-จุมพิตสิเน่หา-

ตอนที่ 25 : บทที่ 14 (2/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    31 ต.ค. 59


E-book จุมพิตสิเน่หา พร้อมเสิร์ฟละน้า
คลิกโลด



+++++++++++++++++


เมษราศีกลับเข้าทำงานในช่วงบ่ายโดยมีงานสุมเต็มโต๊ะรออยู่ ชายหนุ่มสั่งงานเลขานุการคนหนึ่งพิมพ์เอกสาร อีกคนโทร.ยืนยันนัดหมายกับลูกค้าก่อนสำทับเสียงเฉียบไม่ให้ใครเข้ามาวุ่นวายเพราะต้องการสมาธิ อีกไม่นานจะมีงานแสดงสินค้าระดับชาติที่ต่างประเทศ ทิพยภูษาได้นำผ้าไทยเข้าร่วมวางขายในงานนี้ด้วย ระหว่างเตรียมงานแต่ละฝ่ายจึงค่อนข้างยุ่งเป็นพิเศษ

ยามทำงาน ชายหนุ่มตัดทุกอย่างทิ้งแม้แต่เรื่องส่วนตัว ขณะกำลังคร่ำเคร่งอยู่เสียงเคาะประตูสั้น ๆ ก็ดังขึ้นพร้อมกับประตูถูกเปิดออกโดยยังไม่ได้รับอนุญาต

“ใครอนุญาตให้เข้ามา”

ถามเสียงเย็นชาทั้ง ๆ ไม่เงยหน้า รู้สึกได้ว่าผู้เข้ามาใหม่ไม่หยุด ยังคงเดินเข้ามาจนถึงหน้าโต๊ะจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาฉุนเฉียวก่อนแปรเปลี่ยนเป็นแปลกใจ

“ดิฉันมาสมัครงานค่ะ ไม่ทราบพมีตำแหน่งสูง ๆ เงินเดือนดี ๆ ว่างบ้างไหมคะ”

คนพูดพาส่วนสูงเกือบร้อยเจ็ดสิบหยุดชิดหน้าโต๊ะ สองแขนเท้าลงมาก่อนโน้มตัวจนใบหน้าต่ำลงในระดับเกือบเท่าเจ้าของโต๊ะ ส่งยิ้มพราวยั่วเย้าระคนขบขันส่งให้ดวงหน้าหมดจดแม้ไม่สวยบาดใจดูกระจ่าง

“ฐา...”

เรื่องยุ่ง ๆ ทำให้เมษราศีลืมเพื่อนคนนี้สนิท ทั้ง ๆ รุ่งเช้าหลังจากฝันว่าหล่อนกลับจากต่างประเทศแล้วโทร.มาให้เขาไปรับที่สนามบินไปเจอมุกถูกชายกลุ่มหนึ่งตามล่าเสียก่อน กะว่าจะโทร.หาว่าสบายดีไหม

ฐานิกายิ้มเก๋ใส่ตาเพื่อนคนที่หล่อนมีโอกาสได้รู้จักตอนใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศเยอรมัน

“ก็ฐาน่ะสินึกว่าใคร ดูซิทำหน้าเหมือนเห็นผีแถมดุเราอีก”

หญิงสาวแกล้งตัดพ้อ เมษราศีเพิ่งปรับอารมณ์ได้ลุกขึ้นเขย่ามือทักทายกับเพื่อนสาวตามธรรมเนียมฝรั่ง

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไปไงมาไงถึงมาหาผมได้”

เมษราศีถามเป็นชุด เชื้อเชิญให้เพื่อนนั่งก่อนกดอินเทอร์คอมสั่งเลขายกเครื่องดื่มกับอาหารว่างเข้ามาเสิร์ฟ ระหว่างนั้นฐานิกาหยุดสายตาอยู่ที่ใบหน้าชายหนุ่ม เขาเรียนจบระดับปริญญาโทจนบินกลับมารับสืบทอดกิจการของครอบครัวหลายปีแล้ว แต่ชายหนุ่มผู้หยิ่งยโส ใจร้อน แต่มีเสน่ห์ ขี้อ้อนแถมใจดีในคนเดียวกันไม่เปลี่ยนไปเลย

หญิงสาวนึกถึงวันแรกที่ได้พบกัน ตอนนั้นอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม หิมะตกหนัก เพื่อนร่วมห้องของหล่อนมัวไปปาร์ตี้จนมัวติดต่อไม่ได้แล้วหล่อนเองดันลืมกุญแจไว้ข้างในทำให้ต้องทนหนาวอยู่ข้างนอกแทบแข็งตาย ชีวิตเมืองนอกไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เหมือนเมืองไทย หล่อนจึงไม่อาจขอความช่วยเหลือจากใครได้ง่าย ๆ มีแต่ชายหนุ่มผิวขาวสวมเสื้อพูลโอเวอร์สีน้ำเงินกับโค้ตตัวยาวที่ขี่จักรยานผ่านมาแวะทักถามแล้วชักชวนให้ไปหลบหาไออุ่นที่โถงชั้นล่างหอพักของเขา

“อยู่ใกล้ ๆ นี่เองครับ เจ้าของเขาใจดีคงไม่ว่าหรอกถ้ารู้ว่าคุณจำเป็นต้องหลบหาความอบอุ่นก่อนแข็งตาย”

จุดเริ่มต้นจากวันนั้นทำให้หล่อนรู้จักเมษราศีทั้งยังซึ้งใจว่าคนรวยอย่างเขาไม่รังเกียจพนักงานล้างจานหาเช้ากินค่ำมีแต่จะคอยช่วยเหลือในฐานะเพื่อนคนไทยด้วยกันในต่างแดนเรื่อยมากระทั่งต้องบินกลับ

“ว่าไงกลับมาเมื่อไหร่”

คำถามย้ำเรียกฐานิกากลับคืนจากภวังค์ กะพริบตามองชายหนุ่มที่คิดถึงมาตลอดตั้งแต่จากกัน

“เดือนกว่าแล้ว ฐาเก็บเงินได้ก้อนนึงเลยได้ตัดสินใจกลับบ้านเรา อยากตายที่นี่มากกว่าที่อื่น โชคดีกลับมาก็ได้งานเลย พอเข้าที่เข้าทางเลยมาหาตามนามบัตรที่เมษเคยให้ไว้”

เมษราศีพยักหน้ารับรู้ จะว่าไปฐานิกาแปลกว่าผู้หญิงอื่นที่เขาเคยรู้จัก หล่อนหน้าตาไม่เลวแต่กลับเป็นคนที่เขาไม่คิดจะให้เป็นอย่างอื่นมากไปกว่าเพื่อน คงเพราะสายตาเวลาเจ้าตัวเผลอก็ได้ มันสื่อถึงความรู้สึกลึกซึ้งบางอย่างซึ่งตรงกับกติกาส่วนตัวที่ว่าจะไม่เลือกควงคนที่จริงจังกับตัวเอง ที่ให้นามบัตรไว้เพียงเพื่อเผื่อหล่อนกลับมาแล้วต้องการความช่วยเหลือจะได้ช่วยเท่าที่ช่วยได้ตามประสาเพื่อน

“ฐามากวนคุณหรือเปล่า”

ถามเพราะเห็นเขาเงียบไป ชายหนุ่มยิ้มบางไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเพราะกำลังยุ่งจริงแต่ถ้าตอบตามตรงอาจทำให้คนฟังเข้าใจผิดว่าเป็นการไล่ทางอ้อมได้ ไหน ๆ หล่อนก็มาตั้งไกล คุยกันคงไม่นานเกินไป ถือเสียว่าพักสมองแล้วกัน

“หาเก่งเหมือนกัน ไม่กลับไทยซะนานยังหาบริษัทผมเจออีก”

เมษราศีชม ฐานิกายิ้มรับ ไม่บอกเขาว่าต่อให้ยากเย็นแค่ไหนหล่อนต้องมาเจอเขาให้ได้ ทั้ง ๆ อยากบอกและบอกให้หมดด้วยว่าสาเหตุที่แท้จริงในการตัดสินใจกลับไทยทั้งที่เคยตั้งใจว่าจะไม่กลับมาเหยียบอีกตลอดชีวิตคือเขา...คิดถึงเมษราศีตรงหน้าหล่อนคนนี้นี่เอง

ทันทีที่กลับมาถึง ฐานิกายังวุ่นวายเรื่องหางานและที่อยู่ ระหว่างนั้นก็คอยอ่านหนังสือพิมพ์หน้าธุรกิจเผื่อจะมีข่าวคราวของเขาเพราะเชื่อว่านักธุรกิจระดับนี้คงมีข่าวคราวให้พูดถึงบ้าง แต่ข่าวของเขาที่เห็นกลับไปโผล่อยู่ในหน้าซุบซิบดาราเป็นส่วนใหญ่ว่าควงคนนั้นแล้วเปลี่ยนเป็นคนนี้ไม่เว้นวัน

เมษราศีไม่เคยรักหล่อนเลย แต่มันไม่สำคัญเพราะหล่อนรักเขา กลับมาคราวนี้ต่อให้ก่อนหน้าเขาจะมีใครก็ตาม แต่หลังจากนี้ฐานิกาตั้งใจ...ข้าง ๆ เมษราศีต้องมีหล่อนเพียงคนเดียว

“อ้อฐามีของฝากมาให้เมษด้วยนะ” ยื่นหนังสือเล่มหนากระดาษค่อนข้างเหลืองแต่ปกยังแข็งแรงดีส่งให้ เมษราศีรับพร้อมเอ่ยขอบคุณ

หญิงสาวอยู่คุยอีกพักใหญ่จึงขอตัวกลับแสดงให้เห็นว่ามาทักทายอย่างเพื่อนธรรมดาไม่ให้ชายหนุ่มทันรู้ตัวและตั้งป้อมปฏิเสธ ก่อนกลับยังทิ้งท้าย

“วันหลังถ้าผ่านมาจะแวะมาหาอีก ท่านประธานจะต้อนรับไหมคะ”

คนเป็นเพื่อนกัน เมษราศีจะตอบอะไรได้นอกจาก

“เอาสิ”

หญิงสาวซ่อนความดีใจอยู่ลึก ๆ เดินออกมาแล้วสมองยังวางแผนอีกยืดยาว พอออกมาถึงนอกอาคาร หล่อนมองถนนหนทางแปลกตา เมื่อไม่มีเมษราศีในรัศมีใกล้เคียง บ้านเกิดเมืองนอนกลับหม่นมัวลงเพราะภาพอดีต หล่อนกำพร้าพ่อแม่แต่เด็ก นึกว่าชีวิตจะดีขึ้นเมื่อฉมผู้เป็นป้ารับอุปการะ นึกไม่ถึงว่าพอหล่อนแตกเนื้อสาว ลุงเขยตัวดีดอดเข้ามาถึงในห้องเพื่อจะข่มขืนดีที่หล่อนรอดมาได้ แต่ก็ต้องหนีออกจากบ้าน หางานทำเลี้ยงตัวเอง กระเสือกกระสนเรียนจนจบปริญญา พอสบช่องคนรู้จักชักชวนไปต่างประเทศจึงตอบตกลงทันทีตั้งใจหันหลังให้กับประเทศที่มีคนอย่างเสี่ยเทิดอยู่ เมษราศีคนเดียวทำให้หล่อนอยากกลับมาอีก แล้วอย่างนี้หล่อนจะปล่อยเขาหลุดมือไปเป็นของคนอื่นได้ยังไง

 

ความตั้งใจจะตรงกลับบ้านทันทีที่เสร็จงานถูกเปลี่ยนกะทันหันเพราะป้าสะใภ้โทร.มาบอกว่าทั้งหล่อนและมุกไม่อยู่บ้านแต่กำลังอยู่ที่ร้านอาหารไทยไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง ดีเหมือนกันถือโอกาสพามุกเปลี่ยนบรรยากาศทานอาหารนอกบ้านเสียบ้าง...เมษราศีคิดอย่างไม่รู้ล่วงหน้าเลยว่าความคิดนี้จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันทีที่ไปถึง

 

มุกไม่นึกว่าการทำอาหารทั้งคาวหวานให้คนในบ้านลักษมีจิรภัทรทานจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่อีกสิ่ง เมื่อสามวันก่อนเพื่อนจันทกานติ์แวะมาหา หล่อนที่ขลุกอยู่ในครัวจัดแจงเตรียมกับข้าวกับปลาเพิ่ม ระหว่างอาหารคาวยังไม่เรียบร้อย ขนมเกสรลำเจียกที่ทำไว้ก่อนหน้านั้นอบควันเทียนได้ที่จึงให้เด็กยกไปเสิร์ฟก่อน ไม่ถึงสองนาทีแม่ครัวคนสวยก็ถูกเชิญให้ออกไปพบเพื่อนจันทกานติ์อีกครั้งหลังจากได้ไหว้ทำความเคารพแล้วครั้งหนึ่งเมื่อแรกมาถึง

“หนูมุก” เรืองรัตน์เรียกหญิงสามตามอย่างจันทกานติ์ “ขนมนี่ชื่ออะไร หนูทำเองจริง ๆ น่ะเหรอ เอ้อขอโทษทีประเดี๋ยวจะนึกว่าป้าดูถูกฝีมือ เพียงแต่มันอร่อยแถมยังหอมมากเสียด้วยสิ กินขนมไทยมาจนหัวหงอกไม่เคยเจอร้านไหนอร่อยเท่าหนูมุกทำเลยนะเนี่ย”

หล่อนถามก่อนขอโทษขอโพยตามด้วยชมเปาะยาวติดกันเป็นขบวนรถไฟ จันทกานติ์นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ปลื้มใจแกมสมใจเล็ก ๆ ค่าที่เคยคุยไว้แล้วเพื่อนเห็นจริง มุกนั่งประสานมืออยู่ข้างจันทกานติ์ ตอบคำถามอย่างดีไม่มีทีท่าจะโกรธเคืองผู้ใหญ่ ดีใจเสียด้วยซ้ำเพราะความสุขของคนทำครัวคือเห็นคนกินชอบรสมือของตน

“ใช่ค่ะ มุกเป็นคนทำ ขนมนี้ชื่อเกสรลำเจียกค่ะ ถ้าคุณป้าชอบไว้คราวหน้าแวะมามุกจะทำให้ทานใหม่ดีไหมคะ”

ต่อหน้าคนนอกมุกสามารถใช้คำพูดสมัยใหม่ได้คล่องปากแต่วิธีการทอดเสียงยังคงอ่อนหวานกว่าอยู่นั่นเอง เรืองรัตน์ชิมขนมอีกคำเหมือนไม่รู้จักอิ่ม

“ขนมอย่างอื่นทำได้ด้วยไหมจ๊ะ”

“ได้ค่ะ คุณป้าชอบทานอะไรคะ”

ถามอย่างเอาใจ ทีนี้จันทกานติ์ได้ช่องเสริม

“ขนมไทยทุกชนิดทำได้หมดแหละเธอ ฉันเคยเล่าให้ฟังแล้วไงว่าหนูมุกรสมือยังงี้”

หล่อนยกนิ้วโป้งอวดเพื่อน เรืองรัตน์ยอมรับโดยดุษณี ชื่นชอบในฝีมือมากถึงขั้นขอร้องให้ทำขนมส่งที่ร้าน สองป้าหลานสบตากันนิดหนึ่ง ใจจันทกานติ์นั้นตอบรับเต็มที่เพราะอยากอวดฝีมือมุกแต่ไม่กล้าโพล่งออกไปเพราะอยากให้การตัดสินใจเป็นของเจ้าตัว เรืองรัตน์เห็นมุกมีท่าทางลังเลก็รีบเสนอ

“ไม่ต้องกลัวจะทำฟรีนะจ๊ะ คิดราคามาได้เลย ของแบบนี้มันของซื้อของขายป้าเข้าใจ”

มุกฟังอย่างนึกไม่ถึงว่าอย่างหล่อนจะได้ทำงานหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองเหมือนผู้หญิงสมัยนี้กับเขาด้วย ความภาคภูมิใจเกิดขึ้นทีละน้อย หันมาสอบถามจันทกานติ์ก่อนเพราะอย่างน้อยหล่อนก็อาศัยใบบุญท่านอยู่

“ถ้ามุกทำ คุณป้าจะอนุญาตไหมคะ”

มีหรือจันทกานติ์จะไม่เอ่ยปากอนุญาต หล่อนรีบพยักหน้าแถมเพิ่มความเอ็นดูหญิงสาวเข้าไปอีกกับความอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ แต่ก่อนตอบ มุกยังขอเวลาปรึกษากับอีกคนนั่นคือเมษราศี เขาเป็นคนพาหล่อนมา จะทำอะไรไม่บอกกล่าวกันไม่ใช่วิสัยของหล่อน จนเมษราศีตอบว่า

“ไม่ต้องขออนุญาตพี่ก็ได้ ความสุขของมุกพี่จะขวางได้ยังไง”

นั่นล่ะมุกจึงตอบตกลงมั่นเหมาะกับเรืองรัตน์

 

และวันนี้เป็นวันแรกที่ขนมไทยฝีมือมุกถูกนำมาอยู่ในอาหารหวานแนะนำของร้าน จันทกานติ์รีบชักชวนมาแอบดูผลถึงที่ ร้านอาหารไทยของเรืองรัตน์ใหญ่โตทีเดียว บริเวณร้านล้อมรอบด้วยสวนสวยล้วนแล้วแต่เป็นพันธุ์ไม้ไทย ก่อนทางเข้าใกล้กับน้ำพุตั้งเวทียกพื้นเตี้ย ๆ ไว้ให้นักดนตรีไทยสาวสวยบรรเลงเพลงขับกล่อมลูกค้า มุกถูกใจอย่างมาก

“อ้าวนั่นหนูมุกนี่” เรืองรัตน์หันมาจากเคาน์เตอร์เห็นเพื่อนกับหญิงสาวเจ้าของขนมไทยก็ร้องขึ้น ชักชวนลูกชายออกมาต้อนรับพร้อมแนะนำ “ตาอิท คนนี้ไงล่ะหนูมุกที่แม่เล่าให้ฟัง หนูมุกจ๊ะนี่อิทธิลูกชายป้า”

อิทธิกับจันทกานติ์รู้จักกันดีแล้วจึงสวัสดีทักทายทันทีโดยไม่ต้องแนะนำ อิทธิเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผิวคร้าว หน้าตาค่อนไปทางเชื้อสายจีนเวลายิ้มดวงตาหยีปิดเป็นเส้นตรง แต่ดวงตาเล็ก ๆ นี้เองที่มองมุกเหมือนต้องมนต์จนมุกไหว้แล้วยังไม่รับไหว้จนมารดาต้องกระตุ้นเตือน

 

เมษราศีมาถึงร้านไล่หลังมุกกับป้าสะใภ้ถึงหนึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มไม่โทร.หาแต่ใช้วิธีสอดส่ายสายตาแล้วก็เหมือนใครสักคนเอามีดแทงหัวใจแล้วควักมันออกมาอย่างแรงในตอนหันไปเห็นว่าคนที่กำลังมองหานั่งอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง มุกนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ในโต๊ะ นอกจากหญิงสาวกับชายหนุ่มคนนั้นก็ไม่มีใครอื่นอีก

ลมหายใจเมษราศีระอุเดือดขึ้นมาทันที อยากจะควักลูกตาหวานเชื่อมที่อิทธิใช้มองมุกออกมาเหยียบซะให้หายโมโห

“มุก”

เขาเดินรวดเดียวถึงโต๊ะ ลากเก้าอี้ได้ตัวหนึ่งก็จัดการวางมันลงเกือบชิดเก้าอี้มุกแล้วนั่งลง หน้าตาบูดบึ้งบอกบุญไม่รับ หญิงสาวดีใจที่เมษราศีมาเสียทีทำให้ไม่ต้องอึดอัดนั่งอยู่สองต่อสองกับคนแปลกหน้าซ้ำยังเป็นผู้ชายเสียด้วย หล่อนหันไปส่งยิ้ม ทำให้ใจร้อนเหมือนถูกโยนลงหม้อต้มเย็นลงนิดแล้วกลับร้อนขึ้นใหม่เพราะเห็นแววตาใคร่รู้ของไอ้หนุ่มฝั่งตรงข้าม

“คุณป้าล่ะ”

เมษราศีถาม เวลาอารมณ์ขึ้นอยากชกหน้าคนไม่มีใจจะรักษามารยาท

“ไปเข้าห้องน้ำค่ะ”

“มาทำอะไรที่นี่”

คำถามสั้นติดห้วนทั้ง ๆ เจ้าตัวพยายามฝืนไว้ไม่ใช้กับมุกถูกมุกจับได้ เริ่มรู้ว่าเมษราศีอารมณ์ไม่ดี กำลังคิดว่าควรอธิบายให้เข้าใจและอารมณ์เย็นลงบ้างก็พอดีจันทกานติ์เดินกลับมาพร้อมเรืองรัตน์

“อ้าวตาเมษมาแล้วหรือลูก พอดีเลยกินข้าวพร้อมกันซิ ป้ารัตน์เขาเป็นเจ้ามือ”

เมษราศีไหว้เรืองรัตน์ ฝ่ายนั้นแนะนำอิทธิให้รู้จัก อิทธิจึงต้องเป็นฝ่ายไหว้ทักทายก่อนเพราะอ่อนวัยกว่า

“ขอโทษจริง ๆ ครับพอดีผมอิ่มมาแล้ว นี่กำลังจะกลับเพราะมุกท่าทางไม่ค่อยสบาย”

กุเรื่องหน้าตาเฉย เห็นอิทธิสบตามารดาแวบหนึ่งแต่ไม่สนใจ ไหว้ลาเรืองรัตน์แล้วคว้าแขนมุกเดินออกจากร้านทันที

“คุณพี่!” มุกพยายามสะบัดแขน โกรธชายหนุ่มหลายคดีทั้งจับมือถือแขนแล้วยัง “น้องยังไม่ทันไหว้ลาคุณป้ากับคุณอิทเลยนะคะ”

“ไม่เป็นไรพี่ไหว้แทนแล้ว”

“คุณพี่คะ” มุกเสียงแข็ง ทุกทีเมษราศีเคยยอมอ่อนให้แต่คราวนี้เขาจูงกึ่งลากหล่อนกลับมาที่รถจนได้ค่อยปล่อยเป็นอิสระ “น้องทำอะไรผิดคะ ทำไมต้องโมโหใส่น้องด้วย”

จันทกานติ์เดินมานู่นแล้ว หน้าบึ้งบอกบุญไม่รับมาทีเดียว เมษราศีไม่มีเวลาพูดกับมุกมากนัก อยากจะบอกไม่ว่าได้โกรธแต่หึงต่างหากก็หมดโอกาสได้แต่ย้ำเสียงเคร่ง

“อย่ามาเจอหน้าไอ้อิทนั่นอีกถ้าไม่อยากให้พี่ชกหน้าตี๋ ๆ ของมันแหก”


โปรดติดตามตอนต่อไป...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น