คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [Short fic Reborn] §硹 [Rasiel x Belphegor] [Short fic Reborn] เพียงเล็กน้อย [Rasiel x Belphegor] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เขียนไว้นานมากแล้วนะคะ 
เหตุเกิด ณ รีบอร์น อนิเมะตอนที่ 138 - 140 ค่ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ก.พ. 60 / 18:23


[Short fic Reborn] เพียงเล็กน้อย [Rasiel x Belphegor]

Story/Title : เพียงเล็กน้อย

Author : ลูกสิงโตสีน้ำตาล [AkaTsuki]

Pairing : Rasiel x Belphegor

Warning : Y

Rate : PG 13

Writing : จริง ๆ เขียนเพื่อลง [All Fic & short fic] Project แต่เปลี่ยนมาลงเป็นฟิคสั้นแยกดีกว่า เขียนไว้ปีกว่าแล้วช่วงที่ดูรีบอร์นอนิเมะตอนที่ 138 - 140 ไม่รู้ว่าแรร์รึเปล่านะแค่อยากเขียนอ่ะ 5555 ถ้าอยากให้เขียนคู่นี้ต่อก็เม้นบอกนะค่ะ เพราะอันนี้เป็น short fic ตอนเดียวจบ

Note : ชิ้นส่วนของเขาคนนั้น.... #เหมือนจะถนัดดราม่านะเรา ฮาาาา

ป.ล. เหตุการณ์หลังป๋าจัดการกับราซิเอลไม่กี่นาทีต่อจากนั้น

ป.ล2. ควรมีอารมณ์ร่วมอยู่ด้วยซักติ๊ดนะ ถถถถถ เพราะไม่งั้นถึงอ่านก็จะไม่รู้สึกดราม่าหรอก

--------------------------------------------------

เพียงเล็กน้อย [Rasiel x Belphegor]

 

"เบลจัง~ ทำอะไรอยู่ฮ้า~ รีบไปกันเถอะ"

เสียงของกระเทยถึก(???)ผู้พิทักษ์แห่งอรุณของวาเรียและเปรียบเสมือนแม่บ้านประจำหน่วยลอบสังหารแห่งนี้ดังขึ้นเรียกคนที่เรียกขานตัวเองว่าเป็นเจ้าชายที่ตอนนี้ยืนหันหลังให้และใช้เท้าเขี่ยๆกับอะไรบางอย่างก่อนชายหนุ่มจะหันมาตอบทั้งรอยยิ้มร่า

"ไปก่อนได้เลย~ ฉันขอจัดการอะไรซักหน่อยเดี๋ยวตามไปนะ"

ว่าแล้วก็หันไปมองหาอะไรบางอย่างต่อ

"ช่างเขาเถอะครับ รอไปก็ถ่วงเปล่าๆสู้ไปกันก่อนเลยจะดีกว่า คงจะทำอะไรไร้สาระอีกนั่นแหละ มีว่านะ"

เสียงที่เรียกว่าแอบ(?)แขวะคงได้ ดังขึ้นตามมาสมทบให้คนเป็นเจ้าชายต้องหันไปปามีดบินใส่หัวกบ

"เงียบปากไปเลยเจ้ากบ" พร้อมกับรอยยิ้มโรคจิตและเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์

"มีเจ็บนะครับรุ่นพี่เบล" คนถูกหาว่าเป็นกบร้องอวดครวญ

"เรื่องของแกสิ" เบลเฟกอลหันหน้าไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ

แม้จริงๆแล้วฟรานติดจะสงสัยว่ารุ่นพี่โรคจิตของเขากำลังทำอะไรแต่ก็พยายามทำเป็นไม่สนใจแล้วเดินหันหลังไปทั้งๆมีดปักหัวก่อนลุซซูเรียจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง

"งั้นเสร็จแล้วรีบตามไปนะฮ้า~"

"รับทราบ~"

เบลเองก็รับคำด้วยท่าทีชิลๆก่อนจะเดินไปคนละทางกับที่พวกบอสของตนเดินไป มีบางจุดที่ก้มลงดูในช่องพื้นที่ของที่ตนตามหาน่าจะตกอยู่ก่อนจะไปสะดุดตากับเศษหินสีเทาก้อนหนึ่ง

เขาจึงเดินเข้าไปใกล้แล้วหยิบขึ้นมาดู

ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างแล้วพูดเสียงพร่า

"เจอแล้ว"

แล้วหันไปมองทางอื่นต่อเพื่อรวบรวมของที่ตนตามหา....

 

"ทำอะไรอยู่ฟ่ะเบล!"

เสียงผบ.แห่งหน่วยวาเรียดังขึ้นพูดกับคนที่เพิ่งเดินมา

"หาของอยู่น่ะ ตอนนี้เจอแล้วไปกันเถอะ~" เบลเฟกอลว่าพลางเดินหลั่นล้านำหน้าสควอโล่ไป

"อะไรของมันฟ่ะ ดูมีความสุขซะจริง" เขาว่าแล้วยกมือขึ้นเกาหัวอย่างงงๆก่อนจะเดินตามหลังคนอายุน้อยกว่าไป

 

ณ ปราสาทวาเรีย

"ลุซซูเรียวันนี้ฉันไม่กินข้าวเย็นนะ ยังไม่ค่อยหิวน่ะ~" เบลว่าแล้วทำท่าจะเดินออกไป

"อ้าว ถ้าหิวก็มากินนะฮ้ะเบลจัง~" ลุซซูเรียร้องงงๆพร้อมกับยกมือขึ้นมาจับแก้มตนอย่างสงสัยก่อนจะบอกประโยคสุดท้ายกับเจ้าชายเบลไปก่อนเขาจะเดินหายไปเสียก่อน

"รุ่นพี่เบลดูร่าเริงจังนะครับ พี่ชายตัวเองเพิ่งตายไปอีกรอบแท้ๆ" ฟรานพูดพลางมองตามหลังคนผมทองไป

"คงเพราะงั้นล่ะมั้ง" สควอโล่ที่เพิ่งเดินเข้ามาแสดงความคิดเห็น

แต่แม้จะพูดอย่างนั้นเขาก็อดรู้สึกแปลกๆกับพฤติกรรมของเบลไม่ได้....

 

ห้องของเบลเฟกอล

"ฮ้า~ ถึงห้องซะทีเหนื่อยจะแย่"

เบลเฟกอลพูดพลางล้มตัวลงนอนแหมะกับเตียงนอนก่อนเสียงจะเงียบหายไป

ทั้งๆที่ยังไม่ได้หลับอย่างที่ตั้งใจไว้

เบลเฟกอลคิดขณะนอนคว่ำกับเตียงนอนของตนเงียบๆ เขาหันหัวไปทางซ้ายพลางคิดถึงเรื่องที่ตนไปทำมา

ก็อยากจะนอนเลยอยู่หรอก...

แต่ว่า...

คิดก่อนจะเด้งตัวขึ้นลุกขึ้นนั่ง

มือเรียวล้วงเข้าไปในเสื้อตนก่อนจะหยิบของบางอย่างที่ซ่อนจากคนอื่นๆได้สำเร็จออกมา

มันเป็นถุงที่ใส่อะไรบางอย่างไว้ก่อนเจ้าของถุงนั้นจะดึงเชือกออกให้มันเปิดปากถุงออกมา
ก่อนเขาจะล้วงมือเข้าไปข้างใน....

แล้วหยิบเศษหินสีเทาออกมา

มันคงจะเป็นแค่เศษหินไร้ค่าในสายตาคนอื่นๆ แต่สำหรับเบลเฟกอลแล้วมันคือของสำคัญ

ไม่สิ...

มันคือ 'คนสำคัญ' สิ่งสำคัญสำหรับเขา

เจ้าชายแห่งวาเรียมองดูของในมือนิ่งๆก่อนจะลุกออกไปนั่งที่โต๊ะข้างหน้าต่าง

แล้วหยิบของที่อยู่ในถุงออกมาทีละชิ้น

ทีละชิ้น ทีละชิ้น....

จนครบ

เขาวางถุงลงจากมือแล้วเริ่มลงมือต่อเศษชิ้นส่วนชิ้นเล็กๆของหินสีเทา

ก่อนจะฉีกยิ้มร่าเมื่อต่อเสร็จ

"ชิชิชิชิชิชิ ยินดีต้อนรับกลับ 'จิล' "

มันคือเศษหินที่เป็นส่วนหัวของจิล พี่ชายฝาแฝดตน

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ที่เขากำลังเดินหาของอยู่

ใช่ เขากำลังเดินหาชิ้นส่วนที่เป็นหินและถูกบอสระเบิดไปของจิลอยู่

แต่เก็บมาได้แค่ส่วนหัวเท่านั้นเพราะตัวคงจะแหลกละเอียดไปแล้ว และที่สำคัญ กระเป๋าของเขาคงจะใส่ตัวของจิลไม่ได้

แม้ว่าจะเป็นแค่เศษหินชิ้นเล็กๆก็ตาม เขาคงไม่สามารถขนาดนั้นแม้ว่าจะเป็นคนอัจฉริยะซักแค่ไหนก็เถอะ

เบลเฟกอลนั่งมองส่วนหัวของคนหน้าเหมือนตนที่มีร่องรอยของส่วนที่ต่อไว้อยู่
แม้ว่าตอนนี้จะหัวเราะออกมาแต่ภายในใจของคนเป็นเจ้าชายกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก

ก่อนที่จะค่อยๆหุบยิ้มลงเป็นทำหน้านิ่งแทน

เขาเริ่มนึกถึงตอนที่ฆ่าพี่ชายของตน

ที่เบลเฟกอลเคยบอกคนอื่นไปว่าที่ฆ่าเพราะนึกว่าเป็นแมลงสาบนั่นคือความจริง

แม้เขาจะพูดไม่ค่อยน่าเชื่อถือนัก แต่นั่นก็ยังคงเป็นความจริงอยู่ดี

ในตอนนั้น เขารู้สึกหลอนมาก เรียกว่าประสาทหลอนก็คงจะถูก

เห็นทุกคนเป็นแค่แมลงสาบ

รวมทั้งพี่ชายฝาแฝดคนนี้ก็ด้วย แต่เมื่อรู้สึกตัวก็สายไปเสียแล้ว

เขาเกลียดจิล และจิลก็เกลียดเขา

พวกเขาต่างเกลียดกันและกัน แต่กลับเหมือนกันแทบจะทุกอย่างไม่ว่าจะหน้าตาหรือนิสัย

แต่เขากลับแพ้ในเรื่องการเรียนและความสามารถ นั่นเป็นอะไรที่เขายอมรับไม่ได้เลยจริงๆ

เพราะงั้นเขาถึงไม่อยากเหมือนจิลซะทุกอย่าง ไม่อยากให้ใครมาทักผิดว่าเขาคือจิลอีก

สิ่งที่แยกเบลฟกอลกับราซิเอลได้ในตอนเด็กคงจะเป็นสีเสื้อล่ะมั้ง?

เบลเฟกอลคือสีขาว ราซิเอลคือสีดำ

และเริ่มเล่น(?)กันแรงขึ้นเรื่อยๆอย่างการปามีดใส่กัน

แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับคนปกติและเด็กปกติที่คงจะทำไม่ได้ แต่การทำแบบนี้กับจิล เบลเฟกอลก็คิดว่ามันสนุกดี

หมอนั่นมักเข้าใจผิดอยู่เสมอๆ

เหมือนความอยากเอาชนะหรืออะไรนี่แหละ

จิลมักบอกว่าตัวเองต่างหากที่เหมาะจะเป็นราชา

ถึงจิลจะไม่เคยสังเกตแต่เบลเองก็รู้อยู่แก่ใจ

ว่าตัวเขาไม่เคยพูดว่าอยากเป็นราชา

“..ฉันไม่เคยบอกว่าอยากเป็นราชาเลยนะจิล..”

เพราะตัวเขาคือเจ้าชายเพียงหนึ่งเดียว

เบลเฟกอลพูดเสียงเบากับหินสีเทารูปฝาแฝดตน

ก่อนจะบิดยิ้มขมขื่นออกมา

"นายน่ะ...เหมาะที่จะเป็น 'ราชา' อยู่แล้วล่ะจิล"

ทั้งความสามารถก็ด้อยกว่า

การเรียนก็ด้อยกว่า

ความคิด กลยุทธ์ ความฉลาดก็ด้อยกว่า

คนอย่างเขาน่ะเทียบจิลไม่ติด

เพราะงั้นถึงไม่เคยเรียกร้องอะไรที่มันเกินตัว

เพราะเบลเฟกอลรู้ว่าคนที่จะได้รับสืบทอดบัลลังก์ต่อจะต้องเป็นพี่คนโตสุดของราชวงศ์ซึ่งก็คือราซิเอล หรือก็คือ 'จิล' ที่เขาเรียก

เพราะแบบนี้ถึงทะเลาะกันประจำเรื่องนี้

แต่จิลไม่เคยเข้าใจเลย ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็รู้ว่าความสามารถเหนือกว่าในทุก ๆ ด้าน แล้วทำไมถึงยังคิดว่าเขาจะต้องการตำแหน่งนั้น

ใช่ แม้ว่าเขาจะเกลียดฝาแฝดตัวเองมากปานจะฆ่ากันตายแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะฆ่าได้จริงๆ

บอกกันตามตรงถ้าวันนั้นเบลเฟกอลเห็นว่าจิลคือจิลไม่ใช่แมลงสาบก็คงจะทำไม่ลงหรอก

ก็เขาน่ะ..ถึงจะเกลียดจิลแต่ก็ 'รัก' จิลด้วยนี่นา

แม้จะรู้ว่าสิ่งที่จิลมีให้กับตนคือความเกลียดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็ตาม

เพราะงั้นตอนที่รู้สึกตัวว่าฆ่าจิลตายคามือตัวเองถึงแทบจะเป็นบ้า แบบที่จู่ๆน้ำตาก็ไหลพรากก่อนจะเริ่มลงมือขุดหลุมแล้วฝังศพจิลลงไป

ถ้าเป็นคนอื่นแบบที่เขาฆ่าคงไม่มานั่งเปลืองแรงขุดหรอกปล่อยให้มันเน่าอย่างงั้นแหละ

แต่เพราะเป็นจิลเขาถึงขุดหลุมศพให้

เพราะจิล 'สำคัญ' และ 'พิเศษ' กับเขามากยังไงล่ะ

ตอนเจอกันอีกครั้งถึงได้อึ้งและพูดไม่ถูกเมื่อคนที่น่าจะตายไปแล้วปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า

จิลคงจะโกรธแค้นเขามากถึงได้คิดจะฆ่าเขากลับ

แต่แค่เห็นหน้าก็รู้สึกดีใจจนพูดไม่ออก แสดงอาการไม่ถูก รวมถึงไม่ได้ระวังตัวจนถูกค้างคาวของจิลเล่นงานจนเกือบได้ตายจริงๆถ้าเจ้ากบไม่ช่วยไว้

ตอนได้เห็นลักษณะการตายของตัวเองมันยังไม่เจ็บเท่ารู้ว่าใครเป็นคนฆ่าเลย

จิลเกลียดเขาจนอยากจะฆ่าให้ตายจริง ๆ

แต่เขาก็ยังคง 'รัก' จิลอยู่ดี.....

คิดพลางน้ำตาก็ไหลลงมาต่อหน้าหินสีเทาหัวของจิล

ก่อนที่เบลเฟกอลจะยกมือขวาขึ้นปิดตาใต้เส้นผมของตัวเอง

ริมฝีปากก็ฉีกยิ้มโรคจิตอย่างนึกสมเพชตัวเอง

พยายามเค้นเสียงหัวเราะประหลาดๆออกมา

"ชิชิชิชิชิชิชิชิชิ...ชิชิชิชิชิ.....ชิชิชิชิ....ชิ...อึก"

ความเจ็บปวดเสียดทางเข้ากลางใจให้ต้องยกมือซ้ายขึ้นกุมหน้าอกพร้อมๆกับขยุ้มเสื้อบริเวณที่จับอยู่

ก่อนจะงอตัวลงเอาหน้าผากพิงกับโต๊ะไว้พยายามกลั้นเสียงสะอื้นแต่ก็ไม่วายที่จะแสดงอาการทางสีหน้าที่เห็นได้ชัด

นั่นคือริมฝีปากที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด

"จิล..." เบลเอ่ยเสียงสั่นๆเรียกชื่อพี่ชายฝาแฝดตน

ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากจะอยู่กับจิลให้นานกว่านี้

ไม่ว่าจะในฐานะอะไร ไม่ว่าจะเป็นศัตรูหรือต้องทะเลาะกันจนลงมือทำร้ายกันจนได้เลือดเขาก็ยอม

แค่กอดซักครั้งจากคนที่เขาคิดถึงอยู่เสมอก็พอ....

ก่อนที่น้ำตาจะเริ่มหยุดไหลเบลจึงเงยหน้าขึ้นช้าๆไปมองหัวของจิล

ค่อยๆเอื้อมตัวแล้วยกแขนขึ้นล้อมหัวที่กลายเป็นหินนั้นไว้

แม้ว่าจะกลายเป็นหินจนไม่รู้สึกถึงความอุ่นแล้วก็ตาม

แค่กอดซักนิดก็พอ

เพียงเล็กน้อยก็พอ....

 

การกระทำนั้นเกิดขึ้นในห้องของคนอัจฉริยะแห่งวาเรียเงียบๆแต่คนที่เหมือนจะส่อรู้ประจำวาเรียก็ไม่วายแอบเปิดประตูห้องของเจ้าของดู

ไม่รู้ว่าเจ้าของห้องลืมล็อคหรือผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกคนนี้ทำอะไรกันแน่ถึงได้แอบเปิดดูได้

แต่คนที่มักจะเพาะสุนัขไว้ในปากอยู่เสมอก็ไม่ได้พูดอะไร แม้จะชอบทำอะไรไม่ถูกกาลเทศะอยู่บ่อยๆแต่เรื่องนี้เขาก็ไม่อยากจะทำให้รุ่นพี่เบลของเขาต้องเกิดอาการที่ไม่เป็นตัวของตัวเองมากไปกว่านี้จึงเลือกที่จะยืนแง้มประตูดูเงียบๆด้วยสายตาอ่านไม่ออก

แล้วจึงปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบเช่นเดิม

ให้มันเป็นความลับของรุ่นพี่(และเขา)เพียงคนเดียวแบบนี้ตลอดไปก็พอ





End.

----------------------------------------------------------------------------------------------------

โอ้เบลจางงงงงง~T_T~

ขอโทษที่ทำร้ายเน่อ~ มันเป็นฟิลลิ่งอ่ะ

ราซิเอลคนบ้า!! มารังแกน้องชายผู้น่ารักคนนี้ได้งายยยยยยย!!! อั่ก! #กระอักอะไรซักอย่างออกมา

(ราซิเอล : ได้ข่าวว่าเธอเป็นคนทำนะ...//เก็บค้างคาวเข้ากล่องและมองดูเบลเงียบๆ)

ผลงานอื่นๆ ของ Akatsuki-san

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. #5 Casper_666
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 00:12

    รักคู่นี้ หาคนที่แต่คู่นี้ยากมากเลยจนได้มาเจอไรต์นี้แหละ ภาษาที่แต่ก็สวยมากด้วย ขอบคุณที่เเต่งให้อ่านนะคะ

    #5
    0
  2. วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 07:11
    หาตั้งนาน เจอแต่ภาพไม่มีฟิคเท่าไหร่ และอยากอ่านเบลเคะด้วย ขอบคุณนะ ช่วยแต่งแบบนี้มาอีกได้ไหม?
    #4
    0
  3. วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 23:13
    มาอ่านอีกรอบก็ทำเอาน้ำตาไหลออกมาอีกคิดตามอารมณ์เบลแล้วสงสาร ไรท์กลับมาอัพคู่นี้ต่อเถอะนะ
    #3
    0
  4. วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 23:04
    ชอบค่ะ แต่งต่อเถอะค่ะ ที่จริงเราก็จิ้นคู่นี้นะแต่ไม่คิดเลยว่าจะมีคนจิ้นเหมือนเราด้วน ตอนที่138-140 เนี่ยเราดูไปเกิน30รอบแล้วมั้ง
    #2
    0
  5. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:52
    เบลเอ๊ยยยยยยยยยย
    รักก็บอกสิจ๊ะ
    #1
    0