-จุมพิตสิเน่หา-

ตอนที่ 23 : บทที่ 13 (2/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ต.ค. 59

E-book จุมพิตสิเน่หา พร้อมเสิร์ฟละน้า
คลิกโลด



+++++++++++++++++




หนึ่งเดือนเต็มหลังจากได้ชีวิตใหม่ มุกพยายามเรียนรู้ทุกอย่างแม้แต่เรื่องเล็กน้อย ตำราหลายเล่มประกอบกับคำบอกเล่าจากปากจันทกานติ์และเมษราศีช่วยให้เข้าใจความเปลี่ยนแปลงได้มาก

ขณะมุกเรียนรู้ที่จะกลมกลืนกับชีวิตสมัยใหม่ บ้านลักษมีจิรภัทรกลับเหมือนย้อนยุคถอยหลังกลับไปหลายร้อยปี จากการเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ มุกสาธิตให้เห็นว่าเตาถ่านทำอาหารได้อร่อยกว่าเตาแก๊ส วิธีปรุงอาหารแบบใหม่หลายรายการทำให้รสชาติเดิมถดถอยลง หน้าตาครัวจึงเปลี่ยนไปจนแทบเหมือนยุคสมัยโบราณ

ป้าทองเป็นรายแรก ๆ ที่เชื่อตามคำคุณมุกแถมยังคอยจัดแจงหาของใช้ตามหญิงสาวต้องการให้ทันท่วงที ส่วนแป้วหันมาเอาดีทางทำตามเรื่องสวย ๆ งาม ๆ อย่างอบผ้าจนหอมฟุ้งตามวิธีโบราณ

            “คุณขาวันนี้จะทำอะไรทาน”

แป้วยิ้มประจบนายหญิงคนใหม่ ฝีมือทำอาหารจันทกานติ์ว่าเด็ดขาดแล้วยังแพ้มุกขาดลุ่ย ทีแรกป้าทองกุมอำนาจทั้งหมดในครัว จะยอมถอยให้ก็แต่จันทกานติ์ ตอนหลังถึงยอมให้มุกอีกคน ไป ๆ มา ๆ มุกจึงรับหน้าที่ทำอาหารทุกมื้อ เพราะหลังจากไปบริษัทพร้อมเมษราศีวันแรกแล้วเกิดเรื่อง ชายหนุ่มก็ตัดสินใจไม่ให้หล่อนตามไปด้วยอีก ส่วนจะให้อยู่เฉย ๆ ในบ้านคนอื่นเห็นจะเป็นเรื่องผิดและชวนอึดอัด การได้ทำอาหารช่วยทำให้ผ่อนคลายได้มากถือเป็นการตอบแทนท่านเจ้าของบ้านอีกด้วย

“กินก็จุทำไมไม่อ้วนเลยเราน่ะ”

จันทกานติ์ที่เมียงมองมุกเตรียมส่วนผสมทำขนมแกล้งถามสาวใช้ แป้วลูบหน้าท้อง ยิ้มเผล่

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณ กินแล้วไม่อ้วนก็ดี จะได้กินได้ไม่จำกัด”

มุกหัวเราะ เดี๋ยวนี้ไม่มีใครทำหน้าแปลก ๆ อีกแล้วเวลาเห็นมุกนุ่งโจงห่มสไบแถมเห็นว่าสวยดีอีกต่างหาก ถ้าไม่นึกว่าคนจะว่าบ้าคงใส่ตามกันเป็นแถว หล่อนขอร้องเมษราศีเองว่าในบ้านขอให้หล่อนได้ทำทุกอย่างตามเดิม แต่ออกนอกบ้านจะยอมทำตัวกลมกลืนกับคนอื่น

มือเรียวบางจับไม้พายคนแป้งอย่างใจเย็น ปากก็บอกกับแป้วว่า

“ถ้าเอาแต่กินไม่ทำงาน อีกไม่นานจะอ้วน” เป็นคำที่มารดาใช้สั่งสอนบ่าวไพร่ขี้เกียจให้ได้ยินบ่อย ๆ

“ใช่ ถ้าขี้เกียจ อีกหน่อยเอ็งได้กลิ้งแทนเดิน” ป้าทองเสริม

เสียงรถเมษราศีดังใกล้เข้ามาป้าทองรีบขอตัว เดินตุบตับออกไปรับหน้า

เพียงเลี้ยวรถเข้ามาในบริเวณบ้าน เมษราศีก็รู้สึกอิ่มใจ ชายหนุ่มจอดรถหน้าเรือนใหญ่ ไม่ตรงไปยังเรือนเล็กเพราะรู้แล้วว่าเดี๋ยวนี้มุกมักขลุกอยู่ที่นี่กับจันทกานติ์ทำนู่นนี่จุกจิกกันทั้งวัน

“หิวไหมคะคุณหนู”

เจอหน้าปุ๊บป้าทองสวมวิญญาณแม่นมถามไถ่เรื่องปากท้องอย่างคนที่ไม่ว่ากี่ปีก็เห็นเมษราศีเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เหมือนเดิม เมษราศีส่ายหน้า

“ไม่ล่ะครับ มุกล่ะ”

ป้าทองอมยิ้ม ถูกใจที่เดี๋ยวนี้คุณหนูกลับบ้านเร็วแทบทุกวัน ไม่เอาแต่ค้างอยู่ที่คอนโดเหมือนแต่ก่อน หนำซ้ำข่าวคราวกับแม่คู่ควงทั้งหลายก็ดูจะหดหายไปจนไม่เหลือ

“ในครัวค่ะ กำลังเตรียมทำขนม” สีหน้าแช่มชื่นแสดงความชื่นชมถูกใจเมษราศี เขาเดินเรื่อย ๆ ปล่อยให้ป้าทองเกาะแขนฟังแกเอ่ยชมมุกไม่ขาดปาก”เห็นว่าจะทำขนมเบื้องค่ะ คงอร่อยอีกตามเคย หายากนะคะแบบนี้ ผู้หญิงสมัยใหม่เขาอาศัยซื้อกินกันหมดแล้ว เสน่ห์ปลายจวักผัวรักจนวันตายหายเกลี้ยง ป้าล่ะเป็นห่วงคุณหนูจริง ๆ”

“ไม่ต้องห่วงแล้วล่ะครับ”

คำพูดเหมือนจะบอกอะไรเป็นนัยทำเอาป้าทองหันขวับ กระซิบถามอย่างเกรงเสียงดังถึงหูใครบางคน

“พูดยังงี้หมายความว่าไงคะ อย่าบอกป้านะว่าคุณหนูชอบ...”

เมษราศีระบายยิ้มด้วยความสุขใจเหมือนต้นไม้ได้รับฝนบริสุทธิ์โปรยปรายใส่ แม้ไม่หวือหวาเร้าใจเหมือนอยู่กับคู่ควง แต่เป็นความรู้สึกที่ชายหนุ่มไม่คิดจะเอาสิ่งไหนมาแลกเด็ดขาด

“ไม่ได้เหรอครับ”

“อุ๊ยได้สิค้า แล้วคุณหนูบอกเธอหรือยัง”

สายตาคนแก่ขี้ระแวงกลัวคุณหนูถูกหลอกในตอนแรกมุกเข้ามาอยู่เปลี่ยนไปจนสิ้น ถึงวันนี้ป้าทองแน่ใจว่ามุกไม่มีพิษภัยแถมถ้าคุณหนูได้หล่อนเป็นแม่เรือนก็จะสบายไปทั้งชาติ

“บอกไม่ได้หรอกครับ” ทำหน้าม่อยเหมือนตอนเด็ก ๆ ไม่มีผิด “คุณมุกของป้าเห็นหวาน ๆ อย่างนี้เอาเข้าจริงดุจะตายแค่ผมเผลอแสดงออกนิดหน่อยก็ส่งตาขุ่น ถ้าไม่กลัวว่าอาจจะถูกโกรธถึงขั้นไม่มองหน้าผมปีนเข้าห้องไปนานแล้ว”

ทั้งที่รู้ว่าเมษราศีพูดเล่น แต่ป้าทองอดมือไม่ได้จริง ๆ ที่จะตีเพียะลงไปบนแขน

“คุณหนู ทำแบบนั้นไม่ได้นะคะ เธอระวังตัวคอยหวงตัวก็ดีแล้วนี่คะ นี่แหละผู้หญิงดี ๆ เขาทำกัน คุณหนูเคยชินแต่แม่พวกวิ่งแร่เข้าหาน่ะสิ”

            เมษราศีหัวเราะในลำคอ ฟังแม่บ้านใหญ่อบรมต่อ

            “แต่เรื่องเอาชนะใจเธอน่ะทำไปเถอะค่ะ เธอจะค้อนควักก็จะเป็นไรอย่างโบราณว่าไงคะ ดักลอบต้องหมั่นกู้ เจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยว”

 

            “ป้าล่ะไม่เข้าใจจริง ๆ”

            ยังเดินไม่ทันเข้าถึงในครัวเพราะมัวแต่คุยกับป้าทอง เมษราศีก็ได้ยินเสียงจันทกานติ์บ่นกับมุกจึงชะลอฝีเท้าลงอีก หวังฟังว่าป้าสะใภ้ขุ่นเคืองเรื่องใด

            “สงสัยต้องเลิกดูกับหมอคนนี้แล้ว ท่าทางจะไม่เก่ง” บ่นไปหยิบกะทะเตรียมตั้งไฟ

            “แต่คุณป้าบอกหลานว่าเขาดูเรื่องของคุณป้าแม่นนี่เจ้าคะ”

            พูดแบบนี้แสดงว่าป้าสะใภ้หนีบเอาหลานสาวคนใหม่ไปดูดวงด้วย เมษราศีส่ายหน้ายิ้ม ๆ

            “ก็จริง แต่ทีให้ดูลายมือหนูมุกทำไมบอกมองอะไรไม่เห็นล่ะ ชักสงสัยแล้วสิว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฏแอบมาสืบเรื่องป้ารึเปล่า หนูน่ะเพิ่งมาเขาเลยยังไม่มีข้อมูล”

            “อาจจะใช่ก็ได้ครับ ผมเคยเห็นในข่าว พวกนี้อาศัยตีซี้ลูกค้าบางทีก็ส่งคนมาสืบจะได้เหมือนว่าเขาดูแม่น”

เมษราศีได้ช่องเดินเข้าไปสมทบ เออออสนับสนุนเผื่อบางทีป้าสะใภ้จะเลิกเชื่อโชคลางขั้นรุนแรงได้ จันทกานติ์นิ่วหน้า ข่าวแบบนี้หล่อนเองเคยรู้มาเหมือนกัน

“อืม งั้นตกลงป้าจะไม่ไปดูเจ้านี้อีก”

แต่เปลี่ยนไปดูเจ้าอื่น...เมษราศีนึกรู้แต่ไม่พูดขัดให้ได้ขัดใจกัน เขาขยับเข้าไปใกล้เกือบซ้อนหลังหญิงสาว ร่างอ้อนแอ้นนุ่งโจงกระเบนสีน้ำตาลลายดอกซึ่งคงเป็นสีโปรด กับห่มผ้าแถบสีตองอ่อน พอเข้าใกล้ก็ได้กลิ่นหอมฟุ้งอย่างที่มุกได้ถ่ายทอดให้ผู้หญิงในบ้านนี้ฟัง

“คุณแม่ท่านสอนค่ะ คงเป็นความเคยชินของท่านเวลาอยู่ในวัง ว่าสาวชาววังนั่งตรงไหนต้องหอมติดกระดาน คือผ้าผ่อนต้องอบให้หอมฟุ้ง ไม้กระดานนี่คะไม่ใช่พื้นแข็ง ๆ เหมือนเดี๋ยวนี้ พอนั่งนานเข้ากลิ่นหอมก็จะซับติดอยู่ตรงนั้น”

            “วันนี้ทำอะไรให้พี่กิน”

            มุกเรียกร้องความเสมอภาค ในเมื่อหล่อนเรียกเขาว่าคุณพี่ เหตุใดเขาจึงเรียกหล่อนว่าคุณไม่เลิก ตั้งแต่นั้นเมษราศีเลยเปลี่ยนสรรพนามเองและเรียกหล่อนใหม่ ถึงจะแปลกลิ้น แต่คุ้นใจอย่างไรชอบกล

            “ขนมเบื้องค่ะ” มุกหันมาตอบ ไม่ทันนึกว่าคนถามจะอยู่ใกล้จนหน้าแทบชิดศีรษะ แค่หันนิดเดียวหน้าผากจึงชนกับริมฝีปากร้อนทำให้ต้องรีบถอยไม่เป็นกระบวน ก้มหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกงุด ๆ ไม่กล้าสบตาใครต่อใครทั้งหลายในครัว “คุณพี่กลับมาเหนื่อย ๆ ไปพักก่อนเถิดค่ะ ยังอีกเดี๋ยวหรอกจึงจะเสร็จ”

            “ไม่ล่ะ พี่ชอบดักหน้าเตา” พยายามอย่างยิ่งไม่ทำตาพราวทั้ง ๆ แอบชื่นใจไปถึงไหน ๆ ที่ได้จูบหน้าผากหญิงสาวโดยบังเอิญ “มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า”

            ปรับใจไม่ให้สั่นได้แล้วมุกค่อยตอบชายหนุ่มได้อย่างเป็นปกติ

            “คอยชิมสิคะ อย่างคุณพี่ น้องนึกไม่ออกว่าจะให้ช่วยอะไรได้” งานครัวไม่ใช่งานของผู้ชาย ขืนให้ช่วยทำขนมเบื้องต้องเละแน่เชียว

            คำพูดเหมือนดูถูกกันเล็ก ๆ เรียกเสียงหัวเราะจากจันทกานติ์ ป้าทองและแป้ว โดยที่เจ้าตัวไม่อนาทรร้อนใจเท่าไหร่เพราะถึงผู้ชายส่วนใหญ่ทำอาหารอร่อยกว่าผู้หญิง แต่เขาคนหนึ่งล่ะที่ไม่ถนัดเอาเสียเลย

            ส่วนผสมเตรียมเรียบร้อย เตาร้อนกำลังดีมุกจึงเริ่มละเลงแป้งใส่เครื่องอย่างเบามือแต่รวดเร็วชำนาญ เมษราศีมองเพลินเผลอทำนัยน์ตาฉ่ำยามมองให้จันทกานติ์ได้เห็นเหมือนเคยเห็นมาแล้วหลายครั้งจึงเปรยเป็นเชิงพูดเล่นว่า

            “นี่ถ้าหนูมุกเป็นนางในวรรณคดีคงต้องยกบทนางศรีมาลาให้แน่”

            “ใครหรือครับ”

เมษราศีถาม ชักได้กลิ่นหอมของขนมเบื้อง จันทกานติ์ค้อนใส่หลานทำนองว่าแค่นี้ยังไม่รู้จัก

“ก็เมียพลายงาม ลูกชายนางพิมพิลาไลยในเรื่องขุนช้างขุนแผนยังไงล่ะ” จะยังไงจันทกานติ์ก็สมัครใจเรียกชื่อเดิมมากกว่าชื่อใหม่อย่างวันทองที่คนทั่วไปมักเติมสร้อยท้ายให้ว่าวันทองสองใจ เพราะตามความเห็นส่วนตัวแล้วนางพิมน่าสงสารมาก ถอนใจสงสารนางพิมแล้วจึงเล่าถึงศรีมาลาต่อ “นางศรีมาลาคนนี้เก่งการบ้านการเรือน แต่ชีวิตก็ยังลำบากเพราะผัวจำเป็นต้องมีเมียสองจึงแข่งขันแย่งชิงความรักกันอยู่เนือง ๆ”

“แล้วยังไงอีกคะ”

แป้วเพิ่งสนใจตอนจันทกานติ์พูดว่ามีเมียสองเลยนึกถึงละครหลังข่าวที่เมียหลวงกับเมียน้อยตบกันกระจาย

“เรื่องงานบ้านงานเรือนน่ะศรีมาลาชนะขาดลอยน่ะสิ อย่างตอนทำขนมเบื้องแข่งกับนางสร้อยฟ้าเมียอีกคนนึงน่ะ มุกเคยรู้เรืองนี้ไหมลูก”

“ทราบค่ะคุณป้า คุณแม่ท่านเล่าให้หลานฟัง หลานยังจำได้เลยว่ากลอนตอนนั้นว่ายังไง”

ขนมเบื้องหอมน่ารับประทานเสร็จพร้อมทานหลายชิ้นแล้ว ป้าทองเอาจานมารอรับจากหญิงสาวพร้อมคะยั้นคะยอให้ท่องให้ฟัง มุกก็เออออด้วยอย่างเห็นว่ากำลังเข้าบรรยากาศ

ศรีมาลาละเลงแผ่นบางบาง

แซะใส่จานวางออกไปให้

            สร้อยฟ้าไม่สันทัดอึดอัดใจ

            ปามแป้งใส่ไล้หน้าหนาสิ้นดี

            “เห็นไหมป้าถึงว่าหนูมุกต้องได้เป็นศรีมาลา อืม อร่อยจริง ๆ ไม่เคยกินขนมเบื้องรสชาติดีเท่านี้เลย” ย้ำความคิด รับขนมเบื้องมาชิมแล้วชมเปาะ

            “คุณพี่ลองชิมบ้างสิคะ” เมษราศีลองบ้าง แต่เลือกหยิบเอาชิ้นเพิ่งขึ้นจากเตาผลก็คืออุทานลั่น

“โอย ร้อน ๆ ๆ มือพี่พองหมดแล้ว”

มุกได้ยินเมษราศีร้องเหมือนร้อนเสียเต็มประดาก็ลืมตัว วางจานขนม คว้ามือเขามาดู

“คุณพี่เป็นยังไงบ้างคะ โธ่ แทนที่จะได้ทานดี ๆ มือพองเสียก่อนอีก”

ใช่แต่เมษราศีกลั้นยิ้ม คนอื่นที่รู้ว่าชายหนุ่มแกล้งสำออยเรียกคะแนนความสงสารต่างอมยิ้มหมั่นไส้แกมลุ้น แต่คงเพราะชายหนุ่มเผลอส่งความรู้สึกผ่านนัยน์ตาพราวระยับมากไป หญิงสาวจึงรู้สึกตัวชักมือออกค้อนตาขุ่นใส่ชายหนุ่มทีหนึ่งทั้งยังเขยิบหนี ทำเป็นง่วนทำขนมต่อ

เมษราศีชิมพลางชมก่อนทิ้งท้ายอีกหน่อยโดยทำเป็นพูดกับจันทกานติ์

“ผมว่าคุณป้าพูดผิด มุกไม่เหมาะจะเป็นนางศรีมาลาหรอกครับ เพราะคนที่รักเธอคงไม่ยอมมีเมียสองให้เธอช้ำใจเด็ดขาด”

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น