ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    Destiny ลิขิตมืดสัญญามาร

    ลำดับตอนที่ #1 : Initiation - การเริ่มต้น

    • อัปเดตล่าสุด 30 พ.ค. 57


    เป็นเวลาเนิ่นนานแล้วที่โลกมนุษย์และโลกปีศาจ สองเผ่าพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกันได้ทั้งสองโลก เกิดเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมายขึ้นจนไม่อาจจะบันทึกได้หมด แต่สงครามเผ่าพันธุ์ สงครามที่ไม่ว่าใครต่างก็รู้ว่าได้เกิดขึ้นหากแต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันสิ้นสุดลงไปได้อย่างไรเพราะนานแล้ว และการจดบันทึกเรื่องราวไม่รู้ว่าหายไปไหน จึงใช้เพียงแค่คำล่ำลือกันต่างๆว่าเพราะสัญญาระหว่างปีศาจกับมนุษย์

    ตอนนี้มีอารยธรรมผสมผสานมากมายเกิดขึ้น มนุษย์อยู่ร่วมกับปีศาจอย่างมีความสุข แต่ก็ใช่ว่าไม่มีความโศกเศร้าและความเจ็บจากการสูญเสีย ณ ตอนนี้ปีศาจผู้มีพลังทรงอำนาจได้ปรากฏตัวขึ้นและทำลายทุกสิ่งที่อย่างที่มันนั้นได้เหยียบย่ำไป นามของปีศาจนั้นคือ โรเวล

    โรเวลแข็งแกร่ง ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจะปราบลง แม้แต่นักปราบมาร ผู้อัญเชิญ และผู้ฝึกปีศาจสุดแกร่งก็ไม่อาจจะเอาชนะได้ และในตอนนี้โรเวลยังคงมีชื่อแพร่หลายเป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งสองโลก

    แน่นอนว่าโลกปีศาจไม่มีความคิดจะช่วยอะไรมนุษย์ เพราะการที่ปีศาจไปยังโลกมนุษย์นั้น มนุษย์จะทำอะไรกับปีศาจก็ได้ เพราะข้อตกลงสัญญา ทำให้ไม่มีใครหยุดโรเวลอย่างจริงจังมากนะ

    จนกระทั่งเรื่องของโรเวล ปีศาจที่ปรากฏขึ้นมาและสร้างความเสียหายเป็นเวลา 10 วันติดต่อกันไม่มีเว้นนั้นก็เงียบหายไปไม่เคยจะปรากฏออกมาอีกเลยตลอด 5 ปี จนถึงปัจจุบัน...

    ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
     

     "โอ้โห เป็นอะไรที่ใหญ่เหลือแท้เลย!"

    เด็กหนุ่มนามว่าอรัญอายุย่างใกล้ 16 ปี เจ้าของใบหน้ารูปคมแต่ก็ไม่ได้จัดว่าหล่ออะไรมาก เรือนผมสีดำตัดซอย ดวงตานัยน์สีชมพูอ่อน ตะลึงกับกำแพงสูงซึ่งเป็นเขตแดนกั้นระหว่างโรงเรียนกับโลกภายนอก

    เขาได้เดินทางจากทวีปเอเชียมายังทวีปยุโรปพร้อมกับปีศาจที่เขาต้องฝึกนามว่า โร การมายังทวีปนี้ทำให้อรัญได้เปิดหูเปิดตาเป็นอย่างมาก แต่เขาไม่ได้มาที่ทวีปยุโรปนี้เพื่อเปิดหูเปิดตาเรียนรู้อารยธรรมต่างๆของยุโรป แต่มาที่ทวีปนี้เพื่อมายังโรงเรียนพิเศษที่อยู่ข้างหน้าเขา ถึงจะสอบเข้ายากแบบบรรลัยเลยก็ตาม

    โรงเรียนแห่งนี้มีการสอนอาชีพทั้งสามสาย สำหรับผู้เกลียดปีศาจจนอยากกำจัดคงไม่พ้นสายปราบมาร เรียกขานปีศาจหรือเทพจากโลกที่ห่างไกลก็คงต้องนักอัญเชิญเพียงเท่านั้น และสายสุดท้ายสำหรับผู้ต้องการเหนือกว่าปีศาจ ใช้ปีศาจเยี่ยงทาส คือผู้ฝึกปีศาจ หากเรียนหกปีหรือพาสชั้นจบไปจะมีรัฐบาลรองรับที่ทำงานต่างๆมากมาย

    อรัญนั้นตั้งใจอย่างมุ่งมั่นจะเป็นผู้ฝึกปีศาจแต่หาใช่ว่าเขาอยากอยู่เหนือปีศาจหรือใช้ปีศาจเยี่ยงทาสอะไรนั่น แต่เขาอยากจะทำความปรารถนาอย่างหนึ่งให้สำเร็จ ถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากจากบ้านเกิดมาไกลแต่เพราะที่ทวีปเอเชียนั้นมีแต่โรงเรียนที่สอนเพียงแค่สายปราบมารเท่านั้น

    "โรคิดว่าไงบ้าง โรงเรียนนี้ใหญ่เหลือหลายเลย"

    อรัญหันไปถามปีศาจของเขาอย่างตื่นเต้น ปีศาจของเขาเล่นแต่งตัวปิดหน้าปิดตาตั้งแต่ออกจากเมืองที่ทวีปเอเชีย โรให้เหตุผลกับเจ้านายตนว่าไม่ค่อยถูกกับแสงแดดเท่าไรเลยต้องแต่งตัวแบบนี้ แต่เห็นแบบนี้อรัญก็รู้สึกอึดอัดแทนที่หน้าจริงๆ

    "..."

    โรก็เพียงแค่เงียบไม่ได้ให้คำตอบอะไร อรัญได้แต่ลอบคิดว่าเหงาไม่มีเพื่อนคุย แต่โรก็บอกแล้วว่าเขาจะไม่พูดอะไรหากไม่ใช่เรื่องสำคัญ การที่โรงเรียนนี้จะใหญ่หรือเล็กก็จะไม่ออกความคิดเห็นสินะ

    ช่างเถอะตอนนี้เข้าไปรายงานตัวแจ้งว่ามาถึงแล้วให้ทางโรงเรียนทราบก่อนคงจะดี เพราะตอนนี้โรงเรียนก็เปิดเรียนมาตั้ง 3 เดือนได้แล้ว

    การที่มาช้าขนาดนี้จะตามบทเรียนกับคนอื่นทันไหมนะ?  จะหาเพื่อนยากหรือเปล่านะ? รู้สึกกังวลไปหมดเลย อรัญใช้มือสองข้างตบแก้มตนเรียกสติและกำลังใจ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เอาล่ะได้เวลาลุย!

    อรัญพร้อมกับโรสาวเท้าก้าวเข้าไปที่ป้อมแถวประตูเข้า ในคู่มือนักเรียนบอกว่าโรงเรียนมีประตูใหญ่ทั้งหมด 4 บาน 4 ทิศ แต่อรัญไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เขากำลังเข้าทิศใด มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ขอแค่เข้าไปได้ก็น่าจะพอแล้ว

    เมื่อมาถึงสิ่งแรกที่พบเจอคือบุคคลหนึ่งที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นผู้เฝ้าประตู หรือจะเรียกว่ายามผู้รักษาการดี? อรัญเดินเข้าไปใหล้เพื่อแสดงตัว ด้วยที่ว่าเขาเป็นคนตื่นเต้นง่ายจึงทำให้หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น แบบนี้มันไม่ค่อยดีต่อสุขภาพหัวใจหรอกนะ

    "ขอโทษนะครับ อ้า...คือว่า...ผมอยู่ทวีปเอเชียที่ย้ายมาเรียนที่นี่ ชื่ออรัญ วิทยามารค นักเรียนคลาสฝึกปีศาจปีหนึ่ง มารายงานตัวน่ะครับ "

    "แสดงบัตรนักเรียน แบบฟอร์มร้องขอ และหลักฐานการสอบผ่านของทางโรงเรียนด้วยครับ"

    อรัญล้วงกระเป๋าเป้สะพายเอว เริ่มค้นหาของที่ผู้เฝ้าประตูต้องการ เขาหยิบของที่ผู้เฝ้าต้องการอย่างไม่รีบร้อนแต่มือก็สั่นเล็กน้อย ยื่น 3 อย่างให้ผู้เฝ้าคนนั้นไปตรวจเช็ค

    "โอเคทุกอย่างถูกต้อง ถ้าอย่างนั้นก็กรุณาตามสิ่งนี้ไปจนถึงอาคารชั้นเดียวอาคารหนึ่งนะครับ"

    ผู้เฝ้าหยิบกระดาษออกมาจากกระเป๋า เขาคว้างกระดาษออกไป และเมื่อกระดาษแตะพื้นก็มีควันก่อนจะเผยร่างของแมวดำ

    นักอัญเชิญ... แต่ไม่ต้องเรียกขานอะไรก็เรียกออกมาแบบนี้ถือว่าไม่ใช่คนธรรมดาเลยนะ หรือเพราะแมวตัวนั้นยอมให้? ไม่จำเป็นต้องเรียกขานอะไรให้รำคาญ?

    ผู้เผ้าเผิดประตูบานเล็กพอคนผ่านเข้าไปได้ หาใช่ประตูใหญ่โอฬารที่อรัญเห็น

    แมวดำเริ่มออกเดินเข้าไปในเขตโรงเรียน ทั้งสองเดินตามเจ้าแมว พลางมองไปรอบด้าน เดินผ่านประตูได้สักพัก ก็ลอบคิดว่าที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในป่าเลย แถมวันนี้อากาศก็ดีเสียด้วย อยากหาที่งีบหลับแถวๆนี้เสียเหลือเกิน

    เดินมาสักพักใหญ่ สายตาของอรัญเหลือบไปเห็นหนุ่มที่มีใบหน้าดุจเทพบุตรเลยก็ว่าได้ ไม่รู้เพราะอะไร อรัญไม่อาจะละสายตาที่จะมองเขาคนนั้นได้เลย ราวกับถูกสะกดให้มองไปที่เขา แต่พอโรแตะที่บ่าของอรัญ ผลคือทำให้อรัญตั้งสติได้อีกครั้ง แต่พอมองไปยังที่เดิม ก็ไม่พบใครอยู่ตรงนั้นแล้ว... เขาตาฟาดไป? แต่ความคิดนี้ก็ต้องเลิกคิดไป

    "อรัญระวังตัวด้วย ที่นี่มีการทดสอบแบบไม่แน่ไม่นอน ถึงแม้จะสอบผ่านเข้ามาเรียนที่นี่ได้แล้ว แต่หากไม่ผ่านการทดสอบก็ต้องออกจากโรงเรียนแล้วสอบเข้าใหม่ปีหน้า"

    ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญก็จะไม่พูด การที่พูดเพราะมันสำคัญสินะ แต่มันก็สำคัญจริงๆ เขาไม่อยากไม่ผ่านแล้วต้องไปสอบเข้าใหม่ปีหน้า ทั้งที่โรงเรียนนี้เข้ายากบรรลัยเลยล่ะ แต่ชายคนนั้นให้ความรู้สึกเหมือนใช้มนต์สะกดก็จริงแต่ว่าเหมือนจะถูกดูดกลืนไปเสียมากกว่า

     ไม่นานนัก หนึ่งคน หนึ่งตน และหนึ่งตัวก็เดินมาจนเห็นอาคารหนึ่ง มองไปรอบๆก็มีแต่ต้นไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในกลางป่าอย่างบอกไม่ถูก แถมยังไม่มีใครอื่นอีก ปกติเหล่านักเรียนไปอยู่ไหน? เรียน?

    แมวดำเดินไปสองสามก้าวก็หายไปแสดงว่าไม่ต้องนำทางอีกแล้วเมื่อจุดหมายปลายทางอยู่ตรงหน้าแค่นี้

     ตึกตัก ตึกตัก อรัญใช้มือขวากุมตรงหัวใจหัวใจที่เต้นโครมครามอย่างตื่นเต้น อรัญสูดหายใจเข้าไปลึกๆและหายใจออกมาอย่างผ่อนคลาย

    สาวเท้าเดินเข้าไปในอาคาร ประตูเปิดรอรับพวกเขาอยู่? หรือเปิดไว้แบบนี้ทุกวัน?

    "นายเป็นใครกัน?"

    "เหวอ!?"

    เพราะคำถามของใครบางคนดังขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ก็ทำให้อรัญสะดุ้งโหยงทันที รีบหันไปมองเจ้าของเสียงที่ยิงคำถามมา

    เด็ก? แล้วทำไมเด็กที่ดูอายุราวๆ12 ไม่ก็ 13 ปีอย่างเจ้าหนูนั่นถึงมาอยู่ที่นี่... เด็กอัจฉริยะ? ถึงอายุจะน้อยแต่หากสอบเข้าติดก็สามารถเรียนที่นี่ได้ แบบนี้ล่ะที่เขาเรียกว่าเด็กอัจฉริยะ

    เด็กคนนั้นยืนเท้าสะเอวจ้องอย่างพิจารณากับสภาพของทั้งสอง

    "คือผมชื่ออรัญ วิทยามารค นักเรียนที่สอบเข้าที่นี่จากทางทวีปเอเชียและเพิ่งจะเดินทางมาถึงที่นี่ในวันนี้"

    "อย่างนั้นเหรอ? นายเองหรอกเหรอ?"

    "?"

    เด็กหนุ่มคนนั้นเปิดสมุดที่ถือไว้ในตอนแรกและทำการขีดเขียนอะไรบางอย่างลงไป และเมื่อเขียนเสร็จก็ปิดมันหันหลังเดินไปสองสามก้าว แต่พออรัญไม่ตาม เขาจึงหันตัวกลับมา

    "ตามฉันมาจะพาไปยังห้องของหนึ่งในผู้อำนวยการของโรงเรียนนี้ อย่าได้ช้าล่ะ"

    เป็นเด็กที่ดูหยิ่งอย่างบอกไม่ถูก น้ำเสียงคำพูดคำจาก็ดูเหมือนจะเป็นประเภทคนร้ายกาจทางวาจาและทางสายตา? คงเป็นเพราะตาที่ขวางนั่นของเขานั่นล่ะ

    อรัญเดินตามเด็กคนนั้นไป... แต่ว่าหนึ่งในผู้อำนวยการ? แปลว่าไม่ได้มีผู้อำนวยการแค่คนเดียวสินะ และผู้อำนวยการที่มีกี่คนกันล่ะ?

    และแล้วก็เดินมาจนถึงประตูบานหนึ่ง เป็นประตูที่ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เป็นประตูที่สามารถเห็นได้ทั่วไปในคฤหาสน์ล่ะมั้ง? แต่ก็ใช่ว่าไม่มีอะไรพิเศษ ตรงที่พิเศษคงเป็นประตูบานนี้มีเขตอาคมก็เท่านั้น

    "ห้องนี้คือห้องของหนึ่งในผู้อำนวยการ นายเข้าไปได้แต่ปีศาจของนายต้องรออยู่ข้างนอก เอ้า! รีบเข้าไปซะสิ"

    อรัญเหลือบไปมองโรนิดหน่อยก่อนจะจับลูกบิดดึงให้ประตูเปิดออกแล้วเดินเข้าไปข้างใน ปล่อยให้โรยืนรออยู่ข้างนอกกับเด็กหนุ่ม

    "ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้านายตนไปหรอก ทำใจให้สบายเสียเถอะ"

    โรเขาแสดงท่าทางอะไรออกไปรึเปล่าเจ้าตัวก็ไม่รู้ เด็กหนุ่มจึงพูดทักขึ้นมาอย่างนั้น แต่เขาว่าไม่ได้ลุกลี้ลุกลนอะไรเลยนะ แค่มองประตูที่อรัญเข้าไปอย่างไม่วางตาเพียงเท่านั้น

    เด็กหนุ่มพิจารณาครุ่นคิดเกี่ยวกับปีศาจที่อยู่กับเขาในตอนนี้

    ผ่านมาประมาณครึ่งชั่วโมง อรัญก็เดินออกมาจากห้องด้วยใบหน้าสลด โรถึงเป็นห่วงอยากถามแต่เพราะคิดว่าไม่สำคัญที่จะถามเลยเงียบไป

    เด็กหนุ่มก็พอเข้าใจนักเรียนที่เข้ามาใหม่ที่ต้องมีคะแนนเริ่มต้นที่ศูนย์ แต่นั่นใครๆก็ต้องเป็นแบบนั้น แต่ที่สลดคงเป็นถ้าอยากได้คะแนนเยอะๆก็แค่สู้กับอาจารย์ คะแนนก็ได้เป็นพันแล้ว แต่มันยาก คนเป็นอาจารย์ก็ต้องย่อมที่จะแข็งแกร่ง แถมต้องสู้กับอาจารย์คลาสที่ตนอยู่หากสู้กับอาจารย์คลาสอื่นก็ไม่มีคะแนนให้

    แต่ใช่ว่าจะมีแค่ต่อสู้กับอาจารย์ แต่สามารถต่อสู้กับคนในคลาสเดียวกันและต้องเป็นปีเดียวกันด้วยถึงจะได้คะแนนเหมือนกัน

    โรงเรียนแห่งนี้ต้องเรียน 4 ปีจบ และในแต่ละปีรับคนเพียงแค่ 500 คนต่อคลาส หรือก็คือ หนึ่งปีจะมีนักเรียนทั้งหมด 1500 คน และในปีต่อไปก็จะมีจำนวนน้อยลง ด้วยเหตุคะแนนน้อยไม่ผ่านเกณฑ์คะแนนที่จะต้องขึ้นปีสองก็จะถูกไล่ออก และสอบเข้ามาใหม่เรียนใหม่ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่ปีสอง ยังมีปีสามและปีสี่หากไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะถูกไล่ออกแล้วต้องไปสอบเข้าเป็นนักเรียนปีหนึ่งใหม่อีกครั้ง

    คะแนนนั้นไม่มีเต็มขอแค่ถึงเป้าหมายก็เพียงพอ

    ด้วยเหตุนี้ในปีที่ 4 ที่ผ่านๆมา ไม่ถึง 50 คน ที่จบจากโรงเรียนแห่งนี้ แต่หากจบรับประกันว่ามีงานรับรองอยู่แล้ว

    เรื่องคะแนนเป็นอะไรที่สำคัญมากแถมไม่ได้มีแค่เพิ่ม คะแนนยังมีติดลบด้วยเช่นกัน

    "เฮ้อ~~"

    อรัญถอนหายใจ เขาไม่อยากต่อสู้เลยสักนิดเดียว ไม่อยากแสดงฝีมืออันแสนไม่ได้เรื่องของตนให้ผู้ใดได้เห็น โรเห็นอรัญสลดไม่ยอมหายอยู่สักพักแล้ว เขาก็เดินเข้าไปคว้าแขน จ่อริมฝีปากตนใกล้ใบหูก่อนจะเป่าลมใส่หูของอรัญ

    "ทำบ้าอะไรของนาย!!! ทำแบบนี้เพื่ออะไรมิทราบ หา!? แบบนี้มัน.... บลาๆๆๆ"

    อรัญใส่เป็นชุด เด็กหนุ่มก็เห็นว่ามันได้ผลดีไม่เลวเลย จากคนที่สลดกลายเป็นคนที่หงุดหงิดโมโห เด็กหนุ่มคิดว่าหงุดหงิดโมโหยังดีกว่าเศร้าสลด

    "เอาล่ะ พอๆ เงียบซะทีเถอะ มันหนวกหูชาวบ้านเขา เอาเป็นว่านายแค่เอาชนะฉันที่เป็นอาจารย์ไม่ก็เพื่อนร่วมคลาสที่เป็นอันดับต้นก็ได้คะแนนดีแล้ว"

    "อาจารย์? เดี๋ยวนะ เมื่อตะกี้นายบอกว่าเป็นอาจารย์เหรอ? หรือฉันแค่หูฟาดไป?"

    "นายไม่ได้หูฟาด เห็นแบบนี้ฉันก็เป็นอาจารย์ นายเคยรู้จักการกักเก็บพลังเวทในรูปแบบสรีระร่างกายไหมล่ะ? ฉันใช้วิธีนั้นล่ะในการเก็บพลังเวท และฉันก็อายุ 34 แล้วด้วย"

    อะไรนะ!? อายุ 34 ปี... แทนที่จะเก็บพลังเวทในรูปแบบสรีระก็ควรที่จะดูอายุ 20 - 25 สร้างความน่าเกรงขามของผู้เป็นอาจารย์หน่อยก็ดีนะ เล่นมาเป็นเด็กอายุราวๆ 12 - 13 ปี แบบนี้ ไม่อยากมีความเคารพให้เลย แต่ว่าหากกลับไปร่างเดิมแล้วจะเป็นอย่างไงกันล่ะ? อยากเห็นจัง

    "ดูเหมือนนายจะไม่เชื่อ... แต่ช่างเถอะ นอกจากต่อสู้เพื่อเก็บคะแนนแล้ว นายก็คงรู้แล้วินะว่า มีอีกรูปแบบในการเก็บคะแนน"

    "ครับ! อ้า...มันคือ เควส ที่มี 5 ระดับไล่จากยากไปหาง่ายก็ ระดับ S A B C และ D และในแต่ละระดับจะสามารถทำเควสได้ต้องมีคะแนนตามที่กำหนดไว้"

    "ใช่แล้ว ในตอนนี้นายก็สามารถทำเควสได้แค่ระดับ D เพียงเท่านั้น แต่หากจะปลดล็อกระดับต่อไปก็ไปอ่านในคู่มือ Equipment Book ล่ะกัน แล้วนี่เป็นแผนที่เส้นทางไปหอพักของนาย"

    ผู้เป็นอาจารย์ในร่างเด็กยื่นกระดาษแผนที่มาให้ก่อนจะยื่นเครื่องอะไรบางอย่างมาด้วย คงเป็นเครื่อง Equipment Book อะไรนั่นที่อาจารย์ร่างเด็กได้บอก

    "ไปได้แล้ว ไปยังหอพักของตัวเอง เพื่อที่จะได้เตรียมตัวกับการเรียนในวันพรุ่งนี้ ไปๆ"

    ในเมื่อโดนไล่และก็ไม่มีธุระอะไรแล้ว อรัญก็เริ่มออกก้าวเดินเพื่อมุ่งไปสู่หอพักตนตามแผนที่ที่อาจารย์ในร่างเด็กให้มา

    "เอาเป็นว่าเราไปทำเควสเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้ดีกว่าเนอะ เป็นความคิดที่ไม่เลว โรรีบไปหอพักเร็วๆกันเถอะ"

    ทั้งสองออกวิ่งจากที่นี่ไป ปล่อยให้อาจารย์ในร่างเด็กมองลับสายตา ประตูของห้องหนึ่งผู้อำนวยการถูกเปิดออก หญิงสาวแสนสวย ใบหน้าทรงไข่อย่างดี เรือนผมยาวสลวยสีแดงมีออร่าเปล่งประกายตลอดเวลา เดินออกมาจากห้อง และเอ่ยถามอาจารย์ในร่างเด็ก

    "เด็กคนนั้นคิดว่าไงบ้าง? มอคค่า"

    หญิงสาวเดินมาลูบหัวของมอคค่าอาจารย์ในร่างเด็กอย่างเอ็นดู แต่ก็ต้องถูกปัดออกไป เขาไม่ชอบให้ใครมาแลดูเขาเหมือนเด็กเลยสักนิดเดียว ถึงหญิงสาวคนนั้นจะทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบก็ไม่ว่าอะไร อาจารย์ผู้ใดจะใจกล้าในเมื่อเธอคนนี้คือหนึ่งในผู้อำนวยการ และตอบคำถามของเธอไป

    "ไม่รู้สิ คนในทวีปเอเชียมักมีความแค้นปีศาจมาก แต่ก็เลือกมาเรียนที่นี่แต่ดันมาเลือกคลาสฝึกปีศาจก็แค่คิดว่าแปลก"

    "แต่ฉันคิดว่าเพราะปีศาจตนนั้นคงทำให้เขาต้องมาเรียนที่นี้นะ"

    "นั่นก็เป็นอีกเหตุผล แต่เลิกเดามั่วดีกว่า เด็กนั่นจะมาที่นี่เพราะอะไร มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน แต่ว่า...ช่วยเลิกลูบหัวซะทีเถอะ!!!"

    ความอดทนถึงขีดสุดจนต้องระเบิดออกมา เขาจะไม่ทน เขาจะไม่ยอม เขาจะต่อต้าน!! หญิงสาวเลิกลูบหัว ยกยิ้มให้มอคค่า แต่รอยยิ้มนั้นช่างดูน่าขนลุก

    "มอคค่าความอดทนไม่ค่อยมี... เดือนนี้อดโบนัส"

    "ไม่นะ!!!!!"

    แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลย หญิงสาวคนนั้นแค่ต้องการลูบหัวเพราะคิดว่าเขาเป็นเด็กน้อยน่ารัก ไม่ได้ต้องการวัดความอดทนเลยสักนิดเดียว ใช่แล้ว! เพราะผู้อำนวยการสาวคนนี้บอกว่า 'ให้เก็บพลังเวทในรูปแบบเด็กราวๆ 12- 13 ปี ถ้าไม่ ก็เตรียมใจโดนหักเงินเดือน'

    ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

    ใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าจะเจอหอพัก เล่นทำเอาขาลากเลย โรงเรียนจะกว้างเกินไปแล้ว! สงสัยคราวหน้าอรัญคงต้องถามอาจารย์เสียแล้วว่ากว้างเท่าไร แต่ก็คงอาจจะลืมถามหากชินกับที่นี่แล้ว แต่จะชินได้ง่ายๆเลยไหมนะ?

    อรัญโยนกระเป๋าเป้ลงข้างเตียง ทิ้งตัวลงนอนแผ่กางแขนกางขาบนเตียงใหญ่สำหรับนอนสองคนแสนนุ่มทันทีเมื่อเข้ามาในห้อง เขาหลับตาลง ส่วนโรก็ถอดผ้าที่ปิดหน้าปิดตาไว้ ทั้งที่ไม่จำเป็นก็ได้ เพราะโรดูไม่ค่อยเหมือนแต่ก่อน? คงไม่มีใครจำเขาได้หรอกมั้งนะ

    "ให้ตายสิ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว~~ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ"

    "เดี๋ยวอรัญ เราลงพร้อมกันเลยดีกว่านะ ฉันจะได้ซักเสื้อผ้าให้อรัญด้วย"

    "อืม... กำลังขี้เกียจซักอยู่เลย ขอบใจนะ"

    อรัญทำการถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ออกจนเหลือแต่ชั้นใน ทุกกริยาบทของอรัญนั้นโรแทบไม่ละสายตาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่พออรัญหันมาเขาก็หันไปทางอื่นและทำการถอดเสื้อต่อ

    เมื่อถอดเสร็จอรัญก็ไปหยิบผ้าขนหนูสำหรับลงอาบน้ำพันรอบเอวปิดช่วงล่างและถอดชิ้นสุดท้ายที่ใส่มาตั้งแต่เช้า และเดินเข้าห้องน้ำไป

    "เดี๋ยวกางเกงในของฉัน ฉันซักเอง โรไม่ต้องซักให้หรอกนะ"

    ถึงจะขี้เกียจ แต่จะให้คนอื่นซักกางเกงในให้มันคงไม่ดีหรอก แบบนั้นมันเหมือนยังไม่โตเท่าไร? อรัญที่คิดว่าโตพออย่าให้ใครยุ่งเกี่ยวกับส่วนนี้

    โรที่ถอดเสร็จจัดแจงตัวเองเรียบร้อยก็เดินเข้าไปในห้องน้ำที่อรัญได้เข้าไปก่อนแล้ว เมื่อเข้ามาสิ่งแรกที่เห็นคือเรือนร่างของอรัญที่เปียกชุ่มน้ำจากฟักบัว แต่พอมองตนคอขาวเนียนแล้ว หัวใจขงโรก็รู้สึกเต้นแรงขึ้นมาทันที

    เขาโผเข้ากอดอรัญทันทีอย่างอดใจไม่ไหว อรัญก็สะดุ้งตกใจโวยวายนิดหน่อยก่อนจะเลิกโวย และเริ่มรู้สึกว่าโรแปลกๆ

    "โร? เป็นอะไรไปเหรอ?"

    "เราไม่ได้ทำมานานแล้วนะ ตอนนี้ฉันรู้สึกอยากอย่างบอกไม่ถูก ให้ฉันได้ไหม?"

    อรัญลังเลใจที่จะตอบเขากลัวที่จะเจ็บ... แต่ว่า... โรเองก็อดมานานแล้วจริงๆ เขาหวังว่าโรคงจะเตรียมพร้อมให้แล้วนะ

    "ถ้าอย่างนั้นก็ได้ แต่ถ้าเจ็บฉันโวยแน่"

    อรัญหันหน้าเข้าหาโรเพื่อง่ายต่อการที่จะทำ โรซุกต้นคอทันทีเมื่ออรัญหันมา เขาเริ่มไล้เลียจากต้นคอไปยังไหลปลาร้า สร้างความรู้สึกจักจี้จนอรัญต้องหัวเราะและสั่นไปทั้งตัว ดิ้นไปมาเพื่อไม่ให้รู้สึกแบบนี้

    "ฮ่าๆๆ ระ...โร... ฮ่าๆๆ ยะ...อย่า...อิอิ... เลียสิ ฮ่าๆๆๆๆ"

    อรัญเป็นคนบ้าจี้เจอแบบนี้ก็รู้สึกจนหัวเราะ และเวลาหัวเราะแบบนี้มันก็ทรมานอย่างมากเลย แต่แล้วความรู้สึกนี้ก็หายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดทันที...

     

    ความทรงจำของโรเวล
     

    ความมืด นี่คือสิ่งที่ข้าเห็นในตอนนี้ยามเมื่อข้าเริ่มรู้สึกตัวและมีสติขึ้นมา ข้ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่? แล้วที่นี่ที่ไหนมันมืดไปหมด แต่ก็อบอุ่นนุ่มนวลเหลือเกิน

    ยามเมื่อเหล่ามวลดอกไม้ผลิบานและโรยราลงย่อมมีสิ่งอื่นมาทดแทนสิ่งนั้น...

    เสียงเพลง? ของใครกันแต่เป็นเสียงที่อบอุ่นและโหยหาอย่างแปลกประหลาด จนไม่อยากจะตื่นจากนิทรา ตื่นจากนิทรา? ข้ากำลังหลับอยู่เหรอ? ต้องลืมตาขึ้นข้าอยากเห็นใบหน้าของเจ้าของเสียง

    สะแสบตา กลิ่นนี่กลิ่นอะไรกัน? แล้วเสียงอะไรกันอีก? เสียงนี้มันเสียงกรีดร้องหรือเปล่านะ?

    เมื่อสายตาของข้าปรับเข้าทีเข้าทางแล้ว ก็เริ่มมองไปรอบๆ พบว่าข้านอนอยู่บนเตียงนอนสีขาวสะอาดตา ในห้องก็สีขาวไปหมด ข้าว่าข้าไม่ได้เป็นคนชอบสีขาวนะ แต่ว่า... ข้าเป็นใครกัน? 

    ช่วยด้วย อึก อ๊าก!!!

    ข้าผลักประตูเดินออกมายังระเบียง ภาพที่ถูกชโลมไปด้วยสีแดงสว่างงดงามจากเปลวเพลิงที่พลิ้วไหวและโหมกระหน่ำไปตามแรงลม ยามเมื่อมองลงมาจากหอคอยสูง ก็จะเห็นเหล่าผู้คนที่ถูกสิ่งมีชีวิตอัปลักษณ์เข่นฆ่าฉีกร่างและกัดกินอย่างกระหายเลือด ราวกับภาพนรกเฉกเช่นนั้น

    ยามเมื่อเหล่ามวลดอกไม้ผลิบานและโรยราลงย่อมมีสิ่งอื่นมาทดแทนสิ่งนั้น...

    เสียงนั้นอีกแล้ว ข้ามองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นมีใครอยู่เลย ทั้งที่เสียงกรีดร้องเจ็บของคนข้างล่างก็ดังราวกับวงดนตรีที่บรรเลงเพลงที่ผิดเพี้ยน แต่ข้าก็ได้ยินเสียงเพลงนั้นอย่างชัดเจน

    เจ้าอยู่ไหนกัน!!??

    ไม่มีสิ่งใดตอบกลับมาเลยมีเพียงแค่เสียงเพลงมันคงก้องอยู่ในหัวของข้า เสียงนั้นก็ยังคงร้องเพลง ข้าจึงได้เพียงแค่ฟัง ตัวข้าทรุดลงนั่งกับพื้นก่อนแล้วล้มตัวลงนอนกับพื้นที่แสนร้อนระอุ เปลวเพลิงคงทำให้พื้นร้อน จนกระทั่งเสียงร้องเพลงเงียบไป จบแล้วเหรอ? แต่ว่าร่างกายหนักอึ้ง

    'นายอยู่ที่นั่นใช่รึเปล่า?'

    เสียงนั้นถามเหรอ? กำลังถามใครอยู่? ถามข้า?

    ข้าอยู่ต้องนี้ ได้ยินรึเปล่า ได้ยินบ้างไหม นี่ตอบที่สิ

    น้ำตาเริ่มออล้นออกจากดวงตาไหลรินอาบแก้มของข้า ทำไมน้ำตาของข้าถึงไหลกัน ไม่เห็นจะเข้าใจเลย ความรู้สึกแปลกนี้ๆคืออะไรกัน? 

    'ได้ยินสิ โรเวล'

    โร...เวล...? นั่นคือนามของข้าเหรอ?        

    ข้าเป็นใครเจ้าช่วยบอกที ช่วยเล่าเรื่องเกี่ยวกับข้าที! ข้าอยากรู้มากกว่านี้! อยากที่จะรู้...”    

    'แม้....'   

    เอ๋!? ทำไมเสียงของเจ้าเบานัก ข้าไม่ได้ยินเลยว่าเจ้าพูดอะไร

    ข้าไม่ได้ยินเสียงของเจ้าเลย... นี่!?

    “...ไว้พบกันนะ

    เดี๋ยวสิ!!

    ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมาเลย และข้าก็ไม่ได้ยินที่เสียงนั้นพูดก่อนหน้านี้เลย ได้ยินในประโยคสุดท้ายเท่านั้นแต่ก่อนนั้นเหมือนจะได้ยินคำว่า ตามหา อยู่ถึงจะเบามากก็เถอะ ให้ตามหาเจ้าอย่างนั้นเหรอ? แล้วข้าจะรู้จักตัวของข้ามากยิ่งขึ้นอย่างนั้นสินะ

    ถ้าอย่างนั้นข้าจะตามหาเจ้าไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด...

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×