-จุมพิตสิเน่หา-

ตอนที่ 16 : บทที่ 10 (1/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ต.ค. 59

E-book จุมพิตสิเน่หา พร้อมเสิร์ฟละน้า
คลิกโลด



+++++++++++++++++



“นี่มันอะไรกันน่ะตาเมษ อยู่ดี ๆ พาลูกเต้าเหล่าใครมาอยู่ด้วยกันน่ะลูก”

จันทกานติ์ดักรออยู่หน้าตึกใหญ่ซักถามทันทีที่หลานชายเดินกลับมา เมษราศียื่นมือจับมือป้าสะใภ้ จูงเดินพ้นตัวบ้านออกมายังสนาม ความเงียบทำให้ได้ยินแม้เสียงสวบสาบยามเหยียบย่ำต้นหญ้าอ่อนนุ่ม

“คุณป้าไม่ชอบมุกเหรอครับ” น้ำเสียงเจือร่องรอยไม่สบายใจ

“เปล่าหรอกลูก” ให้หาเหตุผลอธิบายก็ระบุลงไปไม่ได้ว่าทำไมจึงถูกชะตากับหญิงสาวทั้งที่ควรแอนตี้ “ป้าถามเพราะสงสัย มันกะทันหันเหลือเกิน เมษคงไม่ว่าป้าหรอกนะ”

ฐานะป้าสะใภ้ อาจมากเกินไปในการเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเมษราศีที่หากนับตามจริงแล้วเป็นใหญ่ที่สุดในทิพยภูษา พอได้ยินจันทกานติ์ถามเหมือนเกรงใจชายหนุ่มรีบค้อมตัวลงกอดเอวไม่ผิดจากเคยทำมาแต่เด็ก

“คุณป้าเป็นป้าผม เป็นญาติที่เหลืออยู่ไม่กี่คน ความใส่ใจดูแลอย่างกับผมเป็นลูกในไส้ผมจะว่าหรือรำคาญได้ยังไงล่ะครับ”

คนฟังยิ้มหน้าบาน หยิกแก้มหลานชายเบา ๆ

“ปากอย่างนี้น่ะสิผู้หญิงถึงแข่งกันโยนบ่วงใส่”

นึกภาพตามแล้วหน้าหล่อเหลาก็เคร่ง คิ้วขมวดเป็นปม บ่นอุบ

“คนนะครับไม่ใช่วัวกระทิง พี่พลกับคุณลุงนอนแล้วเหรอครับ” ประโยคท้ายชวนเปลี่ยนเรื่อง

“ยังหรอกมั้ง คุณลุงส่องพระอยู่ข้างบน เมษก็รู้นี่ลูกวันไหนไม่ได้เปิดกรุพระเชยชมเป็นนอนไม่หลับ ส่วนตาพลตั้งแต่กลับมาท่าทางอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ ไว้เมษลองเลียบเคียงถามให้ป้าทีว่าไปทะเลาะกับใครมา”

นี่ล่ะคือครอบครัว ในบริเวณเดียวกันมีหลายชีวิตเคลื่อนไหวสอดคล้อง ถึงแต่ละคนจะมีชีวิตของตัวเองแต่ความห่วงใยที่โยงกันอยู่กันเชื่อมไว้ไม่ขาดหาย แล้วเขาที่เสียทั้งพ่อและแม่จะเห็นพวกเขาเป็นคนอื่นได้ยังไง

“ครับ” เผลอแหงนขึ้นมองดวงจันทร์ ดวงเดียวกันกับมุกมองอยู่นานสองนาน วันนี้วันเดียวเกิดเรื่องขึ้นมากมาย ไม่เคยนึกเหมือนกันว่าหลังจากปฏิเสธความผูกพันมาตลอด สุดท้ายจะเป็นเขาเองที่พยายามผูกมัดผู้หญิงคนหนึ่งให้ได้ “คุณป้าครับ”

“หืม”

“อย่ามองมุกไม่ดีเลยนะครับ เธอน่ะก่อนมายังตั้งเงื่อนไขให้ผมเอ็นดูเหมือนน้องสาว ผมเพิ่งเคยเจอผู้หญิงแบบนี้เป็นครั้งแรก”

“น้องสาวหรือจ๊ะ”

“ครับ” หัวเราะน้อย ๆ ให้กับตัวเองที่จำเป็นต้องโกหกทั้ง ๆ เกลียดการโกหกที่สุด จำต้องรับคำให้มุกสบายใจว่าหล่อนจะปลอดภัยอยู่ใกล้เขาในฐานะน้องสาว “สงสัยเธอคงกลัวผมจะปล้ำเอาล่ะมั้ง”

พูดติดตลก มีใบหน้าของผู้หญิงที่ป่านนี้ไม่รู้หลับแล้วหรือยังลอยเด่นขึ้นในความคิด จันทกานติ์ฟังแล้วก็ให้เอ็นดู ถูกใจหญิงสาวขึ้นอีกนิด อย่างน้อยก็ไม่เป็นประเภทหลงใหลในรูปทรัพย์ เหลือแต่ต้องพิสูจน์อีกหน่อยว่าถ้ารู้ถึงฐานะเมษราศีแล้วท่าทีจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า

“ไม่ต้องห่วงหรอกลูก ไปนอนเถอะ”

 

เมษราศีแยกกับป้าสะใภ้ ขึ้นมาถึงห้องนอนเดิมติดกับห้องพลาธิป ทิ้งตัวนอนหงายสองมือรองท้ายทอย ใจลอยไปหามุก และเพราะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจึงไม่ทันรู้สึกว่ามีของสิ่งหนึ่งหล่นร่วงลงข้างตัวกระทั่งลุกขึ้นนั่งตั้งใจจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าค่อยเข้านอน

หืม?...ชายหนุ่มเลิกคิ้ว มองตามมือข้างหนึ่งที่สัมผัสถูกวัตถุบางอย่าง หยิบขึ้นพินิจอย่างแปลกใจ

...ทำไมมาอยู่นี่...

สมุดข่อยสภาพเก่าแต่อักขระด้านในยังชัดแจ่มกลางฝ่ามือควรวางอยู่ใกล้ฐานพระประธานวัดสุวรรณารามเหตุใดจึงมาอยู่กับเขาได้ คิดสงสัยแล้วทบทวนอยู่หลายตลบ เขาหยิบมันครั้งเดียวตอนเตร่ไปรอป้าสะใภ้แล้ววางลงที่เดิม ยังเห็นมันอีกครั้งด้วยซ้ำไปตอนตามมุกเข้าไปกราบพระ

แล้วจะเอาไปคืน ชายหนุ่มตั้งใจ เปิดลิ้นชักตั่งใกล้หัวเตียงหยิบสมุดข่อยหย่อนเก็บไว้ตรงนั้น

 

มุกรู้สึกเหมือนเป็นคนหลับลึกเกินไป ตื่นมาอีกครั้งอะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปหมดจนตามไม่ทัน เมื่อคืนทั้งคืนแทบนอนไม่หลับมัวแต่นอนนึกถึงชีวิตพิลึกพิลั่นผิดจากมนุษย์คนอื่นเขา ด้วยความเคยชินที่ถูกพร่ำสอน มุกตื่นขึ้นตั้งแต่ตีห้า ลุกขึ้นพับผ้าห่มปัดที่นอนแล้วดึงจนตึงเรียบ

จำได้ว่าห้องสำหรับอาบน้ำอยู่ในตัวบ้านไม่ใช่ในลำคลองก็ลองเดินเข้าไปยืนงงเป็นไก่ตาแตก ในห้องน้ำพร้อมสรรพด้วยอุปกรณ์ทันสมัยมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่รวมอยู่ด้วย...แต่ไม่มีน้ำทั้งยังไม่มีขันสักใบไว้ตักอาบ

แล้วอาบน้ำกันอย่างไร...มุกนึกสงสัย หน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างจนปัญญา

 

“อ้าวหนูมุก” จันทกานติ์ร้องทักทันทีที่เห็นหญิงสาวเดินหันรีหันขวางเหมือนกำลังมองหาใครสักคน มุกยิ้มพรายตรงเข้ายื่นมือจับ ยายพวง ตามความเคยชินแล้วรีบชักกลับเมื่อนึกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าหล่อนไม่ใช่ยายพวงคนเดิมอีกแล้ว กาลเวลาแลชาติภพลบล้างความทรงจำเดิมกลายเป็นอีกคนหนึ่งที่เพียงแต่หน้าตาเหมือนกันเท่านั้นเอง ท่าทางของหญิงสาวสร้างความแปลกใจให้ผู้อาวุโสนิดหน่อย เหมือนมุกลืมตัวคิดว่าหล่อนเป็นคนรู้จักยังงั้น “มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะตื่นแต่เช้าเชียว”

“หลานมีเรื่องจะรบกวนสักหน่อยเจ้าค่ะ”

เจอภาษาพูดอ่อนน้อมแต่หมดสิ้นไปจากสังคมปัจจุบันแล้วตั้งเป็นร้อยปีจันทกานติ์ถึงกับจ้องหน้าหญิงสาว

“หนูว่ายังไงนะ”

หรือจันทกานติ์ไม่พอใจที่หล่อนเรียกตนเองเหมือนถือวิสาสะเรียงญาติ...มุกเข้าใจไปคนละอย่างแล้วรีบไหว้ขอโทษ

“มุกขอโทษเจ้าค่ะ เป็นแค่คนอาศัยไม่น่าลืมตัวทำสนิทสนมถึงยังงั้น”

“หืมพูดอะไรน่ะหนูมุก ป้างงไปหมดแล้ว ป้าแค่ไม่ค่อยคุ้นหูกับคำพูดคำจาแบบนี้เท่านั้นเอง อยู่บ้านเดียวกันสนิทกันไว้ก็ดีแล้วนี่จ๊ะ แถมเรียกตัวเองว่าหลาน อุ๊ยตาย น่ารัก!

มุกค่อยวางหน้าถูก การปรับตัวกับชีวิตใหม่ยากกว่าที่คิดไว้แต่แรก ถ้าถูกใครสักคนรังเกียจ ความเป็นอยู่คงยิ่งยากลำบากเข้าไปอีก

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ คุณป้ากำลังทำอะไรหรือเจ้าคะ ให้หลานช่วยไหม”

ที่เมษราศีว่ามุกความจำเสื่อม จันทกานติ์ชักรู้สึกว่าไม่ใช่ หล่อนกุมมือหญิงสาว ลูบท่อนแขนข้างหนึ่งไปมา ฟังคำพูดคำจาแล้วเห็นทีจะเป็นอย่างอื่นมากกว่า

โถหน้าตาออกสะสวยไม่น่าสติฟั่นเฟือนเลย

คนบ้ามีหลายแบบ ท่าทางเรียบร้อยพูดจารู้เรื่องอย่างมุกคงจัดอยู่ในประเภทไม่ทำร้ายใคร ข้อนี้จันทกานติ์ค่อยวางใจ

“กำลังเตรียมของใส่บาตร มาใส่ด้วยกันซิลูก”

คำชวนของจันทกานติ์ทำให้มุกเห็นภาพของยายพวงซ้อนทับบนใบหน้าหล่อนเป็นเนื้อเดียว ยายพวงชอบทำบุญ นิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทุกเช้าจะรีบตื่นมาทำของคาวหวานไว้เตรียมใส่บาตร มุกพลอยติดนิสัยด้านนี้ไปด้วย หญิงสาวรับคำ ช่วยประคองถาดเงินเดินตามกันมาออกมายืนรอริมรั้ว ไม่นานก็เห็นพระภิกษุสองรูป

ระหว่างใส่บาตรจันทกานติ์เห็นสีหน้าสงสัยของหญิงสาวคราวลูกยามมองถุงใส่อาหาร หล่อนไม่แน่ใจว่ามีอะไรให้ติดใจสงสัยมีแต่มุกที่นึกเงียบ ๆ ว่าภาชนะบรรจุอาหารนี่มีชื่อว่าอย่างไร

ทั้งสองยอบลงประนมมือหลังวางช่อกล้วยไม้สดเป็นอย่างสุดท้าย รับศีลรับพรด้วยดวงใจเอิบอาบ จนยืนขึ้นแล้วพระสองรูปยังไม่เดินผ่านเลยไป หลวงพ่อรูปแรกเพ่งพิศมุกนิ่งนานก่อนกล่าวขึ้นเหมือนรับรู้ความเป็นมาของหญิงสาวเป็นอย่างดี

“มนุษย์เกิดมาเพื่อสร้างบุญ เมื่อได้ชีวิตนั้นมาแล้วจงหมั่นสะสมบุญไว้ให้มาก”

ชีวิตครั้งก่อนสั้นนัก มุกประนมมือไหว้ รับคำสอนใส่ใจ

“เจ้าค่ะหลวงพ่อ”

 

“ไม่ใช่ยังงั้นจ้ะ” จันทกานติ์เกือบหัวเราะออกมากับท่าเก้กังไม่ว่าหยิบจับอุปกรณ์ชิ้นไหน มุกตื่นแต่เช้าเพื่อมาขอความช่วยเหลือ ไม่นึกว่าจะเป็นเรื่องพื้นฐานอย่างมากอย่างการใช้ห้องน้ำ “หมุนทางนี้”

สอนพลางหมุนก๊อกน้ำเหนืออ่างล่างหน้าสาธิต ต่อด้วยฝักบัว และอ่างอาบน้ำ ความเป็นอยู่แผกจากที่เคยพบ แรก ๆ มุกยังไม่ชินนัก แต่พอจันทกานติ์ค่อย ๆ สอนทีละอย่างค่อยดีขึ้น หญิงสาวนึกถึงอุปกรณ์แทบทุกชิ้นในบ้าน แปลกจริง ๆ ที่คนเราสามารถประดิษฐ์ได้มากมายกระทั่งเก็บกักแสงสว่างไว้ใช้ราวกับสั่งได้ จะใช้เมื่อใดค่อยเปิด ไม่จำเป็นก็ปิด โลกทั้งโลกสว่างได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีการมืดมิดต้องอาศัยแสงเทียนทันทีที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าอย่างในยุคของหล่อน

“ถ้าหลานอยากรู้ความเป็นมาของบ้านเมืองตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันต้องทำอย่างไรเจ้าคะ”

มุกไม่ใช่คนงอมืองอเท้า นิสัยห้าวหาญเกินหน้าผู้หญิงทั่วไปไม่ได้หายไปตามกาลเวลา หล่อนยังมะงุมมะงาหลากับหลายสิ่งหลายอย่าง วิธีเดียวจะทำให้ดีขึ้นได้คือหาคำตอบในสิ่งที่อยากรู้ให้มากที่สุดและเร็วที่สุด

“หมายถึงประวัติศาสตร์น่ะเหรอ” จันทกานติ์ถามโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ ทั้งสองนั่งอยู่หน้าเรือนหลังเล็ก อากาศยามเช้าเย็นชื้นสูดแล้วโล่งจมูก “อ่านหนังสือสิ บ้านนี้มีห้องทำงานบนตึกใหญ่ ในนั้นมีหนังสือเยอะมากคงมีหนังสือประวัติศาสตร์สักเล่มหนึ่งล่ะ พ่อแม่ตาเมษเขาแก่อ่านหนังสือ ไว้ป้าจะลองหาให้แล้วกันนะ”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ คุณป้าช่างดีกับหลานเหลือเกิน”


โปรดติดตามตอนต่อไป...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น