-จุมพิตสิเน่หา-

ตอนที่ 15 : บทที่ 9 (2/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    3 ต.ค. 59

E-book จุมพิตสิเน่หา พร้อมเสิร์ฟละน้า
คลิกโลด



+++++++++++++++++




“จะให้ตั้งอาหารเลยไหมคะคุณ”

แป้วคลานเข่าเข้ามาถามจันทกานติ์ที่นั่งดูโทรทัศน์เคียงข้างสามี หล่อนหันมองดูนาฬิกาเห็นว่าเลยเวลาอาหารเย็นไปสิบห้านาทีแต่ยังไม่มีวี่แววหลานชายจะกลับ

“หิวหรือยังคะคุณ” ถามสามี

“รออีกหน่อยก็ได้มั้ง”

ช่วงเช้ายิ่งถ้าเป็นวันทำงานแต่ละคนจะยุ่งจนไม่มีการทานอาหารเช้าร่วมกัน เมษราศีเป็นคนกินง่าย บางทีคว้าแซนวิสชิ้นเดียวเดินขึ้นรถไว้กินระหว่างรถติด พลาธิปเองก็ถนัดเฉพาะดื่มกาแฟเป็นมื้อเช้า แค่นั้นไปชงเอาที่ออฟฟิศจึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากพลทัตเองก็เช่นกัน เวลาอาหารเย็นจึงเป็นเวลาของการอยู่พร้อมหน้า เมษราศีจะมาที่ตึกใหญ่ก็เวลานี้เอง นอกนั้นขลุกอยู่แต่ที่บ้านหลังเล็กตลอด

“เดี๋ยวคุณเมษมาแล้วค่อยตั้งแล้วกัน”

จันทกานติ์สรุปยังไม่ทันขาดคำ เสียงรถคุ้นหูก็ดังใกล้เข้ามา แปลกที่ไม่เลยผ่านไปจอดไว้เรือนเล็กเหมือนทุกทีแต่กลับจอดสนิทหน้าตึกใหญ่

“สงสัยคุณแม่จะได้หลานสะใภ้เร็ว ๆ นี้ล่ะมั้งครับ”

พลาธิปเพิ่งเดินลงมาถึงชั้นล่าง เปลี่ยนชุดใหม่เป็นเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาก๊วยสีน้ำเงินทึบ มองเลยหน้าต่างกรุกระจกทรงโค้งจากพื้นสูงเหนือศีรษะไปยังรถคุ้นตา เมษราศีเปิดประตูลงจากรถ ข้างกันนั้นยังมีใครอีกคนนั่งอยู่รอคอยให้เมษราศีเปิดประตู

จันทกานติ์กับพลทัตยืดตัวขึ้นมองตามพร้อมเสียงบ่นของบุตรชาย

“เปลี่ยนคนอีกแล้ว นายเมษนี่ใช้ผู้หญิงเปลืองยิ่งกว่ากระดาษชำระ”

“พูดจาน่าเกลียดน่ะตาพล” จันทกานติ์เอ็ด เกรงจะดังเข้าหูหลานรักอย่างหนึ่ง ยิ่งถ้าถึงหูผู้หญิงของเมษราศียิ่งแล้วใหญ่ เป็นผู้ใหญ่กันแล้วพูดจาอะไรหล่อนไม่อยากให้น่าเกลียดนัก

“ก็หรือไม่จริงล่ะครับ ถ้าผมมีน้องสาวจะไม่ให้เข้าใกล้เจ้าเมษเลย แววน้ำตาเช็ดหัวเข่าชัดเจนซะขนาดนี้”

“บ่นเป็นตาแก่”

“เข้าข้างลูกชายคนโปรดทั้งปีเลยนะครับ”

เดินมาสมทบบิดามารดา แล้วยิ้มในหน้ากับพฤติกรรมคนใช้ที่แห่กันชะโงกมองเมษราศีกับผู้หญิงอีกคนราวกับกำลังดูปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติซึ่งอันที่จริงก็ใช่ เมษราศีควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าจริง แต่ยังไม่มีรายไหนได้รับสิทธิพิเศษให้เข้ามาถึงอาณาเขตบ้านลักษมีจิรภัทร

“อย่ามาค่อนแคะแม่”

“คนนี้ท่าจะสำคัญอยู่นะคุณ” พลทัตพลอยสนใจด้วยอีกคน โดยไม่มีใครต่อความเพิ่มเติมอีกเพราะเมษราศีกำลังพา ผู้หญิงท่าจะสำคัญคนนั้นเดินตรงเข้ามาหา ท่าทางประคับประคองอย่างเห็นได้ชัดแม้จะไม่มีการแตะต้องเนื้อตัวอีกฝ่ายเลยก็ตาม

            “ไม่ต้องกลัว”

ถึงเมษราศีจะกระซิบบอก มุกยังอดประหม่าไม่ได้ เกรงเหลือเกินว่าการรับความช่วยเหลือโดยไม่มีทางเลือกครั้งนี้จะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี ชายหนุ่มพาหล่อนเข้ามาในบ้านหลังใหญ่โตราวกับวัง คนกลุ่มหนึ่งยืนคอยอยู่อย่างสงบ มุกไม่ทันสังเกตสีหน้าแต่ละคน มัวแต่กังวลจนไม่ได้ยินคำพูดเมษราศี

“ทุกคนครับ ผมขอแนะนำให้รู้จัก นี่มุก เธอมีความจำเป็นบางอย่าง ผมเลยให้เธอมาพักที่นี่ชั่วคราว”

ลุงป้าและพี่ชายมองหน้าเมษราศีเหมือนจะถามว่าจริงน่ะหรือ ชายหนุ่มกดศีรษะลงนิดหนึ่งเชิงรับก่อนหันมองหญิงสาวเมื่อไม่เห็นหล่อนทักทายคนในครอบครัว

“มุก...มุกจ๊ะ”

เรียกเองเมษราศียังสะดุ้ง เขินปากว่าเรียกออกไปได้อย่างไร แต่ก็แปลก ปากพาไปเหมือนอยากเรียกหล่อนอย่างนี้มานานนักหนา คำเรียกขานอ่อนหวานแสดงให้คนในครอบครัวเห็น ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว ไม่งั้นเมษราศีคงไม่พาเข้าบ้านแล้วยังใส่ใจเป็นพิเศษ ผิดกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามงอนง้อ

จันทกานติ์เลื่อนสายตาพินิจหญิงสาวนามว่ามุกอย่างตั้งใจมากกว่าเมื่อครู่ พอดีกับมุกรู้สึกตัวเงยหน้าขึ้นสบตาป้าสะใภ้เมษราศี

“ยายพวง!

อุทานพร้อมสีหน้าตื่นเต้นระคนแปลกใจ ช่างบังเอิญแท้ ๆ ผ่านมาเกือบสองร้อยปีหล่อนยังวนเวียนมาพบแม่นมอีกจนได้ ยายพวงตรงหน้าหล่อนนี้แม้จะสาวกว่าภพชาติของหล่อนแต่เป็นคนเดียวกันไม่ผิดแน่

“เรียกฉันว่ายังไงนะจ๊ะ”

จันทกานติ์เอ่ยถาม ความรู้สึกต่อต้านค่าที่หญิงสาวไม่รู้จักวางตัวกลับตามมาอยู่กับผู้ชายถึงบ้านหายไปสิ้นเพียงแค่ได้สบตาสุกใสคลอน้ำตา

“ม...ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ”

รีบประนมมือไหว้ทั้งสามระหว่างเมษราศีแนะนำทีละคน ทั้งหมดย้ายมานั่งรวมกันที่ชุดโซฟา มุกอึดอัดชอบกลที่ถูกเมษราศีดึงให้นั่งระดับเท่าผู้ใหญ่ ชาติภพก่อนยายพวงเป็นแม่นมหล่อนก็จริงหากในชาติภพนี้ทุกคนตรงหน้าเป็นเจ้าของบ้านแล้วยังกำลังจะให้ความช่วยเหลือแก่หล่อนอีก

“ความจำเสื่อม?

พลทัตย้ำความเข้าใจหลังฟังเมษราศีเล่าเหตุการณ์โดยสรุปจบ ใจหนึ่งไม่อยากปักใจเชื่อนักเพราะไหนทีแรกยังบอกได้ว่าบ้านอยู่ใกล้วัดสุวรรณาราม ทำไมตอนหลังจึงจำไม่ได้เอาดื้อ ๆ ข้อนี้พลาธิปค่อนข้างเห็นด้วย ชายหนุ่มจับจ้องหญิงสาวอย่างจับผิดเกรงว่าหล่อนจะอาศัยรูปร่างหน้าตาเข้าตีสนิทน้องชายเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

“ยังไม่แน่ใจนักหรอกครับ” เมษราศีตอบตามตรง เขาเพียงแต่สรุปจากท่าทางตอนอยู่ที่วัด โดยไม่นึกระแวงแคลงใจใด ๆ ทั้งสิ้นทั้งที่ปกตินิสัยของนักธุรกิจจะทำให้เขาเป็นคนคิดแล้วคิดอีก “ไว้ผมจะพาเธอไปหาหมออีกครั้ง แต่ระหว่างนี้อยากให้มุกอยู่ที่นี่ก่อน กลัวปล่อยไปจะเจอเรื่องร้ายซ้ำสอง”

มุกห่อไหล่ ข้อนี้ล่ะสำคัญ หล่อนเกรงจะพบคนใจหยาบนั่นอีก ครั้งแรกรอดได้แต่ครั้งต่อไปคงแน่ใจไม่ได้

“แล้วจะให้อยู่ที่ไหน”

คงเพราะถูกชะตา จันทกานติ์จึงไม่คิดมากเหมือนลูกกับสามี หล่อนเชื่อมั่นว่าแววตาสุกใสตรงหน้าเป็นของจริง สื่อความรู้สึกจากใจจริงไม่มีการโกหกเพื่อประสงค์ร้าย

“เรือนเล็กครับ”

คนตอบ ๆ หนักแน่นแต่คนฟังอย่างจันทกานติ์ร้องเสียงหลง

“จะได้ยังไงล่ะตาเมษที่นั่นน่ะมีเราพักอยู่คนเดียว ถ้าหนูมุกไปอยู่ด้วยจะน่าเกลียดนะลูก ใครรู้เข้าเอาไปนินทาจะว่ายังไง ผู้หญิงเสียหายหมด”

มุกชำเลืองมองเมษราศีทันทีเหมือนจะบอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นหล่อนไม่ขออยู่ คำค้านนี้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายชายหนุ่มมาก คิดว่าจันทกานติ์จะห้ามเพราะเหตุผลเดิม ๆ อย่างกลัวหลานถูกผู้หญิงจับ แต่นี่ดูเหมือนป้าสะใภ้จะห่วงความปลอดภัยกับเกียรติของหญิงสาวมากกว่า ปฏิกิริยาของจันทกานติ์ นอกจากเมษราศี พลทัตกับพลาธิปยังนึกไม่ถึงเช่นกัน สองพ่อลูกมองหน้ากันงง ๆ

“ไม่หรอกครับ” สบตามุกนิดหนึ่ง เห็นใบหน้าหญิงสาวใกล้ ๆ แค่นี้อย่าว่าแต่ขอให้คิดกับหล่อนอย่างน้องสาวเลย อยากจะรั้งหล่อนเข้ามาในอ้อมอกด้วยซ้ำแต่ไม่ทำเพราะจะใช้วิธีอื่นมากกว่าทำให้หล่อนตกใจกลัว จำต้องกัดฟันพูด “ผมจะย้ายมาอยู่ตึกใหญ่เอง ให้มุกอยู่ที่นั่นเถอะ เธอคงสะดวกกว่า”

จะว่าหวงมากไปก็ได้ อย่างไรเขาคิดว่าวิธีนี้ดีที่สุด การก้าวเข้ามาของมุก เมษราศีคิดทุกอย่างได้ในเวลาอันรวดเร็ว ถ้าให้หล่อนอยู่บนตึกใหญ่ แม้มีป้าสะใภ้กับสาวใช้อีกหลายคน แต่ก็มีผู้ชายอยู่ร่วม ให้หล่อนอยู่เรือนหลังเล็กนั่นล่ะถึงจะแน่ใจว่าปลอดภัยกว่า เรือนนั้นอยู่ด้านหลังไม่ใช่ทางผ่านไปมา ผู้ชายคนไหนกรายใกล้เขาจะได้ไม่ต้องสอบถามและจัดการทันทีเพราะถือว่าเจตนาไม่บริสุทธิ์

สรุปว่าเมษราศียกเรือนหลังเล็กให้มุกครอบครองท่ามกลางความแปลกใจของครอบครัวที่ต่างรู้กันว่าชายหนุ่มรักความเป็นส่วนตัวและหวงกระท่อมบนเนินหลังนั้นอย่างมาก แต่เมื่อเป็นการตัดสินใจของเจ้าตัว ต่างฝ่ายเงียบงันอยู่ชั่วครู่แล้วเพียงไม่กี่นาทีก็ลุกขึ้นชักชวนสมาชิกใหม่ร่วมโต๊ะอาหารอย่างเป็นกันเอง

 

เมษราศีเรียกคนงานทุกคนในบ้านมารวมตัวกันกลางห้องโถงหลังจบมื้อเย็น ป้าทอง แป้ว นายผวน รู้ข่าวใหม่ล่าสุดถ้วนหน้าเพราะแอบฟังเจ้านาย พวกเขามองมุกเหมือนคนเดินดินมีบุญได้เห็นนางฟ้าทำให้หญิงสาวยิ้มเขิน

“คุณมุกจะมาพักที่นี่ตั้งแต่วันนี้ คำสั่งของคุณมุกเท่ากับคำสั่งของผม ขอให้ช่วยกันดูแลเธอดี ๆ ด้วย”

 

“ว่าที่คุณผู้หญิงเหรอป้า”

แป้วแอบกระซิบกระซาบทั้ง ๆ เจ้านายเพิ่งคล้อยหลังไม่ทันไร ป้าทองมองตามสองหนุ่มสาวจนลับตา ตอบตามความเห็นส่วนตัว

“สงสัยจะใช่ ดูท่าคุณเมษก็รู้ โอ๋กันซะยังกะแต่งงานกันแล้วงั้นล่ะ”

“นั่นซิข้าก็ว่า” นายผวนเสริม “แล้วทำไมมาอยู่กันเฉย ๆ ไม่แต่งไปซะเลย”

“ใครจะไปรู้เจ้านายท่านล่ะ” ป้าทองว่า “คุณหนูสั่งยังไงก็ทำตามนั้นเถอะ ถ้าขืนทำให้คุณผู้หญิงคนนี้เธอระคายใจสงสัยจะตกงานกันตอนแก่”

 

ค่ำคืนแรกสำหรับชีวิตใหม่ มุกเดินเคียงข้างเมษราศีจากตึกใหญ่มายังเรือนเล็กด้านหลังด้วยระยะห่างไม่มากน้อย ทอดน่องเอื่อยเพื่อแหงนหน้าขึ้นชมดวงจันทร์สุกสว่างที่ไม่ว่ากี่ร้อยปีผ่านไปก็ยังสวยงามและเป็นดวงเดิมอยู่นั่นเอง ในมือเมษราศีถือถุงใส่ชุดเดิมของมุก เดินช้าเทียมเท่ากันเพราะยังไม่อยากจากหญิงสาวเร็วนัก คืนนี้จันทร์สว่าง แต่แสงไฟก็ทำให้แสงนวลแทบกลืนหาย ท่าทางมุกคงชอบชมจันทร์ เขาจึงได้โอกาสพิศหล่อน ใบหน้าใต้เงาสลัวให้ความรู้สึกน่าหลงใหลขึ้นอีกเท่าตัว จู่ ๆ ภาพบางภาพก็แวบผ่านสมอง เมษราศีกะพริบตา สะบัดศีรษะกับภาพติด ๆ ดับ ๆ สองสามครั้ง ก่อนหายวับตอนมาถึงหน้ากระท่อมหลังน่ารัก

ชายหนุ่มไขกุญแจเปิดประตูนำหญิงสาว แนะนำว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ไม่เบื่อที่จะพูดช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำเพื่อให้หญิงสาวท่าทางงุนงงเข้าใจ

“ฉันไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรดี”

“เรียกใหม่สิ” เมษราศีเสนอวิธี

“คะ?

“ในเมื่อคุณบอกให้ผมเห็นคุณเป็นน้องก็ควรเรียกผมเสียใหม่ พี่เมษ...ได้หรือเปล่า”

“...”

“ทำไม หรือผมเข้าใจผิด อายุคุณน่าจะน้อยกว่าผมไม่ใช่เหรอ” ไม่ใช่น้องธรรมดาเสียด้วย แต่เป็นน้องน้อยอายุต่ำกว่าเขาตั้งเป็นสิบ ๆ ปี หน้าตาหล่อนทำให้เขาประเมินได้ตามนั้น

มุกยิ้มนิด ๆ รู้สึกผ่อนคลายขึ้น ถ้าเทียบอายุกันจริง ๆ เขาต่างหากอ่อนกว่าหล่อนตั้งเกือบสองร้อยปี!

            “ไม่ผิดหรอกค่ะ...คุณพี่”

อายุก่อนจมน้ำของหล่อนคือสิบเก้าซึ่งอ่อนกว่าเมษราศีเวลานี้ตั้งสิบกว่าปี จะเรียกคุณพี่เหมือนเวลาหล่อนเอ่ยเรียกพี่ ๆ ที่เป็นญาติกันคงไม่ผิดนัก

“คุณพี่?” ภาษาพูดแปลกหูนัก

“ค่ะ น้องขอเรียกคุณพี่อย่างนี้ดีกว่า”

ใจชายหนุ่มสั่นไหวชอบกล ความปลื้มปีติเพียงแค่ได้ยินมุกเรียกขานอย่างอ่อนหวานสนิทสนมช่างโอเวอร์จนเขานึกแปลกใจตัวเอง

“พรุ่งนี้ยังเป็นวันหยุด” เอ่ยพลางถอยหลังห่างมุกนิดหนึ่ง เตรียมอำลา “แล้วพบกัน คืนนี้ขอให้น้องหลับฝันดี พี่กลับล่ะ”

               ทิ้งท้ายอ่อนหวาน ล้อเลียนสรรพนามใหม่ระหว่างกันและกัน

โปรดติดตามตอนต่อไป...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น