มือปราบเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    16 ส.ค. 60

ฝากฉบับE-bookด้วยนะฮะ

มือปราบเจ้าหัวใจ
อัคนี
www.mebmarket.com
ร้อยตำรวจเอกคณินทร์ เวโรจน์นายตำรวจหนุ่มหล่อจากหน่วยป.ป.ส.ผู้มีฝีมือแฮกเกอร์ระดับโลกได้รับมอบหมายให้แฝงตัวเข้าไปสืบหาคนร้ายในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งงานในหน้าที่เขาไม่เคยหวั่นแต่จะทำอย่างไรดีกับมินตรา...สาวแว่นจอมโก๊ะที่ดันสะกิดสะเกาหัวใจเขาให้อยากได้ตัวเธอขึ้นมาตงิด ๆคณินทร์คงจะไม่คิดหนัก ถ้ามินตราไม่เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเมื่อต้องเลือกระหว่างภารกิจหลักกับภารกิจรัก เขาจะเลือกสิ่งไหนมันจะเป็นไปได้หรือไม่หากภารกิจทั้งสองจะเดินหน้าไปพร้อมกัน






“ทีนี้บอกผมได้หรือยัง คุณคอยตามดูผมทำไม”

ประโยคคำถามที่เรียงต่อกันจากคำไม่กี่คำมีน้ำหนักเท่าเทือกเขาสูงใหญ่ถล่มลงใส่ร่างไม่มีผิด ถ้ามุดออกจากวงแขนแข็งแกร่งไม่ได้ทำไมหนอหล่อนถึงไม่มีคาถาอาคมจะได้เสกตัวเองให้กลายเป็นมดเป็นฝุ่นเป็นอากาศล่องลอยหนีหายไปซะให้รู้แล้วรู้รอด มินตราอยากร้องไห้เป็นกำลัง สบตาชายหนุ่มแล้วก็เห็นแต่แววคมดุผิดจากคุณนินนินนินคนเดิม เหมือนว่าสายตาเขามีพลังพอสาปหล่อนเป็นหินอย่างไรอย่างนั้นถ้าไม่ยอมไขความกระจ่าง

“คุณรู้...” เสียงพึมพำเบาหวิว

“แสดงว่าคุณตามผมจริง”

“มินต์...” แย่เลย ยิ่งพูดยิ่งไปกันใหญ่เผลอยอมรับไปเสียแล้ว “มินต์แค่”

“แค่?

มินตราวางหน้าไม่ถูก ถูกคาดคั้นหนักเข้ารู้สึกเหมือนขาอ่อนแรงแทบทรงตัวยืนไม่ไหวอยู่รอมร่อ กลัวถูกเกลียดจนพูดไม่ออก “ถอยออกไปก่อนได้ไหมคะ อยู่อย่างนี้มินต์หายใจไม่ออก”

คณินทร์ไม่ตอบ เขาตั้งใจฟังหญิงสาวทุกคำแต่แทนการถอยห่างกลับขยับเข้าใกล้ไม่สนเสียงร้องประท้วง การแต่งกายของมินตราเฉียดใกล้เขตแดนคำว่าเชย แว่นตากรอบใหญ่จนเกินไป หน้าตาหรือก็มีเพียงลิปสติกสีอ่อนกับแป้งฝุ่นแต่งแต้ม แต่ก็น่าแปลกที่ความเป็นผู้หญิง ให้ความรู้สึกน่าทะนุถนอมน่าเข้าใกล้ยังคงมีอยู่ครบ...มากเสียด้วย มันทำให้คนตั้งใจคุกคามเพื่อคาดคั้นเอาความรีบหยุดปลายเท้าก่อนจะสัมผัสได้ถึงทรวงอกอิ่มเบียดชิดกับร่างกายตนและใกล้จนได้กลิ่นหอมกรุ่นมากจนเกินไป

“คุณนิน มินต์บอกให้ถอยต่างหากคะ” เพื่อไม่ให้เป็นลมเพราะหัวใจเต้นเร็วเกินขีดจำกัดเสียก่อนเจ้าของเสียงประท้วงสั่น ๆ รีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้าง กันไม่ให้เขาถึงตัวหล่อนมากกว่านี้ แม้จะไม่ถอยห่างก็ยังดีที่เขายอมหยุด

“ผมไม่ฟังคุณ จนกว่าจะได้คำตอบ”

บทจะไม่ยอมคณินทร์ก็เปลี่ยนเป็นอีกคนที่มินตราไม่เคยรู้จัก เสียงของเขาเข้มดุทำเอาคนทำตัวไม่ถูกอยู่แล้วอย่างหล่อนแทบลนลาน

ยิ่งไม่มีคำตอบคณินทร์ยิ่งปักใจเชื่อ จ้องริมฝีปากสั่นระริกของมินตรา ปฏิกิริยาส่อพิรุธพวกนี้ต่อให้หล่อนตอบอย่างไรก็ปิดความจริงที่ว่ากำลังโกหกเขาไม่มิดทั้งสิ้น

มินตราก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบตาแรงร้อนของคณินทร์อีกต่อไป ภายในออฟฟิซที่มีแต่เสียงกระหึ่มแผ่วเบาของเครื่องปรับอากาศ คณินทร์ยืนขวางกั้นอยู่ตรงหน้า คาดคั้นเต็มที่ให้สารภาพความจริง สายตาหญิงสาวตกลงมองปลายเท้าตัวเองพร้อมกับเห็นน้ำตาหยดแหมะเปื้อนกระโปรง...คิดผิดจริง ๆ นั่นแหละมินต์ เธอไม่น่าเลย

“คุณคงรำคาญ”

คณินทร์ขมวดคิ้ว ไม่ทันสังเกตเห็นน้ำตาของอีกฝ่าย “ไม่ใช่ มันคนละเรื่องกัน แค่บอกผม...ให้ตรงคำถาม แค่นี้ยากนักหรือ”

“ก็ได้ค่ะ ตามมาสิคะ” จู่ ๆ ก็เหมือนตัดสินใจได้ เมื่อเป็นอย่างนี้คณินทร์จึงยอมเบี่ยงตัวหลบให้มินตราเดินนำมาจนถึงโต๊ะทำงานหน้าห้องวิญญู

โต๊ะทำงานมินตราเป็นระเบียบเรียบร้อย เครื่องคอมพ์เย็นเฉียบอย่างปิดอยู่นานหรืออาจจะไม่เคยเปิดใช้เลยด้วยซ้ำขัดกับคำพูดมินตราที่ว่าเพิ่งทำงานเสร็จอย่างสิ้นเชิง คณินทร์สังเกตเห็นแต่ไม่พูด จับตามองเจ้าของโต๊ะก้มลงหยิบบางอย่างจากลิ้นชัก เมื่อหล่อนเงยหน้าขึ้นพร้อมยื่นเจ้าสิ่งนั้นมาตรงหน้าถึงเห็นชัด...ทั้งกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและน้ำตาวาววามร่วงเผาะผล็อยลงเปื้อนแก้มนวล

“มินตรา...”

“สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณนิน”

คำพูดเจ็ดพยางค์ด้วยเสียงสั่นเครือเหมือนหมัดน็อกทำเอาร่างสูงของผู้กองหนุ่มแทบเสียหลักทรุดฮวบลงเดี๋ยวนั้น ทำหน้าไม่ถูกขณะยื่นมือรับกล่องของขวัญสีหวานผูกโบว์สวยงาม ทั้งอึ้งและงงอยู่ครู่ใหญ่กับคำอวยพรวันเกิด ชั่วอึดใจค่อยนึกได้ วันนี้ตามรายละเอียดที่กรอกไว้ในใบสมัครมันคือวันเกิดของนายคณินทร์ ใจธรรม!

มินตรารู้ดีว่าหน้าตาตัวเองตอนนี้มันคงมอมแมมจนดูไม่ได้ หล่อนรีบเช็ดน้ำตาด้วยหลังมือ ฝืนยิ้มฝืด ๆ ออกไปพอให้บรรยากาศดีขึ้นแต่ก็เปล่า ยิ่งพยายามยิ้มน้ำตายิ่งไหล รู้สึกอับอายระคนน้อยใจเป็นกำลัง เมื่อรู้แน่ว่าคณินทร์คือชายหนุ่มผู้มีพระคุณ ช่วยเหลือหล่อนจากเดนนรกคิดเอาเปรียบผู้หญิงก็อยากตอบแทนน้ำใจเขาบ้างพยายามคิดหาวิธีดี ๆ และเนียน ๆ พอไม่ให้คณินทร์ที่ดูท่าจะไม่ติดใจเรื่องบุญคุณนี้สักนิดปฏิเสธน้ำใจกัน ยอมลงทุนใช้อำนาจบาตรใหญ่ของเลขานุการส่วนตัวผู้บริหารขอแฟ้มประวัติพนักงานมาดูเผื่อว่าจะทำให้นึกอะไรออกได้บ้าง แล้ววันเกิดของเขาที่ใกล้จะถึงก็เป็นคำตอบ เขาคงจะหัวเราะเยาะแน่ถ้ารู้ว่าหล่อนใส่ใจข้อสอบหมวดจิตวิทยาเป็นพิเศษ คำตอบของเขามันเหมือนกระจกที่สะท้อนนิสัยใจคอความชอบ เหล่านี้เป็นข้อมูลที่ดีที่มินตราเชื่อว่าสิ่งของตอบแทนน้ำใจจะถูกใจ นอกจากหัวเราะเยาะแล้วเขาคงจะโกรธ...ยิ่งกว่ากำลังเป็นอยู่ ก็ดูหรือแค่เห็นหล่อนตามหาเพื่อจะมอบของขวัญให้ยังทำท่าอย่างกับหล่อนเป็นผู้ร้าย

ไม่หรอก คุณนินเขาคง...

“ขอโทษที่ทำตัวงี่เง่านะคะ ไม่คิดว่าการเซอร์ไพรส์วันเกิดจะทำให้คุณโกรธมินต์ขนาดนี้ มินต์ก็แค่...มินต์...” แค่พอถึงตอนจะให้จริงเกิดนึกเขินขึ้นมาจนพูดไม่ออก แต่เขากลับคาดคั้นเอา ๆ ด้วยน้ำเสียงคาดโทษที่หล่อนคอยตามดูช่วงระยะหลายวันนี้ “มินต์แค่อยากซื้อของขวัญวันเกิดให้คุณนินแต่พอตั้งใจแล้วกลับไม่รู้ว่าควรซื้อออะไรดีที่จะทำให้คุณถูกใจได้เลยต้องคอยสังเกต ถ้าทำให้คุณโกรธหรือรำคาญมินต์ก็ต้องขอโทษจริง ๆ”

พูดไปร้องไห้ไป คณินทร์อึ้งไม่หายอารมณ์เหมือนคนถูกทุบหัวแรง ๆ ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะได้สติกลับคืน

“ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ มินต์สังเกตเห็นว่าคุณชอบสีน้ำเงิน หวังว่าคุณคงชอบมัน” จะกล้าบอกเขาได้ยังไงว่านอกจากสังเกตแล้วข้อมูลนี้ก็จากคำตอบในข้อสอบนั่นล่ะ คณินทร์ชอบสีน้ำเงิน สีที่ว่ากันว่าใครชอบสีนี้จะเป็นคนจิตใจอ่อนโยน แก้ไขปัญหาและวางแผนเก่ง มีความเป็นผู้นำ มีบุคลิกสง่าผ่าเผย เพิ่งรู้จักกันแท้ ๆ ก็จุ้นจ้านขนาดนี้ ต่อไปเขาคงไม่อยากคุยกับหล่อนอีก คิดแล้วหน้าตามินตรายิ่งเหยเกขึ้นทุกที น้ำตาร่วงไม่หยุด “ถ้าไงมินต์ขอตัวกลับก่อนนะคะ บ๊ายบายค่ะ”

เนคไทสีน้ำเงินคาดลายเส้นเฉียงสีอ่อน...คณินทร์มองของขวัญในกล่องที่ถูกเปิดออกดูด้วยความรู้สึกอยากวิ่งเอาหัวชนกำแพง มินตราจะรู้มาได้ยังไงว่าเขาชอบสีน้ำเงินก็ตามที แต่มันแสดงถึงความใส่ใจ ตั้งใจทำสิ่งดี ๆ เพื่อเขา ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ระแวงแม้แต่นิดเดียว

“ไอ้นิน มึงทำอะไรลงไปวะ” สบถเสียงเบา รีบสาวเท้าตามมินตราที่เดินลิ่วหนีมาจนถึงหน้าลิฟต์

ที่ตรงนั้น มินตรากำลังรัวปลายนิ้วกดปุ่มหน้าลิฟต์ทั้งที่รู้ว่าไม่มีผลต่อการเร่งความเร็วใด ๆ หล่อนไม่กล้าหันไปมองว่าคณินทร์กำลังมองมาหรือเปล่า ดูเหมือนใกล้เขาทีไรหล่อนทำอะไรก็ผิดพลาดไปหมด...ไม่เอาแล้ว ไม่อยากถูกเกลียด

“มินต์ครับ” ร่างสูงเดินกึ่งวิ่งพุ่งมาขวางหน้าทั้งยังกางแขนกันไม่ให้มินตราก้าวเข้าลิฟต์

ปลายเท้ามินตราหยุดกึก ใบหน้าก้มต่ำ สงสัยหล่อนคงจะอ่านนิยายเพ้อฝันจนเผลอเอามาปะปนกับความจริงมากไปจนคิดลมแล้งไปว่าแผนการนี้จะจบลงอย่างอ่อนหวาน

“มินต์จะกลับบ้าน คุณนินถอยไปเถอะค่ะ”

“ผมไปส่ง” น้ำเสียงคณินทร์งอนง้อ มินตราได้ยินเต็มสองหูแต่กำลังน้อยใจจนไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองอีก

“ไม่เป็นไรค่ะมินต์กลับเองดีกว่า”

แสงสว่างตรงฟลอร์หน้าลิฟต์เจิดจ้า แม้ว่ามินตราพยายามก้มหน้าแต่เงาสะท้อนของหยาดน้ำตากับแสงไฟก็ยังถูกเก็บซ่อนไว้ไม่มิด คณินทร์แทบเผลอยกมือกุมขมับที่ปวดตุบ ๆ เพราะโมโหตัวเอง

“มินต์ครับ” ดวงหน้าเกลื่อนไปด้วยร่องรอยสำนึกผิดก้มลงใกล้ “มองหน้าผมหน่อย”

ทั้ง ๆ ไม่อยากสบตาชายหนุ่ม แต่เพียงถูกขอร้องด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนมินตราก็เงยหน้าขึ้น หล่อนยังคงร้องไห้ไม่หยุด แย่ยิ่งกว่านั้นยามหายใจมันผสมแรงสะอื้นน้อย ๆ เข้ามาด้วย

คณินทร์พึมพำสบถด่าตัวเอง ฆ่ากันเลยดีกว่าให้เขาต้องเห็นอีกฝ่ายร้องไห้เพราะน้ำมือตัวเอง

“เวลาโกรธใครคุณตอบแทนเขาด้วยการร้องไห้เสมอหรือ”

มินตรารีบเช็ดน้ำตาอีกครั้ง คราวนี้อาจเพราะร้องไห้มานานเกินพอจึงแห้งอย่างรวดเร็ว กับคำถามเมื่อครู่หล่อนส่ายศีรษะไปมา อัดอั้นตันใจเกินจะตอบหรือต่อว่า ร่างบางขยับหันหนี ไม่รู้เขาจะตามมาทำไมตอนนี้ยังไม่พร้อมจะพูดด้วยเสียหน่อย

ท่าทางคนตรงหน้าพอทำให้คณินทร์ใจชื้นได้บ้างว่ายังไม่ถูกโกรธขนาดหนัก เขาเอามือซุกกระเป๋าระหว่างก้าวขาตามดักหน้ากันไม่ให้เผลอยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาอย่างที่อยากทำใจแทบขาด พอก้าวตามฝ่ายนั้นก็หมุนตัวหนีไปอีกข้าง รอยยิ้มจุดขึ้นบนมุมปากชายหนุ่ม ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอธิบายเรื่องราวให้เข้าใจกันมากกว่านี้หากเมื่อมันไม่มีวันทำเช่นนั้นได้แผนสำรองดูจะจำเป็นอย่างมากในเวลานี้

“เด็กขี้แย ผมแหย่เล่นแค่นี้ก็ร้องไห้ซะแล้ว”

“ย...แหย่เล่น” มินตราพึมพำ ยอมหันมาเผชิญหน้าชายหนุ่ม ตาโตฉ่ำเลื่อนมาสบตาเขาอย่างค้นคว้าและพบว่าใบหน้าหล่อเหลาเกลื่อนรอยยิ้มอ่อนโยน...เหมือนเคย

“ก็ผมอยากรู้นี่นาว่ามินต์กำลังจะแกล้งอะไรผม ถ้าถามกันดี ๆ คงไม่ตอบใช่มั้ย ผมทำให้คุณตกใจล่ะสิ” หยิบเนคไทของขวัญวันเกิดออกจากกระเป๋ากางเกงทาบกับเสื้อ “ขอบคุณครับ สีโปรดผมซะด้วย”

คนรับถูกใจของที่ให้ก็น่าดีใจอยู่ไม่น้อยแต่ความนึกคิดมินตรายังวนเวียนอยู่กับประโยคก่อนหน้านี้พึมพำออกมาเหมือนละเมอ เล่นแบบนี้ใครกันจะปรับความรู้สึกทัน

“แกล้งเหรอคะ”

“แล้วก็ทำให้คุณสารภาพได้จริง ๆ เห็นไหม”

คำตอบกลั้วหัวเราะเรียกเอาหมัดเล็ก ๆ เหวี่ยงตุบเข้าใส่แผงอกกว้างด้วยอารมณ์หมั่นไส้

“คุณนินอ่ะ บ้าที่สุด” นอกจากบ้าแกล้งกันซะเนียนแล้วยังทำให้หน้าตาหล่อนเละเทะดูไม่ได้ น้ำตาที่แห้งเหนียวหนึบอย่างกับยางมะตูม นึกสภาพตัวเองแล้วหญิงสาวได้แต่หน้าแดงก้มงุดอยากวิ่งเข้าห้องน้ำซะเหลือเกิน “คนขี้แกล้ง”

ได้ยินคำต่อว่าแบบแง่งอนคณินทร์โล่งเสียยิ่งกว่ายกเทือกเขาหิมาลัยออกจากอก ในที่สุดมินตราก็กลับมาสดใสอีกครั้ง มันดีแต่ยังให้ความรู้สึกติดค้าง ในฐานะอย่างเขานอกจากปราบปรามผู้คิดร้ายต่อชาติบ้านเมืองแล้วคือเป็นผู้ปกป้องไม่ใช่ทำร้ายน้ำใจแม้แต่กับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ชายหนุ่มลอบมองหน้าอีกฝ่ายระหว่างพยายามคิดหาวิธีไถ่โทษ หากไม่ได้ทำอะไรสักอย่างความรู้สึกผิดที่ทำบ้า ๆ ลงไปคงติดหนึบอยู่ในใจอีกนาน

“วันนี้คุณกลับบ้านดึกสักหน่อยได้ไหม” คณินทร์ยกข้อมือขึ้นดูเวลา เอ่ยถามมินตรา มือหนึ่งกดปุ่มขอลิฟต์ใหม่อีกครั้ง

“ทำไมเหรอคะ” มองหน้าคณินทร์อย่างสงสัย

“ฉลองวันเกิด”

ได้ยินคำว่าฉลองมินตราอดก้มมองสภาพตัวเองไม่ได้ ชุดที่ใส่ทำงานตั้งแต่เช้าเริ่มยับหน่อย ๆ บางส่วนเปื้อนรอยด่างจากคราบน้ำตาและฝุ่น ลอบมองเจ้าของวันเกิดยิ่งรู้สึกแย่ คณินทร์สวมเพียงเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงสแล็กส์ดูเรียบง่ายแต่ไหงยิ่งมองยิ่งดูดีก็ไม่รู้ เขาอุตส่าห์เอ่ยชวนทั้งทีใจหนึ่งอยากไปแต่อีกใจก็หวั่น ๆ

“ที่ไหนคะ คุณคงอยากฉลองกับเพื่อน ๆ ฉันไปจะเกะกะหรือเปล่า”

คณินทร์ส่ายหน้า รอมินตราก้าวเข้าลิฟต์ก่อนค่อยเดินตาม “ผมชวนแค่คุณ”

“คะ?” คราวนี้มินตรายิ่งงงหนัก ชวนแค่หล่อนมันหมายความว่าอย่างไรกัน หรือว่า...แค่ลองเดาหัวใจก็เต้นตึกตัก มือเย็นเฉียบจนเกือบเท่าน้ำแข็ง

“อาจกะทันหันไปหน่อย แต่ผมชวนแค่คุณ งานนี้มีแต่เรา”

เรา...ได้ยินเสียงทุ้มลึกเอ่ยคำนี้มินตราไม่รู้ตัวเลยว่าหล่อนล้วงมือเข้ากระเป๋าถือหาของบางอย่างตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่าพอหาเจอก็รีบเปิดฝาขวดแก้วทรงกระบอกขนาดกำไว้ในมือได้ยกขึ้นจดจมูกสูดกลิ่นยาดมสมุนไพรเข้าไว้เต็มปอด กลิ่นหอมสดชื่นของมันช่วยไม่ให้หล่อนล้มตึงเพราะความคาดไม่ถึงได้หวุดหวิด

“แต่ว่า...”

“คุณจะปฏิเสธ? ยังโกรธที่ผมแกล้งคุณอยู่อีกหรือ ผมขอโทษ”

“ไม่ใช่ค่ะ” นั่นแค่หมั่นไส้เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เรื่องนี้ อยู่ดี ๆ ไปกับเขาสองต่อสองตอนค่ำมืด มันจะดีไหมหนอ

“คงคงไม่ได้กำลังคิดว่าผมจะคิดร้าย...ใช่ไหม”

คำถามอย่างกับอ่านใจคนได้ทำเอามินตราสะดุ้ง ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ เพียงแต่ไม่อยากให้คำตอบของหล่อนทำให้คณินทร์มองไม่ดี เคยให้เขาไปส่งบ้านตั้งหลายครั้งถึงยังงั้นก็ต่างกับการไปฉลองด้วยกันสองต่อสองอยู่ดี

เห็นสีหน้ายุ่งยากใจคณินทร์ก็พอเข้าใจหญิงสาว เพียงแต่สถานที่ที่เขาคิดจะพาไปฉลองเพื่อเป็นการไถ่โทษทำมินตราเสียน้ำตามันต้องไปตอนกลางคืนเท่านั้น

“ไปกินข้าวแล้วก็กลับ รับรองว่าไม่ดึกไปกว่าเวลาคุณสะสางงานอยู่ที่ออฟฟิซ ไปครับเดี๋ยวจะไม่ทัน”

 

“ค่ะป้า มินต์ไม่กลับดึกมากหรอก”

ถามไถ่และตกลงกับคณินทร์เรียบร้อย มินตราค่อยต่อโทรศัพท์ถึงผู้เป็นป้า หล่อนบอกจันทราตามตรงว่าจะไปเลี้ยงฉลองวันเกิดกับเพื่อนที่ทำงาน จันทราเองให้อิสระหลานสาวโดยตลอด แม้ภายนอกดูเหมือนมินตราไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวแต่คนเลี้ยงมากับมือเชื่อว่าแม่หลานสาวคิดเองดูแลตัวเองได้ หล่อนเพียงแต่กำชับกำชาตามความเคยชินเท่านั้น

“โทรศัพท์น่ะติดตัวไว้ล่ะ เห็นท่าไม่ดียังไงก็โทร.หาป้า”

มินตราหัวเราะคิก ถ้าคณินทร์ได้ยินเข้าไม่รู้เขาจะทำหน้าอย่างไรที่จันทราพูดเหมือนคณินทร์จะทำมิดีมิร้ายหล่อน

“ค่า มินต์จะห้อยคอไว้เลย”

“แน่นะ”

“สัญญาค่ะ”

“ดี แล้วเพื่อนเราเขาจะเข้ามาส่งหรือเปล่า”

อันนี้มินตราตอบไม่ถูก หล่อนชำเลืองมองชายหนุ่มที่กำลังขับรถนิดหนึ่ง เชื่อว่าเขาคงไปส่งแต่เมื่อไม่รู้แน่ก็ตอบตามตรง “ยังไม่แน่ใจค่ะ แต่ไม่เป็นไรนะคะบอกแล้วไงมินต์ไม่กลับดึกมาก”

“ถ้าว่ายังงั้นก็ตามใจ เที่ยวให้สนุกนะลูก”

“ถ้าง่วงป้านอนได้เลยนะคะไม่ต้องรอมินต์หรอก”

“ไหนว่าไม่ดึก”

“แหม” ทำปากยื่นอย่างที่คณินทร์บังเอิญหันมาเห็นแล้วต้องอมยิ้ม “บอกเผื่อไว้ค่ะ มินต์ไม่อยากให้ป้าถ่างตารอนี่นา”

“คุณอยู่กับคุณป้าแค่สองคนเหรอครับ” คณินทร์ชวนคุยหลังจากมินตราวางสายได้สักพักและภายในห้องโดยสารมีแต่ความเงียบ

“เอ๊ะ รู้ได้ไงคะเก่งจัง”

“ผมเดา ได้ยินคุณพูดถึงแต่คุณป้าน่ะ”

ก็ควรเป็นอย่างคณินทร์ว่า มินตรานึกถึงชีวิตตัวเอง แม้ขาดทั้งพ่อและแม่แต่หล่อนกลับมีพร้อมทุกอย่างด้วยสองมือของจันทราเพียงผู้เดียว

“ใช่ค่ะทั้งบ้านมีแต่มินต์กับป้า แม่ตายตั้งแต่คลอดมินต์ ส่วนพ่อ...ไม่รู้สิคะ อาจจะเคยเดินชนกันบ้างก็ได้”

ความเร็วรถลดลงแทบทันทีเพราะคนขับติดใจประโยคสุดท้ายของคู่สนทนา เขารู้ข้อมูลมินตรามาพอสมควร หล่อนอาศัยอยู่ในบ้านกับป้าแท้ ๆ เพียงสองคน ป้าที่ชื่อจันทราปัจจุบันเป็นเจ้าแม่เงินกู้ฐานะถือได้ว่ารวย แต่ไม่ทันนึกว่าเหตุผลลึกลงไปที่ต้องอยู่กับป้าเพราะแบบนี้ ชำเลืองมองเสี้ยวหน้ามินตรานิดหนึ่งอย่างกลัวว่าจะเผลอทำร้ายหล่อนเข้าด้วยคำถามเมื่อครู่แล้วค่อยโล่งอกเมื่อไม่เห็นร่องรอยเศร้าหมองใด ๆ

“ขอเดาว่าคุณป้าคุณคงเป็นคนอารมณ์ดีมาก”

ได้ยินคำพูดคณินทร์ ภาพจันทราลอยเข้ามาในสมองมินตรา ป้าของหล่อนเป็นคนออกจากโผงผางจนเกือบถึงขั้นขวานผ่าซาก เสียงดังไม่กลัวใครดูเอะอะอย่างที่บางคนอาจไม่ชอบ แต่เพื่อนฝูงที่รู้จักนิสัยใจคอดีต่างรักป้าทั้งนั้น ใครมีปัญหาเดือดเนื้อร้อนใจขอให้บอกจันทราช่วยเต็มที่ ตั้งแต่เด็กจนโตมินตราจำไม่ได้เลยว่าเคยเห็นป้าร้องไห้หรือเปล่า นอกจากส่งเสียงดังตรงตามสำนวนเจ๊กตื่นไฟแล้วก็มีแต่เสียงหัวเราะอยู่เสมอ รอยยิ้มมินตราอ่อนโยนเมื่อเอ่ยตอบ

“บางครั้งก็ไม่ดีหรอกค่ะ แต่ป้าเป็นคนใจดีมาก ๆ โดยเฉพาะกับมินต์ ป้าร้องเพลงเสียงเพี้ยนแต่เพื่อเอาใจมินต์ท่านก็พยายามร้องเพลงกล่อมนอนอยู่ตั้งหลายปี”

“ชักอยากพบป้าคุณสักครั้ง”

คราวก่อน ๆ คณินทร์ไปส่งบ้านทีไรมินตราไม่เคยให้เข้าบ้านสักที แต่วันนี้จันทราถามถึงแล้วเจ้าตัวก็เอ่ยปากทั้งที่ไม่เคยมาก่อน คงถึงเวลาเสียที

“ถ้าคุณนินจะใจดีไปส่งมินต์ที่บ้าน คืนนี้ก็เข้าไปไหว้ป้าเสียสิคะ ป้าอยากเจอคุณ”

“สงสัยจะจำหน้าไว้หมายหัว ไปส่งสิ ผมไม่ปล่อยคุณกลับบ้านเองแน่นอน”

จบประโยค ภายในรถเต็มไปด้วยความเงียบอีกครั้งเพราะมินตราเอาแต่หันมองออกนอกหน้าต่าง ใจเต้นไม่เป็นส่ำตั้งแต่ได้ยินเขาพูดว่าสงสัยป้าจะจำหน้าไว้หมายหัว...พูดอะไรก็ไม่รู้

 

มัวนั่งคิดเพลินมารู้สึกตัวอีกครั้งมินตราก็รู้สึกว่ารถจอดสนิท คณินทร์ก้าวลงจากรถเดินอ้อมมาเปิดประตู ก้มศีรษะค้อมหลังและยื่นมือมา ยิ้มพราย

“เชิญครับเจ้าหญิง ด้วยความดีที่ทำมา คืนนี้คุณได้รับพรให้เป็นเจ้าหญิงหนึ่งคืน”

“ที่นี่ที่ไหนคะ” เสียงเอ่ยถามสั่นไหว แม้จะไม่กล้ามองหน้าคนเล่นพิเรนทร์ แต่มือชื้นเหงื่อที่วางลงกลางอุ้งมือใหญ่ก็รู้สึกถึงความอบอุ่นมั่นคงและความรู้สึกแปลก ๆ ที่ตีขึ้นมาเป็นระลอกอยู่ทุกวินาที

คณินทร์ละสายตาจากนาฬิกาข้อมือ ดูเขาจะวิตกเรื่องเวลาเป็นพิเศษ ยังไม่ทันตอบคำถามอุ้งมือใหญ่ก็กระตุกน้อย ๆ พร้อมกับเอ่ยเร่งด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“เสด็จเร็วเจ้าหญิงเดี๋ยวไม่ทัน”

“ว้าย ช้า ๆ สิคะคุณนิน เดี๋ยวมินต์หกล้ม” ร้องเสียงหลง วิ่งตามคนขายาวที่ก้าวเร็วแทบไม่ทัน

 

“โอ๊ะ”

มินตราร้องอุทานในลำคอด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูกเมื่อร่างถูกฉุดให้วิ่งผ่านสวนสวยประดับไฟทะลุตัวโรงแรมขนาดใหญ่มาจนถึงริมน้ำ สะพานไม้ทอดจากท่าสู่แม่น้ำมีชายหญิงหลายคู่เดินเกาะเกี่ยวข้ามไปในทิศทางเดียวกัน มีเหมือนกันที่มาเป็นกลุ่มดูออกว่าเป็นครอบครัว มืออบอุ่นที่ยังกุมไว้ไม่ปล่อยจับจูงหล่อนเดินตามข้ามสะพานนั้นมาถึงโป๊ะ ชายหญิงคู่หนึ่งสวมชุดไทยกระพุ่มมือไหว้งดงามพลางกล่าวต้อนรับและผายมือเชื้อเชิญขึ้นสู่เรือสองชั้นสีขาวลำใหญ่โตจนไม่น่าเชื่อว่าจะล่องลอยอยู่เหนือผืนน้ำสีเงินนี้ได้

นานมาแล้วมินตราเคยวางแผนไว้ว่าจะลองมาดินเนอร์บนเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาสักครั้ง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีโอกาส หล่อนก้าวขึ้นเรือพร้อมคณินทร์ ไล่สายตามองผืนพรมสีสวยใต้แสงโคมไฟสีอบอุ่น โต๊ะอาหารจัดไว้ไม่ชิดติดกันมากนักที่ชั้นล่าง บันไดแคบค่อนข้างชันทอดสู่ชั้นบนจนขึ้นมายืนอยู่เหนือสุดของเรือตรงชั้นสอง สายลมแผ่วเบาที่เริ่มหนาวเย็นมากกว่าหลายวันก่อนพลิ้วพัดมาต้องผิวให้รู้สึกสดชื่น

“เป็นไงครับ เจ้าหญิงถูกใจหรือเปล่า”

คณินทร์กระซิบถาม นึกขอบใจพี่ชายจอมจุ้นจ้านที่แอบยัดบัตรรับประทานอาหารบนเรือแบบไม่ระบุวันที่ไว้ให้ในกระเป๋าพร้อมโน้ตสั้น ๆ...ชีวิตมันสั้นไม่นานก็ตาย หาความสุขใส่ตัวซะบ้างนะน้องชาย ในยามฉุกเฉินเขาจึงสามารถมอบสิ่งพิเศษเพื่อไถ่โทษความผิดให้แก่มินตราได้ทันท่วงที

บรรยากาศแสนสวย ผิวน้ำกระเพื่อมน้อย ๆ ยามต้องลม เสียงพูดคุย เสียงจานช้อนและดนตรีสดบรรเลงให้ความรู้สึกชวนฝันจนมินตราแทบล่องลอย หล่อนยิ้มใสใส่ตาคนถาม

“มาก ๆ เลยค่ะ แต่ว่า...ท่าทางจะแพงแย่”

“จะห่วงอะไรล่ะครับ เป็นเจ้าหญิงต้องใช้เงินซะเมื่อไหร่ ขอให้บัญชามา องครักษ์จะทำให้ทุกอย่าง” ค้อมศีรษะ เลื่อนเก้าอี้ให้

“ขอบคุณค่ะ” มินตรานั่งลงอย่างเงอะงะ ไม่เคยมีใครทำอะไรแบบนี้ให้สักครั้ง แล้วเมื่อคนปฏิบัติต่อหล่อนเป็นคณินทร์ ใจก็ชักเริ่มหวั่น ๆ ว่าคืนนี้จะทำเซ่อซ่าให้เขาได้อายอีก

“จะรับของหวานหรืออาหารดีครับเดี๋ยวผมไปตักให้”

ตอนมาถึงมินตราแปลกใจและคิดสะระตะเสียจนไม่ทันดูเวลา คาดว่าคงจวนแจกับกำหนดออกเรือมาก ๆ ขึ้นมาไม่ถึงห้านาทีเรือก็เริ่มแล่น หล่อนมองข้ามโต๊ะผ่านเปลวเทียนในแก้วใสกลางโต๊ะสบตาคณินทร์

“ทำไมงานวันเกิดถึงไม่ชวนเพื่อนมาเยอะ ๆ ล่ะคะ” เปลี่ยนเรื่องถามเสียอย่างนั้น ไม่รู้สึกหิวเท่าไหร่ อยากคุยกับเขามากกว่า

เสียงหัวเราะห้าวทุ้มเริ่มเป็นที่คุ้นใจมินตราดังขึ้น “คนอื่นไม่ได้รับพรแบบคุณนี่ครับ ไปเถอะไปตักอาหารกัน โต๊ะนี่เขาล็อกไว้ไม่มีใครมานั่งหรอก”

บนโต๊ะอาหารยาวเหยียดเต็มไปด้วยอาหารคาวหวานนานาชาติละลานตา คณินทร์ถือจานเดินตามให้มินตรามีหน้าที่จิ้มนู่นตักนี่ใส่อย่างเดียวจนนานเข้าหญิงสาวชักรู้สึกตัวว่าเหมือนเจ้าหญิงจริง ๆ เข้าทุกที

“ตายละดูสิคะมีแต่ของมินต์ทั้งนั้นน่าอายจัง” เขาให้ตักหล่อนก็ตักแต่ของตัวเองด้วยอารมณ์เคลิ้มบรรยากาศกึ่งเขินจนลืมเจ้ามือ “คุณนินกินอะไรดี กุ้งมั้ยคะท่าทางน่าอร่อย”

กุ้งเผาตัวใหญ่นอนเรียงกันเป็นระเบียบ คณินทร์พยักหน้า ยื่นจานรอรับ “ตัวโต ๆ เลยครับ นั่นแหละตัวนั้น”

ความใหญ่ของมันทำให้มินตราอดแซวไม่ได้ “กินตัวนี้ตัวเดียวมินต์ว่าคุณนินอิ่มแปล้”

“พนันกันไหม”

“คะ?

“ว่าผมกินได้มากกว่านี้”

“ถ้าชนะแล้วได้อะไรล่ะคะ”

“อืม ทุกอย่างที่คุณขอตกลงไหม”

ทีแรกมินตราต่อปากต่อคำเพราะนึกสนุก แต่พอสบนัยน์ตาคมใต้แสงไฟของคณินทร์เข้าให้ก็ใจสั่น ส่ายศีรษะ “ไม่เอาหรอกค่ะกลัวคุณนินจะให้ไม่ไหว”

แล้วคนพูดก็เดินลิ่ว ๆ อ้อมไปตักขนมที่โต๊ะอีกฝั่ง ทิ้งคณินทร์ยืนอมยิ้มค้างอยู่ฝ่ายเดียว

 

“ถ้าที่บ้านลมเย็นสบายแบบนี้ก็ดีสิคะ” อาหารคาวหวานหมดเกลี้ยงด้วยฝีมือเจ้าหญิงและองครักษ์ด้วยเวลาอันรวดเร็ว มินตรานั่งฟังเพลงพลางคุยกับคณินทร์พลาง สายตาก็ชื่นชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเพลินโดยเฉพาะพระปรางค์วัดอรุณที่ตระหง่านโดดเด่นอยู่ในครรลองสายตาตอนนี้

“บ้านคุณต้นไม้เยอะแยะน่าจะเย็นสบาย”

“เย็นค่ะ แต่ก็ต่างกับลมเย็น ๆ ริมน้ำ”

“ถ้าคุณอยากมาอีกผมจะพามา”

ใจดีเกินไปแล้ว...มินตราไม่กล้ามองหน้าคนพูด กลัวเผลอหลุดปากถามว่าทำไมถึงต้องดีกับหล่อนนัก จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง คืนนี้คงอยู่ในความทรงจำตลอดไป

 

คณินทร์ขับรถมาส่งมินตราถึงบ้านตามสัญญาทั้งยังมีโอกาสได้ทำความรู้จักจันทราอย่างเป็นทางการ หญิงสาวเดินออกมาส่งเขาถึงหน้าบ้าน ร่ำลากันเสร็จคณินทร์ออกรถแต่สายตายังจับจ้องอีกฝ่ายจากกระจกมองหลัง ทุกวันมินตราก็ร่าเริงอยู่แล้วแต่วันนี้พิเศษกว่า

“ในที่สุดผมก็ทำให้คุณยิ้มได้ ขอโทษนะมินตราที่ผมทำให้คุณร้องไห้ หวังว่าคืนนี้คงนอนหลับฝันดี” 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

571 ความคิดเห็น

  1. #190 mangosteen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 20:58
    ด้วยนิสัยของตำรวจไงเนอะ หวาดระแวงไว้ก่อน แต่เล่นแบบนี้น้องมินต์ก็แย่เลยสิ

    แต่พี่นินง้อแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย...แอบหวานโดยไม่รู้ตัว
    #190
    0
  2. #189 mangosteen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 20:58
    ด้วยนิสัยของตำรวจไงเนอะ หวาดระแวงไว้ก่อน แต่เล่นแบบนี้น้องมินต์ก็แย่เลยสิ

    แต่พี่นินง้อแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย...แอบหวานโดยไม่รู้ตัว
    #189
    0
  3. #188 mangosteen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 20:58
    ด้วยนิสัยของตำรวจไงเนอะ หวาดระแวงไว้ก่อน แต่เล่นแบบนี้น้องมินต์ก็แย่เลยสิ

    แต่พี่นินง้อแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย...แอบหวานโดยไม่รู้ตัว
    #188
    0
  4. #187 mangosteen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 20:58
    ด้วยนิสัยของตำรวจไงเนอะ หวาดระแวงไว้ก่อน แต่เล่นแบบนี้น้องมินต์ก็แย่เลยสิ

    แต่พี่นินง้อแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย...แอบหวานโดยไม่รู้ตัว
    #187
    0
  5. #186 ooiidd4 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 07:15
    วันเกิดหรอกเหรอนี่
    #186
    0
  6. Columnist
    #185 Black_Eyes (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2554 / 23:21
    ถูกใจมากค่ะ น่ารักน่าชังแบบนี้ รักตายเลย โอ๊ยยยยย ไม่ไหวแล้ว><
    #185
    0
  7. #184 orm041 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 18:34
    ง้ออย่างนี้มินต์เขิลลนะคะ โรแมนติกมากๆๆๆ อ่านไปยิ้มไป ^_^

    เมื่อไหร่นางเอกจะถอดแว่นกลายเป็นสาวเซ๊กซี่อะค่า พี่อัค

    อยากให้พี่นิน จู จุ๊บ นางเอกซะที คริ คริ
    #184
    0
  8. #183 sweetie-momo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 22:52
    อ๊า! เป็นวิธีง้อที่น่าอิจฉาจังเลย ^^' อิจฉามิ้นต์จังได้เป็นเจ้าหญิงขององครักษ์สุดหล่อ อิอิ > __ <
    #183
    0
  9. #182 chlee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 02:49
    ไรเตอร์คะ อ่านแล้วชอบมากคะ
    #182
    0
  10. #181 pepper_mint (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 16:43
     แอ๊...เขิลแทน
    #181
    0
  11. #180 rod_usawadee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 10:45
    โอว เจ้าชายในฝันค่ะ ไม่ใช่แค่องครักษ์ มันไม่สมศักดิ์ศรี อิอิ
    นิน นิน ทำหญิงร้องไห้ แล้วไถ่โทษแบบนี้ เป็นใครไม่รักก็แย่แล้ว 555+
    ถ้าอยากเป็นเจ้าหญิงบ้าง ต้องทำไง อัคนีที่รักกกกกก
    #180
    0
  12. #179 broken--heart (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 22:59
     เหตุผลตอนท้ายน่าจับมาตีจริงๆเชียวค่ะ 
    #179
    0
  13. #178 yuechan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 19:44
    เห้อเฮีย งานนี้ท่าจะเหลวล่ะมั้ง เหลวเพราะน้ำตาสาว อิอิ
    #178
    0
  14. #177 fsn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 16:58
    เจอมุขวันเกิด คนอ่านโดนน็อค ตามไปติดๆๆๆ 5555
    #177
    0
  15. #176 nokpun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 13:35
    น่าสงสารสาวน้อย
    #176
    0
  16. #175 i_noo_belle (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 17:56
    จะให้บอกตรงๆ
    เค้าก็เขินหมดสิคะ
    #175
    0
  17. #174 rod_usawadee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 10:12
    ก็คนเค้าอายนี่นา ตามินมินบ้า
    #174
    0
  18. #173 lovely_friend (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 06:51
     วันนี้จะเข้าใจกันมั้ยนะ คนละเรื่องเลย 
    #173
    0
  19. #172 yuechan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 / 20:19
     เออนะ ต่างคนต่างคิดกันไปโน่น
    #172
    0
  20. #171 shasha (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 / 20:03
    รอที่เหลือน่ะค่ะ
    #171
    0