มือปราบเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,645
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    8 ส.ค. 60

ช่วงละครออนแอร์นี้ที่เพจ อัคนี มีเกมให้เล่นอยู่เรื่อยๆ ใครสนใจแวะไปร่วมสนุกได้นะฮะ

....................................................


E-book

มือปราบเจ้าหัวใจ
อัคนี
www.mebmarket.com
ร้อยตำรวจเอกคณินทร์ เวโรจน์นายตำรวจหนุ่มหล่อจากหน่วยป.ป.ส.ผู้มีฝีมือแฮกเกอร์ระดับโลกได้รับมอบหมายให้แฝงตัวเข้าไปสืบหาคนร้ายในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งงานในหน้าที่เขาไม่เคยหวั่นแต่จะทำอย่างไรดีกับมินตรา...สาวแว่นจอมโก๊ะที่ดันสะกิดสะเกาหัวใจเขาให้อยากได้ตัวเธอขึ้นมาตงิด ๆคณินทร์คงจะไม่คิดหนัก ถ้ามินตราไม่เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเมื่อต้องเลือกระหว่างภารกิจหลักกับภารกิจรัก เขาจะเลือกสิ่งไหนมันจะเป็นไปได้หรือไม่หากภารกิจทั้งสองจะเดินหน้าไปพร้อมกัน



เช้าวันทำงานมินตราถึงออฟฟิซแต่ไก่โห่ตามปกติสมกับเพื่อนอุมาเคยแซวไว้ว่า

                “ถ้าเธอเป็นเมียบอสก็เป็นเมียสุดแสนประเสริฐนะมินต์ ตื่นก่อนนอนทีหลัง ท่าทางหัวอ่อนว่าง่าย บวกฝีมือปลายจวักเข้าไปอีก โอ๊ย ผัวรักผัวหลงจนวันตาย”

            ต่างออกไปนิดหน่อยตรงที่คำพูดนั้นเป็นแค่คำแซวเล่น วิญญูเจ้านายโดยตรงของหล่อนเป็นผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่ง ในที่ทำงานไม่เคยเห็นเคยดุใคร เรื่องเคลมลูกน้องในบริษัทนี่ยิ่งเป็นไปไมได้ใหญ่ ลักษณะบุคลิกวิญญูนั้นถ้าเปรียบกันจริง ๆ แล้วมินตรารู้สึกว่าเขาเป็นพ่อเสียมากกว่า ทั้งสุขทุกข์บอสคนนี้พร้อมรับฟังปัญหาลูกน้องเสมอ

                อีกสองวันจะถึงวันสิ้นเดือน มินตราสังเกตว่าสีหน้าเพื่อนร่วมบริษัทหลายคนที่เคยแห้งเหี่ยวมาตั้งแต่กลางเดือนเริ่มชื่นขึ้นกับวันรับเงินเดือนที่ร่นใกล้เข้ามา หล่อนอมยิ้มนิด ๆ เมื่อนึกว่าหนึ่งในนั้นมีอุมารวมอยู่ด้วย เพื่อนคนนี้มีของอยากได้เต็มไปหมด เงินเดือนออกทีขนซื้ออย่างกับแจกฟรี ผิดกับการบริหารจัดการเงินเดือนของสุจิตราอย่างสิ้นเชิง

                ในเมื่อมาเช้าทำให้ไม่ต้องเร่งรีบมากนัก หญิงสาวหยุดยืนใกล้โซฟารับแขกตรงชั้นล่างนิดหนึ่งนึกถึงวีรกรรมสุดเละแล้วหน้าร้อนผ่าว ความคิดหล่อนเลยต่อไปยังชายหนุ่มนามว่าคณินทร์ วันนั้นถึงจะถูกทำให้เกือบเสียเรื่องยังใจดีกับหล่อนเหลือเกิน โอกาสพูดคุยกับเขานานทีเดียวแต่ทำไมนะถึงไม่ถามไปว่ามาสมัครตำแหน่งอะไร

                แล้วมันต่างกันตรงไหน...มินตราเถียงความคิดตัวเอง ถามหรือไม่ถามผลก็ออกมาแล้ว คณินทร์ไม่ผ่านการทดสอบ

 

                “มินต์” เสียงอ่อนแฝงความเป็นห่วงดังขึ้นเหนือศีรษะ

“อะไรเหรอ” มินตราเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง อีกมือดันลิ้นชักด้านล่างโต๊ะทำงานไว้สำหรับเก็บกระเป๋าปิดสนิท

“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”

ถ้ามีพี่น้อง มินตราเคยฝันว่าอยากได้อย่างสุจิตรา ถึงท่าทางดูอ่อน ๆ ขี้อาย สู้รบปรบมือกับใครไม่ได้แต่เมื่อมีทุกข์ คำถามด้วยเสียงอ่อน ๆ ก็มีให้ได้ยินไปพร้อมความอุ่นใจทุกครั้ง แต่คราวนี้มินตราสบตาเพื่อนอย่างงงงวย นอกจากนั่งถอนใจในโอกาสอันหลุดลอยเรื่องคุณนินจาฮัตโตริแล้วชีวิตนี้ก็ไม่เห็นมีอะไรทุกข์ยาก เจ้านายใจดี งานการมั่นคง มีเพื่อนจริงใจ และมีนิยายสนุก ๆ ให้อ่านเต็มไปหมดบนโลกใบนี้

“ทำไมถามงั้นล่ะ”

“ก่อนออกจากบ้านไม่ได้ส่องกระจกเหรอ” สุจิตราถอนใจแต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าล้อมกรอบด้วยผมตรงประบ่ายังดูน่ารักอยู่นั่นเอง

กระจก? “ก็...ส่อง” แบบผ่าน ๆ ลวก ๆ ผมยาวเรียบลื่นหวีทีสองทีจับรวบม้วนเหน็บไว้ตรงท้ายทอยไม่ยากเย็นอะไรถ้าจะทำโดยไม่พึ่งกระจก หล่อนเป็นคนคิ้วหนาดินสอเขียนคิ้วเลยไม่จำเป็น หน้าประด้วยแป้งฝุ่น ทาลิปสติกสีอ่อนอีกหน่อยเป็นอันเสร็จเรื่อง ทุกทีถึงส่องกระจกเหมือนวิ่งผ่าน แต่พอถูกทักทำให้ต้องควักกระจกพกพาในลิ้นชักออกมาส่องค่อยเห็นว่าอะไรคือสาเหตุของคำถามแปลก ๆ

“ตาบวมมาก ร้องไห้ใช่มั้ย”

แม้ยังคงสวมแว่นทว่าเงาจากกระจกยังสะท้อนผิวอ่อน ๆ ใต้ดวงตานูนแดง แบบนี้ถ้าไม่ใช่ตาอักเสบก็เหลือแค่ร้องไห้นี่ล่ะ อย่างแรกนั้นไม่ใช่แน่ มินตรากุมมือเพื่อน ส่งยิ้มแบบซึ้งใจกึ่งสำนึกผิดที่ทำให้เพื่อนห่วงเก้อ

“มินต์ไม่เป็นไรหรอกสุ”

“ยังอีก” นาน ๆ สุจิตราจะทำเสียงเข้มสักที “บอกมาเลย ไม่เห็นสุเป็นเพื่อนแล้วเหรอ”

“คือ...บอกแล้วอย่าโกรธนะ”

“เรื่องอะไรล่ะ เพื่อนร้องไห้ตาบวมทั้งคน มินต์เห็นสุเป็นคนยังไงเนี่ย”

แหะ...ถ้าเป็นอุมาล่ะก็หลังตอบจบหล่อนคงถูกฝ่ายนั้นพิฆาตคาโต๊ะ แต่นี่เป็นสุจิตราผู้แสนดี คงไม่เป็นไร

“เรื่องมันเศร้าน่ะ เศร้าจริง ๆ นะ พระเอกกับนางเอกรักกันแทบตายแต่ตอนจบกลับต้องพลัดพราก” ยิ่งเล่าน้ำตายิ่งพานจะไหล ใครไม่เป็นสาวกนิยายไม่เข้าใจหรอก!

มินตรามัวแต่เช็ดน้ำตาป้อยระหว่างคิดว่าเย็นนี้ท่าจะต้องอ่านนิยายหวานอ่านสบายของแพรวพรรณนักเขียนคนโปรดอีกคนหนึ่งเพื่อดามใจถึงไม่ทันเห็นดวงตาเบิกกว้างกับริมฝีปากห่อเป็นรูปวงกลมของเพื่อนสาว ยังคงพร่ำรำพันต่ออย่างอินจัด เนื้อเรื่องในนิยายรักแสนรันทดจบลงด้วยการจากลายังคงสร้างความสะเทือนใจไม่หาย

“สุคิดดูนะ จากกันทั้ง ๆ รักมันทรมานยิ่งกว่าตายจากซะอีก”

เงียบ...ทุกอย่างคือความเงียบงันจนนึกสงสัย มินตราเงยหน้าขึ้นจากฝ่ามือเห็นเงาดำผ่านหน้าวูบหนึ่งตามด้วยเสียงดังเพี้ยะ ตรงต้นแขนเจ็บ ๆ คัน ๆ

“ยายมินต์บ้า”

“สุ” มินตราร้องเรียกแต่สุจิตราไม่หันกลับมา เดินหนีแบบงอน ๆ ตะโกนตอบกลับมาว่า

“เลิกเพ้อแล้วทำงานเลยนะ”

 

งานเลขานุการเป็นงานใช้ความสามารถรอบตัวทั้งทางตรงทางอ้อมรุกและรับ ผ่านพ้นช่วงเช้าหลุดพ้นจากอาการเพ้อ ๆ มาแล้วมินตราก้มหน้าทำงานจนหัวฟู หญิงสาวขยับหูฟังให้ถนัด กดปุ่มหยุดบนเครื่องบันทึกเสียงเป็นพัก ๆ เพื่อถอดความใส่รายละเอียดเพิ่มเติมจากโน้ตย่อที่จดระหว่างฟังการประชุมเมื่อสองวันก่อน

วิญญูยังไม่เข้าออฟฟิซตั้งแต่เช้า มินตราค่อนข้างพอใจในจุดนี้เพราะจะได้มีเวลาสะสางงานคั่งค้างให้หมดสิ้นไป กำลังตั้งใจสรุปรายงานการประชุมแฟ้มเสนอเซ็นปกสีชมพูเข้มถูกวางลงบนโต๊ะ หล่อนเงยหน้าขึ้นจะถามคนนำสาส์นก็เห็นฝ่ายนั้นหมุนตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว

เอกสารเสนอเซ็นถึงผู้บริหารทั้งสามมีไม่เว้นแต่ละวัน มินตราเห็นเจ้านายยังไร้เงาเลยวางไว้อย่างนั้นกระทั่งพิมพ์งานเสร็จ มือเรียวคว้าแฟ้มมาเปิดออก อ่านรายละเอียดเอกสารเหน็บด้วยลวดเสียบทีละฉบับจนถึงฉบับสุดท้าย นัยน์ตาสวยหลังแว่นตาไล่อ่านเรื่อยลงมา ทุกบรรทัดที่ผ่านไปมันทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ อย่างหาเหตุผลไม่ได้

...รายชื่อพนักงานใหม่...

คราวก่อนก็เซ็นไปหนหนึ่งแล้วทำไมยังมีอีก ความสงสัยดังก้องอยู่ในหัว มินตราปัดความคิดนั้นทิ้งอย่างเร็ว ทำไมหล่อนจึงลืมได้ว่าพนักงานเข้าใหม่มีมาเรื่อย ๆ ไม่ใช่เดือนละครั้งหรือปีละครั้งเสียหน่อย

เมื่อคืนหล่อนเสียน้ำตาเป็นปี๊บเพราะนิยายยาวสามร้อยกว่าหน้า แต่วินาทีนี้ตัวอักษรเรียงต่อกันไม่ถึงบรรทัดกลับมีผลยิ่งกว่า ทรงพลังกว่ากันมาก กลีบปากอิ่มแย้มออกเป็นรอยยิ้มสดชื่น เทวดาต้องเล่นตลกกับหล่อนแน่ ๆ คราวก่อนแกล้งให้ใจเหี่ยวแฟบแทบแย่มาตอนนี้...

“คณินทร์ครับ คณินทร์ ใจธรรม” เสียงห้าวลึกแฝงไว้ด้วยความอารมณ์ดีดังขึ้นในความทรงจำอีกครั้ง

นายคณินทร์ ใจธรรม หัวหน้าฝ่ายไอที ชื่อเขา...เขาจริง ๆ ด้วย ถึงครั้งก่อนสมองเบลอลืมถามชายหนุ่มว่าสมัครงานตำแหน่งไหนวันนี้หล่อนก็ได้รู้แล้ว

 

บริษัท พงศ์พลฟู้ดส์ จำกัด

เจ้าของดวงตาสีเทาเข้มจ้องมองป้ายชื่อบริษัทอยู่นานชั่วอึดใจ ในงานของตำรวจข้อมูลสำคัญมากทว่ายังน้อยกว่าหลักฐาน แม้รู้เต็มอกว่าใครเป็นคนผิดหากขาดซึ่งหลักฐานแล้วผู้ร้ายย่อมลอยนวลซึ่งมีให้เห็นออกบ่อยไป นอกจากเหตุผลเรื่องการตายของบิดาเขายังหลงใหลการสืบค้นหาความจริงจนพยายามเข้าแผนกสืบสวนสอบสวนสุดความสามารถ

ร้อยตำรวจเอกคณินทร์นึกถึงสองวันก่อน หลังจากปรึกษาหารือเรื่องปรับแผนเข้าสืบหาความจริงเกี่ยวกับภารกิจล่าสุด เขากับจ่าขจรเตรียมแยกย้าย ขณะนั้นเองโทรศัพท์เขาดังขึ้น มันเป็นเบอร์ใหม่เปิดใช้สำหรับนายคณินทร์ ใจธรรมโดยเฉพาะ

“สวัสดีค่ะคุณคณินทร์ ดิฉันเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจากพงศ์พลฟู้ดนะคะ ตามที่คุณได้สมัครงานตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายไอทีไว้ ยินดีด้วยนะคะขอต้อนรับสู่บริษัทของเรา”

เขากล่าวขอบคุณเพียงสั้น ๆ พ่นลมหายใจออกจากปาก จ่าขจรเสียอีกกระโดดตัวลอยพร้อมกับโห่ร้อง

“สำเร็จ!

“เพิ่มเริ่มต้นต่างหาก”

แต่เป็นการเริ่มต้นไม่เลวเลย คิดจะเอาลูกเสือวิธีไหนเล่าดีไปกว่าเข้าถ้ำเสือ การได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งในบริษัทผู้ต้องสงสัยถือเป็นโอกาสทอง เข้าออกยังไงก็เป็นที่สงสัยได้ยากกว่าคนนอกที่ถ้าหากข้อมูลทั้งหมดอยู่ในอาคารสี่ชั้นนี้แล้ว เขาย่อมมีความจำเป็นต้องเล็ดลอดเข้าขโมยข้อมูลไม่วันใดก็วันหนึ่ง

ถ้าจะมีอะไรผิดที่ผิดทางไปสักหน่อยคงไม่พ้น...คณินทร์ก้มมองภาพลักษณ์ใหม่ของตัวเองด้วยสีหน้าเพลีย ๆ เนคไทเส้นเล็ก เชิ้ตแขนยาวสีพื้นทับในกางเกงสแล็กส์ และรองเท้าหนัง ดูเป็นหนุ่มออฟฟิซเต็มตัวหมดมาดนายตำรวจหน่วยสืบสวนสอบสวนอย่างสิ้นเชิง แบบนี้ก็สมกับให้จ่าขจรคู่หูบ่นกระปอดกระแปดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“อย่างผู้กองนี่เขาเรียกจับเสือมือเปล่า ปืนสักกระบอกยังไม่มีพก ไอ้พวกนี้มันขึ้นชื่อว่ากำจัดสายของทางการไร้ร่องรอยไม่มีเหลือมานักต่อนักด้วย ผมไม่ไว้ใจจริง ๆ”

ฝ่ายทรัพยากรบุคคลอยู่บนชั้นสาม คณินทร์ตรงขึ้นไปรายงานตัว ที่นั่นเขาพบหญิงสาวคนหนึ่งแต่งตัวด้วยชุดทำงานเรียบร้อยแต่พอดีตัวจนน่ากลัวอะไรต่อมิอะไรจะอึดอัดแล้วดันออกมานอกเนื้อผ้าไม่นาทีใดก็นาทีหนึ่ง

“ยินดีต้อนรับค่ะคุณคณินทร์ ฉันเอวิตา แต่เรียกเอมี่ดีกว่านะคะ” พนักงานสาวฝ่ายทรัพยากรบุคคลในส่วนดูแลพนักงานลาออกและเข้าใหม่เอ่ยทักทายและแนะนำตัว

แววตาที่ใช้มองกันมันช่างเปิดเผยจนคณินทร์คิดถึงอย่างอื่นไม่ออกนอกจากสะพานเสริมใยเหล็กชนิดคงทนพิเศษ เขาระบายยิ้มยื่นมิตรไมตรีในแบบฉบับของตนพลอยทำให้ดวงตาคู่นั้นเป็นประกายหวานเชื่อมขึ้นอีกมาก

“ยินดีที่รู้จักครับคุณเอมี่ คุณเองก็เรียกผมนินเฉย ๆ ดีกว่า”

“เอมี่ค่ะ ไม่ใช่คุณเอมี่” ดวงตาหญิงสาวนามว่าเอวิตาตวัดค้อนอย่างมีจริต

“ครับเอมี่”

คำตอบอย่างเอาใจยังความพอใจให้หญิงสาวมากทีเดียว หล่อนโปรยยิ้มหวาน ก้าวพ้นโต๊ะ เดินนำชายหนุ่ม “มาค่ะ เป็นธรรมเนียมของเราว่าถ้ามีพนักงานใหม่จะได้รับการแนะนำให้ทุกคนรู้จักรวมถึงพาชมส่วนต่าง ๆ ในตึกนี้ด้วย”

ยอดเยี่ยม! คณินทร์แทบชกกำปั้นใส่มืออีกข้างแสดงความสมใจ

การพาชมส่วนต่าง ๆ ในตึกเริ่มต้นจากชั้นล่าง เอวิตาพาคณินทร์เดินอย่างช้า ๆ ไปทุกแผนกทุกโต๊ะแล้วเอ่ยแนะนำพนักงานใหม่ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายไอทีด้วยประโยคซ้ำเดิมได้อย่างไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อย

“นี่คุณคณินทร์ หัวหน้าฝ่ายไอทีคนใหม่ของเรา มีปัญหาเรื่องคอมพ์กริ๊งหาได้เลยเบอร์ภายในเบอร์เดิมของกอล์ฟนั่นแหละ” หล่อนหมายถึงหัวหน้าฝ่ายไอทีคนเก่า

“แล้วถ้ามีปัญหาหัวใจล่ะคะโทร.ได้หรือเปล่า” พนักงานฝ่ายขายสาวหยอดถามโดยไม่สนเสียงโห่รับจากเพื่อนในแผนก

ท่าทางพนักงานสาวของพงศ์พลฟู้ดจะเปรี้ยวใช่เล่น คณินทร์ได้ยินคำถามคล้าย ๆ กันนี้เป็นครั้งที่สามแล้วและเขาก็ส่งยิ้มขำ ๆ กลับไปเหมือนเดิม

กิริยาเป็นมิตรแต่ไม่รับลูกหยอดของสาว ๆ ดูจะทำให้เอวิตาสะใจอยู่ไม่น้อย หล่อนหัวเราะเสียงแหลมใส่เพื่อนร่วมบริษัทอย่างกับว่าตัวเองเป็นแฟนคณินทร์แล้วเขาก็รักหล่อนมากด้วยขนาดว่ามีสาวทอดสะพานให้ยังไม่สนใจ

การชมสถานที่พร้อมแนะนำตัวไล่เรื่อยจากชั้นล่างมาจนถึงชั้นสี่เป็นชั้นทำงานของผู้บริหารกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่ นอกนั้นเป็นของเลขานุการและซีกฝั่งตรงข้ามเป็นของฝ่ายไอที ห้องทำงานนายทั้งสามวิญญู วัศยา และวาทิศอยู่ห่างจากกันแบบห้องเว้นห้องมีห้องประชุมเป็นตัวกั้น หน้าห้องทั้งสามเป็นโต๊ะทำงานสำหรับเลขานุการซึ่งพร้อมใจกันว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เงาเจ้าของให้เห็น

“คุณวาทิศมีงานที่โรงงานค่ะอาทิตย์นี้คงไม่เข้าออฟฟิซแน่” เอวิตาเล่าสู่ราวกับเป็นเลขานุการตัวจริง “ส่วนคุณวิญญูนี่ไปเทคแคร์ลูกค้าสำคัญจากต่างประเทศอยู่ที่เชียงใหม่นู่น ป่านนี้ขี่ช้างอยู่ล่ะมั้งคะ”

เอวิตาเป็นคนช่างพูดนัก นอกจากไม่รำคาญคณินทร์ยังชอบด้วยซ้ำ เริ่มมองเห็นช่องทางรำไรในการหาข้อมูล ถ้าถามเธอคนนี้ท่าทางเจ้าตัวจะเต็มใจตอบทุกคำถาม เพียงแต่เขาจะถามพร่ำเพรื่อนักไม่ได้ จากท่าทางช่างจ้อของหล่อน กับเขาอย่างไรกับคนอื่นก็คงไม่ต่าง ถ้าหล่อนเอาไปพูดต่อว่าถูกเขาถามนู่นถามนี่อาจเป็นเรื่องขึ้นได้

ในที่สุดการพาทัวร์พงศ์พลฟู้ดก็จบลงที่หน้าห้องวัศยาผู้บริหารสาวคนเดียวในสามพี่น้องตระกูลพงศ์พล ระหว่างรอเข้าพบคณินทร์พยายามคิดว่าอะไรคือเรื่องค้างคาใจจนคิ้วขมวดอยู่อย่างนี้ นาทีต่อมาถึงร้องอ้ออยู่ในใจ

“มินตรา” พึมพำชื่อหญิงสาวหนึ่งแฟ้มข้อมูลคดี

“อะไรนะคะ” เอวิตายังนั่งอยู่เป็นเพื่อนเอ่ยถาม

คณินทร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง อยากถามถึงมินตราอยู่เหมือนกันเพราะไม่เห็นหล่อนทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่น่าจะเจอยังบังเอิญพบเจอแถมเกิดเหตุการณ์ตั้งมาก ทว่าคงเพราะสายตาสื่อความรู้สึกพิเศษของคู่สนทนากระมังทำให้ตัดสินใจไม่เอ่ยถามออกไป

กำลังจะบอกปัดก็พอดีได้รับอนุญาตให้เข้าพบวัศยาได้คณินทร์เลยได้ช่องหลบเลี่ยงคำถามนั้นอย่างละมุนละม่อม

               

                “สวัสดีคุณคณินทร์”

ดูเหมือนวัศยาจะจำชื่อพนักงานใหม่อย่างเขาแม่นทีเดียว ถ้านี่เป็นนิสัยส่วนตัวก็แล้วไปแต่ถ้าเป็นเหตุผลอื่นเช่นถูกเพ่งเล็งพิเศษคณินทร์คิดว่าคงต้องระวังตัวทุกฝีก้าว...ยิ่งกว่าเคยระวังมาตลอด รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต หนึ่งในอุดมคติตำรวจว่าไว้คงเพราะแบบนี้ ประมาทเมื่อใดหายนะเกิดเมื่อนั้น

                ห้องทำงานผู้บริหารหญิงหนึ่งเดียวเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างยิ่ง พรมปูเรียบกริบไร้รอยโป่งนู่น เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำทำงานเงียบเหมือนกลัวจะรบกวนเจ้าของห้อง วัศยานั่งเป็นสง่าอยู่บนเก้าอี้หนังพนักสูงสีดำหลังโต๊ะทำงานสีเบจรูปตัวแอล ด้านข้างโต๊ะตั้งตู้เอกสารขนาดใหญ่อัดเต็มด้วยแฟ้มงานขนาดเท่ากันเรียงตั้งตรงไม่โย้เย้สักมิลเดียว อย่างนี้นี่เองมินตราถึงบอกเขาว่าวัศยาเป็นคนเจ้าระเบียบ บนโต๊ะทำงานของหล่อนไม่มีสิ่งใดวางระเกะระกะ สิ่งขัดตาสร้างความประหลาดใจอย่างเดียวสำหรับผู้กองหนุ่มได้แก่คอมพิวเตอร์ นอกจากเครื่องบนโต๊ะทำงานแล้วยังมีอีกเครื่องหนึ่งบนโต๊ะเล็กตรงมุมห้อง

                “ดีใจที่ได้ร่วมงานกัน” เสียงขรึมดึงความสนใจคณินทร์กลับมายังเจ้าของห้อง “หวังว่าคุณคงทำงานให้เราเต็มที่สมกับเคยบอกไว้ในวันสัมภาษณ์”

                “แน่นอนครับ” ไม่ต้องห่วง ผมน่ะเต็มที่อยู่แล้ว!

            “อีกอย่าง” สายตาวัศยาจับจ้องคณินทร์ราวกับเครื่องสแกน มันชวนอึดอัดไม่น้อยแต่คณินทร์ยังวางสีหน้าท่าทางเป็นปกติได้อย่างดี “ฉันไม่ชอบให้เกิดความวุ่นวายในที่ทำงาน โดยเฉพาะเรื่องชู้สาว ขอฉันพูดตรง ๆ เลยละกันนะคุณคณินทร์ หน้าตาอย่างคุณมันทำให้ฉันกังวลอยู่พอสมควร พูดอย่างนี้หวังว่าคงเข้าใจ”

                ฟัง ๆ ก็คล้ายเจ้านายก้าวก่ายเรื่องส่วนบุคคลของลูกน้องมากเกินความจำเป็น แต่ก็มีให้เห็นบ่อยไปนี่นะว่าปัญหาหนุ่มสาวทำให้เกิดความวุ่นวายในหน่วยงานมากแค่ไหน

                “อย่าห่วงเลยครับ เรื่องแบบนั้นไม่มีวันเกิดแน่นอน” ตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพเจือขบขัน

                วัศยาพอเข้าใจความหมาย ชายหนุ่มคงกำลังบอกว่าหน้าตาอย่างเขาไม่มีทางทำให้เกิดความวุ่นวายเรื่องชู้สาวขึ้นได้...ช่างไม่รู้ตัวเอาเสียเลย แต่เมื่อชายหนุ่มคิดอย่างนั้นก็ดีไปอย่าง หล่อนเป็นมานักต่อนักพวกมั่นใจในความหล่อแล้วใช้เป็นเครื่องมือโปรยเสน่ห์ พวกนี้อันตรายและน่ารังเกียจที่สุด จึงไม่ว่าอะไรอีก บอกย้ำถึงกฎระเบียบอีกนิดหน่อยจากนั้นค่อยเอ่ยอนุญาตให้ออกไปได้

            แผนกสุดท้ายที่คณินทร์ถูกพามาคือที่ทำงานของเขาเอง ในฝ่ายไอทีเหมือนเมืองลับแลไม่มีผิดสลับกันตรงที่เมืองลับแลในตำนานเป็นเมืองหญิงล้วนทว่าฝ่ายไอทีมีแต่พนักงานชาย แต่ละคนท่าทางสบาย ๆ สมกับลักษณะงาน ต่างเข้ามาทักทายเขาด้วยความเป็นกันเอง

ครึ่งวันแรกของการทำงานผ่านไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่ากะพริบตา พอเข็มนาฬิกาทั้งสั้นและยาวชี้ตรงเลขสิบสองหนุ่ม ๆ ในฝ่ายก็ลุกพรึ่บ

“พี่นินฮะไปกินข้าวกัน”

คนเอ่ยชักชวนทั้งยังยิ้มกว้างจนแทบเห็นฟันครบสามสิบสองซี่ชื่อนครินทร์ หนุ่มใต้อายุ 23 ปี เพิ่งเรียนจบระดับปริญญาตรีหมาด ๆ จากมหาวิทยาลัยชื่อดังทางภาคเหนือ เป็นเด็กภาคใต้ขึ้นไปเรียนทางภาคเหนือแต่ดันมาทำงานกรุงเทพ ประวัติยุ่งเหยิงไม่ใช่เล่น นครินทร์หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่ารินนั้นรูปร่างสูงโย่ง ใบหน้าคมเข้มตามพื้นเพ ผมหนาหยิก โดยรวม ๆ มองแล้วทำให้นึกถึงใครไม่ได้นอกจากเงาะป่า

“อ้าวเที่ยงแล้วเรอะ ไป ๆ” คณินทร์ปิดหน้าจอคอมพ์ ลุกขึ้นตามคำชวน

“อะไรพี่ ท่าทางเหมือนทำงานเพลิน ฟิตตั้งแต่วันแรกแบบนี้ขี้เกียจอย่างพวกผมก็ตายดิ่”

“เพิ่งมาทำงานต้องทำตัวไฟแรงไว้ จริงไหม ไปสิกินร้านไหนกัน หิว ๆ”

 

การทำงานในวันต่อมาเหมือนเมื่อวานไม่มีผิด คณินทร์พบว่าฝ่ายไอทีของพงศ์พลฟู้ดเป็นพวกว่างงาน วัน ๆ หนักไปทางนั่งคุยอัพเดทข่าวกีฬา คืนนี้บอลทีมไหนเตะบ้าง ไม่ก็นัดสังสรรค์หลังเลิกงานตามเรื่อง แต่หนุ่ม ๆ ผู้ว่างงานออกจะทำตัวขัดแย้งอยู่สักหน่อยตรงที่หกโมงเย็นก็แล้วทุ่มหนึ่งก็แล้วไม่มีใครยอมกลับบ้าน ทุกคนทำตัวเหมือนไม่มีบ้านจะกลับ สมัครใจนั่งตากแอร์อยู่ในที่ทำงานได้จนดึกดื่นเสียอย่างนั้น

เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม คณินทร์ตามน้ำเพื่อนร่วมแผนกอยู่ออฟฟิซล่วงเลยมาจนหกโมงครึ่ง ชายหนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูง บิดตัวยืดเส้นยืดสายเพื่อคลายความเมื่อยขบจากการค้นหา อะไร บางอย่างในระบบ สองวันแล้วถึงได้ข้อสรุปแน่นอน สิ่งที่ต้องการค้นหาไม่อยู่ในระบบเครือข่ายของพงศ์พลฟู้ด

แต่ละชั้นทำงานมีห้องแพนทรีสำหรับให้พนักงานพักเบรกชงกาแฟ ส่วนนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างฝ่ายไอทีกับส่วนของผู้บริหาร มองไปยังเห็นไฟเปิดสว่างแต่ไม่มีพนักงานสักคนเดียว คณินทร์มาถึงห้องแพนทรีตรงมายังคูลเลอร์น้ำที่มีก็อกร้อนและเย็น เลือกจ่อแก้วใต้ช่องน้ำเย็นแล้วเดินกลับมาตามทางเดิม

เนื่องจากชั้นสี่เป็นชั้นสำคัญตั้งแต่ทางเข้าประตูจะมียามรักษาความปลอดภัยเฝ้าอยู่ การผ่านเข้าออกด้วยการทาบบัตรพนักงานถือเป็นการสแกนอีกชั้นหนึ่ง หน้าห้องผู้บริหารเองมีเครื่องผ่านรหัสแบบกดเลขรหัสอยู่ทั้งสามห้อง ส่วนฝ่ายไอทีต้องทาบบัตรอีกครั้งเช่นกัน

ผู้กองหนุ่มถือแก้วน้ำเย็นกลับมา ที่หน้าทางเข้าฝ่ายไอทีนั้นเองเขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งทำลับ ๆ ล่อ ๆ เกาะประตูชะแง้มองเข้าไปยังด้านใน อาการซอยเท้ายุกยิกแสดงถึงความตื่นเต้นกังวล คณินทร์เดินเข้าไปใกล้อีกนิดด้วยฝีเท้าเบากริบแต่ตามสัญชาตญาณมนุษย์แล้วเมื่อถูกมองจากด้านหลังมักรู้สึกตัวฝ่ายนั้นจึงสะดุ้งเฮือกหันกลับมา ระยะห่างไม่ถึงช่วงแขนบวกกับความลุกลี้ลุกลนของหญิงสาวทำให้มือเจ้าหล่อนปัดถูกแก้วน้ำ น้ำเย็นกว่าครึ่งแก้วกระฉอกรดเสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวใหม่ ความเย็นชื้นของมันกระจายตั้งแต่บริเวณอกเสื้อเรื่อยลงมา

“คุณนิน!” มินตราร้องอุทานทันทีที่เห็นหน้าชายหนุ่มชัด มือข้างหนึ่งยกขึ้นปาดน้ำที่กระเซ็นเปียกแว่นตาออกทำให้ภาพตรงหน้ายิ่งมัวเข้าไปใหญ่

“ตั้งแต่พรุ่งนี้ผมคงจะต้องพกเสื้อกันฝนมาด้วย อืม หรือชุดเกราะดี” คณินทร์เย้าขณะก้มมองสภาพเปียกมะล่อกมะแล่กของตัวเอง เพราะจำมินตราได้แต่แรกจึงคิดแต่จะทักทาย ลืมสนิทเสียได้ว่ายิ่งเป็นมินตรายิ่งต้องระวัง ดูเอาเถิดคราวที่แล้วทำเขาเละไปทั้งตัวด้วยกาแฟใส่วิปปิงครีม คราวนี้เป็นน้ำเย็น หรือเขาจะต้องใส่ชุดเกราะจริง ๆ ใส่ไว้เลยตั้งแต่เช้าเพราะไม่รู้ว่ามินตราจะโผล่มากลั่นแกล้ง เขาเมื่อไหร่

ถ้าพบกันแบบปกติธรรมดาหล่อนคงกลัวเขาจดจำได้ไม่แม่นยำกระมัง คณินทร์นึกขัน ๆ

ตั้งแต่วันที่เห็นชื่อคณินทร์ปรากฎอยู่ในรายชื่อพนักงานใหม่ทั้งยังรู้ว่าเขาต้องเริ่มงานวันต้นเดือนมินตราก็รอคอยมาตลอด แต่การรอคอยมันกลับเพิ่มความทรมานเข้าไปอีกเพราะคำสั่งของวิญญูให้ตามไปเทคแคร์ลูกค้าที่เชียงใหม่ด้วย อากาศต้นฤดูหนาวของเชียงใหม่เย็นสบาย ธรรมชาติสวยอากาศบริสุทธิ์กับกิจกรรมมากมายนั้นมินตราสุดแสนจะชื่นชอบ ทว่าว่างเมื่อไหร่ใจก็ลอยกลับมากรุงเทพทุกครั้ง วันนี้ทันทีที่กลับมาถึงแทนที่จะตรงกลับบ้านหล่อนเลือกเข้าออฟฟิซ ด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะเจอคณินทร์ แล้วก็เจอจริง ๆ

หลังเลิกงาน ตรงไหนไม่มีพนักงานนั่งไฟจะถูกปิด แต่หน้าทางเข้าฝ่ายไอทียังคงสว่าง ได้ยินเสียงพูดคุยเล็ดลอดออกมาจากด้านใน มินตรามองเสื้อเชิ้ตคณินทร์ด้วยหน้าตาเหยเก ไม่รู้ว่าทำไมทุกครั้งที่เจอเขาจะต้องมีเรื่องผิดพลาดแบบนี้

“ฉันซุ่มซ่ามอีกแล้ว” พึมพำยอมรับผิดเสียงอ่อย แล้วคิดได้ รับผิดก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น หล่อนรีบควักผ้าเช็ดหน้าลายหมีน่ารักออกจากกระเป๋า “มาค่ะฉันเช็ดให้”

มือสั่น ๆ กำผ้าเช็ดหน้าแน่น ไม่ได้ยินเสียงตอบจากเขาก็เหมาเอาเองว่าได้รับอนุญาต จัดแจงกดผ้าซับน้ำ ความชื้นเย็นซึมจากเสื้อเชิ้ตกรุ่นกลิ่นน้ำหอมบุรุษจาง ๆ มายังผ้าขนหนูผืนเล็ก กลิ่นกายชายหนุ่มบวกกับรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นเป่ารดอยู่เหนือหน้าผากทำเอาลมหายใจมินตราชะงักค้างอยู่กลางปอด ผิวหน้าร้อนผะผ่าว ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นแม้แต่นิดเดียว มันน่าอายไม่ใช่หรือถ้าเขาจะได้เห็นสาวเงอะงะหน้าแดงเพียงแค่การใกล้ชิดกันแบบธรรมดานี่ ทว่าการไม่เงยหน้ามองก็เหมือนบังคับสายตาให้จำเพาะอยู่ที่แผงอกเต็มมัดกล้ามเห็นรำไรอยู่ใต้เสื้อเปียกชื้นมันยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

คณินทร์บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมจึงปล่อยให้มินตราทำอย่างที่กำลังทำ เขามองหล่อนนิ่ง ๆ เห็นแต่ผมค่อนข้างยุ่ง กับมือกำผ้าเช็ดหน้าที่ยิ่งนานแรงกดยิ่งเพิ่มและยิ่งเร็ว ก่อความรู้สึกทั้งขำทั้งเอ็นดู

“พรุ่งนี้วันหวยออกหรือไง” มืออบอุ่นแตะเหนือหลังมือหญิงสาวแผ่ว ๆ

มินตราเงยหน้าพรวด หน้าผากมนเฉียดผ่านปลายจมูกโด่งของคนก้มหน้าอย่างไม่ตั้งใจ มือไม้พานเย็นเฉียบ ลมหายใจกลางปอดอัดแน่นแทบระเบิด อยากก้มหน้าหนีก็ไม่ได้กลัวความใกล้ชิดล่อแหลมแบบเมื่อครู่เกิดซ้ำ ครั้นจะก้าวถอยหนีขามันดันแข็งเสียอย่างนั้น ยิ่งไปกว่านั้นมือข้างหนึ่งบนอกกว้างยังอยู่ในลักษณะเหมือนถูกกุมอยู่หลวม ๆ

“ค...คะ?” เมื่อครู่เขาพูดอะไร ได้ยินแค่คำว่าหวย...นอกจากร่างแข็งเหมือนถูกสตั๊ฟ สมองยังประมวลผลช้าลงด้วย มีก็แต่เพียงหัวใจเท่านั้นทำงานเร็วจี๋เต้นตุบตับไม่หยุด

“คุณถูเอา ๆ อย่างกับผมเป็นต้นตะเคียน” นัยน์ตาสีเทาเข้มเต้นยิบ ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนอายม้วนต้วนได้น่ารักเท่านี้มาก่อน

“ขอโทษค่ะ เจ็บเหรอคะ” ชักมือกลับเขิน ๆ

“มือเล็กแค่นี้จะทำอะไรผมได้ แซวเล่นเฉย ๆ ครับ ไม่ต้องซีเรียส คุณมาทำอะไรตรงนี้” มือนุ่ม ๆ จะทำให้เจ็บได้อย่างไร มีแต่ทำให้รู้สึกดีล่ะไม่ว่า

“เพิ่งกลับจากต่างจังหวัดค่ะ พอดีรู้มาว่าคุณได้งานเลยอยากมาแสดงความยินดีสักหน่อย” การสนทนายาวขึ้นช่วยคลายอาการเกร็งลง มินตราขยับตัวได้อีกครั้ง “ยินดีต้อนรับนะคะคุณนิน”

“ทำไมคุณถึงรู้ว่าผมจะได้งาน”

“เห็นจากแฟ้มเสนอเซ็นอนุมัติน่ะค่ะ” มินตราถอดแว่นออกเช็ด

“ไม่ใช่แบบนั้น มา ผมช่วย” คณินทร์แย่งแว่นตานั่นมาเช็ดแทนด้วยการดึงชายเสื้อเชิ้ตบรรจงเช็ดไปในทิศทางเดียวกันไม่ใช่ถูเอา ๆ อย่างกับขัดหาหวยอย่างมินตราทำอยู่เมื่อครู่ “ให้ดีควรจะใช้ผ้าเช็ดแว่น แต่ถ้าไม่มีจริง ๆ เวลาเช็ดคุณควรถูผ้าไปทิศทางเดียวกัน ฝุ่นจะได้ไม่ถูเลนส์แว่นทำให้เป็นรอยขูดขีด”

คณินทร์สอน เช็ดเสร็จจึงส่งคืน มินตรารับมาสวมดังเดิม ไม่ได้ตั้งใจฟังหลักการเช็ดแว่นที่ถูกต้องสักนิดเดียวเพราะมัวแต่ซึมซับน้ำเสียงนั้นอย่างช้า ๆ เพื่อเปรียบเทียบกับความทรงจำที่เก็บกักไว้ในลิ้นชักสมอง จะว่าไปแสงตรงนี้ค่อนข้างสว่างแต่ก็ใกล้เคียงกับคืนนั้น น้ำเสียงหนักแน่นบอกย้ำประโยคสั้น ๆ ให้รู้สึกถึงความอบอุ่นปลอดภัย ใบหน้าที่เห็นในระยะประชิด ถ้าไม่ใช่คน ๆ นี้มินตราคิดได้อย่างเดียวแล้วว่าต้องเป็นฝาแฝด

“คุณนินคะ ถ้าฉันถามอะไรแปลก ๆ ก็ขอโทษด้วยแต่รบกวนตอบได้ไหม”

นับจากบังเอิญพบกันอีกครั้ง รู้ว่าหล่อนเป็นหนึ่งในบริษัทพงศ์พลฟู้ด คณินทร์เตรียมตัวไว้แล้วว่าคงถูกถามเข้าสักวัน...ถ้าหล่อนจำกันได้ ชายหนุ่มพยักหน้า “ครับ ถามได้เลย”

มินตราเริ่มต้นด้วยการเล่าเหตุการณ์คืนนั้นให้ฟัง ต่อให้เขาเป็นหนึ่งในพนักงานพงศ์พลฟู้ด ต่อไปจะได้เห็นหน้าเช้ากลางวันเย็นหล่อนก็ไม่คิดรออีกต่อไปในการถามคำถามต่อไปนี้ “ฉันแน่ใจว่าคน ๆ นั้นคือคุณ ใช่...ใช่มั้ยคะ”

“ทำไมถึงอยากรู้นัก”

“เรื่องแบบนี้สำหรับผู้หญิงถือว่าร้ายแรงมาก ที่รอดมาได้ก็เพราะเขา ตอบมาเถอะนะคะมันสำคัญกับฉันจริง ๆ”

ให้ต่อสู้กับผู้ร้ายทั้งขโยงยังง่ายกว่าสู้กับคำขอร้องแกมอ้อนของผู้หญิง คณินทร์ลอบถอนใจในความไม่เอาไหนของตัวเอง ทั้งที่เคยคิดว่าจะปิดเป็นความลับ เหตุผลง่าย ๆ ก็แค่ไม่เคยคิดว่าช่วยแล้วต้องเป็นบุญเป็นคุณกัน กลับต้องยอมบอก

“ถ้าเหตุการณ์เป็นอย่างคุณเล่ามาก็ใช่ นั่นคือผมเอง” สายตาคมกริบจ้องมองอย่างรอคอย ในเมื่อเขายอมบอกแล้วหล่อนล่ะจะว่าอย่างไรเรื่องเหตุผล แต่แล้วร่างสูงต้องสะดุ้งเฮือกรับมือนุ่มไว้แทบไม่ทัน

มินตรากระพุ่มมือไหว้พร้อมกับเอ่ยเสียงเครือ “เป็นคุณจริง ๆ ด้วย ฉันรอมาตลอดเพื่อจะบอกว่า ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากในความช่วยเหลือ ถ้าไม่มีคุณป่านนี้ฉันคงไม่เหลือดี คุณป้าฉันก็ต้องเสียใจมากแน่ ๆ ต่อไปนี้ไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน ถ้าต้องการความช่วยเหลือขอให้บอกฉันได้เลยนะคะ”

มือหนากดมือหญิงสาวลงอย่างรวดเร็ว ดุเบา ๆ “แค่นี้เอง ไหว้ผมทำไม”

“แค่นี้ที่ไหนคะ” มินตราถาม ดวงตาเหมือนลูกแมวช่างสงสัยไม่มีผิด “บุญคุณคุณยิ่งใหญ่มาก ๆ เลยต่างหาก”

“พอแล้วคุณมินตรา” นานกว่านี้บุญคุณยิ่งใหญ่มาก ๆ คงทับตัวเขาแบนแต๊ดแต๋แน่ทีเดียว

“มินต์ค่ะ เรียกฉันว่ามินต์ได้เลย”

“ครับมินต์ เอาล่ะทีนี้ฟังผมนะ คุณไม่ต้องคิดเรื่องบุญคุณ แล้วอย่าไหว้ผมอีกผมยังไม่อยากแก่ ตกลงไหม”

มินตราหัวเราะคิก เสียงหัวเราะนั้นแสนสดใส ท่าทางร่าเริงตรงไปตรงมาก็เหมาะกับชื่อเล่นของเจ้าตัวดี มินต์...สดใส อยู่ใกล้แล้วสดชื่น

“ก็ได้ค่ะ จะช่วยรักษาความหนุ่มของคุณไว้ด้วยการไม่ยกมือไหว้อีก สัญญา” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

571 ความคิดเห็น

  1. #152 ooiidd4 (@ooiidd4) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 06:25
    ดูแล้วเอมี่ท่าจะร้าย
    #152
    0
  2. #151 lovely_friend (@lovely_friend) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2554 / 11:13
     น่ารักคะ
    #151
    0
  3. #150 sally (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 / 08:48
    ชอบพระเอกของคุณอัคจัง จับต้องได้ไม่เวอร์เกิน
    #150
    0
  4. #149 Go_kang (@Go_kang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 / 00:27
    มาอัพต่อเร็วๆๆนะค่ะ
    #149
    0
  5. #148 Go_kang (@Go_kang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 / 00:26
    น่ารัก จัง อิอิ
    #148
    0
  6. #147 canim (@i_noo_belle) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 21:34
    น่ารักอ่ะ
    นางเอกน่ารักเกิ๊นนน
    พระเอกของเราก็ช่างหยอกเนอะ
    #147
    0
  7. Columnist
    #146 [B]lue [E]yes [N]egus (@Black_Eyes) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 20:09
    ><น่ารักจัง มาอัพไวๆๆน้าค้า
    สู้ๆๆๆ
    #146
    0
  8. #145 monggii (@lovelovehero) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 16:23
    อ่านแล้วมีความสุข ^ ^
    #145
    0
  9. #144 memo-mm-II (@broken--heart) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 11:53
    น่ารักกกก
    #144
    0
  10. #143 " NuM PhAunG " (@pacemaker) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 11:29
    จะรักษาความหน่มเอาไว้ด้วยการไม่ไหว้ 5555
    น่ารักๆๆๆ
    #143
    0
  11. #142 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 09:54
    น่ารักอ่ะ มิ้นต์ ขอเปลี่ยนตัวนางเอกเป็นพีสักพักได้ไหม
    ว่าไง อัคนี คนนี้น่ารักมากเลย คอนเฟิร์ม เคลิ้มอ่ะ
    #142
    0
  12. #141 P1081009 (@sodafire) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 09:37
    หล่อขนาดนี้สาวๆแย่งกันตรึมแน่นอน

    นางเอกน่ารักมากคะ
    #141
    0
  13. #140 prapaporn (@boonso) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 06:25
    น่ารักดี อ่านแล้วเพลินจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ รักคนเขียนมากๆ
    #140
    0
  14. #139 Chlee (@chlee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 04:19
    เป็นตำรวจใจกล้าก็ต้องรับซิคะว่าเป็นคนช่วยน้องมินต์เอาไว้ ชอบพี่นินคะ
    #139
    0
  15. #138 gemarco (@germaffm) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 03:32
    หนูมินต์แอบมีใจให้คุณนินหรือเปล่า นางเอกน่ารักค่ะ เนื้อเรื่องกำลังสนุก
    #138
    0
  16. #137 มินา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 03:26
    ก็ยังดีที่พี่นินไม่ปฏิเสธ55
    #137
    0