช่ว่าเป็นข้ออ้างของเธอ เพื่อจะได้กลับเข้ามาในห้องฉันอีกหรอกนะ” ดวงตาคู่คมของพันเก้าหรี่เล็กลงราวกับต้องการจับพิรุธ

แต่เสียใจ…ฉันไม่มีพิรุธให้เขาจับหรอกตอนนี้ เพราะนี่มันคือเรื่องจริง

This is real!

“นายเห็นฉันเป็นคนยังไงเนี่ย ถ้าฉันอยากเข้ามาในห้องนาย ฉันเปิดประตูเข้ามาก็จบแล้ว ไม่ต้องมีข้ออ้างหรอก” ฉันย่นจมูกอย่างนึกน้อยใจ

“จริงด้วยสินะ เธอมันไม่มีมารยาทอยู่แล้วนี่” เขาพยักหน้าหงึกหงัก

จึก!

โดนปักไปหนึ่งดอก

“นี่ฉันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉันเบิกตาโต ถามเสียงสูง นั่นเขากำลังว่าฉันอยู่นะ โฮ!

“ไม่รู้สิ แต่ก็ไม่ขนาดนั้น” เขายักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ ฉันที่เริ่มมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อยจึงจ้องคนตรงหน้าตาไม่กะพริบ

“หมายความว่านายยังเห็นฉันเป็นคนดีอยู่ใช่ไหม”

“ก็ไม่ได้บอกว่าดี…อย่าลืมนะว่าครั้งแรกที่เราเจอกัน มันเพราะเธอบุกรุกห้องฉัน” พันเก้าหรี่ตาลงจ้องฉันอย่างคาดโทษ จนฉันต้องถอนหายใจยาวอย่างเซ็งอารมณ์

“แต่หลังจากครั้งแรกที่ฉันมา ฉันก็เคาะห้องทุกครั้งนะ ฉันกลัวว่านายจะแก้…”

“แก้อะไร” คิ้วหนาขมวดมุ่นเมื่อฟังสิ่งที่ฉันพูดค้างเอาไว้

“แก้อะไร ไม่มี้~ หูฝาดแล้วนะนาย”

“อย่างนั้นเหรอ…”

“ว่าแต่เรื่องกุญแจรถฉันเนี่ย ทำไงดีอะ” ฉันยู่หน้าด้วยอับจนปัญญาแล้วจริงๆ

นี่ถ้าเกิดว่ามันหล่นอยู่ข้างนอกร้านแล้วมีคนนิสัยไม่ดีเก็บได้ เขาจะไม่ไล่กดรีโมตเพื่อหารถฉัน แล้วขี้ตู่ขโมยไปเสียดื้อๆ เลยเหรอ ไหนจะของมีค่าของฉันที่ทิ้งเอาไว้ในรถอีก ฮือๆ ๆ ไม่ได้ทรัพย์ไม่ว่า แต่ทรัพย์หายนี่มันไม่น่าเกิดขึ้นเลยนะ!

ไม่ได้! มันจะหายไม่ได้เด็ดขาด

สูดหายใจเข้า!

“ฮึบ! ต้องมีพลเมืองดีเก็บได้” ฉันบอกกับตัวเอง

สูดหายใจออก…

สูดหายใจเข้า!

“ฮึบ! ต้องอยู่”

“ทำบ้าอะไรของเธอ” เสียงของพันเก้าเล่นเอาฉันสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์อย่างน่าเสียดาย ฉันมองค้อนใส่เขาก่อนจะตอบคำถาม

“ฉันก็กำลังภาวนา ตั้งจิตอธิษฐานให้กุญแจรถฉันยังอยู่ปลอดภัยไร้อันตรายจากโจรน่ะสิ”

“ยัยประสาท! เธอนั่งรออยู่ในนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะลงไปหาตามทางเดินตอนที่เราเข้ามาในร้านให้ แต่ถ้ามันหล่นอยู่ข้างนอก…” พันเก้าเงียบไปก่อนจะเบือนหน้าไปยังหน้าต่างกระจก ฉันจึงมองตามเขาไป…ด้านนอกฝนตกหนักมาก แถมยังมีลมพัดแรงจนต้นไม้โอนเอนอย่างกับจะโค่นลงมาอีกด้วย “อาจจะต้องรอฝนหยุดตกก่อนนะถึงจะออกไปหาได้ ดูเหมือนว่าฝนวันนี้จะเป็นอิทธิพลจากพายุละมั้ง แล้วตอนนี้ก็มืดแล้วด้วย คงไม่มีใครออกไปหาให้เธอได้หรอก”

พูดจบพันเก้าก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหมุนตัวก้าวฉับๆ ออกจากห้องไปโดยที่ฉันคิดคำพูดไม่ทันเลย ฉันมองประตูห้องที่ปิดลงแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาให้กับความโง่เง่าของตัวเอง ต่อไปฉันคงจะต้องเอากุญแจรถผูกเชือกแล้วแขวนคอไว้เสียแล้วล่ะมั้ง มันจะได้ไม่หายไปไหนอีก

ไม่สิ! ต้องทำเป็นสายสร้อยแล้วแหละ เก๋ๆ

“อ๋อยยย~ น่าเบื่อชะมัดเลย” ฉันเบะปากพร้อมกับตั้งศอกกับโต๊ะ ใช้มือทั้งสองเท้าค้างจนหน้ายู่ไปหมด พันเก้าหายไปนานแล้วนะเนี่ย

แปล๊บ~

เปรี้ยง!!!

“กรี๊ดดด!” ฉันกรีดร้องสองตาปิดแน่นโดยอัตโนมัติ มือทั้งสองข้างก็ยกปิดหูเอาไว้

‘ฟ้าผ่า’ เป็นสิ่งที่ฉันกลัวมากที่สุด… ฉันเกลียดมัน เวลาที่ฟ้าผ่ามันเหมือนกับว่าผืนฟ้าทั้งหมดจะถล่มลงมาทับตัวฉันอย่างนั้นแหละ ฉันเกลียดและกลัวมันตั้งแต่ฉันจำความได้เลยละ…

ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งมอปลายฉันก็อยู่บ้านตลอด เวลาฟ้าผ่า ถ้าอยู่บ้านฉันก็จะมีอ้อมกอดของพ่อหรือไม่ก็แม่ที่ทำให้ฉันหายกลัวได้ ถ้าอยู่โรงเรียนก็มีเพื่อนสนิทที่พอเรียบจบมอปลายต่างก็แยกย้ายกันไปเรียนคนละที่ ไม่ค่อยได้กลับมาเจอกัน

ทว่าพอเข้ามหาวิทยาลัย ฉันกลับต้องกอดตัวเอง…

เหตุผลน่ะเหรอ?

เพราะฉันขอให้แม่ซื้อคอนโดมิเนียมที่ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยให้เพื่ออยู่คนเดียว ฉันไม่มีเพื่อนสนิทที่มหาวิทยาลัย…ไม่มีเลยสักคน เพราะฉันเลือกที่จะไม่สนิทกับใครเป็นพิเศษ ทุกคนเข้าหาฉันเพราะหวังผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำการบ้าน แน่นอนว่ามีแต่คนจ้องจะเอาเปรียบฉัน แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าฉันไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบง่ายๆ หรอกนะ หรือไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องผู้ชาย มีคนเข้ามาจีบฉันไม่ขาดสาย แต่ฉันก็ไม่สนใจคนพวกนั้น แถมยังมีเพื่อนหลายคนเข้าหาฉันเพราะอยากจะรู้จักกับพวกผู้ชายที่เข้ามาจีบฉันอีก เฮอะ คนแบบนั้นฉันไม่คบให้เสียเครดิตหรอกนะจะบอกให้ ชิ!

สำหรับฉัน ‘คนสนิท’ เพียงคนเดียวตอนนี้ก็เห็นจะมีแต่คนๆ นั้น…

แปล๊บ~

เปรี้ยง!!!

“กรี๊ด! ฮือออออ ฮือๆ ๆ” ฉันสะดุ้งจนตัวโยนก่อนจะค่อยๆ ไหลลงจากเก้าอี้ไปนั่งขดตัวหลับตาปี๋อยู่ใต้โต๊ะ

อยากจะบีบคอตัวเองเสียให้ตาย เฮ้อ! ฉันน่าจะลุกไปดึงผ้าม่านปิดก่อนหน้านี้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเห็นประกายสายฟ้าที่สะท้อนมาเข้าตา แต่มานึกได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้วสิ สงสัยพันเก้าคงจะชอบบรรยากาศเวลาฝนตกล่ะมั้ง เขาคงชอบนั่งมองมัน

แต่ฉันไม่!

ถึงฉันจะทำเรื่องเสี่ยงต่อการโดนฟ้าผ่า อย่างเช่น ออกไปนั่งคร่ำครวญที่หน้าร้านเมื่อตอนเย็น แต่นั่นก็เพราะฉันคิดว่าตอนที่ฝนพรำๆ มันไม่น่าจะมีฟ้าผ่าได้

แกร๊ก!

“เจ้านาง…” เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนดังขึ้น ก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งเข้ามาประชิดตัวฉันด้วยความรวดเร็ว ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองผู้มาใหม่ แต่ด้วยความที่น้ำตาคลอหน่วยทั้งสองข้าง ฉันก็เลยเห็นหน้าเขาไม่ชัด แต่ฟังจากเสียงแล้วเป็นพันเก้านั่นละ เขาดึงเก้าอี้ออกไปให้พ้นทางก่อนจะย่อตัวลงมาหาฉัน ความรู้สึกอุ่นวาบจากฝ่ามือหนาที่บริเวณหัวไหล่ทั้งสองทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอย่างประหลาด “เธอเป็นอะไร”

“ฮือๆ ๆ”

แปล๊บ~

เปรี้ยง!!!

“กรี๊ดดด! ฮึก! ฮือๆๆ” เปลือกตาของฉันปิดสนิทอีกครั้ง ฉันก้มหน้าเข้าหาตัวเองจนสุดทำให้รู้สึกปวดๆ ตึงๆ ที่บริเวณท้ายทอย แต่จะทำไงได้ ก็ฉันกลัวมันนี่ ฮืออออ

ฟุบ!

                พันเก้าไม่ได้ถามอะไรฉันอีก ทว่าเขากลับดึงฉันเข้าไปซบอยู่ที่แผ่นอกกว้างอันอบอุ่นของตัวเอง เขากอดฉันไว้พร้อมทั้งใช้มือลูบหลังไปมาเหมือนต้องการให้ฉันหายกลัว ถึงแม้เขาจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น แต่ร่างกายของฉันมันยังสั่นไม่หาย

                “ไม่เป็นอะไรนะ…” เสียงทุ้มนุ่มของพันเก้าดังขึ้นเหนือศีรษะในขณะที่ฉันพยายามซุกใบหน้าเข้าไปหาความอบอุ่นจากเขามากขึ้น มากจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเขาเลยล่ะ

แปลกแฮะ อ้อมกอดของเขาทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเหลือเกิน มันไม่เหมือนอ้อมกอดแห่งความรักของพ่อแม่ที่ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งตั้งแต่เด็กจนโต และทำให้ฉันไม่ต้องการอ้อมกอดของใครอีก แต่ผู้ชายคนนี้... เขาทำให้ฉันรู้สึกต่างออกไป เขาทำให้ฉันอยากจะอยู่ภายในอ้อมแขนแกร่งนี้นานๆ ไม่อยากออกไปไหน

“ฮึก ฮือๆ ๆ”

“ฉันให้พนักงานช่วยกันหากุญแจแล้ว แต่ไม่เจอเลย”

“อื้อ ฮึก! ฮืออออ” ฉันพยักหน้าเล็กน้อยอย่างรับรู้ ได้ยินเสียงถอนหายใจของพันเก้าด้วยล่ะ

“เดี๋ยวฉันต้องลงไปอยู่ที่ห้องทำงานชั้นล่าง เธอจะไปด้วยกันไหม ถ้าอยู่ในห้องนั้นเธอจะไม่ได้ยินเสียงฟ้าผ่าเลย”

“อื้อ” ฉันครางตอบเบาๆ พันเก้าคลายอ้อมกอดออก เขาลุกขึ้นยืนก่อนเป็นคนแรก เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาฉันก็ลุกขึ้นบ้าง ก่อนจะใช้หลังมือปาดน้ำตาแบบลวกๆ คนตัวสูงขยับห่างออกไปเล็กน้อยเพื่อให้ฉันยืนได้สบายขึ้น

พันเก้ามองฉันก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ แล้วเดินนำออกจากห้องไป ฉันนี่รีบซอยเท้าตามเขามาติดๆ เผื่อว่าถ้าฟ้าผ่าขึ้นมาอีกครั้ง ฉันจะได้กระโดดขี่หลังเขาทันไงล่ะ!

เจ้าของสถานที่เดินผิวปากอย่างอารมณ์ดี ส่วนฉันก็เดินติดเขาจนเรียกได้ว่าแทบจะสิงร่างอีกฝ่ายอยู่แล้วเชียว ไม่นานนักเราสองคนก็ลงจากชั้นสองมาถึงชั้นล่างจนได้ ที่เชิงบันไดมีเก้าอี้ตัวหนึ่งตั้งหลบทางอยู่แต่ว่ามันก็โดดเด่นเสียเหลือเกิน เพราะชุดสีเขียวมิ้นท์ของฉันวางอยู่บนนั้นนั่นเอง

แหม ภามนี่ว่านอนสอนง่ายเสียจริงๆ เลยนะ ฉันมองแล้วก็อดนึกถึงใบหน้านิ่งๆ ของผู้ชายคนนั้นไม่ได้…

“ฉันเห็นมันวางอยู่ตั้งแต่ตอนลงมาหากุญแจแล้ว ฝีมือเธอสินะ” เสียงของพันเก้าทำให้ฉันต้องหยุดชื่นชมใครอีกคนแล้วเลื่อนสายตาเซ็งๆ มามองคนตรงหน้าแทน

“เปล่าสักหน่อย ฝีมือเพื่อนนายต่างหาก ฉันแค่ฝากเขาเอาไว้เฉยๆ” ...แล้วก็แอบสั่งการเอาไว้เท่านั้นเอง

พันเก้าเลิกคิ้วสูงพร้อมกับเอ่ยชื่อเพื่อนของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อหู “ไอ้ภาม?”

ฉันพยักหน้ารัวจนร่างสูงถอนหายใจพรืด ก่อนที่เขาจะหันไปกวักมือเรียกพนักงานหญิงคนหนึ่งที่กำลังจะเดินผ่านไปยังเคาน์เตอร์ให้มาหา เธอรีบกุลีกุจอมาหาเราสองคนทันที

“มีอะไรหรือเปล่าคะ มาสเตอร์”

“ฉันวานเธอช่วยเอาชุดนี้ไปซักแล้วก็อบแห้งที่ห้องซักรีดหลังร้านหน่อยนะ อย่าลืมรีดให้เรียบร้อยด้วย” พันเก้าพูดพร้อมกับหยิบชุดของฉันไปส่งให้พนักงานสาวสวย เธอรับไปแล้วเหล่มาทางฉันด้วยสีหน้ายิ้มๆ ฉันก็เลยแยกเขี้ยวใส่หล่อนไปหนึ่งที ยัยนี่ต้องจำได้แน่ๆ ว่าฉันนั่งโวยวายตากฝนอยู่หน้าร้าน ฮึ่ยยย

“ได้ค่ะ มาสเตอร์”

“เสร็จแล้วก็แขวนไว้ในห้องนั่นแหละ เดี๋ยวฉันไปเอาเอง”

“ค่ะ”

หลังจากที่หญิงสาวในชุดกระโปรงฟูฟ่องรับรีเควสเสร็จเรียบร้อยและเดินจากไปดำเนินภารกิจแล้ว พันเก้าก็หันมาทางฉัน เขาขมวดคิ้วมองสีหน้าของฉันด้วยความสงสัยก่อนจะเอ่ยถาม

“ทำไมทำหน้าเหมือนตัวอิจฉาแบบนั้น” หน็อยแน่ ว่าฉันเหมือนตัวอิจฉางั้นเหรอ อย่างฉันน่ะ นางเอกเท่านั้นแหละนะจะบอกให้ เฮอะ!

ฉันย่นจมูกให้เขาหนึ่งทีก่อนจะตอบ

“ก็ยัยพนักงานคนเมื่อกี้มองนายตาเยิ้มเชียว แต่กับฉันนี่มองเหมือนเห็นตัวตลกโปกฮา”

พันเก้าทำท่ากลอกตาไปมาอย่างกวนประสาทก่อนจะเดินหนีไป ฉันจึงรีบวิ่งไปเกาะเป็นปลิงทันที

“นายเองก็เหมือนกัน เฮอะ! ชอบมองฉันเหมือนดูละครลิง จะบอกให้นะว่าคนที่มองนายตาเยิ้มๆ แบบนั้นได้มีแต่ฉันคนเดียวเท่านั้น แล้วนายก็ห้ามทำสายตาแบบนั้นกับใครด้วยนะจะบอกให้” ฉันพูดรัวและเร็วแบบไม่ต้องหยุดหายใจหายคอกันเลยล่ะ พันเก้าที่เดินอยู่ถึงกับชะงักกึกหันกลับมาหาฉันทันที

“มองแบบนี้น่ะเหรอ…”

ร่างสูงแกล้งทำสายตาหื่นๆ ใส่ พร้อมทั้งโน้มหน้าลงมาและขยับตัวเข้าใกล้ฉันมากขึ้น ฉันก็เลยจำเป็นต้องก้าวถอยหลังอย่างช่วยไม่ได้ แต่แล้วเขาก็เบือนหน้าไปมองทางอื่นจนฉันต้องหันตาม สายตาหลายคู่ทั้งจากพนักงานและลูกค้ากำลังมองมาทางนี้ด้วยความสงสัยใคร่รู้ พันเก้ารีบกลับไปยืนตัวตรงตามเดิมก่อนจะหมุนตัวกลับไปเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตรงนี้

ฉันเองก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด ก่อนจะตวัดสายตาดุๆ ไปมองพวกคนที่กำลังจ้องมา จนผู้คนเหล่านั้นพากันหลบสายตาแทบไม่ทัน ฉันฉีกยิ้มอย่างพอใจและเริ่มเดินต่อ

ช่วงเวลาค่ำๆ แบบนี้ ลูกค้าในร้านรีดแอนด์ดริ้งก์ยังคงคึกคักเหมือนแต่ก่อนที่ฉันเคยมา เผลอๆ จะมากขึ้นด้วยซ้ำ น่าจะทั้งลูกค้าประจำและลูกค้าขาจร หลายคนที่หันมามองฉันกับพันเก้าเมื่อครู่เหมือนจะกำลังนินทาอะไรสักอย่างด้วยแหละ

เฮอะ! คนพวกนั้นก็คงจะอิจฉาฉันล่ะสินะ ที่ได้มาใกล้ชิดสนิทสนมกับมาสเตอร์สุดหล่อของร้านนี้ ฮิๆ

เกิดเป็นเจ้านาง ทำไมชีวิตมันช่างเก๋ไก๋เสียนี่กระไร

ไม่นานเราสองคนก็เดินมาถึงห้องหนึ่งซึ่งคงจะเป็นห้องทำงานของเขาอย่างที่บอกนั่นละ อย่างนี้ก็แสดงว่าเขามีห้องทำงานทั้งชั้นบนแล้วก็ชั้นล่างเลยสิเนี่ย หูวววว

“ฉันว่าเพราะนายกวนประสาทอย่างนี้เนี่ยแหละ แฟนนายถึงได้ทิ้งไปอะ” ฉันลอยหน้าลอยตาพูดหลังจากที่เข้ามาภายในห้องทำงานของเขาแล้ว สองเท้าเดินกรีดกรายไปนั่งลงบนโซฟารับแขกภายในห้องอย่างรู้งาน โดยที่เจ้าของห้องไม่ต้องเชิญ

เมื่อเห็นว่าพันเก้าเงียบไปนาน ฉันก็เลยหันไปทางเขาแล้วก็ประสานสายตาเข้ากับดวงตาสีนิลที่นิ่งสนิทราวกับจะบอกเป็นนัยว่า ‘เธอพูดมากเกินไปแล้ว’

ฉันเป็นฝ่ายละสายตาก่อน แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้มองโน่นนี่ภายในห้อง ทั้งๆ ในใจไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบตัวเลย… ฉันจะต้องรวบรวมข้อมูลของหมอนี่ให้มากที่สุด เพื่อจะได้หาทางพิชิตใจเขาให้อยู่หมัด

พันเก้าไม่พูดอะไรกับฉันอีก เหมือนจะเคืองๆ ที่ฉันพูดถึงแฟนเก่าของเขา เขาปล่อยให้เสียงจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องกล่อมเสียจนฉันนั่งสัปหงกไปหลายรอบ ไอ้ครั้นจะให้ฉันเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน ก็ชวนไม่ลง เขาเอาแต่นั่งจมกองเอกสารบนโต๊ะอย่างมีสมาธิ บางครั้งก็หันไปพิมพ์อะไรสักอย่างบนแล็ปท็อปสีเงินที่ตั้งเฉียงอยู่กับเอกสารตรงหน้าเขา แล้วแบบนี้จะให้ฉันกวนเขาไงล่ะ

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เรียกความสนใจของฉันให้หันไปมอง

“เข้ามา” ไอ้มาสเตอร์หน้าหล่อที่นั่งดูเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมาเพื่อออกปากอนุญาตคนด้านนอก

สิ้นเสียงบอกให้เข้ามาได้ พนักงานสาวสวย เด้ง เช้งกระเด๊ะคนหนึ่งก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถาดใส่ถ้วยกาแฟกับแก้วใบใสเผยให้เห็นน้ำสีแดงซีดที่มีใบมิ้นท์และชิ้นสตรอว์เบอร์รี่ฝานวางตกแต่งอยู่ด้านบน เธอเหล่มองฉันด้วยสายตาไม่ค่อยจะเป็นมิตรสักเท่าไร ก่อนจะรีบเดินเชิดตรงไปยังโต๊ะทำงานของพันเก้า

“เมื่อกี้ม่าเหมี่ยวเห็นมาสเตอร์ลงมา ก็เลยให้บาริสต้าชงอเมริกาโนของโปรดมาให้ค่ะ” เธอบอกพลางค้อมตัวลงนิดหน่อย ถ้วยเซรามิกสีงาช้างที่มีไอร้อนลอยโชยออกมาถูกบรรจงวางลงบนโต๊ะทำงานอย่างเชื่องช้า พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดจากคนวาง

“ขอบใจนะ” พันเก้าตอบรับสั้นๆ แล้วยิ้มบางๆ (บางมาก บางเป็นกระดาษหนังสือพิมพ์เลย) ก่อนจะก้มลงไปสนใจเอกสารของตัวเองต่อ

เดี๋ยวนะ…

“อะแฮ่ม! เอ่อ…ขอโทษทีนะ แต่ฉันไม่รู้ว่าเธอมาเสิร์ฟ ‘นม’ หรือกาแฟกันแน่” ฉันพูดพลางเหล่มองที่หน้าอกของเธอ

กระดุมเสื้อเชิ้ตตัวในของพนักงานสาวที่ขนาดหน้าอกไม่น่าจะต่ำกว่าคัพซี(แอบเล็กกว่าฉันนิดหนึ่ง) ถูกปลดลงมาสองสามเม็ดเห็นจะได้ ถึงแม้พันเก้าจะไม่ได้สนใจมองตรงนั้นของพนักงานตัวเองเลยก็เถอะ แต่ฉันว่านั่นมันไม่น่าจะใช่เครื่องแบบที่ถูกต้องเสียเท่าไร ยัยนี่ต้องแอบมีจุดประสงค์ไม่ดีแน่ๆ ว่าก็ว่าเถอะนะ ฉันว่ายัยมะม่วงม่าเหมี่ยวอะไรนี่ทำเกินหน้าที่ไปหน่อยอะ

“มีของคุณด้วยนะคะ ดิฉันเห็นว่ามาสเตอร์มี ‘แขก’ เป็นผู้หญิง ก็เลยเลือกเป็นน้ำผลไม้มาเสิร์ฟ” คนโดนทักรีบยืดตัวตรง เธอหันมายิ้มหวานแต่สายตาแฝงความมาดร้ายมาให้ฉัน ก่อนจะหมุนตัวเปลี่ยนทิศทางเพื่อเดินมาทางนี้ “สตรอว์เบอร์รี่ สมูตตี้…ค่ะ”

กึก!

เธอจัดแจง ‘กระแทก’ แก้วสีขาวใสบรรจุน้ำผลไม้ที่ชื่อเหมือนจะด่าฉันยังไงชอบกล แถมเมื่อกี้ยัยนี่ยังเน้นชื่อเครื่องดื่มที่นำมาให้ฉันอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยนะ นางต้องแอบแขวะฉันแน่ๆ เลยอะ รู้สึกได้

ไม่ได้การละ!

“เดี๋ยวนะๆ เธอเข้าใจผิดหรือเปล่า ฉันไม่ใช่แขก แต่ฉันเป็น แฟนของมาสเตอร์ของเธอต่างหาก” ฉันบอกพร้อมทั้งยิ้มหวาน สายตาแอบชำเลืองไปยังเจ้าของร้านเล็กน้อยก็เห็นว่าเขามองมาเหมือนกันแต่ไม่ได้พูดอะไร เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วนั้น ฉันก็เลยหยิบแก้วสมูตตี้ตรงหน้าขึ้นมาหมุนๆ ดูก่อนจะพูดลอยๆ “ใส่ยาพิษมาให้ฉันหรือเปล่าเนี่ย ระวังโดนไล่ออกนะ”

“ไม่มีของแบบนั้นหรอกค่ะ” ฟังดูก็รู้ว่ายัยนี่กัดฟันพูด เฮอะ!

ฉันเหล่มองคนตอบที่ตอนนี้หน้าตึงไปแล้วเรียบร้อย ก่อนจะจับหลอดดูดเข้าปากเพื่อลิ้มรส มันอร่อยมากเลยนะ… แต่ฉันไม่ชมหรอก หึๆ

“รสชาติก็งั้นๆ อะ” ฉันจีบปากจีบคอพูดก่อนจะวางแก้วลงที่เดิม

“สูตรนี้เป็นสูตรที่มาสเตอร์พันเก้าคิดเองนะคะ ถึงชื่อจะเป็นสมูตตี้ธรรมดา แต่ว่าสูตรที่ใช้ทำมันเป็นสูตรลับเฉพาะของทางร้าน ดิฉันมั่นใจว่ารสชาติอร่อยต่างจากที่อื่นแน่นอนค่ะ”

คำตอบนั้นเล่นเอาฉันเกือบแสดงอาการเสียหน้าออกไป แต่ระดับเจ้านางแล้ว ทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุม…จบนะ!

“เธอนี่รู้เรื่องเยอะจังเลยนะ แต่ก็ดี เวลาลูกค้าถามจะได้ตอบได้… สงสัยความรักของฉันกับพันเก้าคงจะหวานชื่นไปหน่อย พอมาชิมของอร่อยๆ มันก็พาลไม่อร่อยไปเสียหมด” ฉันพูดยั่วโมโหคนตรงหน้าอย่างเหนือกว่า เธอชักสีหน้านิดๆ แต่ก็เก่งมากที่เก็บอารมณ์โกรธอยู่ แต่ว่านะ สายตาของเธอปิดเอาไว้ไม่มิดหรอก ฉันเห็นประกายไฟลุกโชนอยู่ภายในคอนแทคเลนส์สีน้ำตาลอ่อนของเธอด้วยล่ะ

“มาสเตอร์มีอะไรจะใช้ม่าเหมี่ยวหรือเปล่าคะ” คนแพ้หันไปถามเจ้านายของตัวเอง แต่เมื่อเห็นว่าพันเก้าส่ายหน้าทั้งๆ ที่ยังไม่ละสายตาจากเอกสาร เธอจึงพูดต่อ “ถ้าอย่างนั้นม่าเหมี่ยวขอตัวไปทำงานต่อนะคะ”

ฉันมองตามยัยม่าเหมี่ยวไปด้วยความหมั่นไส้ จนกระทั่งเธอเดินพ้นประตูห้องออกไปแล้ว เมื่อประตูปิดลงสนิท เสียงทุ้มของมาสเตอร์หนึ่งเดียวในห้องนี้ก็ดังขึ้นแทบจะทันที

“ฉันไม่อนุญาตให้เธอไปป่าวประกาศว่าเป็นแฟนฉันนะ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ห้ามเธอทำแบบนั้นอีก เข้าใจไหม” เขาจ้องฉันนิ่ง ฉันเองก็จ้องตาเขากลับอย่างไม่ยอมแพ้

“แล้วทำไมเมื่อกี้นายไม่ปฏิเสธล่ะ เห็นนั่งเงียบก็นึกว่ายอมรับ”

“ที่ฉันเงียบ เพราะไม่อยากทำให้เธอหน้าแตกต่างหาก ฉันสงสาร”

ฉันเกลียดคำนี้จัง ‘สงสาร’ เฮอะ! มันทำให้ฉันดูไร้ค่ายังไงก็ไม่รู้แฮะ แต่สำหรับเรื่องพันเก้า ฉันจะทำเป็นไม่คิดอะไรก็แล้วกันนะ

“ดีเลย สงสารฉันเยอะๆ นะ ฉันชอบ! คิกๆ” ฉันแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขาก่อนจะยกแก้วสมูตตี้ขึ้นมาดูดอีก… ฮ้า! ชื่นใจจังเลยแฮะ

“ไหนว่าไม่อร่อยไง”

“ไม่ได้บอกว่าไม่อร่อย บอกว่าก็งั้นๆ So so อะ แบบว่าก็พอกินได้”

“เธอชอบฉันจริงๆ น่ะเหรอ” จู่ๆ เขาก็วกมาถามเรื่องนี้

“ชอบสิ! ชอบมากด้วย” ฉันพยักหน้าลงด้วยสีหน้าจริงจัง

“เธอนี่มันยิ่งกว่าปลาไหลอีกนะ ไปเรื่อยจริงๆ เลย” พันเก้ามองฉันเหมือนเห็นของที่เขาเกลียดสุดชีวิตอย่างนั้นแหละ โอ้โห…สายตาดูถูกฉันมากเลยอะ น่าควักออกมาต้มยำนัก เฮอะ!

“หาว่าฉันโกหกเหรอ นายไม่เชื่อก็ตามใจนะ แต่สักวันฉันจะต้องทำให้นายเชื่อให้ได้ นี่ฉันจริงใจมากเลยนะ พอดีว่าเป็นคนตรงๆ อะ” ฉันบอกแล้วกะพริบตาปริบๆ

ฉันไม่มีทางให้เขาจับผิดได้ง่ายๆ หรอกนะจะบอกให้ ไม่อย่างนั้นก็เสียชื่อเจ้านางหมดน่ะสิยะ งานนี้ฉันเอาหัวของพันเก้าเป็นประกันเลยว่า เขาจะต้องหลงรักฉันอย่างโงหัวไม่ขึ้นแน่นอน โฮะๆ ๆ #ยิ้มร้าย

“ยัยปลาไหล!”

“ถึงจะเป็นปลาไหล แต่ก็เป็นราชินีปลาไหลนะบอกเลย แล้วนายก็ต้องมาเป็นราชาปลาไหลด้วย” ฉันบอกแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าตามเดิม ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประกบกันโดยให้ปลายนิ้วชี้ไปด้านหน้า หลังจากนั้นฉันก็ปัดมือทั้งสองข้างไปทางซ้ายที ไปทางขวาที เสมือนปลากำลังว่ายน้ำดุกดิก สุดท้ายฉันก็ตั้งมือขึ้นงอปลายนิ้วมาชนกันให้มือกลายเป็นรูปหัวใจ แล้วขยิบตาส่งไปให้พันเก้าที่มองการกระทำของฉันอย่างเอือมระอา แต่ฉันเห็นนะว่าเขาแอบหลุดหัวเราะด้วยอะ

“มันน่าจับออกไปยืนให้ฟ้าผ่าใส่หน้านัก” สีหน้าอีกฝ่ายหมั่นไส้ฉันสุดๆ

“นายจะกลายเป็นฆาตกรทันที และถ้าฉันตายกลายเป็นวิญญาณ ฉันก็จะตามหลอกหลอนนาย แล้วก็ไปแจ้งตำรวจให้มาจับนายด้วย!”

“เหอะๆ ” พันเก้าแค่นหัวเราะแล้วหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบเล็กน้อยก่อนจะวางลงตามเดิม หลังจากนั้นก็เข้าสู่โหมดโลกส่วนตัวอีกครั้ง

ฉันมองเขาแล้วก็อดถอนหายใจไม่ได้ เขาไม่ได้ดูเป็นคนเลวร้ายอะไรเลยนะ ทำไมสมหญิงใจร้ายต้องให้ฉันทำแบบนี้ด้วยอะ ถึงฉันจะทำตัวเห็นแก่เงินเหมือนไม่อยากรู้ แต่ลึกๆ ก็แอบอยากรู้ล่ะน่า เพราะแกใจร้ายไงอีสมหญิง ฮึ! แต่ว่านะ…เท่าที่คลุกคลีอยู่กับรายนั้นมา มันก็ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยม ขนาดที่ว่าจะเล่นกับความรู้สึกของคนได้ลงคอแบบนี้นี่

อย่างนี้แสดงว่าพันเก้าต้องเคยไปทำอะไรให้มันไม่พอใจมากๆ ถึงขนาดที่ว่าหมอนี่กลายเป็นคนซวยไปเลยที่โดนสมหญิงใจร้ายแค้นเคืองอะนะ

ฉันต้องถามมันให้รู้เรื่องว่ามันมีเรื่องอะไรกันแน่!

แต่ถึงยังไง แผนการนี้ก็คงต้องดำเนินต่อไป เพราะผู้ชายไม่มีความสำคัญกับฉันมากมายหรอกนะ เชื่อฉันสิว่าผู้หญิงอย่างเราๆ สามารถอยู่คนเดียวได้ บนคานฉันว่าก็น่าจะสบายดีออก…

สำหรับเรื่องนี้ ถึงฉันจะไม่เคยมีแฟน แต่ฉันรับรองว่า ถ้าสาวสวยอย่างเจ้านางคนนี้ได้ลงมือจีบใครแล้วล่ะก็ ไม่มีทางที่จะไม่ติด! แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ภารกิจที่มีหัวใจของพันเก้าเป็นเดิมพัน นั่นหมายถึงหัวใจของฉันก็อาจจะต้องถูกพ่วงไปด้วย ซึ่งฉันจะปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด

ฉันจะเผลอใจไปรักผู้ชายคนนี้ไม่ได้...

เพื่อเงิน…ท่องเอาไว้ว่า เพื่อเงินเท่านั้น

เงิน

เงิน

เงิน


เงิน และเงิน!











- TO BE CONTINUED -

mamind GIFmamind GIF

Talk with writer

รักนาง ชอบนาง เปย์นางนะคะ 5555555555
พรีออเดอร์แล้วจ้าาา <3




หรือทาง inbox เพจก็ได้จ้า

เม้าท์มอยและติดตามข่าวสารได้ที่เพจเลยจ้า
ตามไปได้เลยย




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,126 ความคิดเห็น

  1. #1094 Nuch :3 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 15:06
    ถ้ากลัวฟ้าผ่าเเล้วได้ซบอกพันเก้าจะยอมกลัวฟ้าผ่าเหมือนนางเลย 
    ติดตามต่อไปจ้าา
    #1,094
    0
  2. #1042 GwanGii Shika (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 03:04
    อิจฉาเจ้านางพูดเลยยยย
    ซบอกคืออัลไลลลลล!!
    ทำใจมิได้ พันเก้าเมื่อไหร่จะหลงค่ะ!!
    ตอนนี้ลีดหลงเจ้านางเข้าเต็มๆแล้วววว จะฮ่าไปไหน!!
    แต่ชอบนะพูดเลยยยยย
    สู้ๆคะ
    #1,042
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #804 ★A y ά m i★ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 22:36
    เจ้านางงงงงงงงงงงงงจ้าาาาาาาาาาาา บทจะดราม่าก็ดราม่า บทจะฮาก็ฮา 555555
    แล้วนั่นหึงจริงหรือแกล้งกันแน่นะ 5555555 ติดตามๆๆ
    #804
    0
  6. #777 T--dZ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2558 / 22:31
    ฉากฟ้าผ่านี่แบบ ฟินนนนน~



    แต่สุดท้าย กลับสู่โหมดเดิม 555



    นางมั่นมากจ้า ชอบนางงงง 
    #777
    0
  7. #365 SMAIL R' (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 13:46
    บอกเลยอิจฉาเจ้านางงงงงงง
    #365
    0
  8. #230 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2557 / 10:26
    ราชาและราชินีปลาไหล ฮาาาา
    ฉันว่าเธอเป็นปลาไหลไปคนเดียวเถอะนะเจ้านาง
    พันเก้ายังไม่มีคุณสมบัติความเป็นปลาไหลมากพอ
    อย่างน้อยก็เมื่อเทียบกับเธออะ
    เรื่องนี้เจ้านางเก๋ไก๋และมีสีสันที่สุดละเราว่า
    ถ้าไม่มีนางนี่บรรยากาศคงซึมๆ เนือยๆ
    ก็ถือว่านางมาช่วยเติมเต็มชีวิตพันเก้าแหละเนอะ

    อุ๊ย นางร้ายออกโรงแล้ว
    ยัยม่าเหมี่ยวนี่ก็น่าจะแรงใช้ได้อยู่นะ
    แบบนี้ก็ดี จะได้สูสีกับนางเอกเรา ฮะฮ่า
    เจอม่าเหมี่ยวเข้าไป เราเลิกหมั่นไส้เจ้านางเลย
    หันมาหมั่นไส้ยัยนี่แทน
    ตอนปะทะกันนี่ก็อยู่ข้างเจ้านางเต็มที่
    นางเอกกับนางร้ายนี่แสบพอกัน แบบนี้สิสนุก!

    ภามน่ารัก มีการเอาชุดมาผึ่งบนเก้าอี้ให้ด้วย
    ว่านอนสอนง่ายจริงเชียว ฮุฮุ
    แบบนี้อลิชารักตายเลย

    อะๆๆ กลับมาเพ้อถึงพระเอกบ้านนี้มั่ง
    เดี๋ยวจะน้อยไปไปซะก่อน ฮี่..
    พันเก้าาา บทนี้อ่อนโยนนะเนี่ย
    ให้เจ้านางซบอกด้วย โฮรกกก อิจฉาขั้นจอร์จ
    วินาทีนั้นสงสัยจิตวิญญาณความเป็นสุภาพบุรุษคงพุ่งกระฉูดละมั้ง
    เห็นหญิงสาวบอบบางกำลังนั่งร้องไห้เลยอยากปลอบโยน
    (//ลืมไปว่าหญิงสาวบอบบางคนนั้นเล่ห์เหลี่ยมหนาขนาดไหน หึหึ)

    อยากรู้จริงๆ ว่ายัยสมหญิงใจร้ายมีปมแค้นฝังใจอะไรกับพันเก้า
    ทำไมถึงคิดวางแผนทำร้ายสุดหล่อของเราได้ลงคอ
    รีบไปถามซะนะเจ้านาง
    เค้าอยากรู้!

     
    คำผิดเน้อ
    เควส = เดรส เป็นนัยน์ = เป็นนัย บออก = บอก หลออก = หลอก
     
    ประโยคแปลกๆ
    ครั้นฉันจะเป็นฝ่ายจะชวนคุย = ครั้นฉันจะเป็นฝ่ายชวนคุย
    มองการกระทำของฉันเอือมระอา = มองการกระทำของฉันอย่างเอือมระอา

    #230
    0
  9. #47 MINE(DUCKKY) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 19:14
    ถ้าเกิดพันเก้ารักเจ้านาง
    แล้วมารู้ทีหลังว่าเธอทำไปเพื่อเงิน
    แงๆๆๆ
    เตรียมตัวสงสารพันเก้าไว้ล่วงหน้า
    พันเก้าน่ารักเว่อร์ๆๆ
    #47
    0
  10. #43 -LoveEXO'- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 15:04
    เจ้านาง นางมาเป้นสเต็ปจิงๆ แต่นางจะได้กุญแจรถคืนไม๊เนี่ย 
    #43
    0
  11. #37 ninjafa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 18:23
    รอดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป
    #37
    0
  12. #36 ninjafa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 18:23
    รอดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป
    #36
    0
  13. #35 Lächeln (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 18:10
    คือเจ้านางยังเป็นนางเอกป่ะ 555 สกิลนางร้ายไม่น้อยเลยนะ
    แต่พันเก้าน่ารักมากเลยยยย อิจฉาเจ้านางที่ได้ซบด้วยอ่าาา ทางนี้ฝนตกมาให้เก๊าซบอกบ้างจิ กิกิ
    #35
    0
  14. #34 chanok- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 13:38

    หมั่นไส้พนักงานจริงๆ นางมั่นไปป่ะ -___-"
     
    แต่เจ้านางมั่นกว่า ชนะเลิศคือนางเอง
    #34
    0
  15. #33 แพนด้าดอง . (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 11:00
    อิจฉาเจ้านางงงงงงได้ซบอกด้วยยยย อร๊างงง ความจริงฟ้าผ่ามันอยู่ในแผนเธอใช่มั้ยยะ เธอวางแผนว่าจะได้กอดพันเก้าอยู่แล้ว ใช่มั้ย ฉันรู้ทัน แต่ไม่อยากจะพูด! ต่อมา ภามแอบน่ารัก เอาเสื้อเขียวมาพาดตรงเก้าอี้ เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาฝูงชน แต่เพื่อความโดดเด่น น่าจะพาดไว้บนคานของร้านเลย น่าจะดีไม่น้อย 5555+ แอบขำมะเหมี่ยว แหม เล่นของสูงไปป่าวว แต่ชั้นเชิงการแอบด่าใช้ได้เลยนะ สตรอเบอรี่ ฮาาาาา ชอบ รออ่านต่อว่า เรื่องจะไปในทิศทางไหนนน
    #33
    0