[ตีพิมพ์] ◄ TRICK ON YOU ► ยั่วรัก หลอกร้าย ป่วนนายตัวดี

ตอนที่ 2 : [100%] - Chapter 01 แรกพบสบตาเมื่อเจอหน้าเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    30 ต.ค. 60



01
แรกพบสบตาเมื่อเจอหน้าเธอ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



 



“สมหญิงนะสมหญิง ฮึ่ย!”

ฉันบ่นถึงทำให้ตัวเองต้องมาทำเรื่องบ้าบอที่ร้านกาแฟรีดแอนด์ดริ้งก์ด้วยความเจ็บใจ สองเท้ากำลังพาตัวเองเดินผ่านโซนด้านหน้าร้านเข้ามาในตัวอาคารสองชั้นทรงแปลกตาซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน และที่รู้มาก็คือ มันเป็นที่อยู่อาศัยของสองหนุ่มเจ้าของร้านนี้ด้วย

และหนึ่งในหุ้นส่วนสองคนนั้น คือคนที่ฉันจะต้องมาหลอกหักอกเขาให้ได้ เพื่อความมีกินมีใช้ของตัวเอง มันอาจจะฟังดูเหมือนฉันเห็นแก่ตัวนะ แต่ก็...เห็นแก่ตัวจริงๆ นั่นละ ยอมรับก็ได้ ฮือๆ ๆ

ทำไงได้เล่า! ก็ฉันไม่มีหนทางที่ดีกว่าในช่วงเวลาคับขันแบบนี้แล้วนี่นา TT_TT

“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะคุณลูกค้า” พนักงานสาวหน้าตาน่ารักที่ดูจะเด็กกว่าฉันนิดหน่อยเอ่ยถาม พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจสมกับที่เป็นคนทำงานบริการ

“เก้าพัน เอ๊ย! พันเก้าอยู่ไหน” นี่ฉันไม่ได้เห็นแก่เงินจนเพิ่มจำนวนมูลค่าของชื่ออีตานั่นนะ แค่กำลังคิดอยู่ว่า ถ้าเจอเขาแล้วจะทำอะไรก่อนหลังเท่านั้นเอง ก็เลยพูดผิดพูดถูกไปหน่อยน่ะ

“คะ?” คนโดนถามขมวดคิ้วมุ่น บ่งบอกถึงความไม่เข้าใจในคำถาม นี่อย่าบอกนะว่ายัยนี่ไม่รู้จักเจ้านายของตัวเอง มันน่าโดนตัดเงินเดือนเสียให้เข็ดไหมเนี่ย ฉันเหล่มองป้ายชื่อที่หน้าอกของเธอซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ แล้วสะกดและออกเสียงไปพร้อมๆ กัน น่าจะชื่อนี้แหละมั้ง

“เอ อา อลิชา…ฉันถามเธอว่าพันเก้าอยู่ที่ไหน”

“เงินหายเหรอคะ” อลิชายังคงรักษาระดับความงงเอาไว้ได้เหมือนเดิมไม่มีตกหล่น ฉันล่ะปวดหัวกับยัยนี่จริงๆ เลยแฮะ

“ลิชา เดี๋ยวพี่จัดการเอง” พนักงานคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ กันหันมาสะกิดคนตรงหน้าฉัน ก่อนที่เธอจะมายืนรับหน้าแทน

“มาหามาสเตอร์เหรอคะ” เธอถามด้วยรอยยิ้ม

“ฮะ?” คราวนี้เป็นฉันเองแล้วล่ะที่ขมวดคิ้วแทนยัยพนักงานหน้าตาน่าแกล้งคนเมื่อกี้

“มาสเตอร์พันเก้าน่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีว่าลิชา เอ่อ…พนักงานคนเมื่อกี้เพิ่งเข้ามาทำงานวันนี้เป็นวันแรกค่ะ เธอยังไม่รู้จักมาสเตอร์อีกคน”

“อ๋อ อย่างนั้นเหรอ ว่าแต่พันเก้าอยู่ไหนล่ะ” ฉันไหวไหล่นิดหน่อยอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ก็อดเหลือบมองไปยังคู่สนทนาคนก่อนหน้านี้ไม่ได้

“มาสเตอร์อยู่ที่ส่วนของห้องพักชั้นสองค่ะ แต่ว่าพนักงาน ลูกค้าและคนนอก ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปนะคะ ยกเว้นคนที่มาสเตอร์เคยอนุญาตไว้และแม่บ้านที่มีหน้าที่ทำความสะอาดเท่านั้นค่ะ”

“ฉันเคยได้รับอนุญาตแล้ว ฉันมาที่นี่ตั้งหลายครั้ง เธอจำไม่ได้หรือไง” ฉันรีบกุเรื่องด้วยความแนบเนียน ก่อนจะสะบัดหน้าหนีพร้อมเริ่มออกเดินไปยังบันไดเชื่อมขึ้นไปที่ชั้นสอง มันต้องเดินผ่านช่องทางเดินเล็กๆ ด้านหลังเคาน์เตอร์เข้าไปก่อนถึงจะเจอ โชคดีที่ฉันเคยมาที่นี่ก็เลยไม่ต้องเสียเวลาเดินสำรวจหรือถามทาง แต่จะเสียเวลาก็ตอนนี้เนี่ยแหละ…

“คุณคะ! ขึ้นไปไม่ได้นะคะ” ยัยพนักงานที่ให้ข้อมูลกับฉันรีบวิ่งออกมาจากเคาน์เตอร์เพื่อมาดักหน้าฉันเอาไว้ ก่อนที่ฉันจะได้ก้าวขึ้นบันได

ฉันถอนหายใจพรืดออกมา เอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยความรำคาญ “ทำไมฉันจะขึ้นไปไม่ได้เฮอะ”

“ก็ เอ่อ…มาสเตอร์ไม่เคยอนุญาตคนนอกเลยนะคะ แล้วเมื่อกี้ดิฉันก็คิดว่าคุณอาจจะ เอ่อ…โกหก” เธอพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด พลางหลบสายตาของฉันไปด้วย

“ใครโกหกกัน ไม่มี้! แล้วฉันก็ไม่ใช่คนนอกด้วยนะจะบอกให้ อ่านปากนะ ฉัน-เป็น-แฟน-ของ-พัน-เก้า สั้นๆ คือ แฟนของเจ้านายเธอน่ะ จบไหม” ต้องขอบคุณความสตรอว์เบอร์รี่ของตัวเองจริงๆ เลยนะ ถึงได้สร้างเรื่องเป็นตุเป็นตะได้ขนาดนี้ ถ้าไม่สวยไม่ฉลาดอย่างเจ้านางนี่ทำไม่ได้นะคะบอกเลย โฮะๆ ๆ

“เอ่อ…” อึ้งไปสิยะ!

“ถ้าเธอไม่อยากหางานใหม่ทำล่ะก็นะ หลีกทางให้ฉัน...เดี๋ยวนี้!” ฉันพูดพร้อมวาดนิ้วชี้เป็นเชิงให้คนตรงหน้าถอยไปห่างๆ พร้อมส่งรอยยิ้มหวานไปหนึ่งที คนฟังต้องรีบกุลีกุจอหลบทางให้ฉันอย่างว่องไว ฉันกรีดกรายก้าวขึ้นบันไดมาได้เพียงสองขั้นก็ต้องหันกลับไปจ้องพนักงานหญิงที่ยืนหน้าซีดมองตามมา ฉันยกนิ้วชี้ที่เข้าที่ใบหน้าสวยๆ ของตัวเอง พร้อมกับพูดกำชับเสียงดังฟังชัดว่า “จำชื่อและจำหน้าฉันเอาไว้นะ เจ้านาง แฟนพันเก้า จำไว้ให้ดีล่ะ”

บางทีคำว่า ‘มั่นหน้า’ ที่สมหญิงใจร้ายใช้กับฉันอาจจะน้อยไปเสียละมั้งงานนี้ ฮี่ๆ

“ค่ะ” เมื่อหล่อนพยักหน้าลงรับคำแล้ว เพียงแค่คล้อยหลังฉันเท่านั้นแหละ หล่อนก็บ่นพึมพำกับตัวเอง “มาสเตอร์พันเก้ามีแฟนด้วยเหรอ เพิ่งรู้แฮะ”

คิดว่าฉันจะไม่ได้ยินประโยคนั้นหรือไง แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่อยากเสียเวลาหันกลับไปป้อนคำโกหกอีกชุดหรอกนะ ฉันเลิกสนใจยัยนั่นแล้วเดินขึ้นมาที่ชั้นบน ทว่า...

มองตรงไป เหล่ซ้าย เหล่ขวา

ทางไหนล่ะเนี่ย

ฉันกลอกตาไปมาเมื่อก้าวขึ้นมายืนอยู่บนพื้นไม้ปาร์เกต์ของชั้นสอง พื้นที่ในชั้นนี้ถูกใช้เป็นที่พักส่วนตัวของเจ้าของร้านสองคนทั้งหมด บรรยากาศด้านบนให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยโทนสีเบจ บวกกับเฟอร์นิเจอร์สีขาวสะอาดตา บ้างก็เป็นสีครีมและสีเบจในระดับความเข้มที่มากกว่าผนัง สไตล์การตกแต่งดูเรียบๆ เหมาะกับพวกผู้ชายที่มักจะชอบอะไรง่ายๆ ดีนะ แต่มันก็ซ่อนความมีเสน่ห์เอาไว้ไม่น้อย น่าอยู่มากๆ เลยล่ะ

ทางซ้ายมือของฉันไม่มีห้อง มันเป็นโถงกว้างมีพวกตู้โชว์ โซฟา และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งทั่วไป บ่งบอกว่าตรงนี้น่าจะเป็นโถงรับแขก แต่ประมาณเศษหนึ่งส่วนสามของโถงนี้มีโต๊ะกลมตัวหนึ่งตั้งอยู่พร้อมเก้าอี้ล้อมรอบ น่าจะเป็นโต๊ะอาหารล่ะมั้ง

“ห้องนี้ก่อนละกัน” ฉันตัดสินใจเลี้ยวไปทางขวาแล้วเปิดประตูห้องซึ่งมีอยู่ห้องเดียวเข้าไป

ภายในห้องมีลักษณะเป็นผนังเก็บเสียง ดูจากจอแอลซีดีฝังผนังขนาดใหญ่กับเครื่องเสียงครบครัน และโซฟาบุหนังสีครีมฝั่งตรงข้ามแล้ว มันน่าจะเป็นห้องนั่งเล่นหรือดูหนังแน่นอนเลยล่ะ

ไม่พบสิ่งมีชีวิตอยู่ในนี้…

มือของฉันที่ยังคงจับคาอยู่ที่มือจับประตูแบบก้านโยกดึงประตูให้ปิดลงทันทีหลังจากก้าวกลับออกมาจากห้องนั้น ซ้ายมือไม่มีห้อง ขวามือก็ไม่ใช่ ถ้าอย่างนั้นคงต้องตรงไปอย่างเดียวแล้วแหละ

คิดได้ดังนั้นฉันจึงเดินเลี้ยวออกมาจากทางเดินด้านขวามือของบันได เพื่อเข้าสู่อีกทางที่ตรงจากบันไดไป มันกว้างประมาณสามเมตรได้ สองข้างทางมีบานประตูอยู่แค่ฝั่งละสองบานเท่านั้น แสดงว่าแต่ละห้องนี่ใช้พื้นที่ไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย ตามผนังสองฝั่งข้างมีตู้และโต๊ะต่างๆ ตั้งประดับอยู่เป็นระยะๆ ตรงสุดทางเดินเป็นห้องอีกห้องที่ประตูถูกเปิดค้างเอาไว้ ฉันมองเห็นบางส่วนของเคาน์เตอร์ด้านในห้องนั้น มันมีอุปกรณ์ทำครัววางอยู่ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าห้องครัวแน่นอน

และฉันก็รู้สึกขอบคุณคนออกแบบที่นี่มาก ที่ทำให้ฉันไม่ต้องเปิดห้องทั้งสี่ห้องเพื่อหาว่าคนที่ฉันต้องการพบอยู่ห้องไหน เนื่องจากสายตาของฉันดันไปสะดุดกับชื่อห้องด้านข้างประตูของห้องแรกที่ฉันเดินมาถึง มันเขียนว่า ‘Library’ เห็นแล้วก็นึกถึงคอนเซปต์ร้านที่เปิดเป็นร้านกาแฟกึ่งหอสมุดแฮะ บ่งบอกว่าเจ้าของรักการอ่านมากพอสมควรเลยล่ะ แต่น่าแปลกที่ห้องฝั่งตรงข้ามกลับไม่มีชื่อบอก ทั้งๆ ที่ฉันแอบเห็นไกลๆ แล้วว่าห้องที่เหลือด้านในมันมีอะไรบางอย่างเขียนอยู่เหมือนกัน

ด้วยความสงสัยทำให้ฉันค่อยๆ จับก้านโยกของประตูห้องฝั่งตรงข้ามนั้น ค่อยๆ เปิดแง้มเข้าไปด้านใน ไม่ได้ล็อกแบบนี้ไม่น่าจะมีคนอยู่แฮะ…

เมื่อเข้ามาด้านในแล้วก็เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ ด้วย ห้องนี้น่าจะเป็นห้องทำงาน และฉันก็ไม่พบใครอยู่ในนี้เลย

ฉันกลับออกมาจากห้องที่เพิ่งเข้าไปไม่ถึงนาทีแล้วเดินต่อไปยังอีกสองห้องที่อยู่ด้านใน ตามที่คิดแหละ สองห้องนี้มีชื่อกำกับไว้เช่นกัน ห้องทางขวามือของฉันเขียนว่า ‘Paam

และห้องฝั่งตรงข้ามก็เขียนว่า…

Pankao

ฉันฉีกยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นชื่อของห้องทางซ้ายมือของตัวเองที่อยู่ฝั่งเดียวกับห้องสมุด คนที่ฉันต้องทำความรู้จักน่าจะอยู่ในห้องนี้แหละ ฉันค่อยๆ โยกมือจับประตูทีละนิดเพราะมันอาจจะล็อกอยู่ แต่ว่าผิดคาด…

มันไม่ได้ล็อก! หรือว่าจะไม่มีคนอยู่นะ

แอ๊ด

ฟุ่บ!

มีเสียงเกิดขึ้นเบาๆ เมื่อฉันถือวิสาสะ(เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้)เปิดประตูห้องของพันเก้าเข้าไป แต่ว่านะ…ทำไมห้องมันมืดจังเลยล่ะ ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย

เฮ้ย! ไม่สิ ไม่ใช่มองไม่เห็น แต่มี ‘อะไรบางอย่าง’ คลุมหัวฉันอยู่ต่างหาก

หรือว่าพันเก้ารู้ล่วงหน้าว่าจะมีคนรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง เขาก็เลยวางกับดักเอาไว้เหมือนในหนังที่ตัวร้ายชอบทำกับนางเอก

บ้าน่า! เลิกฟุ้งซ่านได้แล้วเจ้านาง

ฉันยกมือขึ้นไปดึงอะไรบางอย่างที่ว่าออกจากหัว เมื่อนำมาเพ่งพิจารณาอย่างถี่ถ้วน พบว่ามันคือกางเกงบ็อกเซอร์ธรรมดาๆ สีดำไร้ลวดลายนั่นเอง

ธรรมดาอย่างนั้นเหรอ?

ฉันกะพริบตาปริบๆ มองกางเกงในมืออีกครั้งก่อนจะเงยหน้ากวาดสายตาหาที่มาของมัน แล้วก็เห็นด้านหลังของผู้ชายคนหนึ่งที่เปลือยท่อนบนอยู่ ส่วนช่วงล่างมีผ้าขนหนูสีขาวพันรอบเอวเอาไว้

“กรี๊ดดด!!!”

“เฮ้ย!”

ร่างสูงเจ้าของผิวสองสีดูสุขภาพดีหันมาหาฉันแล้วอุทานด้วยความตกใจ ขายาวๆ ของเขารีบก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันทันที เป็นสัญญาณว่าเขาเป็นฝ่ายได้สติก่อน มือหนาเอื้อมผ่านหน้าฉันไปดึงประตูห้องให้ปิดลงราวกับกลัวว่าจะมีใครมาเห็นเหตุการณ์ระทึกขวัญ เสร็จแล้วเขาก็ดึงกางเกงของตัวเองกลับไปโยนลงในตะกร้าใส่เสื้อผ้าที่วางอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า ซึ่งมันอยู่คนละทิศทางกับที่ฉันยืนอยู่เลยนะจะบอกให้ จะบอกว่าเมื่อกี้เขาโยนมาผิดทางเหรอ อีตาบ้าเอ๊ย!

เขาหันกลับมาจ้องฉันเขม็งแล้วขยับปากถาม “เธอเป็นใคร”

“ฉัน…”

“จะมาขโมยของเหรอ…ต้องใช่แน่ๆ ยัยหัวขโมยโรคจิต จะมาขโมยกางเกงฉันใช่ไหม?!” เขาเบิกตาโตก่อนจะหรี่ลงอย่างจับผิด และฉันก็คิดว่าคงจะปล่อยให้เขาเข้าใจผิดแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว

“นายนั่นแหละโรคจิต ใครสั่งใครสอนให้ถอดกางเกงแล้วโยนไปทั่วแบบนี้เฮอะ บ้า บ้าที่สุด!” ฉันใส่อารมณ์สุดขีด ความร้อนกำลังแล่นลามไปทั่วใบหน้า ทั้งโมโหแล้วก็รู้สึก...เขิน

“ยัยบ้าเอ๊ย เธอนั่นแหละโรคจิต ฉันจะโยนไปตรงไหนของห้องแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ ฉันจะแจ้งตำรวจ” พูดจบเขาก็หมุนตัวทำท่าจะเดินไปที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งมีโทรศัพท์มือถือวางอยู่ ฉันรีบคว้าแขนแกร่งเอาไว้แน่น

“อย่านะ! ฉันไม่ใช่โรคจิตสักหน่อย ฉันมาหานายต่างหาก พันเก้า”

ได้ผลแฮะ คนตัวสูงหยุดเดินก่อนจะหันมาหาฉันช้าๆ ด้วยสีหน้าฉงน

“มาหาพันเก้าเหรอ” เขาเลิกคิ้วสูง

“ใช่ ฉันมาหานายนั่นแหละ” ฉันรีบพยักหน้าหงึกหงัก สายตาพยายามจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าคมของเขา นัยน์ตาสีดำสนิทเช่นเดียวกับเส้นผมนั่นดูมีเสน่ห์และน่าค้นหามากเลยล่ะ คิ้วเข้มสองข้างก็รับกับจมูกโด่งเป็นสันได้รูป  ริมฝีปากสีแดงซีด ลำคอเอย ลูกกระเดือกเอย ไหปลาร้าเอย แผงอกเอย ซิกซ์…เอ่อ พอเถอะ ฉันลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบากแล้วปรับระดับสายตาให้ประสานกับดวงตาสีนิลของคนตรงหน้าดังเดิม ก่อนที่โรคหื่นของฉันจะกำเริบจนต้องมองไล่ต่ำลงไปมากกว่านี้

“ฉันไม่ใช่ไอ้เก้า” สิ่งที่เขาบอกมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนหน้าแตก

“อ้าว แล้วนายเป็นใครล่ะ หรือว่า…” ฉันรีบปล่อยมือออกจากแขนของเขาทันที พร้อมกับก้าวถอยห่างออกมาอีกสองสามก้าว

หมอนี่ไม่ใช่พันเก้าแล้วเขาเป็นใครกัน ทำไมถึงได้มาถอดเสื้อถอดผ้าอยู่ในห้องนี้อย่างกับเป็นเจ้าของห้องเองอย่างนั้นแหละ สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดตอนนี้ก็คือ…เขาเป็นเกย์! ต้องใช่แน่ๆ หมอนี่ต้องเป็นคู่ขาของพันเก้าแน่ๆ เพราะอย่างนี้สินะ สมหญิงใจร้ายถึงให้ฉันทำให้เขามาชอบฉัน โดยยื่นข้อเสนอที่จะให้เงินใช้เท่าที่ฉันต้องการ และหลังจากที่ฉันตกลงเมื่อวาน เงินจำนวนหนึ่งก็ถูกโอนเข้าบัญชีของฉันจริงๆ และสามารถขอได้อีกเรื่อยๆ ด้วยจนกว่างานจะสำเร็จ หรือฉันยกเลิกสัญญา

ฉันได้เงินง่ายใช่ไหมล่ะ?

แต่งานน่ะชักจะไม่ง่ายแล้วสิ! ฉันเชื่อแล้วว่างานง่ายๆ ได้เงินง่ายๆ มันไม่มีอยู่จริง ความยากมันก็อยู่ตรงที่พันเก้าไม่ชอบผู้หญิง

อีสมหญิง... กรี๊ด! ทำไมแกไม่บอกฉันตั้งแต่แรก

สมหญิงใจร้าย: หมอนั่นไม่คิดจะชอบผู้หญิงอีกแล้ว...

นั่นเป็นหนึ่งในข้อมูลทั้งหมดที่ฉันรู้มาจากสมหญิงใจร้าย ประโยคนั้นคงจะหมายความว่า พันเก้าค้นพบว่าตัวเองชอบผู้ชายเหมือนกันสินะ ฮือๆ ๆ ถ้าหมอนั่นเป็นผู้ชาย โอกาสที่จะทำให้เขาชอบฉันก็มีสูงอยู่หรอก แต่ถ้าเป็นแบบนี้…

ฉันอยากจะกรีดร้องให้ก้องโลก โฮกกกก!

“ทำไมมองฉันแบบนั้น ยัยโรคจิต” ร่างสูงส่งสายตาไม่ไว้ใจมาให้

“นายเป็นคู่ขากับพันเก้าเหรอ” ฉันถามออกไปในที่สุด อย่างน้อยก็ดีกว่ายืนมโนคิดเองเออเองล่ะนะ

“เปล่า ฉันเป็นเพื่อนมัน ว่าแต่เธอล่ะเป็นใคร” เขาตอบด้วยท่าทางสบายๆ แหม คงจะสบายมากเลยสินะ!

“เป็นเพื่อนเหรอ…อะแฮ่ม! ฉันชื่อเจ้านาง เป็นแฟนของพันเก้า” ฉันหรี่ตามองสีหน้าจริงจังของเขา ก่อนจะรวบรวมความกล้าโกหกออกไปเหมือนตอนที่หลอกพนักงานข้างล่างได้ แต่ถึงอย่างนั้นฉันไม่เชื่ออยู่ดีว่าเขาเป็นแค่เพื่อนน่ะ

“…!!” อึ้งเลยละสิ โฮะๆ ๆ ฉันมองคิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นของผู้ชายตรงหน้าอย่างนึกภูมิใจในความสามารถด้านสตรอว์เบอร์รี่ศาสตร์ของตัวเอง

คอยดูนะ! ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะมีคู่ขากี่ร้อยกี่พันคน เจ้านางคนนี้เนี่ยแหละ จะตามไปจัดการและจัดเก็บทุกรายลงกล่องแล้วเผาทิ้งเสียให้เรียบ! ในใจของเขาจะต้องมีแต่เจ้านางคนเดียวเท่านั้น! โฮะๆ ๆ

“และฉันก็ขอสั่งให้นายเลิกยุ่ง เลิกตอแยกับแฟนฉัน นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป” ฉันชี้นิ้วไปหาเขาก่อนจะกอดอกแน่น เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

“ฉันเป็นเพื่อนมันนะ อุบ!” จู่ๆ ใบหน้าคมที่ดูเคร่งเครียดเมื่อครู่ กลับเปลี่ยนเป็นสีหน้ากลั้นหัวเราะเอาไว้อย่างเต็มความสามารถจนหน้าดูเกร็งไปหมด

อะไรกัน มันน่าขำตรงไหนยะ

แอ๊ด

“ไอ้เก้า ฉันมีเรื่องจะ เอ่อ...”

จู่ๆ ก็มีคนเปิดประตูเข้ามาโดยไม่ให้สัญญาณ พร้อมกับเสียงทุ้มที่ดังขึ้นก่อนจะหายไปกับสายลม ทั้งๆ ที่เขายังพูดไม่จบ ฉันรีบหันขวับไปทางผู้มาใหม่ทันทีพร้อมๆ กับคู่ขาของพันเก้าที่เลื่อนสายตาไปมองคนตรงประตู

“ว่าไงวะภาม” ผู้ชายที่อ้างตัวว่าเป็นเพื่อนของพันเก้าเอ่ยถามคนมาใหม่ ภามเป็นเจ้าของร่างสูง ผมสีดำสนิทซอยสั้นระต้นคอ ใบหน้าหมอนั่นดูขรึมกว่าคู่ขาของพันเก้ามากเลยล่ะ

เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน ฉันว่าฉันอาจจะเข้าใจอะไรผิด เพราะผู้ชายที่อยู่ในห้องนี้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นแล้วล่ะนะ

“ก็...มีเรื่องจะบอก แต่เดี๋ยวค่อยมีอีกก็ได้ ดูเหมือนแกจะไม่ว่าง” พูดจบคนมาใหม่ก็ยิ้มเจื่อนๆ ให้เพื่อนของตัวเองก่อนจะเลื่อนสายตามาที่ฉันเล็กน้อย เราสบตากันในเสี้ยววินาทีหนึ่งก่อนที่เขาปิดประตูห้องกลับออกไปในที่สุด

ฉันหันขวับกลับมาหาคนที่เป็นประเด็นของเรื่องอย่างร้อนใจ หมอนี่โกหกฉันอย่างนั้นสินะ “นายคือพันเก้า”

มันน่าเจ็บใจนัก!

ฉันจะไม่โมโหขนาดนี้เลย ถ้าสิ่งที่เขาโกหกมันไม่ทำให้ฉันต้องหน้าแตกยับเยิน หมอไม่รับเย็บแบบนี้ ฮือๆ ๆ เขาทำให้ฉันพูดเรื่องโกหกน่าอายออกไป ก็ไอ้ที่บอกว่าเป็นแฟนเขาน่ะสิ หลอกคนอื่นยังพอว่า แต่ผู้ชายคนนี้คือคนที่ฉันอ้างว่าเป็นแฟนเขานะ!

แทรกแผ่นดินหนีตอนนี้ทันไหมเนี่ย ธรณีสูบฉันลงไปเลยก็ได้นะ โทษฐานที่โป้ปดมดเท็จ และสตรอว์เบอร์รี่เกินความจำเป็น อ้ากกก! ถึงว่าสิ เมื่อครู่เขาถึงได้พยายามกลั้นหัวเราะแบบนั้น ตอนนี้ฉันรู้จักคำว่า ‘พลาด’ แล้วละ

“ก็นี่ห้องฉัน แล้วจะให้ฉันเป็นใครล่ะ อ้อ! เป็นแฟนเธอสินะ หึๆ ๆ” เขายิ้มกริ่ม

“นายโกหกฉัน!” ฉันชี้หน้าเขาอย่างอารมณ์ขึ้น มันขึ้นเพราะหน้าแตกไงล่ะ และต้องใช้วิธีโมโหกลบเกลื่อนนี่แหละดีที่สุด

“เธอก็โกหกเหมือนกัน ยัยโรคจิต บอกมาว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน แล้วมาทำอะไรที่ห้องฉัน ถ้าไม่พูดความจริง ฉันไม่รับรองความปลอดภัยของเธอนะ” เขามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาสื่อความหมายอะไรบางอย่าง นั่นทำให้สัญญาณเตือนภัยในตัวฉันร้องดังขึ้น

การอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้มากเกินความจำเป็น คือ ไม่ปลอดภัย!

“ฉันชื่อเจ้านาง มาจากคอนโดฯ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่นี่มากหรอก แล้วก็จะมาเป็นแฟนของนาย จบไหม” ฉันหลับหูหลับตาพูดความจริงออกไป…ความจริง จริงๆ นะ

“…!!”

“ขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวจะมาใหม่” ฉันบอกทิ้งท้ายก่อนจะรีบวิ่งออกมาจากห้องเขาด้วยความเร็วแสง แต่เจ้าของห้องนั้นก็ไวไม่ต่างกัน เขาวิ่งตามออกมาเหมือนตำรวจไล่จับผู้ร้ายอย่างนั้นแหละ โชคดีที่มีคนเรียกเขาเอาไว้เสียก่อน

“จะไปไหนวะไอ้เก้า มาคุยกับฉันก่อน”

โฮ่! ขอบคุณสรวงสวรรค์ที่ส่งภามมาช่วยชีวิตฉัน ไม่อย่างนั้นล่ะก็นะ ฉันโดนจับตัวแน่ๆ เลย ฉันแอบหันกลับไปดูจึงได้เห็นภามเดินออกมาจากห้องครัว และคนที่เขาเรียกเอาไว้เมื่อกี้ก็กำลังหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าตัวอยู่ ฉันยังไม่ได้ลงบันไดกลับไปข้างล่างหรอก ด้วยความอยากรู้เลยเลี้ยวเข้าไปทางห้องดูหนังแต่ฉันไม่ได้เข้าไปในห้องนั้นหรอก ฉันแอบอยู่ตรงมุมทางแยกที่มีแจกันตั้งพื้นทรงสูงวางอยู่ สามารถเป็นที่หลบของคนสอดรู้สอดเห็นอย่างฉันได้ดีทีเดียวแหละ

“มีอะไรเหรอ” พันเก้าที่ยืนหันหลังมาทางฉันเอ่ยถามเพื่อนของเขา

        “แกแอบหิ้วสาวที่ไหนขึ้นห้องวะ ลืมแฟนเก่าได้แล้วเหรอ”

        “…ยัง” เสียงของพันเก้าฟังดูขมขื่นพิกลแฮะ

‘แฟนเก่า’ อย่างนั้นเหรอ?

        “แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครวะ”

        “ฉันก็อยากรู้เหมือนแกนั่นแหละว่า ยัยบ้าสมองเพี้ยนนั่นเป็นใคร” เขาพูดพร้อมกับหันขวับมาทางแจกันที่ฉันใช้เป็นที่กำบัง จนฉันต้องรีบหดหัวตัวเองกลับมาทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะเห็น หมอนั่นหรี่ตาลงเล็กน้อย แต่แล้วก็หันกลับไปพูดกับภามต่อ “ว่าแต่เมื่อกี้แกมีเรื่องอะไรเหรอ”

        “อ๋อ ฉันจะบอกว่าเมื่อวานฉันรับพนักงานเข้ามาใหม่แล้วนะ ตามที่เราติดประกาศไว้อะ เดี๋ยวจะพามาให้รู้จัก”

        “เออ งั้นฉันขอไปหาตัวยัยประสาทนั่นก่อนนะ ป่านนี้หนีลงไปข้างล่างแล้วมั้ง” พันเก้าทำท่าจะหมุนตัวเดินมาทางนี้ ทว่าก็ต้องชะงักเท้ากึกเพราะเสียงเรียกของเพื่อนอีกครั้ง

        “เดี๋ยว! แกไปแต่งตัวก่อนดีไหมวะ” ภามเตือนพลางมองสภาพของเพื่อนตัวเองตาปริบๆ

อี๊! อีบ้าพันเก้า คนอะไรก็ไม่รู้ทุเรศชะมัดเลย อยู่ในสภาพล่อแหลมแบบนั้นแต่ไม่รู้ตัว ต้องให้เพื่อนบอก ไหนจะเรียกฉันเสียๆ หายๆ แล้วยังจะมาตามตัวฉันอีกเหรอ อีกสิบชาติย่ะ ฉันให้อีกสิบชาติถึงจะตามทัน แบร่!

“เออว่ะ ขอบใจ เดี๋ยวเจอกันข้างล่างนะ” พันเก้าบอกก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินกลับเข้าห้อง ส่วนภามก็เดินตรงมาทางนี้ ฉันรีบเบียดตัวเองเข้ากับแจกันและผนังมากขึ้นเพื่อไม่ให้เขาเห็น โชคดีที่ฉันตัวเล็กและไอ้แจกันยักษ์นี่ก็อลังการงานสร้างมากพอดู

ภามเดินลงบันไดไปแล้ว…

ฉันมองตามหมอนั่นไปจนลูกตาแทบจะถลนออกมา ก่อนจะหลุบตามองพื้นแล้วถอนหายใจพรืดอย่างโล่งอก เมื่อเห็นว่าร่างสูงเดินหายลับลงไปด้านล่างเรียบร้อย ทว่าปลายเท้าของใครบางคนกลับมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้านี้ จนทำให้ฉันต้องเลื่อนสายตาขึ้นไปมองเจ้าของมันอย่างเสียมิได้ แล้วก็พบว่าเท้าคู่นี้เป็นของคนที่ควรจะกลับเข้าไปแต่งตัวในห้องของเขานั่นเอง ทำไมเขาถึงรู้ว่าฉันอยู่ตรงนี้ล่ะ ฮือๆ ๆ

“พะ...พันเก้า เอ่อ…นิ้วโป้งเท้านายสวยดีนะ” ฉันได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้คนตรงหน้า เหลือบสายตาสบกับเขาอย่างทำอะไรไม่ถูก

“…!!” คนฟังมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนกับว่าเขากำลังมองของน่ารังเกียจอยู่อย่างนั้นแหละ ร้ายกาจมาก นายกล้ามองฉันแบบนี้ได้ไงกัน นี่ฉันอุตส่าห์มีน้ำใจชื่นชมนายนะอีตาบ้า

“…” ฉันยังเจื่อนไม่หาย

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน เธอชื่อเจ้านางใช่ไหม” เขาเอื้อมมือข้างหนึ่งมาจับต้นแขนของฉันเอาไว้พร้อมกับออกแรงบีบจนฉันรู้สึกจี๊ดๆ ขึ้นมาเหมือนเนื้อจะแหลกสลายเป็นเม็ดทราย

“ใช่มั้ง”

“อย่ามาลวดลาย ไปคุยกับฉันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้” เขาเริ่มออกแรงดึง แต่ฉันก็ฝืนไว้ด้วยการทำตัวแข็ง เกร็งสุดปลายเล็บเท้า

“คุยตรงนี้ก็ได้” ฉันบอก หน้านี่เกร็งจนโบท็อกซ์จะไหลออกมาอยู่แล้ว บ้าเอ๊ย!

“เธอเข้าไปขโมยกางเกงฉันทำไม” ร่างสูงเลิกคิ้วสงสัย

“ฮะ? ฉันเปล่า เอ่อ…หงับ!” เมื่อทำอะไรไม่ถูกและไม่รู้จะอธิบายยังไง ฉันก็เลยยกแขนข้างที่เขาจับอยู่ขึ้นเล็กน้อยให้สามารถกัดมือเขาได้ แล้วฉันก็ทำอย่างนั้นจริงๆ เดี๋ยวนั้นเลย

“โอ๊ย!!!” พันเก้าร้องลั่น เขาชักมือตัวเองกลับไปแทบจะทันที ฟันฉันเกือบจะหลุดติดมือเขาไปด้วยเลยล่ะ อี๋~

“รอให้ฉันอ้าปากก่อนสิยะ! ถ้าฟันฉันหักหรือเหยินขึ้นมานายต้องออกค่าใช้จ่ายในการรักษาและจัดฟันให้ฉันทั้งหมดนะจะบอกให้” ฉันเชิดหน้าขึ้นโวยวาย

“ประสาท”

“หยาบคายที่สุด!”

“บ่นจบหรือยัง ถ้าจบแล้วก็ไปเคลียร์กับฉัน” เขาทำเสียงดุ พร้อมทั้งจ้องฉันราวกับจะกินเลือดกินเนื้ออย่างนั้นแหละ แต่คนอย่างเจ้านางไม่กลัวหรอกนะจะบอกให้ ขอให้ฉันได้กลับไปตั้งตัวใหม่ก่อนก็แล้วกัน รับรองว่านายเจอศึกหนักแน่ นายเก้าพัน เอ๊ยนายพันเก้า!

“กรี๊ด! กรี๊ดๆ ๆ ๆ แบร่!!!” ฉันแกล้งกรีดร้องโวยวาย ก่อนจะแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ร่างสูงตรงหน้าอย่างจงใจยั่วโมโห ส่วนเท้าทั้งสองก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ฉันรีบสับขาวิ่งหนีลงบันไดมาด้วยความรวดเร็วและครั้งนี้ก็หนีรอดเสียด้วยสิ ต้องขอบคุณที่เขายังไม่ยอมไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ถึงได้ไม่กล้าตามมาแบบนี้

คอยดูเถอะนายพันเก้า คำก็บ้า สองคำก็บ้า

เฮอะ! เดี๋ยวรู้เลยว่ารักคนบ้ามันเป็นยังไง










- TO BE CONTINUED -

mamind GIFmamind GIF

Talk with writer

มาแล้วววว ฝากติดตามและส่งฟีดแบ็กให้เค้าด้วยน้าา
จะมาอัปบ่อยๆ จ้า <3

เม้าท์มอยและติดตามข่าวสารได้ที่เพจเลยจ้า
ตามไปได้เลยย








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,126 ความคิดเห็น

  1. #1100 BEAYTY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 20:48
    นางงงเริสสสสส
    #1,100
    0
  2. #1091 Nuch :3 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 14:42
    เจ้านางออกตัวเเรงงงง 

    เเต่พันเก้ายังไม่ลืมเเฟนเก่า  เอาล่ะสิ
    #1,091
    0
  3. #1086 phon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 22:01
    นางเอกน่ารัก
    #1,086
    0
  4. #1062 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 12:30
    เจ้านางแร๊งงงงงงงอ่ะ_ชอบ
    #1,062
    0
  5. #1061 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 12:28
    นางเอกฮาดีอ่ะ
    #1,061
    0
  6. #1039 GwanGii Shika (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 02:29
    ฮะๆๆๆๆ พูดเลยเจ้านางมาวินมากกกก!!!
    โกหกต่อหน้าพันเก้าขนาดนั่น!!!

    ชอบค่ะสนุกมากกกกก เขียนดีด้วย ไม่ผิดหวังเลยที่ตามมาอ่าน
    สู้ๆนะคะ ^^
    #1,039
    0
  7. #801 ★A y ά m i★ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 22:02
    น่ารัก 5555555555 แสบสันฮามากก 55555555555
    #801
    0
  8. #774 T--dZ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2558 / 21:51
    ฮาาาาาอ่ะ 555555



    ตลกนางงง



    โกหกคำโต ต่อหน้าตาอตาเจ้าตัวดืวย 5555 ขรรมมมม



    รอติดตามๆ 5555
    #774
    0
  9. #362 SMAIL R' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 12:46
    เจ้านางแสบเกินบรรยาย
    #362
    0
  10. #208 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 00:08
    'เพื่อนสนิท...'
    ตอนแรกที่เห็นชาร์ตตัวละครในหน้าบทความ
    แอบสะกิดใจกับคำนี้นิดๆ เพราะมีจุดต่อท้าย
    มันให้อารมณ์แบบ #วายมาแน่
    แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาจริงๆ นะนี่ ฮ่าๆๆ
    ถ้าเจ้านางจะมโนได้ลึกซึ้งขนาดนี้
    ตอบมา! หล่อนเป็นสาววายใช่ไหม
    ไม่ใช่สาววาย จิ้นไม่ถึงนะเออ

    พันเก้านี่กวนจริง
    สกิลตลบหลังนี่เลิศเลอมาก
    เจ้านางโกหกมา หมอนี่โกหกกลับ
    ถ้าไม่ไวจริงนี่ทำไม่ได้นะเนี่ย ฮ่าๆๆ
    มันคงฮานะที่อยู่ดีๆ มีคนมาอ้างว่าเป็นแฟนตัวเอง
    เอ๊ะ หรืออาจจะน่ากลัว
    -.-

    แต่ฮาตอนเจ้านางเปิดประตูมา
    แล้วบ็อกเซอร์ลอยมาครอบหัว
    55555
    จังหวะเหมาะเจาะพอดีเป๊ะ
    ส่วนพันเก้า... ใครสั่งใครสอนให้เดินล่อนจ้อนไปมาแบบนี้
    ตอนอยู่ในห้องอะโอเค แต่ตอนออกมาคุยกับภามนี่
    แกรลืมได้ไงว่าแกรยังวาบหวิวอยู้วววว

    เจ้านางดูมีมารยาเล่ห์เหลี่ยมเยอะดีนะ
    ดูมีสีสันอะ
    แต่ที่เหนือชั้นกว่านี่คือพันเก้า
    ถึงกับทำให้ตัวแม่ขายหน้าได้เนี่ย ไม่ธรรมดา!
    อยากรู้แล้วว่าปมในอดีตของพันเก้าคืออะไร
    แล้วทำไมยัยสมหญิงต้องให้เจ้านางทำงานนี้

    ยังไงก็ตามแต่ ไม่ต้องคิดมากเรื่องความรักนะพันเก้า
    ภามรอนายเสมอ
    #โดนถีบ

     
    คำผิดน้า
    ขับขัน = คับขัน ราวกลับ = ราวกับ วินานาที = วินาที แถบจะ = แทบจะ
     
    ประโยคแปลกๆ
    ดึงประตูให้ปิดประตูลง = ดึงประตูให้ปิดลง
    ส่งยิ้มแห้งๆ ส่งไปให้ = ส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้

    #208
    0
  11. #19 60second (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 14:00
    เดี๋ยวนะ นิ้วโป้งเท้าสวยดี55555555555
    ขอเวลาขำแพร๊บนะพี่มาย
    ไม่ไหวละจริง 555555555555555
    คิดได้ไงอ่ะถาม?

    อืม...พันเก้ามีอดีตสินะ
    แล้วแฟนเก่าที่ว่า นางเป็นใคร
    เอ๊ะ หรือภาม!?
    #เดี๋ยวๆ #ไม่ใช่ละ
    #19
    0
  12. #17 ยาหยี' หมาน้อยแพนดี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 10:44
    อ่านเจอประโยคนี้แล้วสตั้นไป3วิ จากนั้นก้...ขำ55555555 "พะ พันเก้า! เอ่อ...นิ้วโป้งเท้านายสวยดีนะ" 5555555 บ่องตง โคตรฮาเลยค่ะ5555555555
    #17
    0
  13. #16 MINE(DUCKKY) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 07:01
    เจ้านาง ฉันรอมารยาของเธออยู่
    #16
    0
  14. #14 SiriyakornMuangchan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 23:12
    นิ้วโป้งเท้าสวยดีนะ โห คิดได้ไงเนี่ย 5555555555555555555555 พันเก้าร้ายนะคะ ตบมุขกลับเก่งจังเลย -3- 555555

    #14
    0
  15. #11 YOURDEAR (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 03:01
    อะหือ...นางออกตัวแรงเว่อร์อ่ะเจ้านาง!
    มารยาจะของนางจะใช้ได้ผลกับพันเก้าหรือเปล่าเนี่ย
    แต่คือฮา...โดนเข้าใจว่าเข้าไปขโมยกางเกงใน!
    โถววววว เจ้านางลูก เสียสถาบันชาติหญิงหมด #ใช่เร๊อะ
    รอติดตามตอนต่อไปนะคะ มันจะเป็นยังไงต่อ จะติดหรือไม่ติด...
     
    #11
    0
  16. #10 fate heria ^o^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 05:47
    เจ้านางแซบเว่อร์ๆค่ะ >.<
    รีบอัพต่อนะคะ~~~
    #10
    0
  17. #9 Lächeln (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 22:04
    เจ้านางออกตัวแรงมาก หน้าแตกกระจุยเลยไง 555
    #9
    0
  18. #8 แพนด้าดอง . (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 21:40
    บ็อกเซอร์พันเก้าของฉันนะจะบอกให้ 5555555555



    พูดถึงเนื้อเรื่อง...พันเก้ามีแฟนเก่า ซึ่งเป็นรักที่เจ็บปวดนี่เอง (อันนี้เพิ่งรู้สดๆ ร้อนๆ ตอนอ่าน ฮ่าๆๆ)

    รอลุ้นว่ามารยาเจ้านางมีอะไรบ้าง จะจีบติดเปล่า =,.= ไฟท์ติ้ง!!
    #8
    0