-จุมพิตสิเน่หา-

ตอนที่ 8 : บทที่ 5 (2/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 ก.ย. 59




เมษราศีชิงขอร้องก่อนอีกฝ่ายจะได้เริ่มพูด ความเป็นเพื่อนสนิทมานานปีบอกให้สองหนุ่มรู้ว่าเมษราศีเอาจริง ต่อให้ต้องผิดใจกัน หรือพังโรงแรมนี้ให้ถล่มเพื่อตามหาผู้หญิงคนเดียวก็จะทำ ถึงแม้จะรู้ว่านี่แหละนิสัยลึก ๆ อีกมุมหนึ่งของเพลย์บอยขวัญใจสาว ๆ อย่างเมษราศี บวรวิชญ์กับบวรพลก็คิดว่าไม่ควรเกิดขึ้นที่นี่เลย

“ใครล่ะวะ นี่มึงจะไม่เห็นแก่หน้าพวกกูจริงน่ะเหรอ นี่มันโรงแรมของบ้านกูนะโว้ย มึงจะทำให้แขกแตกตื่นไม่ได้”

ทำไมจะไม่เข้าใจ และมีหรือถ้าเลือกได้จะอยากทำ เพียงแต่ครู่เดียวที่เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้น เหมือนหล่อนโยนบ่วงมาคล้องหัวใจเขาแล้วกระตุกให้ตามไปกระนั้น ปมเชือกของหญิงสาวแน่นหนา เขาเองก็เต็มใจให้มันผูกไว้ตลอดกาล แต่ก่อนอื่นเขาต้องหาตัวหล่อนให้เจอ

“กูไม่มีเวลาอธิบาย ไม่ตั้งใจสร้างความวุ่นวายให้พวกมึงด้วย แต่ไม่ทำไม่ได้ ขอร้องล่ะ เช็คให้ทีว่าไอ้เฒ่านั่นพักอยู่ห้องไหน ตรวจจากกล้องวงจรปิดก็ได้”

“ทำไมต้องทำอย่างนี้วะเมษ มึงกำลังทำให้พวกเราลำบากใจอยู่นะ” บวรพลถามเสียงเครียด “แล้วรู้ได้ยังไงว่าเขาจะทำร้าย ไม่เคยเกิดเหตุร้ายขึ้นที่นี่ แขกแต่ละท่านระดับวีไอพีทั้งนั้นมึงก็รู้นี่”

“กูไม่รู้ รู้แต่ต้องหาตัวเธอให้เจอ...โดยเร็วที่สุด”

อย่างที่บอกเพื่อนนั่นล่ะ เขาไม่รู้ แค่ผู้หญิงหน้าตาเหมือนในความฝันทำไมต้องสนใจนักหนา เมษราศีไม่เคยต้องวิ่งตามใคร แม้แต่ง้องอนยังไม่เคย แต่ตอนนี้ต่อให้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ถูกล่อลวงมา หล่อนเป็นของคนอื่นเขาก็ต้องเอามาเป็นของตัวเองให้ได้ เธอเป็นของเขา เป็นตั้งแต่มีตัวตนจริง ๆ ขึ้นมาต่อหน้าเขาแล้ว มันเหมือนมีแรงผลักดันบางอย่างเกิดขึ้นทันทีที่เห็นหน้าว่าต้องทำอย่างนี้ ราวกับว่าถ้าพลาดโอกาสจะไม่ได้เห็นหน้าหล่อนอีกนานแสนนาน...อาจนานกว่าชั่วชีวิตหนึ่งด้วยซ้ำ

“เอาไง”

บวรวิชญ์ปรึกษาน้องชาย อีกฝ่ายไม่ตอบ แต่ดูแววตาก็รู้ว่าคิดเหมือนกัน เมษราศีเหมือนระเบิด ต้องเก็บรักษาไว้อย่างดี มีประโยชน์ถ้าใช้ถูกวิธีและเก็บไว้ในที่เหมาะสม แต่ถ้าเกิดความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ระเบิดลูกนั้นก็พร้อมจะทำลายทุกอย่างเป็นจุณแม้แต่ตัวของมันเอง งานนี้มีทางเลือกสองอย่าง ถ้าไม่ตีหัวเมษราศีให้สลบคงต้องยอมทำตามคำขอร้อง ตลอดเวลาบวรพลเงียบ ปล่อยให้การตัดสินใจเป็นของพี่ชาย ในที่สุดฝ่ายนั้นก็ตกลงใจได้

“โอเค เราไปห้องรักษาความปลอดภัยกัน” เมษราศีหน้าชื่นขึ้นทันตาแล้วเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยในนาทีต่อจากนั้น “แต่ถ้าดูแล้วไม่เห็นว่าน่าจะมีการทำร้ายกันเกิดขึ้น ต่อให้ต้องมัดมึงแล้วจับขังไว้สงบสติอารมณ์กูก็จำเป็นต้องทำ”

 

ห้องรักษาความปลอดภัยอยู่ชั้นล่างลงมาจากชั้นผู้บริหารสามชั้น ฟลอร์ทั้งฟลอร์เป็นสำนักงานของฝ่ายรักษาความปลอดภัยทั้งหมด บวรวิชญ์เดินนำบวรพลและเมษราศีผ่านประตูนิรภัยด้านหน้าสุดด้วยการสแกนลายนิ้วมือ พนักงานลุกขึ้นสวัสดีแทบไม่ทันเมื่อเห็นผู้บริหารใหญ่ปรากฏตัวกะทันหัน  ผ่านคอกที่นั่งมาเกือบสุดทางบวรวิชญ์ทาบนิ้วโป้งขวากับเครื่องสแกนลายนิ้วมืออีกครั้ง นำคนทั้งสองมาถึงส่วนในสุด

ห้องสีขาวเปิดไฟสว่างจ้าจนแสบตานอกจากเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมแล้ว เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทันสมัย ผนังด้านหนึ่งเรียงรายด้วยจอมอนิเตอร์อันปรากฏภาพความเคลื่อนไหวจากทุกซอกมุมในโรงแรมยกเว้นบริเวณส่วนตัวเช่น ในห้องพักและห้องน้ำ

“เรื่องเพิ่งเกิดใช่ไหม” บวรพลถามเมษราศี ชายหนุ่มตอบว่าใช่เรื่องเพิ่งเกิดขึ้นก่อนเขาขึ้นไปหาคนทั้งสองไม่ถึงสิบนาที “ดึงภาพของชั้น 18 ภายในครึ่งชั่วโมงนี้ออกมาดูหน่อย”

เจ้าหน้าที่ควบคุมทำตามคำสั่ง สามหนุ่มยืนกอดอกรอคอยอย่างสงบหากแต่แววตาไม่สงบอย่างท่าทางโดยเฉพาะเมษราศี เขามองภาพความเคลื่อนไหวตรงหน้าด้วยใจจดจ่อที่สุดก็ปรากฏภาพคนสามคน ชายสองหญิงหนึ่ง ผู้หญิงหนึ่งเดียวในจำนวนนั้นสลบไสลไม่ได้สติ บวรวิชญ์ถึงกับชะโงกหน้าเข้าใกล้จอ

“นี่มันอะไร ใครปล่อยให้ผ่านเข้ามาได้”

มีพนักงานเข้าไปถามไถ่เหมือนกัน แต่ก็ปล่อยผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น บวรพลสบตาพี่ชาย พวกเขาเห็นคนอุ้มหญิงสาวท่าทางเลิกลั่กส่อพิรุธ แล้วพอพากันหายเข้าไปในห้องพัก ชายคนอุ้มออกมาเพียงคนเดียวทิ้งอีกสองคนไว้ตามลำพัง เมษราศีได้ดูภาพถูกบันทึกไว้อีกครั้งก็ยิ่งแน่ใจ

“เห็นใช่ไหม จะยังไงก็ช่าง สมยอมหรือถูกล่อลวงเราควรจะไปถามให้รู้เรื่อง”

คราวนี้ผู้บริหารหนุ่มเห็นด้วย เพราะถ้าเกิดกรณีล่อลวงมาทำมิดีมิร้าย นอกจากไม่เห็นด้วยในความชั่วร้ายนั่นแล้วการกระทำดังกล่าวจะส่งผลร้ายต่อโรงแรมของพวกเขาอย่างมากถ้าเป็นข่าวหรือเรื่องรู้ถึงหูแขกคนอื่น ๆ

“เข้าใจแล้ว” บวรพลตอบ หันไปคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะกดเบอร์ภายในต่อถึงเคาน์เตอร์ด้านล่าง

“ขอคีย์การ์ดสำรองห้อง 1809 รีบเอาขึ้นมาให้ผมที่หน้าห้องด่วนเลยนะ” แล้วบอกกับพี่ชายและเพื่อนสนิท “เรียบร้อย ไปกันเถอะ”

 

ในห้องพักหมายเลข 1809 เสี่ยเทิดเอามือลูบปากท่าทางกักขฬะเดินเข้าหาสมันน้อยหลงทางอย่างใจเย็น ท่าทางหล่อนดูไร้เดียงสาอ่อนต่อโลกแถมตื่น ๆ ชอบกล แบบนี้เวลาอยู่บนเตียง อาการหวาดกลัวของหล่อนคงสร้างความหฤหรรษ์ให้เขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

“หนูชื่ออะไรเหรอจ๊ะคนสวย ไหนบอกเสี่ยซิ”

นอกจากท่าทางหื่นกระหาย น้ำเสียงยังจาบจ้วงพอ ๆ กับแววตา หญิงสาวทั้งกลัวทั้งขยะแขยง ก้าวถอยทีละน้อยพยายามทำใจดีสู้เสือไม่วิ่งหนีให้อีกฝ่ายรู้ว่าแท้ที่จริงหล่อนกลัวจนเข่าแทบทรุดอยู่แล้ว

“มุก ฉันชื่อมุก”

“โอ้ว ไข่มุกทะเลใต้ใช่หรือเปล่าจ๊ะ มิน่าง้ามงาม ขาวเนียนไปทั้งตัว”

เสี่ยเทิดยิ่งพูด มุกยิ่งขนลุก กำชายสไบแน่นนึกภาวนา

...คุณพ่อเจ้าขาคุณแม่เจ้าขาช่วยลูกด้วย อ้ายคนเลวทรามนี่มันคิดจะทำร้ายลูก...

หล่อนมองเสี่ยเทิดศีรษะจรดปลายเท้า ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ซึ่งความเป็นไปได้นั้นน้อยมากอยู่แล้ว หล่อนเป็นลูกคนเดียวของพระยาเตหราช ท่านทั้งรักทั้งหวงไม่ค่อยให้ออกจากเรือน หรือถ้าออกไปบ้างก็ต้องมีบ่าวไพร่ล้อมหน้าล้อมหลังนับสิบ คนสถุลอย่างผู้ชายตรงหน้าไม่มีวันได้เฉียดใกล้หล่อน

ยิ่งคิดมุกยิ่งไม่เข้าใจ ทั้งดูเหมือนว่าความทรงจำหล่อนยังสับสนอยู่มาก ทราบแต่เวลานี้หล่อนพลัดจากเรือนมาต่างถิ่น ข้าวของเครื่องใช้หน้าตาประหลาด คนหรือก็กิริยาต่ำทรามน่าให้พะทำมะรง[1]จัดการเป็นที่สุด

“หนูมาจากไหน มานั่งคุยกับเสี่ยตรงนี้มา”

เสี่ยเทิดพยายามชวนคุยอันเป็นความรู้สึกแตกต่างกับที่มีต่อผู้หญิงทุกคน กับมุก หล่อนมีบางอย่างแผ่ออกมาทำให้เขาอยากถนอมมากกว่ารายอื่นแม้สุดท้ายบทพิศวาสบทเตียงจะเหมือนกันก็ตาม ชักชวนแล้วเห็นว่าอีกฝ่ายยังยืนนิ่งจึงสาวเท้าเข้าไปใกล้ ยื่นมือออกไปหมายจะจูงไปที่เตียงด้วยกันหากยังไม่ทันได้แตะแม้ปลายก้อยมือเรียวบางข้างหนึ่งก็เหวี่ยงฟาดใส่ซีกหน้าเต็มแรง

            -เพี้ยะ-

            หน้าเสี่ยเทิดชาไปทั้งแถบหมดอารมณ์อยากทำความรู้จัก ส่วนมุก หลังตบหน้าคนแปลกหน้าเต็มแรงหล่อนวิ่งหนีมาจนถึงประตู เสี่ยเทิดวิ่งตามมาติด ๆ พร้อมเสียงคำราม

            “พูดดี ๆ ด้วยไม่ชอบใช่มั้ย มานี่เลยอีตัวดี”

            นิสัยป่าเถื่อนฝังรากลึกในจิตใจเสี่ยเทิด ข้อนี้มุกไม่รู้จนเมื่อถูกฝ่ายนั้นกระชากผมทำเอาศีรษะหงายผงะไปด้านหลัง เจ็บปวดเกินบรรยาย หล่อนกุมมือทับมือหยาบอีกชั้นพยายามดึงมือนั่นออกแต่สู้แรงคนกักขฬะไม่ได้สุดท้ายก็ถูกลากไปโยนลงกลางเตียงร่างกระเด้งขึ้นลงเพราะความหนานุ่มนั้นทำให้ไม่เจ็บ

            “เอ็งจะทำอะไรข้า!” หล่อนตวาด ปัดป้องร่างที่โถมลงมาทับ “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ก่อนเจ้าคุณพ่อของข้าจะมาถึง”

            ถ้อยคำคาดโทษด้วยภาษาพูดราวกับหลุดจากโรงลิเกเสี่ยเทิดไม่คิดสนใจฟัง เฝ้าแต่ตะโบมลูบคลำเรือนร่างหญิงสาวที่ดิ้นสุดชีวิตเพื่อจะหลุดจากการพันธนาการให้ได้ ยิ่งดิ้นเนื้อตัวหญิงสาวก็ถูไถกับเสี่ยเทิดหนักขึ้นเพิ่มระดับอารมณ์ดิบ เสี่ยเทิดหัวเราะถูกใจ ก็ขนาดแค่ได้สัมผัสเพียงเล็กน้อยยังนำความสุขมานักหนา อีกเดี๋ยวพอได้ครอบครองเขาคงเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้าทั้ง ๆ ยังมีชีวิต

            “ปล่อยข้านะอ้ายคนชั่ว!

ในความตระหนกสุดขีด มุกยังครองสติไว้ได้ค่อนข้างมากด้วยนิสัยไม่กลัวใครของหล่อน นิสัยด้านนี้ได้รับสืบทอดจากพระยาเตหราชมาเต็มเปี่ยมท่านจึงยิ่งรักสุดจิตสุดใจ

“ปล่อยเหรอจ๊ะ ตรงไหนดีล่ะ ตรงนี้หรือตรงนี้”

คำถามเสี่ยเทิด มุกไม่เข้าใจสักคำเดียวด้วยความไร้เดียงสาไม่เคยใกล้ชิดชายใดแม้จับไม้จับมือยังไม่เคย การถามไปชี้ไปที่หน้าอกและบริเวณต้นขานั้นมุกจึงไม่ทราบว่ามันเป็นความหยาบคายอย่างมาก หล่อนรู้แต่ขยะแขยงเสี่ยเทิดเต็มที ขืนปล่อยนานกว่านี้คงเพลี่ยงพล้ำตกเป็นเมียมันแน่

เรี่ยวแรงผู้หญิงน้อยนิดเมื่อเทียบกับแรงชาย มุกรวบรวมกำลังอยู่ครู่ใหญ่อาศัยความไวและจังหวะน้อยนิดกระชากแขนหลุดจากมือเสี่ยเทิดใช้สองนิ้วจิ้มดวงตาทั้งสองเต็มแรง

“อ๊าก!

เก็บความสงสารไว้ใช้เฉพาะกับคนสมควรได้รับ...ตั้งแต่เริ่มเข้ารุ่นสาว บิดาดูจะระแวดระวังกังวลเป็นพิเศษ คอยพร่ำสอนการป้องกันตัวเพิ่มเติมจากที่มารดาอบรมเรื่องการวางตัว ในเวลาคับขันมุกนึกถึงคำบิดา แม้จะรู้สึกไม่ดีที่ต้องทำร้ายร่างกายผู้อื่น แต่ที่ทำก็เพื่อป้องกันตัว

ลูกทำถูกแล้วใช่ไหมเจ้าคะคุณพ่อ

เสียงร้องเหมือนสัตว์บาดเจ็บดังขึ้นทันที สองมือเสี่ยเทิดยกขึ้นปิดตา เรี่ยวแรงหดถอยลง มุกรีบผลักร่างใหญ่โตออกจากเนื้อตัว วิ่งไปถึงประตูอีกครั้งแต่ก็ต้องชะงักเพราะหาดาลประตูไม่พบ หล่อนเริ่มทำอะไรไม่ถูกจึงทุบประตูพลางร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็เป็นเวลาเดียวกับที่เสี่ยเทิดค่อยยังชั่วลุกขึ้นย่างสามขุมเข้าหาด้วยแววตากร้าวกระด้าง

 

“เอามานี่”

เมษราศีคว้าคีย์การ์ดสำรองจากมือผู้จัดการโรงแรมที่พบกันบริเวณหน้าลิฟต์ เดินกึ่งวิ่งมาถึงหน้าห้อง 1809 แล้วใจหายเพราะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องแว่ว ๆ จากด้านใน ไม่กี่วินาทีหลังทาบคีย์การ์ดกับเซ็นเซอร์หน้าประตู ชายหนุ่มดันผลัวะเข้าไปด้านใน ดวงตาลุกเรืองขึ้นยามเห็นว่าชายอายุแก่คราวพ่อสวมผ้าขนหนูผืนเดียวกำลังลากหญิงสาวไปยังเตียงนอนอย่างไม่ปรานีปราศรัย หล่อนร้องอุทานเจ็บปวด ผมเผ้าค่อนข้างยุ่งกระจายตัวยามร่างนั้นถูกเหวี่ยงลงกลางเตียงกว้าง การล่วงล้ำเข้ามาในห้องพักกะทันหันของเมษราศีทำให้เสี่ยเทิดค่อนข้างหงุดหงิดแกมตกใจในตอนหันมาเห็นสีหน้าชายหนุ่ม

“ลื้อเป็นใคร เข้ามาได้ยังไงวะ”

ร่างอ้วนฉุผละจากผู้หญิง ก้าวมาเผชิญหน้า เห็นชัดว่าส่วนสูงต่างกันลิบลับ คนหนึ่งอ้วนเตี้ย อีกคนสูงสมาร์ท ไม่อ้วนแต่ไม่ผอมจนดูไร้เรี่ยวแรง มุกพยุงตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล เขยิบลงจากเตียงทีละนิดไม่ให้เสี่ยเทิดรู้ตัวแต่เมษราศีเห็น เขามองหล่อนนิดหนึ่ง เห็นแววตาหวั่นกลัวก็ยิ่งสงสารและเดือดดาลไปพร้อมกัน เอ่ยถามเสี่ยบ้ากามเสียงกร้าว

“จะทำอะไรผู้หญิง”

ในห้องมีแต่เมษราศีก้าวเข้ามาเพราะขอเป็นคนจัดการเอง ให้เพื่อนอีกสองคนคุมเชิงอยู่ด้านนอก คำถามนี้เรียกเสียงหัวเราะกวนประสาทก่อนฝ่ายนั้นตอบว่า

“ก็ทำอย่างผัวเมียเขาทำกันน่ะสิ ลื้อเสือกอะไรด้วย”

เจ็บพิลึกกับคำตอบนี้ เมษราศีกำหมัด หันไปถามความแน่ใจกับหญิงสาวยืนตัวสั่นอยู่มุมหนึ่ง

“จริงเหรอ คุณเป็นเมียเขางั้นเหรอ”

“ไม่ใช่! ฉันไม่เคยรู้จักมัน”

เท่านั้นเองที่ต้องการ เมษราศีประเคนหมัดเปรี้ยงเข้าใส่เฒ่าบ้ากามเต็มรัก เสี่ยเทิดเพิ่งทุเลาเจ็บตามาโดนชกด้วยหมัดของหนุ่มวัยฉกรรจ์ร่างจึงเซไปชนกับโคมไฟด้านหลังดังโครมก้นจ้ำเบ้าแต่ยังฮึดฮัดรีบตะกายตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล เมษราศีที่โมโหเดือดอยู่เลยซัดให้อีกชุดใหญ่โทษฐานบังอาจแตะต้องผู้หญิงของเขา...ชายหนุ่มถือสิทธิ์ ถึงวันนี้ยังไม่ใช่ อีกหน่อยก็ต้องใช่

ด้วยอายุต่างกันอย่างเทียบไม่ได้ เรี่ยวแรงยิ่งไม่ต้องพูดถึง เสี่ยเทิดหมอบกระแต เลือดกบปาก นั่งกองกับพื้นตาลอยคว้างมองเมษราศีเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับเมื่อครู่ไม่ได้ออกแรงจัดการเขาเสียสะบักสะบอม

“ไปเร็ว!

ชายหนุ่มร้องบอก ตรงเข้าคว้าข้อมือน้อยฉุดให้วิ่งตามออกมาจากห้อง มุกไม่แน่ใจในความปลอดภัยของตัวเอง ไม่รู้จักผู้ชายคนใหม่นี้ด้วย แต่อย่างไรก็ดีกว่าตกอยู่ในห้องเพียงลำพังกับเสี่ยเทิด หล่อนตัดสินใจวิ่งตามเมษราศี กระชับมือตอบเขาราวกับจะบอกว่าฉันขอฝากชีวิตไว้กับคุณด้วย


[1] พะทำมะรง เป็นตำแหน่งผู้บังคับการตะราง  มีหน้าที่ประจำรักษาและรับผิดชอบ  ว่ากล่าวการทั้งปวงในตะราง ให้เรียบร้อยถูกต้อง


โปรดติดตามตอนต่อไป...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น