มือปราบเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    12 ก.ค. 60

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านฮะ
อย่างที่เห็นว่าตอนนี้ละครชุดภารกิจรักกำลังออนแอร์อยู่
ส่วนหนังสือมีการจัดพิมพ์ฉบับพิมพ์ใหม่ขึ้น
คาดว่าคนที่ยังไม่เคยอ่านและสนใจซื้อหา
อาจจะอยากอ่านตัวอย่างประกอบการตัดสินใจ
เลยเอามาลงให้อ่านกัน
บอกก่อนว่าลงไม่จบนะจ๊ะ
รักคนอ่าน...อัคนี
.................................


สำหรับชีวิตลูกผู้ชายเหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คนหนึ่ง

ชีวิตพลีหมดเพื่อชาติ
แต่หัวใจ...เพื่อเธอเพียงผู้เดียว


                สามทุ่มห้านาทีกลางซอยเปลี่ยวซอยหนึ่งชายสองคนลงจากท้ายรถมอเตอร์ไซค์โดยไม่สนใจสีหน้าสงสัยของคนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง พวกเขาสวมเสื้อสีเข้มโดยคนเตี้ยร่างสันทัดกว่าสวมเชิ้ตลายตาหมากรุกสีดำพาดเทาปล่อยชายคลุมขอบกางเกงยีนส์ ส่วนคนตัวสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัดสวมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินเข้มพื้นเรียบ เสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งกลับปากซอยห่างออกไปทิ้งสองหนุ่มต่างวัยเดินโต๋เต๋อยู่ท่ามกลางหญ้าคารกสูงท่วมหัวสองข้างทาง นอกจากพวกเขาแล้วไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นเลย...ถ้าไม่นับกบเขียดที่แข่งกันร้องระงมส่งสัญญาณให้พรรคพวกมันรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าฝนจะตก

                ผืนฟ้าดำทะมึนเกิดเสียงครืนขึ้นเป็นระยะสลับกับแสงแปลบปลาบ ลมแรงพัดวู่พาเอาเศษฝุ่นผงปลิวว่อนอยู่ในบรรยากาศ เหล่านี้ไม่เหมาะแก่การเดินเล่นแต่ชายสองคนที่เพิ่งลงจากมอเตอร์ไซค์เมื่อครู่กลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน

                “ผู้กองว่าจะเจออะไรมั้ยครับ” จ.ส.ต.ขจรเอ่ยถามชายหนุ่มร่างสูง ไม่ได้ต้องการคำตอบมากไปกว่าทำลายความเงียบวังเวง โดยหน้าที่และอุดมการณ์แล้วขจรหรือจ่าจ้อนไม่หวั่นเกรงเรื่องใดเว้นก็แต่อย่างเดียวที่ทำใจเท่าไหร่ไม่ได้สักที สายตาเหลียวมองรอบ ๆ ดูลอกแลก บางคนเขาว่าผีไม่มีในโลกแต่ใครจะรับประกันได้ล่ะว่ามันไม่มีจริง

                “ใจเย็นจ่า” เสียงกลั้วหัวเราะดังปลอบเมื่อเจ้าตัวเห็นท่าทางกลัวผีขึ้นสมองของคู่หูก่อนวกกลับมาตอบคำถาม “วันนี้ไม่มีวันอื่นก็ต้องมี ข้อมูลประกอบอื่นเราได้มาเกือบครบหมดแล้ว ขาดอีกแค่ขั้นเดียวงานนี้เป็นอันจบ ข้างหน้านั่นแน่ะคำตอบของเรา เดี๋ยวก็รู้”

                คำตอบยาว ๆ ทำลายบรรยากาศชวนขนลุกลงได้มาก ขจรเหลือบมองหัวหน้ากึ่งคู่หูด้วยแววตานับถือเหมือนเช่นเคย จะวันนี้หรือวันแรกทำงานร่วมกันชายหนุ่มอายุน้อยกว่าเขาเกินรอบยังคงความเข้มแข็งมุ่งมั่นพร้อมด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม พลังแรงกล้าของเจ้าตัวกลบเกลื่อนความรู้สึกว่าจ่าอายุมากอย่างเขาต้องมาเป็นลูกน้องเด็กจนหมดสิ้น ยิ่งทำงานร่วมกันมากเท่าไหร่ยิ่งมีความนับถือชายหนุ่มมากขึ้นทั้งยังนึกชอบใจความบ้าบิ่นในหลาย ๆ ครั้ง ถึงวินาทีบุกตะลุยทีไรขจรรู้สึกได้กลับเป็นหนุ่มอีกครั้งทีนั้น

                “เลิกทำตาซึ้งได้แล้วจ่าลงมือเถอะ” ร.ต.อ.คณินทร์เตือนคู่หูขณะทั้งคู่เดินมาจนเกือบสุดซอย เห็นหลังคาโกดังขนาดใหญ่ตระหง่านอยู่ต่อหน้าไม่ไกลจากนั้น ขจรเปลี่ยนทีท่าอย่างคนรู้งาน ควักเหล้าชนิดขวดแบนออกจากข้างเอวเปิดฝาส่งให้หัวหน้าลงมือก่อน คณินทร์รับมาอย่างรวดเร็วเปิดฝากระดกขวดกรอกเหล้าเข้าคออึกหนึ่งก่อนเทส่วนที่เหลือลงบนเสื้อจนเหม็นคลุ้งตลอดร่าง ฝนเริ่มโปรยละอองลงต้อนรับทีละน้อย ขจรรีบทำอย่างเดียวกันเป็นการตบตาศัตรูหากว่าถูกพวกมันจับได้จากนั้นสองร่างอาศัยความมืดวิ่งหลบหลีกเข้าใกล้โกดัง ต้นหูกวางขนาดใหญ่ต้นหนึ่งถูกใช้เป็นที่กำบังอย่างดีแถมโชคยังเข้าข้างส่งฝนกระหน่ำเทลงมาเวรยามเดินขวักไขว่รอบโกดังจึงไม่สนใจนัก

                คณินทร์กับขจรซุ่มดูความเคลื่อนไหวอยู่กว่ายี่สิบนาทีทุกอย่างดูสงบนิ่งไม่มีใครเข้าออก ด้วยสายตาของตำรวจเห็นความผิดปกติก็เพียงการเฝ้าเวรยามแน่นหนาเกินไปเท่านั้น สิบนาทีถัดมาการรอคอยที่เหมือนจะสูญเปล่าดูมีค่าขึ้นเมื่อรถหกล้อคันหนึ่งแล่นเข้ามา คณินทร์ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานทันท่วงทีขณะขจรยกกล้องส่องทางไกลขึ้นดูรถคันนั้นให้ชัดแล้วพึมพำ

                “ไม่ติดป้ายทะเบียน”

จากสถิติผู้กระทำผิดกฎหมายมักเผลอแสดงพิรุธขั้นพื้นฐานเสมอเช่นการใช้ป้ายทะเบียนปลอมหรือไม่ติดเสียเลยอย่างเจ้ารถคันนี้ คณินทร์ไม่มีอาการแปลกใจ เขารู้อยู่แล้วว่ามีความเคลื่อนไหวบางอย่างเกิดขึ้นที่นี่ การได้เห็นกับตาอีกครั้งหลังซุ่มสังเกตการณ์ ตามเก็บหลักฐานมานานยืนยันได้ดีทีเดียว ความเคลื่อนไหวบางอย่างนั่น...เป็นเรื่องผิดกฎหมายซึ่งอยู่ในความดูแลของเขาเสียด้วย

รถหกล้อหายลับเข้าโกดังนานราวกับจะไม่กลับออกมาอีกแต่แล้วก็กลับออกมาตอนใกล้เวลาสี่ทุ่มตรง ในความมืดคณินทร์ยังอุตส่าห์สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างแปลกไป ชายหนุ่มทำเสียงหยันในลำคอ

“ขาเข้ารถสีอะไรจ่า”

ขจรนึกอยู่อึดใจ ดวงตาเขาเบิ่งกว้างมองตามรถที่กำลังแล่นลับเมื่อนึกออก “สีขาว! แต่นี่มัน”

“ดำ”

มีการสับเปลี่ยนรถอย่างไม่ต้องสงสัยหรือไม่เจ้าพวกชอบเย้ยกฎหมายก็คงเล่นตลกบางอย่างเพื่อเปลี่ยนสีรถเป็นการหลบหลีกการติดตาม คณินทร์เก็บกล้องขนาดจิ๋วบรรจุกล่องพลาสติกกันน้ำอย่างดีกลับลงกระเป๋ากางเกง ถ้าพวกมันคิดว่ารอดสายตาก็เสียใจด้วย ภาพต่าง ๆ ถูกบันทึกไว้หมดแล้ว

“วันนี้พอแค่นี้ ไปเถอะ”

 

“เฮ้ย พวกมึงเป็นใครวะ” เสียงร้องทักอย่างข่มขู่ดังขึ้นจากทางด้านหลังระหว่างตำรวจคู่หูเดินกลับออกมาตามทางเดิม คนถามกระโจนลงจากรถกระบะ ปิดประตูปังเดินอ้อมมาดักหน้า ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำทั้งมันและฝ่ายตำรวจเปียกโชก สายตาจับผิดมองสองร่างที่ยืนโงนเงนอยู่ครู่ก่อนตรงเข้ากระชากคอเสื้อคณินทร์ “กูถามก็ตอบสิวะ เข้ามาทำไมแถวนี้ ตอบไม่ดีไส้แตกแน่มึง”

ในซอยเปลี่ยวแห่งนี้ไม่มีบ้านคนแม้แต่หลังเดียว ดูมันระแวงเต็มที่กับการปรากฎตัวของชายแปลกหน้าทั้งสอง ฝนตกไม่ลืมหูลืมตาชะกลิ่นเหล้าจางลงกว่าความตั้งใจของคนพรางตัวพอสมควรแต่สภาพที่คนตัวสูงเซถลาตามแรงกระชากคอเสื้อราวกับนกปีกหักกับอาการยืนแทบไม่อยู่ช่วยบอกฝ่ายตรงข้ามถึงระดับความเมาได้ขั้นหนึ่ง สีหน้ามันเริ่มลังเลแต่ปลายมีดสีเงินเงาวับยังคงจ่อช่วงท้องผู้กองหนุ่มนิ่ง

“เอิ๊ก มีด อารายกานเพ่ จายเย็นเย้นอย่าทำโผมเลยค้าบ” คณินทร์ทำเป็นสะอึกเสียงดัง ตะเบ็งตอบมันด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้แข่งกับเสียงฝน ยกมือท่วมหัวไหว้ปลก ๆ

“เมาเรอะ” มันพึมพำเหมือนยังไม่ไว้ใจ จังหวะนั้นขจรที่ทำท่ายืนโงนเงนยิ่งกว่าคณินทร์ เดินขาพันกันเข้าหาเจ้าคนถือมีด ดวงตาปรืออยู่ครึ่ง ๆ กับรอยยิ้มฉ่ำบอกอาการเมา แน่ล่ะว่าคงไม่มีคนสติครบถ้วนคนไหนยิ้มออกท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้

“เฮ่น้อง แถวนี้มีห้องน้ำมั้ยวะ” ระหว่างถามขจรมีอาการพะอืดพะอมเหมือนจะคายของเก่าอย่างเห็นได้ชัด สองตาฉ่ำปรือนอกจากจ้องหน้าคนถูกถามแล้วไม่เหลือบแลคณินทร์แม้แต่นิดเดียว

มือถือมีดคมกริบค่อย ๆ ลดลง สายตามันแสดงความเชื่อขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัยว่ากำลังเผชิญหน้ากับคนเมาหยำเปสองคนจึงไม่คิดสนใจอีก มันปล่อยคอเสื้อคณินทร์แถมด้วยมองเหยียด ๆ เมื่อชายหนุ่มรูดตัวลงนั่งแปะบนพื้นเปียกด้วยสภาพดูไม่ได้ แต่ก่อนจะเดินกลับไปที่รถขจรที่ยังไม่ได้รับคำตอบเรื่องห้องน้ำก็เซแทด ๆ เข้าหามันพร้อมกับย้ำถาม

“เอ้าน้อง ว่างาย” อาการพะอืดพะอมชักมีมากขึ้นทุกที ฝ่ายถูกยึดแขนไว้แน่นสะบัดทำท่าจะผลักแต่ไม่ทัน...

-โอ้ก-

“เฮ้ย! ไอ้ห่าเอ๊ย”

ของเหลวกลิ่นเหม็นเปรี้ยวพุ่งออกจากปากขจรพรวดใส่เสื้อ คนถูกอ้วกใส่สบถลั่นเงื้อหมัดจะซัดเข้าให้ด้วยความโมโหแต่ต้องรีบเปลี่ยนใจผลักขจรออกห่างก่อนจะถูกอีกฝ่ายอ้วกรดอีกรอบด้วยความหงุดหงิด เดินกลับรถอย่างหัวเสีย

ไฟท้ายแดงวาบท่ามกลางสายฝนห่างสายตากลับเข้าไปทางโกดัง คนขับไม่เห็นว่าลับตาแล้วคนเมาทั้งสองดีดตัวลุกขึ้นท่าทางคล่องแคล่วราวกับตัวติดสปริงก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ

“ผมเพิ่งรู้ว่าจ่าคอนโทรลอ้วกได้ด้วย”

“เมื่อเย็นกินมากไปหน่อยต่างหากล่ะครับ พอล้วงคอนิดเดียวก็ออกมาเลย” แววตาขจรยังเต้นระริกด้วยความขบขัน สะใจกับการแก้คืนเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อครู่

พวกเขาไหวตัวตั้งแต่ได้ยินเสียงรถไล่หลังแล้วจึงแกล้งเดินโงนเงนตามแผนสำรองยามถูกพวกมันพบเห็น คณินทร์ชูนิ้วโป้งให้คู่หู “เยี่ยมยอด รีบไปดีกว่าจ่าก่อนพวกมันจะกลับออกมาอีกรอบ”

 

“ในนี้ไม่มีบ้านคนนี่” คณินทร์พึมพำ ขจรพยักหน้าเห็นด้วย อีกไม่เท่าไหร่พวกเขาจะถึงปากซอยแต่ตลอดสองข้างทางนอกจากป่าหญ้ารก ๆ แล้วไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดพอให้นึกออกว่าแท็กซี่จะขับเข้ามาส่งผู้โดยสารที่นั่น เว้นแต่โกดัง

ต่างสบตากันแวบหนึ่ง รีบกระโจนลงป่าหญ้าข้างทาง แท็กซี่คันดังกล่าวขับผ่านไปหลังจากนั้น เสียงรถควรจะดังไกลออกไปทว่าไม่นานมันกลับจอดนิ่งลงใกล้ ๆ ที่ซ่อนตัวนายตำรวจทั้งสอง คณินทร์รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลชะโงกมองรถต้องสงสัยจอดติดเครื่องเปิดไฟฉุกเฉิน เขาไม่แน่ใจว่าในรถมีผู้โดยสารหรือไม่กระทั่งพยายามมองฝ่าสายฝนเห็นเงาดำในรถเคลื่อนไหวเกินหนึ่ง เงานั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว...ผิดปกติ

ด้วยสัญชาตญาณ คณินทร์พุ่งตัวนำหน้าขจรออกไปอย่างรวดเร็ว รถแท็กซี่โยกสั่นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเข้าใกล้ ภายในห้องโดยสารกำลังเกิดการต่อสู้ระหว่างคนสองคน คนร่างใหญ่หันหลังจึงไม่เห็นคนภายนอก แต่ฝ่ายตัวเล็กกว่ามองเห็น อาศัยเรี่ยวแรงฮึดทั้งถองและถีบ ตะกายเปิดล็อกประตูจนสำเร็จ ร่างนั้นกระโจนพรวดหนีออกจากรถ ผมยุ่งเสื้อผ้าหลุดลุ่ย อย่างที่คณินทร์เห็นแล้วโทสะพุ่งทะยานตรงเข้าตะปบคนขับแท็กซี่หื่นกาม เสยหมัดเข้าปลายคางหมัดเดียวสลบไม่ทันต่อสู้ใด ๆ

ขจรมองอย่างทึ่งทั้ง ๆ รู้อยู่เต็มอกถึงความสามารถด้านหมัดมวยของหัวหน้า ท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเจ้าตัวไม่วายพึมพำ “สุดยอด!

คณินทร์ยักไหล่ เขาแค่จะสั่งสอนเดนมนุษย์ก่อนจับเข้าตะราง มันดันใจเสาะสลบเหมือดไปซะก่อน ก็ดีจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแรงมาก ชายหนุ่มส่งต่อคนขับแท็กซี่และหน้าที่ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่รวมถึงรถพยาบาลให้ขจร ตัวเองย่อเข่าลงตรงหน้าหญิงสาวท่าทางตื่นตระหนก นั่งคุดคู้ซุกหน้ากับหัวเข่าอย่างกลัวสุดขีด

“คุณปลอดภัยแล้ว” มือที่วางลงบนบ่าบอบบางชะงักรีบชักกลับ กัดกรามแน่นกับอาการสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวเคราะห์ร้ายเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างตื่น ๆ แว่นกรอบหนาสีขาวฝ้าพรายด้วยหยาดน้ำฝน ปากบางสั่นระริกขณะเจ้าตัวพึมพำ

“ขอบคุณนะคะ” ยังไม่ทันได้ยินหล่อนเอ่ยต่อจากนั้นร่างก็พับลงในอ้อมแขนผู้กองหนุ่มที่รีบผวารับไว้ทันท่วงที

“คุณ!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

571 ความคิดเห็น

  1. #51 pingpinguth (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 / 13:13
    แง้... พลาดไปบทนึงค่ะ TT
    แต่พอได้มาอ่านบทนี้ก็ดีใจที่พระนางของเราเข้าใจกันแล้ว เย้ๆ
    #51
    0
  2. #50 mangosteen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 22:07
    ชอบการบรรยายตั้งแต่แรกจนจบ พอเอ่ยถึงกบเขียดที่พากันร้องระงม พี่นึกถึงเสียงพวกนี้ทันทีพาลให้คิดถึงบ้านตอนหน้าฝน...

    บรรยายถึงทางเปลี่่ยว บรรยากาศชวนขนหัวลุก พี่ก็นึกถึงผีไม่น้อยไปกว่าจ่าจรหรอก อิอิ เห็นภาพอีก

    พอถึงคนเมา ก็เมากันได้เนียนอีก มีอ้วกออกมาด้วย กลิ่นมาก่อนเลย สุดยอดจ้ะ

    เริ่มเรื่องก็สนุก พี่เป็นพวกอ่านไปคิดตามไปตลอด เห็นภาพลอยมาเป็นฉากๆ ไม่ได้เข้ามาอ่านนิยายนานแล้วเมนท์นานแล้วเหมือนกัน ร้างลาวงการนักเลงไปนาน อิอิ

    ลูกปลายังเขียนหนังสือได้สนุก น่าติดตามเหมือนเดิมไม่มีผิด
    #50
    0
  3. #49 mangosteen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 22:07
    ชอบการบรรยายตั้งแต่แรกจนจบ พอเอ่ยถึงกบเขียดที่พากันร้องระงม พี่นึกถึงเสียงพวกนี้ทันทีพาลให้คิดถึงบ้านตอนหน้าฝน...

    บรรยายถึงทางเปลี่่ยว บรรยากาศชวนขนหัวลุก พี่ก็นึกถึงผีไม่น้อยไปกว่าจ่าจรหรอก อิอิ เห็นภาพอีก

    พอถึงคนเมา ก็เมากันได้เนียนอีก มีอ้วกออกมาด้วย กลิ่นมาก่อนเลย สุดยอดจ้ะ

    เริ่มเรื่องก็สนุก พี่เป็นพวกอ่านไปคิดตามไปตลอด เห็นภาพลอยมาเป็นฉากๆ ไม่ได้เข้ามาอ่านนิยายนานแล้วเมนท์นานแล้วเหมือนกัน ร้างลาวงการนักเลงไปนาน อิอิ

    ลูกปลายังเขียนหนังสือได้สนุก น่าติดตามเหมือนเดิมไม่มีผิด
    #49
    0
  4. #48 kredkaew (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2554 / 10:40
    ตอนแรกไม่กล้าอ่าน  กลัวลงไม่จบแล้วค้าง  กว่าจะรอหนังสือออก กว่าจะได้อ่าน

    แต่ไรท์เตอร์ใจดี  ลงให้จนจบ  รีดเดอร์คนนี้ก็จะตามให้กำลังใจกันจนจบเหมือนกัน  จุ๊บส์ จุ๊บส์
    #48
    0
  5. #47 ooiidd4 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2554 / 05:15
    เดินเรื่องไวจังแต่ก็น่าติดตาม
    #47
    0
  6. #46 YaRun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 00:36
    ชอบค่าาา
    #46
    0
  7. #45 Wiwi_jung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 / 16:39
    น่าอ่านเป็นที่สุดๆๆๆๆๆๆๆ
    #45
    0
  8. #44 แตงโม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 08:13
    ขอเกาะขอบ ตามอ่านด้วยคนค่ะ
    #44
    0
  9. #43 Go_kang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 00:59
     อิอิ สนุก น่าติดตาม
    #43
    0
  10. #42 pppp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 / 13:19
    สนุกคะ
    #42
    0
  11. #41 tjaree (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 / 10:03

    มาเป็นกำลังใจให้ ร.ต.อ.คณิน ปราบผู้ร้ายค่ะ สู้ สู้

    #41
    0
  12. #40 moon-sun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2554 / 13:16
    คนแต่งหายไปนาน คนอ่านแอบมาดูบ่อยๆๆ ตอนนี้ดีใจจังมีนิยายอ่านแล้ว (^_^)
    #40
    0
  13. #39 lovely_friend (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 19:49
     บู้สนั่นเล่มเลยป่าวคะ ><
    #39
    0
  14. #38 alittlevanda (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2554 / 17:18
    ตื่นเต้นๆ
    #38
    0
  15. #37 Pooma (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2554 / 16:54
    ตามมาเชียร์แล้วค่า ^^
    #37
    0
  16. #36 pimpimwall (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2554 / 16:06

    รอด่อค่ะ

    #36
    0
  17. #35 onsurang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2554 / 21:30

    เป็นกำลังใจด้วยคนนะ

    #35
    0
  18. #34 sodafire (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2554 / 21:02
    มาเป้นกำลังใจให้คะ
    #34
    0
  19. #33 sassy_nate (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2554 / 15:53
     รอติดตามค่ะ

    เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ
    #33
    0
  20. #32 khun-nong-lee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2554 / 10:25

    มาแล้วววววววว
    ปกติไม่ชอบตำรวจ(ในชีวิตจริง แต่ในโลกนิยายตำรวจก็น่า...อยู่นิดหนึ่ง)
    แต่พระเอกคนนี้ยกเว้น อิอิ

    รอต่อเด้อเจ้า (ตกลงเหนือหรืออีสานว่ะเนี๊ยเรา)

    #32
    0
  21. #31 rod_usawadee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2554 / 08:36
    แสดงว่ารู้จักกัน นะผู้หมวด ว่าแต่ท่ามกลางสายฝนเนี่ย ธรรมดาเค้าต้องติดฝนกันอยู่แต่สองคน นี่หนีฟ้า ผ่านฝน มาเจอคนขับรถหื่น เข้ามาซอยเปลี่ยว แสดงว่าบ้านอยู่ไม่ไกล อ้าว แม่พีศรีสมร จะมาเดาทำมายยยยย อ่ะ นะ รออ่านต่อดีกว่า แหม มาช้าเป็นคนที่สอง แต่ก็ดีกว่าไม่มา ป่ะ อัคนี รักนะจุ๊บ จุ๊บ แสดงความรัก เอ วันนี้ แสดงมากไปป่ะ มีแต่แสดงท้างงงน้านนนน เลยยยย
    #31
    0
  22. #30 vango (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2554 / 06:43
    ตื่นเต้นๆๆๆๆๆ โห...ขึ้นต้นได้สุดยอดจริงๆ
    #30
    0