[ตีพิมพ์] ◄ TRICK ON YOU ► ยั่วรัก หลอกร้าย ป่วนนายตัวดี

ตอนที่ 3 : [100%] - Chapter 02 สายฝนพร่างพรายกับกายเปียกปอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    30 ต.ค. 60



02
สายฝนพร่างพรายกับกายเปียกปอน
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



 



“ทำไงดีนะๆ”

สองสามวันที่ผ่านมา ฉันเอาแต่ตั้งคำถามนี้กับตัวเองโดยยังไม่ได้โผล่หน้ากลับไปหาพันเก้าอีกเลย ไม่ใช่ว่าฉันกลัวอะไรหรอกนะ แต่ก็แค่ถอยมาตั้งหลักตั้งตัวก่อนเท่านั้นเอง อีตานั่นดูไม่ใช่คนที่จะหว่านล้อมได้ง่ายๆ เลยนะ

แปะๆ ๆ!

“เฮ้อ! คิดสิ คิด” ฉันนั่งตั้งศอกกับโต๊ะกินข้าว ใช้มือตีแก้มทั้งสองของตัวเองเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิดแบบนี้มาเป็นวันๆ แล้วล่ะ ระหว่างที่ฉันหายหน้ากลับมาวางแผนการ ฉันก็ไม่ได้แผนอะไรนอกจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ฮือๆ ๆ ไขมันกำลังก่อตัวอย่างเงียบเชียบ ก็ฉันเอาแต่กินแล้วก็นั่งๆ นอนๆ ใช้ความคิดไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลยน่ะสิ จะว่าเดินย่อยก็เดินอยู่แต่ในห้องนี่แหละ แย่ชะมัด

ตายแล้ว! ถ้าชุดฉันใส่ไม่ได้ขึ้นมาจะทำไงล่ะเนี่ย

ติ๊ง!

สมหญิงใจร้าย : มิสชั่นไปถึงไหนแล้ว ไม่ใช่ว่าเธอจะชุบมือเปิบเอาเงินฉันไปใช้ฟรีๆ หรอกใช่ไหมสมชายกินแมว ระวังจะได้กินแมวสมชื่อเธอนะ เพราะอาจจะไม่มีเงินกินข้าวจนต้องย่องไปขโมยแมวคนอื่นมาต้มกิน

ฉันกลอกสายตาอ่านข้อความตลกร้ายจากโปรแกรมแชตที่สมหญิงใจร้ายส่งมาอย่างเซ็งๆ คิดว่าฉันจะเชิดเงินหนีหรือไงนะ ฉันไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกน่า

ฉัน: ช่วงนี้ฉันกำลังวางแผนอยู่ ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรทั้งนั้นแหละ

สมหญิงใจร้าย: เหรอ อย่าให้เงินฉันสูญเปล่าก็แล้วกัน

ฉัน: แกก็รู้จักฉันดีนี่นา ฉันไม่ใช่คนปลิ้นปล้อนเสียหน่อย

ฉันตอบไปตามจริง ยกเว้นแต่ภารกิจที่ต้องทำน่ะนะ ซึ่งบอกเลยว่ามันต้องใช้กลลวงทุกรูปแบบเพื่อให้งานสำเร็จ

สมหญิงใจร้าย: แต่เธอโค-ตะ-ระ ปลิ้นปล้อน กะล่อน พลิกลิ้น เจ้าเล่ห์เพทุบาย อุบายเยอะ…

สมหญิงใจร้าย: (กำลังพิมพ์…)

ทางโน้นต้องกำลังพิมพ์ด่าฉันต่อแน่ๆ เลย ไม่ได้การละ!

ฉัน: หยุด! พอๆ ที่ทักมาเนี่ย จะด่าฉันแค่นี้ใช่ไหม หรือว่ามีอะไร

ฉันรีบพิมพ์ข้อความส่งไปบ้างเมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามคงจะไม่หยุดด่าฉันง่ายๆ แน่ ถ้าฉันไม่รีบทำอะไรสักอย่าง

สมหญิงใจร้าย: ด่าเฉยๆ กลัวจะโดนเชิดเงิน

ฉัน: ไอ้บ้า เลิกคุย

สมหญิงใจร้าย : ก็แล้วแต่ โอนเงินคืนมาด้วยละกัน

ฉัน: แกอย่ามาร้ายกับฉันน้า~

สมหญิงใจร้าย: คนอย่างเธอ ทำดีด้วยไม่ขึ้นหรอก ต้องร้ายด้วย

สมหญิงใจร้าย: ฉันไปนะ มีธุระต้องจัดการ

ฉัน: ใจร้าย ฮือๆ ๆ ๆ

ฉันได้แต่จิ๊ปากอย่างขัดใจเมื่อข้อความสุดท้ายที่ส่งไปนั้น ฝ่ายตรงข้ามได้อ่านมันแล้ว แต่ก็ไม่ตอบอะไรกลับมา ธุระที่ว่าคงจะสำคัญเสียล่ะมั้ง

กลับมาที่เรื่องของฉันต่อดีกว่า จริงๆ มันก็เป็นเรื่องของคนที่ฉันเพิ่งคุยจบไปด้วยนั่นแหละ ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมมันถึงให้ฉันทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่นี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย แต่ฉันไม่อยากจะถามให้เสียเวลาหรอก เพราะถามไปก็ไม่ได้เงินเพิ่มขึ้นอยู่ดี รู้ไปก็เท่านั้นแหละ อย่างไรเสีย ฉันก็ต้องทำภารกิจนี้อยู่แล้ว รับเงินมาแล้วนี่ แถมกดมาใช้นิดหน่อยแล้วด้วย วันที่กลับจากร้านของพันเก้านั่นละ ฉันกดเงินซื้อเสื้อไปไม่กี่พันเอง จริงๆ นะ... เออๆ มันก็แค่เกือบหมื่นเท่านั้นเอง!

หยุดเลย! กำลังจะว่าฉันใช้เงินโดยไม่จำเป็นใช่ไหม ถึงยังไงมันก็แค่หลักพันแหละน่า แล้วอีกอย่าง เสื้อมันก็เป็นเครื่องนุ่งห่ม มันหนึ่งในเป็นปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิตนะจะบอกให้

วิ้ว~

พรึ่บๆ!

เสียงลมที่พัดเข้ามาจากระเบียงด้านนอกซึ่งฉันเปิดประตูกระจกบานเลื่อนทิ้งเอาไว้ ทำให้ฉันอดหันไปมองไม่ได้ ผ้าม่านสีเหลืองทองต้องลมกำลังปลิวไสว ราวกับชายกระโปรงที่โบกสะบัดของนักเต้นรำ ยามเมื่อหมุนตัวไปตามจังหวะเพลง ฉันรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังจะตามมาในไม่ช้านี้

ครืน~

ฉันเลื่อนสายตามองไกลออกไปมากกว่าเดิม ก้อนเมฆสีดำกำลังก่อตัว เสียงครางครืนคล้ายเสียงหวีดร้องของท้องฟ้าเริ่มดังขึ้นทุกขณะ เมื่อมองและฟังดีๆ แล้วก็คล้ายกับกองทัพกำลังรวบรวมพลทหาร เพื่อเตรียมพร้อมออกสู่สนามรบเลยล่ะ แต่ก่อนที่ฉันจะดื่มด่ำกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้นมากไปกว่านี้ สมองก็สั่งการให้ลุกขึ้นและเดินไปเลื่อนประตูปิดทันที รวมทั้งรูดม่านกั้นด้วยอีกชั้น

ฝนกำลังจะตก

ฉันคิดในใจก่อนจะพูดออกเสียงทวนในสิ่งที่คิดอีกครั้ง

“ฝนงั้นเหรอ…”

เปาะ!

ฉันดีดนิ้วทันทีอย่างคนที่คิดอะไรดีๆ ออก ดวงตาเริ่มทอประกายแห่งความหวัง ฉันรีบเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือรวมทั้งกระเป๋าสะพายข้างที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ กัน ก่อนจะออกจากคอนโดฯ ด้วยความรวดเร็ว ฉันจะต้องไปถึงร้านรีดแอนด์ดริ้งก์ก่อนที่ฝนจะตกหนัก

เพราะสิ่งที่ฉันจะทำต้องการแค่ฝนพรำๆ ก็พอ








30%



ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ฉันเลี้ยวรถเข้ามาจอดในลานจอดรถข้างๆ ร้านรีดแอนด์ดริ้งก์ที่มีหลังคาเป็นฟ้าอันมืดครึ้มเตรียมจะส่งหยดน้ำลงมาสู่พื้นโลกในไม่ช้า ฉันเม้มริมฝีปากแน่นอย่างให้กำลังใจตัวเองพลางมือก็ลูบพวงมาลัยรถไปมาอย่างรอคอย

รถหลายคันเลี้ยวเข้ามาจอดในลานแห่งนี้เช่นเดียวกับฉัน เจ้าของรถและผู้ที่มาด้วยกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปด้านในร้านเพราะกลัวว่าจะไม่ทันฝนตก แน่ละ ไม่มีใครอยากเปียกฝนหรอก สู้เข้าไปนั่งแบบตัวแห้งๆ จิบเครื่องดื่มอุ่นๆ ภายในร้านกาแฟติดกระจกใสให้สามารถชื่นชมบรรยากาศในวันฝนพรำได้เสียดีกว่า เวลานี้คงมีแต่ฉันเท่านั้นที่ ‘รอเปียกฝน

เปาะแปะๆ

ฉันยกยิ้มร้ายทันทีเมื่อเม็ดฝนร่วงหล่นลงมากระทบกับกระจกหน้ารถ เป็นสัญญาณว่าเวลาแห่งการรอคอยของฉันได้สิ้นสุดลงแล้ว ฉันเอื้อมมือไปข้างตัว หวังจะคว้าโทรศัพท์มือถือในช่องเก็บของระหว่างเบาะ รวมทั้งกระเป๋าที่วางอยู่บนที่นั่งข้างคนขับด้วย แต่แล้วก็ต้องชักมือกลับมาอย่างนึกเสียดาย

อยู่เฝ้ารถนี่แหละ เดี๋ยวจะเปียกไปกับฉัน นี่ยังใช้ไม่คุ้มราคาที่ซื้อมาเลย ฉันยังไม่อยากเสียเงินซื้อพวกแกใหม่หรอกนะ…

ฉันคิดในใจพลางมองสิ่งของของตัวเองด้วยความอาลัย ก่อนจะถอนหายใจออกมา จากนั้นก็มองสำรวจใบหน้าของตัวเองผ่านกระจกมองหลัง ฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดด้วยแรงฮึด

“ฟึด!”

‘สมหญิงจะไม่ผิดหวังที่ให้ฉันทำงานนี้…และไม่มีคำว่าไม่ได้สำหรับเจ้านาง’

ฉันยิ้มกริ่มให้กับความคิดของตัวเองก่อนจะเปิดประตูก้าวเท้าลงมาจากรถ จัดการล็อกรถแล้วก็เก็บกุญแจเอาไว้ใน ‘ซอกลับ’ ของผู้หญิง เพราะชุดที่ฉันใส่อยู่ตอนนี้มันไม่มีกระเป๋าให้เก็บของเลย

ซ่า!

ความเย็นของน้ำฝนทำให้ฉันเกร็งตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะวิ่งเหยาะๆ ไปที่หน้าร้านซึ่งเป็นจุดสนใจของทุกคนมากที่สุดในยามนี้…

ฝนเริ่มตกลงมาหนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ ทุกขณะแล้วล่ะ

เริ่มแผนได้!

“ฮือๆ ๆ พันเก้า ฮือๆ ๆ พันก้าววว~ นายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ ฮือออออ~” ฉันร่ำร้องเสียงดังท่ามกลางสายฝน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพับเพียบเรียบร้อยกับพื้นทางเดินที่เป็นอิฐซึ่งตอนนี้มีน้ำเจิ่งนอง นั่งตากฝนมันไปแบบนี้ละ ฮิๆ “โฮกกก นายจะทิ้งฉันไม่ได้นะพันเก้า ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฮือๆ ๆ”

ว่าแต่เสียงของฉันมันจะดังเข้าไปถึงในร้านหรือเปล่านะ เพิ่มระดับเสียงหน่อยละกัน

“กรี๊ดดด!!! ฮือๆ ๆ ๆ ๆ ฮาๆ ๆ ฮื่อ! นายจะทิ้งฉันไม่ได้นะ ฮึก!” ฉันบีบน้ำตาออกมาปะปนกับน้ำฝนที่ตกกระทบใบหน้า แต่มันก็ผสมกันไปหมดจนไม่รู้ว่าหยดไหนคือน้ำตา หยดไหนคือน้ำฝนกันแน่

ตอนนี้ทุกคนในร้านเริ่มหันมาให้ความสนใจฉันมากขึ้นแล้วล่ะ จากที่ตอนแรกมีแค่บางคนที่มองมาเท่านั้น ทว่าตอนนี้พวกเขาพากันชี้นิ้วมาที่ฉันเหมือนเจอสิ่งมหัศจรรย์สิ่งใหม่ของโลกก็ไม่ปาน ฉันได้แต่ภาวนาขอให้พันเก้าออกมาหา ก่อนที่ฉันจะเป็นปอดบวมตายกลายเป็นผีเฝ้าหน้าร้านของเขาไปเสียก่อน

“ฮือๆ ๆ ชีวิตมันเศร้า! ฮึก! ปีหน้าก็เล่าไม่จบ! ฮือๆ ๆ ๆ โฮๆ ๆ”

“คุณคะ!”

อ๊ะ... มีคนเปิดประตูออกมาแล้ว

ไม่ใช่พันเก้า แต่เป็นพนักงานหญิงคนหนึ่งที่ฉันรู้สึกคุ้นกับใบหน้ามึนๆ ของเธอเสียเหลือเกิน แต่เพราะสายฝนที่เริ่มกระหน่ำลงมาแรงกว่าเดิมทำให้ฉันมองเห็นเธอไม่ถนัดนัก เธอกางร่มสีดำคันใหญ่ออกแล้ววิ่งเข้ามาหาฉันอย่างตื่นๆ

“คุณคะ มานั่งตากฝนตรงนี้ทำไมคะ เข้าไปหลบฝนในร้านก่อนเถอะค่ะ”

เสียงก็คุ้นๆ แฮะ…

ฉันเงยหน้าขึ้นมองผู้หวังดีที่เข้ามายืนตรงหน้าเพื่อให้ฉันอยู่ภายในอาณาเขตใต้คันร่มของเธอด้วย ฉันจำได้แล้วว่ายัยหน้ามึนคนนี้เป็นใคร เธอคือพนักงานใหม่คนที่ฉันเคยถามหาพันเก้าแต่เธอไม่รู้จักนั่นเอง เธอชื่ออะไรชาๆ นี่แหละ

อ๊ะ นึกออกแล้ว! อลิชา ชื่อของเธอคืออลิชา

“อลิชา…”

“อ้าว! คุณคนที่มาถามหามาสเตอร์พันเก้าเมื่อหลายวันก่อนนี่คะ” ตอนนี้อลิชาคงจะรู้จักเจ้านายของเธอแล้วสินะ อย่างว่าแหละ ไม่รู้ก็คงโดนไล่ออกไปหลายวันแล้วล่ะ

“ฉันเป็นแฟนเขา ฮือๆ ๆ”

“แฟนมาสเตอร์พันเก้าน่ะเหรอคะ” สีหน้าเธอดูตกใจนิดๆ

“ฮือๆ ๆ ใช่! ฮึก! ไปตามเขาออกมาพบฉันเดี๋ยวนี้ ฮือๆ ๆ”

“ตอนนี้มาสเตอร์พันเก้าไม่อยู่ค่ะ ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่กลับเลย ฉันว่าคุณเข้าไปรอในร้านก่อนดีกว่านะคะ”

มะ…ไม่อยู่! แล้วฉันมานั่งตากฝนทำปลวกอะไรเนี่ย เริ่มอยากจะร้องไห้จริงๆ แล้วล่ะ โฮ!

“มะ…ไม่รู้แหละ ฉันจะนั่งรอตรงนี้จนกว่าเจ้านายเธอจะกลับ ฮือๆ ๆ ๆ ออกปาย~ เอาร่มของเธอออกไปด้วย ฉันอยากเปียกฝน ฮึก! ฮือๆ ๆ โฮกกก” ฉันออกคำสั่งกับคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ทั้งน้ำตา ก่อนที่สองมือสวยๆ ของฉันจะเท้าลงกับพื้นอิฐขรุขระ ก้มหน้ามองพื้นอย่างนึกเวทนาในชะตากรรมของตัวเอง

ฉันยอมนั่งเปียกฝนอยู่ตรงนี้ดีกว่าหน้าแตกนะบอกเลย!

แต่ถ้าอีตาบ้านั่นกลับมาเที่ยงคืน หรือกลับพรุ่งนี้ ฉันจะทำยังไงล่ะ เฮ้อ!

“เอ่อ…เอ่อ ไม่ดีมั้งคะ เข้าไปในร้านเถอะค่ะ” อลิชาไม่พูดเปล่าแต่ยังเอื้อมมือมาจับแขนฉันหวังจะดึงให้ลุกขึ้นตามเธอไปด้วย

“ไม่เข้า! ไม่เข้าๆ ๆ ฮือๆ ๆ ปล่อยให้ฉันร้องไห้เงียบๆ คนเดียวตรงนี้เถอะ ฮือๆ ๆ ฉันจะรอคุยกับพันเก้าให้รู้เรื่อง ฮึก! ฮือๆ ๆ”

“ร้องไห้เงียบๆ? เอ่อ…”

“อลิชา” เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้น อลิชาปล่อยมือออกจากแขนฉันทันที ฉันเองก็เงยหน้าไปมองผู้มาใหม่ด้วยความอยากรู้เช่นกัน

เขาคือพันเก้า…พันเก้ากลับมาแล้ว! เขายืนกางร่มสีดำอีกคันหนึ่งอยู่ใกล้ๆ กันนี้ละ ฉันโคตรดีใจเลยตอนนี้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องทนนั่งเป็นนางเอกเอ็มวีไปจนถึงเช้าล่ะนะ

“มาสเตอร์…” อลิชาเรียกเจ้านายของเธอเสียงแผ่ว

“กลับไปทำงานต่อเถอะ ปล่อยคนบ้าไว้ตรงนี้แหละ” เขาว่าฉันบ้าอีกแล้ว ใช่สิ ฉันมันทำอะไรก็บ้าไปหมดแหละ เฮอะ!

“แต่…” อลิชาทำท่าจะเถียง แต่ก็เงียบไปและยอมเดินคอตกกลับเข้าร้านไปในที่สุดเพราะสายตาดุๆ ของพันเก้า

ร่างสูงลดสายตาต่ำลงมองมายังฉันที่รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าแทบไม่ทัน

“ฮือๆ ๆ ๆ นายกลับมาแล้วเหรอ ฮึก! ฉันมานั่งรอนายอยู่ตรงนี้นานเลยนะ เปียกไปหมดแล้วเนี่ย” ฉันกะพริบตาปริบๆ ด้วยหวังจะได้ความสงสารแต่แล้วก็ต้องผิดหวัง

“มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ทำแบบนี้”

“นาย ฮึก! ว่าฉัน ฮึก!  โง่เหรอ?!” ฉันถามเขาอย่างอดกลั้นและพยายามสะกดเสียงของตัวเองเอาไว้ไม่ให้หลุดกรีดร้องออกมา

“เออ” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะหันหลังให้ฉันแล้วเดินหนีเข้าไปในร้าน

และแล้วก็เหลือฉันเพียงคนเดียวตามเดิม…

ฉันมองตามร่างสูงเข้าไปก็เห็นว่าเขายืนคุยกับพนักงานในร้านพลางมองมาที่ฉัน ฉันเห็นสีหน้าของเขาไม่ถนัดนักหรอกนะ แต่คงไม่ได้ยิ้มแย้มอะไรนักหรอก คงคิดว่าฉันจะลุกขึ้นแล้ววิ่งตามเขาเข้าไปอย่างนั้นน่ะสิ

ไม่มีทางเสียหรอก!

“ฮือๆ ๆ นายใจร้ายมากเลย ฮึก! ฮือๆ ๆ พันเก้า! ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!!! โฮกกก~” ฉันอาศัยจังหวะที่มีลูกค้าคนหนึ่งเปิดประตูออกมาจากร้าน เพิ่มระดับความดังของเสียงแข่งกับเสียงฝนตก อย่างน้อยก็ให้เสียงของฉันดังเข้าไปในร้านบ้างก็ยังดี ลูกค้าคนที่กำลังเดินออกมานั้นสะดุ้งเล็กน้อยแล้วมองฉันก่อนจะรีบเดินไปทางอื่น

หลายนาทีผ่านไป…ฉันยังคงก้มหน้าก้มตาบีบน้ำตาต่อไป เหลือบมองเข้าไปในร้านบ้างเป็นระยะๆ ดูเหมือนว่าพันเก้าจะยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์และจ้องมองฉันอยู่ ถึงฉันจะมองไม่ชัดแต่ก็รับรู้ถึงรังสีอำมหิตพุ่งแหวกสายฝนมาชนเหม่งฉันเข้าอย่างแรง

“ฮือๆ ๆ เจ้านางไปทำกรรมอะไรเอาไว้ ฮึก! ฮือๆ ๆ”

“นี่เธอ!” จู่ๆ เสียงของพันเก้าก็ดังขึ้น ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ไม่รู้ว่าเดินออกมาจากร้านตอนไหนก่อนจะเริ่มเบะปากเมื่อเขาพูดอะไรยาวๆ ต่อ “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอไปอกหัก ไม่มีคนรัก มาจากไหน แต่อย่ามาสร้างความวุ่นวายหน้าร้านฉันได้ไหม ลูกค้าเขาแตกตื่นกันหมดแล้ว”

“ฮือๆ ๆ หน้าร้านไม่ได้ ฮึก! แต่เข้าไปในร้านได้สินะ ฮือๆ ๆ”

“ไม่ได้! จะไปคร่ำครวญที่ไหนก็ไป แต่ต้องไม่ใช่แถวนี้”

“กรี๊ด!!! ฮือๆ ๆ นายจะทิ้งฉันไม่ได้นะ ฉันเป็นแฟนที่ดีของนายมาตลอดนะพันเก้า นายเป็นผู้ชายที่แย่มากที่ทำกับฉันแบบนี้ ฮึก! ฮือๆ ๆ”

“เธอจะบ้าเหรอ?! เธอเป็นใครฉันยังไม่รู้จักเลย” เขามองฉันอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองพร้อมทั้งผงะถอยหลังไป

“เจ้านางแฟนของนายไง ฮือๆ ๆ ถ้านายทิ้งฉัน ฉันจะนั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนทั้งนั้น จะนั่งร้องจนฝนหยุดตก จนค่ำ จนมืด จนสว่าง ฮึก! ฉันจะประกาศให้ลูกค้าร้านนายรู้ว่า เจ้าของร้านนี้นิสัยแย่ขนาดไหน ฮึก! ผู้ชายอย่างนายไม่มีอะไรดีเลย ฮือๆ ๆ ฟันแล้วทิ้ง! ฮือๆ ๆ” เกิดเป็นฉันนี่มันแถเก่งอย่างนี้เลยเหรอ โฮกกกก ปลื้มตัวเอง

“วะ…ว่าไงนะ?!”

“นายมันบ้าที่สุดเลย ฮือๆ ๆ ทำแบบนี้กับฉันได้ไง ฮึก! ฮือๆ ๆ ฉันเป็นเพศแม่นายนะ!!! ฮือๆ ๆ ฮือออ” ฉันเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นเมื่อเห็นว่ามีลูกค้ากลุ่มหนึ่งกำลังเดินกางร่มออกมาจากร้าน พวกเขาและเธอมองมายังฉันด้วยความสนใจ อันที่จริงคงมองมาตั้งแต่อยู่ในร้านแล้วล่ะ ก็คนในร้านตื่นตกใจไม่ใช่น้อยเสียขนาดนั้น

“ยัยบ้าเอ๊ย!” พันเก้าตบหน้าผากตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ เขาส่ายหน้าแล้วมองฉันอย่างกับฆาตกรโรคจิตมองเหยื่ออย่างนั้นแหละ

อันที่จริงฉันก็เข้าใจความรู้สึกเขานะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ ฉันต้องใช้เงิน

“นายจะทำแบบนี้กะ…”

“หยุดโวยวายเดี๋ยวนี้!!!” เขาตะโกนสั่งเสียงดังลั่นอย่างคนฟิวส์ขาด ก่อนจะทิ้งร่มลงกับพื้นแล้วกระชากฉันลอยหวือขึ้นไปพาดไว้บนบ่าด้วยความรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้ต่อต้านเลยสักนิด พูดเลยว่าแอบช็อกกับสถานการณ์ไม่คาดฝันนี่อยู่เหมือนกัน แต่มันก็เข้าแผนอยู่

“อีตาบ้า! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ นายจะพาฉันไปไหน” ฉันพยายามดิ้นพลางมือก็ทุบแผ่นหลังของพันเก้าไปด้วย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ยอมทำตามที่ฉันบอกง่ายๆ

เนื่องจากตอนนี้ฉันเปียกฝนไปทั้งตัว ชุดเดรสผ้าชีฟองฟูฟ่องสีเขียวมิ้นท์ที่ฉันสวมอยู่เลยแนบเนื้อไปจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกับผิวของฉัน มันทำให้เห็นสัดส่วนค่อนข้างชัดเจนรวมถึงชุดชั้นในด้วย นี่ฉันลืมเรื่องที่ตัวเองจะโป๊ไปสนิท มาฉุกคิดได้ก็ตอนที่รับสัมผัสเย็นๆ จากมือหนาของพันเก้าบริเวณต้นขาด้านหลัง ซึ่งเหมือนกับเขาโดนตัวฉันตรงๆ โดยไม่มีสิ่งกีดขวางอยู่เลย ตายๆ ๆ ไหนจะ ‘ส่วนอื่น’ ที่พาดอยู่บนตัวและบ่าของเขาอีกล่ะ ฮืออออ

สาบานว่ามันไม่ได้อยู่ในแผนการ!

ฉันอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้และไปนั่งคิดแผนใหม่เสียจริงๆ

“ปากดีนักนะเธอ ไปเคลียร์กันหน่อยซิว่า ฉันไปนอนกับเธอตอนไหน หึ!” เขาพูดก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา

เป็นเพราะพันเก้าทิ้งร่มไปเพื่อมาแบกฉัน ตอนนี้ทั้งเขาและฉันเลยมีสภาพเปียกปอนไม่ต่างกัน ดูเหมือนว่าเขาจะพาฉันเข้ามาในร้านนะ และน่าจะกำลังเดินขึ้นบันได…

บันได…

ชั้นสอง?!

พันเก้าเปิดประตูห้องหนึ่งเข้ามาก่อนจะปิดมันลงแล้วล็อกเรียบร้อย เขาปล่อยฉันให้ลงยืนบนพื้น ฉันจึงได้รู้ว่าที่นี่คือห้องของเขาเอง ร่างสูงยกมือขึ้นปัดน้ำที่ผมของตัวเองแบบลวกๆ ด้วยสีหน้าเซ็งจัด

“เปียกจนได้” เขาบ่นอุบพลางเหลือบมายังฉันที่เริ่มกอดตัวเอง ส่วนหนึ่งเพราะความหนาว อีกส่วนก็เพราะอยากจะปกปิดร่างกายที่มีเสื้อผ้าแต่ก็เหมือนไม่มีตอนนี้ด้วย แววตาของพันเก้าเริ่มเปล่งประกายแปลกๆ เขาไล่มองสำรวจตัวฉันอย่างเปิดเผยก่อนจะยกยิ้มมุมปากเหมือนพวกตัวร้ายในละครหลังข่าวภาคค่ำ

“หึ” ทะ... ทำไมหมอนี่ต้องทำเสียงน่าสงสัยแบบนั้นด้วยล่ะ?!

“หยุดยิ้มเดี๋ยวนี้นะ! แล้วก็เลิกมองฉันด้วยสายตาโรคจิตด้วย!” ฉันถลึงตาใส่คนตัวสูงพร้อมทั้งถอยหลังกรูดเพื่อหนีเขา ทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้เลย

“เธอน่ะสิ โรคจิต เจอเธอทีไรฉันซวยทุกที คราวที่แล้วก็เกือบโดนขโมยกางเกง คราวนี้ยังต้องมาเสียชื่อเสียงอีก ถามจริงๆ ประสาทอะไรมากเหรอ หรือว่าเหงา”

“ฉันไม่ได้จะขโมยกางเกงของนายสักหน่อยนะ แล้วก็ไม่ประสาทไม่เหงาอะไรด้วย” ฉันค้านเสียงแข็ง เชิดหน้ามองเขาอย่างเอาเรื่อง

“แล้วตอนนั้นเธอเข้ามาทำอะไรในห้องฉัน…อันที่จริงเธอมีความผิดโทษฐานบุกรุกบ้านคนอื่นด้วยนะ เพราะชั้นสองนี้ไม่ใช่บริเวณร้าน คนนอกไม่มีสิทธิ์ขึ้นมาถ้าไม่ได้รับอนุญาต” เขาร่ายยาวพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่ออกมาคลี่ออก ก่อนจะโยนมามันคลุมหัวฉันพอดี “เช็ดผมเช็ดตัวซะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”

ฉันดึงผ้าออกจากหัวของตัวเอง ตั้งใจจะโวยวายว่าทำไมเขาไม่ส่งให้ดีๆ แต่ก็ต้องยืนอ้าปากค้างเพราะร่างสูงเจ้าของห้องกำลังถอดเสื้อยืดที่เขาสวมอยู่ออก เผยให้เห็นผิวสองสีที่ดูมีเสน่ห์ขั้นสุด และยิ่งตอนนี้มันถูกชโลมเต็มพื้นที่ด้วยน้ำฝน ยิ่งทำให้ฉันอยากจะแอบย่องไปลูบๆ คลำๆ ดูสักครั้งสองครั้ง

หุ่นอีตานี่อย่างกับนายแบบเลยล่ะ!

อ่า คราวที่แล้วก็แบบนี้…

ฉันรีบดึงสติของตัวเองกลับคืนมาแล้วก้มหน้ามองพื้น พลางมือก็ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมตัวเองอย่างเสียมิได้ ฉันต้องใช้ความอดทนอย่างมากเลยนะ อดทนและอดกลั้นไม่ให้สายตาเปลี่ยนตำแหน่งจากพื้นกลับไปยังพันเก้าที่หุ่นน่ากินมากถึงมากที่สุด

ฮื่อ!

“ชุดเธอเปียกหมดแล้ว เอาชุดฉันไปใส่ก่อนก็แล้วกัน”

ระหว่างที่ฉันกำลังสะกดจิตตัวเองอยู่นั้น เสียงทุ้มของพันเก้าก็ดังขึ้นตรงหน้า ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเขาโดยอัตโนมัติและสายตาก็ปะทะเข้ากับแผงอกของร่างสูงเข้าเต็มๆ จนต้องรีบเงยขึ้นไปอีกนิดเพื่อมองใบหน้าของเขา ใจดีด้วยเหรอเนี่ย... นี่เขากำลังทำให้ฉันรู้สึกผิดกับเรื่องที่ทำอยู่นิดๆ เลยนะ เฮ้อ!

“รับไปสิ” เขาเร่งพร้อมกับยื่นเสื้อเชิ้ตสีขาวกับบ็อกเซอร์สีดำเหมือนกับวันนั้นมาใกล้ฉันมากขึ้น

“ขะ…ขอบใจ” ฉันบอกพร้อมกับรับเสื้อของเขามาถือไว้อย่างเก้ๆ กังๆ

พันเก้าเสียสละให้ฉันเข้าไปใช้ห้องน้ำก่อน ฉันเลยรีบจัดการตัวเองให้เสร็จเรียบร้อย แต่ก่อนที่จะออกจากห้องน้ำฉันก็มองสำรวจตัวเองที่อีกครั้งด้วยความรู้สึกที่เหมือนจะลืมอะไรบางอย่างไป แต่เมื่อนึกไม่ออกก็เลยจำต้องออกมาจากห้องน้ำจนได้

“อ้าว นายเปลี่ยนชุดแล้วเหรอ” ฉันถามพันเก้าเมื่อเห็นเขานั่งไขว่ห้างยกมือขึ้นกอดอกอยู่ที่โซฟาปลายเตียง ตอนนี้เขาอยู่ในชุดใหม่แล้ว เป็นกางเกงขาสั้นครึ่งต้นขาสีน้ำเงินกับเสื้อยืดตัวโคร่งสีขาว

“ก็เธอเข้าไปนาน ฉันหนาวก็เลยเปลี่ยนข้างนอกนี่ละ” เขาบอกก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปที่เสื้อผ้าในมือฉัน “เอาชุดเธอวางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ เดี๋ยวให้คนเอาไปปั่นแห้งให้”

อึ๋ย! ดีนะที่ฉันไม่รีบออกมาก่อนหน้านี้น่ะ ไม่อย่างนั้นอาจจะเห็นภาพที่ไม่ควรจะเห็นก็เป็นได้

“อือ” ฉันพยักพเยิดหน้าแล้วเดินเอาชุดไปไว้บนโต๊ะกลมหน้าห้องน้ำตามที่เขาบอก มันมีแค่ชุดเดรสสีเขียวมิ้นท์เท่านั้นแหละ เพราะตอนนี้ฉันยังคงใส่ชุดชั้นในเปียกๆ ของตัวเองต่อไป แหม คิดว่าพันเก้าจะมีของแบบนั้นให้ฉันหรือไงล่ะ

“ทีนี้ก็มานั่งคุยกันตรงนี้” เขาบอกพลางตบมือปุๆ ลงบนที่นั่งว่างๆ ข้างตัวเอง แต่ฉันต้องเล่นตัวสักหน่อยให้พองาม

“ไม่เอาอะ เดี๋ยวนายลวนลามจะว่ายังไง ฉันยืนคุยตรงนี้ก็ได้”

“หน้าอย่างเธอเนี่ยนะ ฉันลวนลามไม่ลงหรอกยัยบ้า ไหนเมื่อกี้ยังหาว่าฉันฟันแล้วทิ้งอยู่เลย คนปากเก่งไปไหนแล้วล่ะ หืม?”

“ฉันไม่ได้บ้าเสียหน่อย แต่ตอนนั้นมัน...”

“ไม่มีคนบ้าที่ไหนบอกว่าตัวเองบ้าหรอก” เขาพูดแทรกหน้าตาย

“นายสิบ้า!” ฉันยังคงเถียงคอเป็นเอ็น

“เออ ฉันเป็นบ้า มานี่เลย! เรามีเรื่องต้องคุยกัน วันนี้ฉันไม่ปล่อยให้เธอหนีไปแบบคราวก่อนแน่ หึๆ” พันเก้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาปรี่เข้ามาหาฉันพร้อมทั้งกระชากแขนให้เดินตามเขาไป ไม่ว่าฉันจะพยายามขืนตัวเองเท่าไรก็ไม่สามารถสู้แรงของหมอนี่ได้เลย ไอ้ควาย เอ๊ย ไอ้แรงควาย!

เขาคิดว่าคุยกับฉันแล้วจะได้ความจริงอย่างนั้นเหรอ…

ฝันไปเถอะ!





- TO BE CONTINUED -

mamind GIFmamind GIF

Talk with writer

รักนาง ชอบนาง เปย์นางนะคะ 5555555555
พรีออเดอร์แล้วจ้าาา <3




หรือทาง inbox เพจก็ได้จ้า

เม้าท์มอยและติดตามข่าวสารได้ที่เพจเลยจ้า
ตามไปได้เลยย







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,126 ความคิดเห็น

  1. #1103 Bwitchayaz.♥ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 07:44
    กุญเเจล่ะกุญแจ!
    #1,103
    0
  2. #1101 BEAYTY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 21:00
    กรี้ดดดดดดดดแรงงงงงง
    #1,101
    0
  3. #1092 Nuch :3 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 14:49
    ตอนนี้ฮาาา    เจ้านางจะโดนอะไรบ้างน้อออ
    #1,092
    0
  4. #1064 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 12:49
    เจ้านาง นางคือไอดอล__ของเจ้
    #1,064
    0
  5. #1063 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 12:46
    เจ้านางจะแถไปไหนต่อ/ลุ้
    #1,063
    0
  6. #1040 GwanGii Shika (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 02:41
    ช้านนน รักเจ้านางงงงง
    ชูป้ายไฟด่วนนนน ผู้หญิงอะไรโคตรเกรียนเลย!!!
    อ๊ากกกกก นางบอกว่าพันเก้าน่ากินนนน อ๊ากกก ฟินค่ะฟิน พูดเลย
    ยิ่งอ่านยิ่งชอบบบ น่ารักมากกก
    สู้ๆนะคะ ^^
    #1,040
    0
  7. #837 ZzFOURzZ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 18:35
    ฟิน~~~
    #837
    0
  8. #802 ★A y ά m i★ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 22:16
    นางเอกแสบมากกกกก ชอบบบบ 55555555555555
    #802
    0
  9. #775 T--dZ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2558 / 22:03
    5555 แต่ละมุขที่นางงัดมา ขำอ่ะ 555+

    เอาเป้นว่า ไม่สวย ไม่เลิศ ทำไม่ได้ คงโดยตบ แล้วเฉดหัวออกจากหน้าร้านชัวร์ ฮาาาา
    #775
    0
  10. #363 SMAIL R' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 13:02
    เจ้านางคือบุคคลที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอพูดมันจริงหรือไม่จริงงง
    #363
    0
  11. #211 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 11:24
    เฮ้ยยยย เม้นไม่ติด
    หายหมดเลย อ๊ากกกกก
    เม้นใหม่ก็ได้ว้า ระบบเด็กดีน่าตบมาก

    เจ้านางทั้งน่าหมั่นไส้และน่าเอ็นดูในคราเดียวกันนะ
    นางเปิ่นดี หลุดโลกดี เพี้ยนดี และทุ่มทุนมาก!
    ถึงขั้นไปเพ้อท่ามกลางสายฝน ฮ่าๆๆ
    แอ็กติ้งเกินร้อยมาก
    ไปเป็นนักแสดงเถอะจ้ะ
    ได้ตังค์งามกว่ามาหลอกพันเก้าของฉันอีก

    พันเก้าคงงงจริงจังเนอะ
    ไหงอยู่ดีๆ ชีวิตตรูถึงมาพัวพันกับผู้หญิงคนนี้
    แถมเจอแต่ละทีนี่ก็น่าประทับใจจริงจริ๊งงง
    ณ เวลานี้พันเก้าคงเป็นฝ่ายกลัวเจ้านางมากกว่า
    =..=

    ขอแซวพระเอกหน่อยนึง
    พันเก้าจ๋า เพลาๆ หน่อยนะลูก
    บทที่แล้วก็ถอด บทนี้ก็ถอด
    ถอดบ่อยๆ เดี๋ยวคนอ่านหัวใจวายตามเจ้านางไปซะก่อน
    โฮะๆๆ

    แน่ะๆ เจ้านางยังไม่เข็ด
    ในสภาวะขัดสน นางยังไปช้อปเสื้อผ้าหลายพัน
    แล้วข้อแก้ตัวนางนี่ก็แบบ....
    จ้ะ... ถ้าเห็นเป็นแค่ปัจจัยสี่จริงๆ
    หล่อนไปซื้อเสื้อตัวละร้อยเก้าเก้าก็ได้ย่ะ

    ป.ล. เมื่อกี้ตัดแปะเม้นมาแล้วเม้นไม่ติด
    คำผิดกับประโยคแปลกๆ เลยหายไปด้วย
    บทนี้เลยขอว่างไว้ T^T ขออภัยน้า

    #211
    0
  12. #198 WHXZQ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 16:00
    คิดถึงเรื่องเน้้้ T ______ T
    #198
    0
  13. #45 MINE(DUCKKY) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 15:56
    เล่นกับเจ้านางเขาซิ
    ดูท่าพันเก้าก็ไม่หลงกลนะ

     
    #45
    0
  14. #23 fate heria ^o^ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 09:28
    โอยยย สนุกมากมายค่ะ >.<
    เจ้านางชีช่างกล้าา 555
    #23
    0
  15. #22 chanok- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 21:44
    นางเอกหลุดโลกดีจัง? ฮาาาาา
    #22
    0
  16. #21 Lächeln (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 19:05
    จะรอดมั๊ยเจ้านาง 555 ลงทุนขนาดนี้
    #21
    0
  17. #20 แพนด้าดอง . (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 18:07
    อ้าว ทำมายสั้นจัง เอามาอีก แงงงงงงงงงงงงงงง
    ตลกเจ้านางอ่ะ ไม่ไหวแล้ว 55555555555555555+
    แต่จบแค่นี้เหรอ เอามาอีกน้า T.T
    #20
    0