-จุมพิตสิเน่หา-

ตอนที่ 24 : บทที่ 14 (1/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 ต.ค. 59

E-book จุมพิตสิเน่หา พร้อมเสิร์ฟละน้า
คลิกโลด



+++++++++++++++++



            กุลยาเริ่มงานเลขานุการท่ามกลางความแปลกใจของบิดามารดาและบรรดาญาติเพราะรู้นิสัยหญิงสาวที่ไม่ชอบทำงานรับคำสั่งใครดี หล่อนบอกกับทุกคนว่าไม่ต้องเป็นห่วง เรียนมาก็อยากใช้ความรู้ความสามารถโดยตรงบ้างหลังจากทำงานอิสระอย่างงานเขียนหนังสือประเภทสร้างเสริมกำลังใจ กับออกงานโฟโต้บุ๊คแนวสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมาหลายปี

            หญิงสาวบรรจงแต่งกายนานเป็นพิเศษด้วยชุดสูทกระโปรงสอบสีเรียบแต่ตัดเย็บทันสมัย มาถึงที่ทำงานเช้าเป็นพิเศษกว่าทุกวัน วันแรก ๆ พลาธิปไม่ใช้งานหล่อนเลยราวกับจงใจทดสอบความอดทนอดกลั้น ข้อนี้กุลยาตั้งใจไว้แล้วตามแผนที่ว่าต้องการเข้ามาทำงานที่นี่เพื่อปั่นหัวพลาธิปโดยเฉพาะ หล่อนอยากรู้นักว่าถ้าใกล้ชิดกันนาน ๆ เข้ายังจะทำเมินเฉยไม่สนใจหล่อนได้อีกหรือเปล่า

            กุลยารู้ตัวว่าไม่ใช่คนสวยเลิศก็จริง แต่ความชอบเอาชนะกับหมั่นไส้บวกกันทำให้มีความต้องการเห็นพลาธิปเสียหน้ามากถึงมากที่สุด

            หล่อนมาถึงโต๊ะทำงาน บนโต๊ะด้านหนึ่งวางแจกันดอกไม้พลาสติกสีสวย อีกด้านใกล้กับจอคอมพิวเตอร์วางกระถางต้นกระบองเพชร

            ไม่ถึงสิบนาทีก็เห็นเจ้านายเดินมาพร้อมน้องชายผู้เป็นประธานบริษัท ส่วนสูงทั้งคู่ใกล้เคียงกัน แต่เค้าโครงหน้าดูดีคนละแบบ กุลยาแทบสั่นศีรษะกับความคิดสุดท้าย ฉุนตัวเองที่เผลอคิดไปได้ว่าพลาธิปดูดี ถ้าเป็นเมษราศีล่ะก็ใช่แม้จะขรึมดุพอกัน แต่ดูออกว่าเมษราศีเคร่งเครียดน้อยกว่า มีเสน่ห์ดึงดูดมากกว่า สมกับเป็นนักธุรกิจชั้นแนวหน้าที่เวลาทำงานดูสุขุมแต่สบตาครั้งใดก็ทำผู้หญิงใจละลายได้ไม่ยาก ไม่เหมือนพลาธิป...เหมือนตาแก่ขี้บ่น!

            กุลยาลงความเห็นแล้วเกือบหัวเราะคิกพอดีกับทั้งคู่เดินมาถึงหน้าโต๊ะหล่อนจึงลุกขึ้นประนมมือไหว้ประธานและหัวหน้าพร้อมกันทีเดียว เมษราศียิ้มนิด ๆ ขณะรับไหว้แล้วเดินผ่านไป ส่วนพลาธิป ทันทีที่น้องชายเข้าห้องเขาก็หันมาตีหน้าเย็นชาใส่หล่อนเหมือนทุกทีแต่คราวนี้แทนที่จะเข้าห้องไปเฉยเหมือนทุกวันกลับสั่งว่า

            “ผมมีงานจะสั่งคุณ ตามเข้าไปในห้องด้วย อ้อ ขอกาแฟสักถ้วยก่อนจะดีมาก” สั่งแค่นั้นจริง ๆ แล้วเข้าห้องเฉย ไม่ให้โอกาสกุลยาได้ถามต่อจนหล่อนจำต้องซอยเท้าตามเข้าไปถาม

            “ใส่อะไรสัดส่วนเท่าไหร่คะ”

ทีทุกวันสั่งแม่บ้าน วันนี้ไหงมาสั่งหล่อนล่ะ กุลยานึกฉุน ๆ รู้อยู่ล่ะว่าชงกาแฟกับตำแหน่งเลขาแทบเป็นของคู่กันแต่ยังรู้สึกเหมือนถูกแกล้ง แล้วหญิงสาวก็แน่ใจ

“ไหนคุณบอกว่าเรียนมาโดยตรงทำงานนี้ได้แน่ไง แค่ชงกาแฟไม่เห็นต้องถาม”

เรียนมาโดยตรงนั่นคือความรู้ที่จะนำมาใช้กับฝ่ายทรัพยากรบุคคลต่างหาก หล่อนไม่เคยเรียนเป็นบาริสตา[1]สักหน่อย!

คนอะไร...กวนประสาท

แต่ในเมื่อกล้าสั่งโดยไม่บอกถึงความชอบกุลยาก็กล้าชงให้เหมือนกัน หญิงสาวหมุนตัวจากห้องทำงานหัวหน้าตรงมายังห้องครัวเล็ก ๆ ในสำนักงาน คว้าแก้วกาแฟได้ก็ตั้งใจจะใส่ส่วนผสมมั่ว ๆ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ถ้าทำแบบนั้นแผนคงสำเร็จได้ยาก

 

พลาธิปนั่งหลังโต๊ะทำงาน เอนตัวพิงพนักรอคอยเลขานุการส่วนตัวพลางคิดทบทวนตั้งแต่กุลยาเข้าทำงาน เขาไม่ให้งานหล่อนเพราะต้องการสังเกตว่าหล่อนมีจุดประสงค์ใดแน่ ปรากฏว่าเมื่อไม่ถูกใช้งานหล่อนเลยว่างจนมีเวลาพอหาข้อมูลต่าง ๆ ที่ไม่เป็นความลับนักของบริษัทมาอ่านศึกษา

...หรือคิดมากไป...

เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้น ชายหนุ่มเอ่ยอนุญาต กุลยาเข้ามาพร้อมกาแฟหนึ่งถ้วยกับสมุดจดอีกหนึ่งเล่มในมือ

“ลองชิมดูก่อนนะคะ ไม่พอดียังไงดิฉันจะนำไปเติมให้”

พลาธิปจิบ...นิดเดียว เพราะกลัวถูกอีกฝ่ายใส่ส่วนผสมประหลาด ทว่ารสชาติที่เลื่อนไหลลงคอเป็นความพอดีอย่างแม่บ้านที่ชงให้ประจำยังทำไม่ได้

“พอดีแล้ว เชิญนั่ง” จิบกาแฟพลางมองสำรวจเลขาสาวเห็นหล่อนนั่งนิ่งรอฟังเต็มที่ “พอดีสองสามวันนี้ผมมีธุระต้องจัดการอาจเข้าออฟฟิศช้าหรือบางวันอาจไม่เข้า เอาจะสั่งงานคุณไว้ ส่วนโทรศัพท์ ใครโทร.หาคุณก็โน้ตไว้แล้วค่อยมารายงานผม”

ก็หน้าที่ปกติของเลขา นึกว่ามีอะไรมากมาย...กุลยาเพิ่งนึกจบหมาด ๆ ก็รู้ตัวว่าผิดคาด

“ผมจะสั่งครั้งเดียวจดให้ทันล่ะ”

จากนั้นเป็นคำสั่งยาวเป็นชุดทำเอากุลยาร้องกรี๊ดในใจพลางจดตามมือเป็นระวิง นึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันจนอยากหักคอพลาธิปนักที่หาวิธีแกล้งหล่อนจนได้...แต่ก็ไม่ทั้งหมด

“ไหนทวนซิ”

พลาธิปสั่งเรื่อย ๆ ซ่อนอารมณ์ขบขันไว้ภายใน เขาอยากรู้เหมือนกันว่ากุลยาจะเก่งอย่างโอ้อวดหรือเปล่า กุลยาสูดลมหายใจเข้าลึก มองกระดาษโน้ตในมือที่ต้องพลิกเปลี่ยนหน้าถึงสามครั้งก่อนทวนคำสั่งทั้งหมดด้วยจังหวะจะโคนเทียบเท่าต้นฉบับเปี๊ยบ ไม่ขาดตกบกพร่องสักอย่างสักคำ

คนสั่งอึ้ง ไม่นึกว่าจะมีคนเร็วทันกัน

“ออกไปได้ ผมไม่มีอะไรจะสั่งคุณแล้ว”

แบบนี้แสดงว่าผ่าน กุลยาลอบยิ้ม ลุกขึ้นเดินออกจากห้องจนได้ยินเสียงเรียกไล่หลัง

“เดี๋ยวคุณกุล”

“คะ”

“ต่อไปให้คุณชงกาแฟให้ผมทุกเช้าแทนแม่บ้านก็แล้วกัน”

สำเร็จ!

กุลยาเดินพ้นประตูได้ กำมือแล้วดึงศอกเข้าหาตัวแสดงความสะใจที่หัวหน้าติดใจกาแฟสูตรเดาสุ่มของหล่อนเข้าจนได้ นี่แค่เริ่มไม่ทันเดินเครื่องเต็มที่ยังตกหลุม ต่อไปหล่อนคงได้หัวเราะเยาะเขาแน่ ดูซิถ้าถึงวันนั้นจะทำหน้ายังไง

 

เมษราศี พลทัต และพลาธิปกลับเข้าออฟฟิศหลังออกไปทานอาหารกลางวันพร้อมกันที่ร้านเจ้าประจำใกล้ออฟฟิศก่อนบ่ายโมงสิบนาที

“เดี๋ยวนี้สาว ๆ หายไปไหนหมด”

ผู้เป็นลุงสัพยอกหลานชายเนื้อหอมจนได้ฉายาเทพบุตรเดินดิน

“ไม่รู้สิครับ”

ตอบแบบไม่แยแส ไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายก็ดีแล้ว ในใจเขาไม่ต้องการใครนอกจาก... ชายหนุ่มคิดถึงมุก นึกถึงเสียงหวานกับดวงตาดุเวลาโกรธ แล้วยังรสมือเยี่ยมหาใครเทียบได้ พลทัตได้ยินหลานตอบแบบนั้นถึงกับหัวเราะลงคอทำให้พลาธิปที่มัวแต่มองพนักงานกลุ่มใหญ่เขม็ง หนึ่งในกลุ่มนั้นมีกุลยารวมอยู่ด้วย หล่อนดูร่าเริงเข้ากับทุกคนได้ง่ายไม่เว้นแม้แต่พนักงานชายหน้าตาไม่เลวคนหนึ่ง หันมามองก่อนซักถามบิดา

“มีอะไรที่ผมไม่รู้หรือเปล่าครับ” ปรายตาไปยังน้องชายเห็นทำหน้ารื่น ๆ ชอบกล “ว่าไงนายเมษ นอกจากเรื่องคุณเปรมยุดามาอาละวาดบริษัทแทบแตกคราวก่อนยังมีอะไรอีก”

            เมษราศีนิ่วหน้า ไม่ชอบใจทุกทีที่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ เปรมยุดาทำเขาเกือบเสียการปกครองเพราะดันเกิดเรื่องของเขาขึ้นในออฟฟิศ เห็นสีหน้าหลานไม่ดี พลทัตรีบชักกลับเข้าเรื่องเดิม บอกกับบุตรชายที่พฤติกรรมระยะหลังสลับกับเมษราศีเสียอย่างนั้น เมษราศีกลับบ้านเร็วขึ้น แต่พลาธิปกลับช้าลง

            “แกไม่รู้หรอกเหรอ เดี๋ยวนี้น้องแกกลับบ้านเร็วทุกวัน อาหารนอกบ้านไม่มีแตะต้อง รีบแจ้นกลับไปกินฝีมือหนูมุกคนเดียว พ่อชักจะรู้ ๆ ล่ะว่าทำไมสาวอื่นถึงหายหน้าไปหมด”

            น้องชายจะรักจะเลิกกับใครพลาธิปถือเป็นเรื่องส่วนตัว สมาชิกใหม่ของบ้านเขาก็เห็นว่าเรียบร้อยน่ารักดีแม้ไม่สนิทมากนักเพราะผู้ชายด้วยกันพอมองออกว่าเมษราศีหวงยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ แต่ด้วยนิสัยมองโลกเป็นจริงเป็นจังมากทำให้อดห่วงไม่ได้

            “แน่ใจแล้วเหรอว่าเขาไม่ใช่พวกสิบแปดมงกุฏ ฉันไม่เห็นเขามีอาการเหมือนคนสมองเสื่อมตรงไหน”

นอกจากพูดจาเพี้ยน ๆ อันหลังนี่พลาธิปไม่กล้าเอ่ยปากต่อหน้า กลัวเลือดบ้าในตัวเมษราศีพุ่งแล้วจะถูกต่อยปากกลางบริษัท แต่แค่นั้นก็ขัดหูผู้เป็นน้องเข้าไม่น้อย เขาหยุดฝีเท้าก่อนถึงลิฟต์ จ้องหน้าพี่ชาย ประกาศความตั้งใจที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

“ผมเชื่อหัวใจตัวเอง มุกเขาอาจจะมีที่มาที่ไปแบบแปลก ๆ แต่เธอไม่มีวันทำร้ายใครแน่ ถ้าทำคงทำไปนานแล้ว”

“อย่าไว้ใจใครเกินไป”

“พี่ก็อย่าระแวงใครจนเครียด”

เสียงเมษราศีเข้มขึ้นทุกที อย่างที่คนฟังทั้งสองรู้ว่าเหตุผลเพียงเพราะไปพูดพาดพิงมุกในแง่ร้ายเข้า พลาธิปไม่อยากมีเรื่องกับน้องชาย ถอนใจแล้วเอ่ยตัดบทเหมือนยอมแพ้

“ตามใจนาย ฉันอวยพรให้ราบรื่นสมหวังแล้วกัน ที่เตือนเพราะเป็นห่วงเท่านั้น”



[1] บาริสต้า (Barista) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการชงกาแฟที่ไม่เพียงแค่ชง ยังต้องรู้ลึกถึงขั้นตอนการชง เมล็ดพันธุ์กาแฟ อุปกรณ์ รวมถึงการสร้างสรรค์สูตรกาแฟใหม่ ๆ ด้วย



โปรดติดตามตอนต่อไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น