-จุมพิตสิเน่หา-

ตอนที่ 13 : บทที่ 8 (2/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ต.ค. 59

E-book จุมพิตสิเน่หา พร้อมเสิร์ฟละน้า
คลิกโลด



+++++++++++++++++


...แต่งงาน...

พลาธิปนึกถึงคำ ๆ นี้มาตลอดทางตั้งแต่ออกจากเต้นท์รถ คำว่าแต่งงานดูไกลตัวเขาจนแทบลืมเลือนไปแล้วกระทั่งเทพทัตทักถามขึ้นมาให้ต้องฉุกคิดว่า ทำไมจึงนิ่งเฉยเหมือนไม่มีความรู้สึก ไม่เคยนึกชอบพอผู้หญิงคนไหนเลยสักครั้ง

ก็ช่าง ชายหนุ่มหาเหตุผลไม่ได้และไม่คิดจะค้นหา สิ่งสำคัญในชีวิตมีแค่สองอย่างก็พอแล้ว ครอบครัวอันหมายถึงบิดามารดาน้องชายและงาน

ชายหนุ่มขับรถไปเรื่อย ทีแรกตั้งใจตรงกลับบ้านตามประสาคนคนรักสงบที่เวลาว่างเว้นจากงานก็ขลุกอยู่กับต้นไม้ใบหญ้า หาหนังสือที่ชอบนอนอ่านไม่ออกไปสังสรรค์ถี่เหมือนลูกพี่ลูกน้อง ขับมาสักพักค่อยเหลือบเห็นป้ายร้านกาแฟร้านโปรดตั้งอยู่ชั้นล่างสุดของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ พลาธิปเลี้ยวรถโดยไม่ลังเล ในวันสบาย ๆ ถ้าได้นั่งปล่อยอารมณ์พลางจิบกาแฟก็เป็นกิจกรรมไม่เลวนัก

ตามประสาผู้ชาย ห้างสรรพสินค้ามีทั้งหมดกี่ชั้นพลาธิปไม่เคยคิดจดจำ จะมาบ้างนาน ๆ ครั้งต่อเมื่อต้องการซื้อของจำเป็นหรือมาเป็นเพื่อนมารดา การเดินก็เหมือนตั้งโปรแกรมคือต้องการซื้อสิ่งไหนตรงดิ่งไปแผนกนั้น เลือก ๆ หยิบของแล้วจ่ายเงิน เสร็จแล้วกลับบ้าน ไม่มีเสียล่ะจะเดินวนไปมาเหมือนไม่เคยเห็นห้างสรรพสินค้าอย่างผู้หญิงชอบทำ

พลาธิปเดินจากลานจอดรถโดยไม่สนใจชมสิ่งรอบข้างจนมาถึงร้านกาแฟยี่ห้อโปรด สั่งกาแฟพลางมองไปยังที่ว่างหลายที่อย่างพอใจ

“คาเฟ่ อเมริกาโน[1]

“ลาเต้ร้อนที่นึงค่ะ”

เสียงลูกค้าอีกคนหนึ่งสั่งพร้อม ๆ กันแต่พลาธิปไม่ได้สนใจนักมัวแต่มองหาที่นั่งมุมเหมาะสำหรับการดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟ หากเป็นวันทำงานคนจะมากผิดกับร้านอื่น ๆ ที่ลูกค้าเยอะในวันหยุดสุดสัปดาห์เพราะคนทำงานส่วนใหญ่นิยมยึดร้านแห่งนี้เป็นจุดนัดพบ ประชุมย่อย หรือนั่งทำงานอย่างส่งข้อมูลผ่านอีเมล์โดยอาศัยอินเทอร์เน็ตอันเป็นบริการของทางร้าน

ชายหนุ่มเห็นโต๊ะมุมในสุด ลูกค้าเพิ่งลุกขึ้น รีบตรงเข้านั่งแทนที่ส่วนกาแฟพนักงานจะเป็นฝ่ายมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ ไม่นานคาเฟ่ อเมริกาโนร้อนหอมกรุ่น น้ำสีเข้มก็ถูกวางลงตรงหน้า ควันขาวลอยตัวสูงอย่างอ้อยอิ่งบอกถึงอุณหภูมิสูงของมัน รสชาติเข้มกลมกล่อมโดยไม่ต้องปรุงนมหรือน้ำตาลเพิ่มติดอยู่ในลำคอตามด้วยกลิ่นหอมกรุ่นขึ้นในโพลงจมูก ความขมในชั้นต้นก่อนเปลี่ยนเป็นหวานทีละน้อยของกาแฟโปรดช่วยให้พลาธิปลืมคำถามค้างใจก่อนหน้านี้จนหมด เขาค่อย ๆ จิบทีละน้อยก่อนนึกขึ้นว่าถ้ามีขนมปังกรอบกินควบคู่ไปด้วยจึงหันไปจะกวักมือเรียกพนักงาน จังหวะนั้นเอง หญิงสาวคนหนึ่งเดินมาพร้อมกาแฟในมือ พลาธิปไม่ทันระวังจึงปัดกาแฟถ้วยนั้นเต็มรัก ลาเต้ร้อนกระฉอกออกรดราดมือบางที่ถือประคองถ้วยมาด้วยตัวเองแทนการรอให้พนักงานนำมาเสิร์ฟ อีกส่วนหนึ่งหกรดเสื้อพลาธิปทำให้ผ้าสีนวลถูกทาด้วยสีน้ำตาลสลับขาวของกาแฟและฟองนม

“เฮ้ย!

“ว้าย!

เสียงอุทานของทั้งคู่ดังลั่นร้าน กาแฟร้อนจัดรดลวกพานให้ฝ่ายหญิงสาวสะบัดมือเร่า ปล่อยถ้วยกาแฟโดยไม่สนใจว่ามันจะแตกหักอย่างไรบ้าง

“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ฉันขอโทษ”

กุลยากล่าวขอโทษทั้ง ๆ มือตนเองแดงเถือกจากความร้อนเมื่อครู่ทันที เป็นคำขอโทษจากใจจริงเพราะถ้าหล่อนระวังมากกว่านี้คงไม่เกิดเรื่องดังกล่าว พนักงานประจำร้านรีบวิ่งเข้ามาเก็บทำความสะอาด หน้าตาเหมือนอยากพูดบางอย่างแต่ถอยฉากออกไปทันทีที่สบตาพลาธิป

ชายหนุ่มตวัดสายตาจากพนักงานมายังกุลยา มองหล่อนด้วยแววตาตำหนิ กรามกัดแน่นข่มความแสบร้อนบริเวณทรวงอก

“ฉัน...”

กุลยาที่ปากยังพร่ำขอโทษชะงักคำพูดกลางคันยามสบตาคู่กรณี หล่อนไม่ได้หวังสักนิดว่าเขาจะเอ่ยคำ ๆ เดียวกัน แต่ไม่นึกว่านอกจากไม่ขอโทษ ฝ่ายนั้นจะยังมองกันด้วยสายตาตำหนิติเนียนอย่างหนัก จะว่าไปแล้วตัดสินว่าหล่อนผิดคนเดียวคงไม่ได้ หล่อนเดินไม่ระวังตามัวมองหาที่นั่งจริง แต่เขาก็ทะเร่อทะร่ายกมือขึ้นกะทันหันเหมือนกัน ท่าทีกุลยาเปลี่ยนกะทันหัน ทิ้งแขนลงข้างตัว ยืดยืนตรงศีรษะเชิดสมสง่า ม.ล.กุลยา

“คุณควรจะระวังให้มากกว่านี้”

พลาธิปตักเตือนราวกับครูใหญ่ตำหนิเด็กนักเรียนในปกครอง ผิวแก้มกุลยาแดงก่ำ เม้มปากไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเหมือนกัน ขอโทษสักคำไม่มีแล้วยังโทษคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว...ใช้ไม่ได้เลย ผู้ชายอะไร!

“คุณเองก็เหมือนกัน” หล่อนว่า “จู่ ๆ ใครจะนึกว่าจะยกมือขึ้นมายังงั้น”

คนถูกตำหนิกลับนิ่วหน้า สีหน้าเคร่งอยู่แล้วยิ่งเคร่งมากขึ้น

“คุณกำลังจะบอกว่าเป็นเพราะผม?

“อุ๊ยไม่หรอกค่ะ” ทำเสียงอ่อนเสียงหวานประชด “กาแฟฉันหกทั้งแก้วแล้วเดี๋ยวคงต้องจ่ายค่าแก้วหูหักนั่นด้วย ฉันผิดคนเดียวกระมังคะ”

พลาธิปไม่ถนัดต่อปากต่อคำ เขานิ่งไป อารมณ์อยากนั่งดื่มด่ำรสชาติกาแฟไม่มีเหลือ แล้วยังเสื้อเชิ้ตเปรอะเปื้อนคราบกาแฟเหนียวทั้งข้างนอกข้างในนี่อีก ชายหนุ่มหยิบธนบัตรออกจากกระเป๋ากางเกงสอดทับไว้ใต้ถ้วยกาแฟพร่องเพียงนิดหน่อย แล้วลุกขึ้นเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่นิดเดียว

ฉุนนักเชียว...กุลยานึกโมโห อีตาซอมบี้ ฉายาตั้งให้คู่กรณีหน้าตายหมาด ๆ ขณะมองตามร่างสูงเดินออกจากร้านไปจนลับตา

“ขี้เก๊กชะมัด”

“คุณครับ...”

พนักงานรอจังหวะอยู่แล้ว รีบเข้ามาพูดบางอย่าง กุลยาโบกมือบอกให้รู้ไม่ต้องพูดมาก

“ค่าถ้วยกาแฟใช่ไหมคะ คิดรวมกับถ้วยใหม่แล้วกัน ฉันขอเหมือนเดิม”

พนักงานรับคำแล้วกลับไปยังเคาน์เตอร์ กุลยาออกจากร้านเลี้ยวเข้าห้องน้ำอยู่ใกล้ ๆ กันนั้น ล้างมือแล้วกลับมายังโต๊ะตัวที่เล็งไว้แต่แรก ขณะเดินผ่านโต๊ะคู่กรณี หล่อนอดค้อนใส่ไม่ได้ทำให้เห็นว่าใต้โต๊ะว่างเปล่ามีบางสิ่งตกอยู่

กุลยาก้มลงเก็บวัตถุทรงสี่เหลี่ยมถือติดมือมาจนถึงโต๊ะ...กระเป๋าสตางค์ เปิดดูข้างในเพื่อดูว่าเขาเป็นใครอยู่ที่ไหนเผื่อไม่รู้ตัวว่าทำกระเป๋าหล่นแล้วรีบกลับมาเอาจะได้ส่งคืนถูก

พลาธิป ลักษมีจิรภัทร... Senior Vice President, Human Resources บริษัท ทิพยภูษา จำกัด

นามบัตรสีฟ้าอ่อนพื้นเรียบระบุ

“ใหญ่ไม่เบาแฮะ” อีกทั้งบริษัทนี้หล่อนยังรู้จักชื่อเสียงเป็นอย่างดี มารดาหล่อนคนหนึ่งล่ะเป็นลูกค้าประจำ ล่าสุดยังเห็นว่าประมูลผ้าไทยโบราณได้จากงานของทิพยภูษา

“การเปิดกระเป๋าสตางค์คนอื่นดูไม่น่าใช่มารยาทที่ดีนะ”

เสียงเรียบไร้โทนสูงต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ กุลยารีบปิดกระเป๋าสตางค์ด้วยอาการเหมือนเด็กทำผิดแล้วโดนจับได้ทั้ง ๆ ไม่มีความจำเป็น หล่อนยื่นกระเป๋าคืนให้พลาธิป ไม่พูดแม้จะอยากต่อว่าที่เขาชอบตำหนิหล่อนเรื่อย พลาธิปเก็บกระเป๋าสตางค์ใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิมโดยไม่ตรวจนับจำนวนเงินเพราะเห็นตั้งแต่เดินเข้าร้านมาแล้วว่ากุลยาทำอะไรกับกระเป๋าตัวเองบ้าง ถ้าคนตั้งใจขโมยทรัพย์สินข้างในจริง สิ่งแรกที่ทำควรเป็นฉกเงินสดทั้งหมดในกระเป๋าออกมาแทนเปิดดูเฉย ๆ เช่นเมื่อครู่

“ขอบคุณ”

กล่าวโดยไม่ขยายความก่อนหันหลังเดินจากไปเงียบ ๆ ไม่ต่างจากขามาสวนกับพนักงานนำกาแฟถ้วยใหม่มาเสิร์ฟกุลยา อีตาซอมบี้ของกุลยาลับสายตาไปแล้วหากหญิงสาวยังมองไปยังทิศทางนั้นนิ่งเหมือนถูกมนต์สะกดก่อนรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนมุมปาก

หล่อนไม่ใช่คนสวย กุลยารู้ตัวดี แต่คงด้วยผิวเนียนละเอียด หน้าตาเกลี้ยงเกลาไร้สิวริ้วรอยทำให้ดูหมดจด บวกกับความเป็นคนสกุลจันทร เท่านี้ก็มีหนุ่ม ๆ แวะเวียนมาแจกขนมจีบไม่ซ้ำหน้า แต่ไม่ใช่กับผู้ชายคนเมื่อครู่ อย่าว่าแต่จีบเลย แค่มองกันด้วยสายตาชื่นชมสักนิดยังไม่มี นิสัยชอบความท้าทายก่อความรู้สึกบางอย่างขึ้นทีละนิด แล้วสมองก็สั่งว่าคงจะสนุกกว่านี้ถ้าได้ลองทำเหมือนใจคิด

พลาธิป ลักษมีจิรภัทร...ฉันจำชื่อคุณได้แม่นเชียวล่ะ

 

“ก็บอกแล้วไงว่ามาตามหาคน นี่คุณพูดไม่รู้เรื่องเหรอ”

เสี่ยเทิดย้ำประโยคเดิมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำห้างสรรพสินค้าเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่แน่ใจนัก แต่ฝ่ายนั้นที่มีจำนวนมากกว่าพวกเขาเกือบสามเท่ายังทำสีหน้าเหมือนไม่เชื่อถืออยู่นั่นเอง

“ในห้างนี่นะครับ?

“ก็ใช่สิวะ” พูดวกไปวนมา อารมณ์กรุ่นอยู่แล้วยิ่งชักเดือด “ลื้อจะเอาไงกับอั๊ว หรือว่าต้องการเงิน”

ควักธนบัตรปึกหนึ่งวางลงกลางโต๊ะ

“แค่นี้คงพอนะ” ลุกขึ้นกวักมือเรียกสมัครพรรคพวก “กลับ”

เมื่อตำหนิติเตียนถึงความไม่เหมาะสมมาเป็นเวลานานให้รู้ว่าไม่ควรเข้ามาสร้างความวุ่นวายในห้าง แล้วยังได้ของแถมเป็นเงินจำนวนมาก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงปล่อยกลุ่มเสี่ยเทิดโดยไม่คิดรั้งไว้

“เจ็บใจนัก!

เสี่ยเทิดสบถลอดไรฟัน ทุบกำปั้นกับฝ่ามือท่าทางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เม่นสนิทกับนายกว่าใครเพื่อนกล้าถามขึ้นว่า

“เอาไงครับเสี่ย ให้ตามหาต่อมั้ย”

“ไม่ต้อง เดี๋ยวไอ้พวกยามมาขวางไว้อีก กลับโว้ย”

“แล้วผู้หญิง”

คนรู้ใจนายรู้ว่าผู้หญิงสวยหยาดฟ้ามาดินอย่างนั้นไม่มีทางที่เสี่ยเทิดจะตัดใจได้ง่าย ๆ แล้วก็เป็นจริง

“อั๊วรู้ว่ามันเป็นใคร ไว้เราคอยไปดักตามมันก็ได้ว่าเอาผู้หญิงไว้ไหน”

 

“ฉันจะหักเงินแก!

คุณนายฉมแผดเสียงลั่นตะคอกใส่ยอด้วยความโมโหเพราะไม่ว่าจะให้หากี่ครั้งยอก็ไม่สามารถหาสไบสีม่วงอ่อนได้พบ ยอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เงินเดือนหล่อนน้อยนิดเดียว ข้าวของคุณนายแต่ละชิ้นแพงหูฉี่ ถ้าหักตามจำนวนนั้นจริงมีหวังชาตินี้ต้องทำงานฟรี

“คุณนายขาเห็นใจหนูเถอะ หนูหาทั่วแล้วจริง ๆ ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเห็นด้วย จะว่าหนูทำหายได้ยังไงล่ะคะ”

“ถ้าไม่ใช่แกแล้วใครฮะ”

“โธ่เยอะแยะนี่คะคุณ”

“ฉันไม่สน ต่อไปนี้ฉันจะหักเงินเดือนแกหกสิบเปอร์เซ็นต์ทุกเดือน”

“หกสิบเปอร์เซ็นต์! แล้วหนูจะเอาอะไรกินล่ะคะ”

“กินอะไรก็เรื่องของแกซิ ฉันไม่แจ้งตำรวจจับข้อหาขโมยก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

“ขโมยอะไรกันจ๊ะที่รัก”

เสี่ยเทิดส่งเสียงหวานทักนำมาก่อนเป็นการดักไม่ให้ภรรยาถามว่าหายออกไปไหนจึงเพิ่งกลับ คุณนายฉมไม่เคยไว้ใจผู้หญิงหน้าไหน หล่อนรู้ว่าสามีเจ้าชู้ขั้นรุนแรงแต่ก็ถอนใจไม่รักไม่ได้จึงยิ้มหน้าบานได้ทุกครั้งที่เขาแสดงท่าทางว่ารักและเกรงใจหล่อนต่อหน้าผู้หญิงคนอื่น กับสาวใช้ก็ไม่เว้น คุณนายฉมคลายสีหน้าถมึงทึงทันทีที่สามีเดินตรงเข้าโอบเอวหนาเตอะ

“เฮียมาก็ดีแล้ว นังยอมันทำของรักฉันหาย กำลังจัดการมันอยู่นี่แหละ”

ยอส่งสายตาอ้อนวอนเสี่ยเทิด เป็นแววตาสื่อความหมายมากมายเกินกว่าฐานะสาวใช้กับนายจ้าง เสี่ยเทิดเห็นแล้วอยากจะบีบคอยอให้ตายคามือ รีบขยิบตาให้หยุดพิรี้พิไรอ้อนเขาต่อหน้าภรรยาเสียที

ท่าทางไม่ไยดีของเสี่ยเทิดทำยอใจฝ่อ ขืนเป็นแบบนี้หล่อนต้องอดตายแน่ ๆ ลำพังหวังเงินพิเศษจากเสี่ยก็ได้อยู่แต่อารมณ์เสี่ยเทิดเอาแน่ไม่ได้ ไม่รู้จะสนใจหล่อนอีกนานเท่าไหร่ แล้วทางออกทางใหม่ก็สว่างวาบขึ้นในใจ

“หนูว่าต้องมีคนเอาไปแน่ ๆ ค่ะ”

“ใคร”

เสี่ยเทิดถามเสียงเคร่ง ทำเป็นโมโหแทนภรรยาทั้งที่ในใจนึกรำคาญเรื่องไม่เป็นเรื่องแถมยังหงุดหงิดไม่หายที่ไม่ได้ลิ้มรสนางฟ้า

“ต้องเป็นนังพิณแน่ ๆ เลยค่ะ”

“เอ๊ะจริงสิ ตั้งแต่ฉันมายังไม่เห็นหัวมันเลย ไปตามมาซิ”

เท่านี้ยอก็เหยียดยิ้มสมใจ รีบคลานถอยไปตามตัวแพะมารับบาปแทนตัวเอง แต่ไปไม่ถึงห้านาทีก็วิ่งกลับมาพร้อมกับหน้าซีดขาวตาเหลือก ปากคอสั่น

“เสี่ย ๆ คุณนาย นังพิณ ม...มัน”

“อะไร จะพูดก็รีบพูด มันไม่ยอมมารึไง ต้องให้ฉันไปตามใช่มั้ย”

คุณนายฉมขยับทำท่าจะตรงไปยังห้องด้านหลังส่วนของคนรับใช้แต่เสี่ยรั้งแขนไว้แน่น กลัวว่าไปตอนนี้รอยบอบช้ำบนเนื้อตัวพิณจะฟ้องความจริงบางประการ

“จะไปหาคนใช้เองให้เสียราศีลื้อทำไม อยู่ที่นี่แหละ ผ้านั่นเดี๋ยวเฮียซื้อให้ใหม่ก็ได้ อย่าโมโหเลยนะ”

“จริงเหรอเฮีย”

สามีไม่ซื้อของกำนัลหล่อนนานแล้ว คุณนายฉมรีบถามเสียงอ่อนเสียงหวาน เสี่ยเทิดพยักหน้ารับ

“จริงซิ เฮียจะหลอกทำไม หลาย ๆ ก็ได้”

สองสามีภรรยาคงไม่สนใจยออีกแล้วถ้าฝ่ายนั้นจะไม่โพล่งออกมาหลังจากหายช็อคว่า

“นังพิณมันตายแล้วค่ะคุณ มันผูกคอตาย”

“หา!” คุณนายฉมอุทานแล้วปรายตามองสามีราวกับรู้ทัน สีหน้าเสี่ยเทิดผิดปกติเพียงนิดหน่อย ผิดกับเม่น ชายหนุ่มรู้สึกวูบในอก ใจหายเพราะไม่นึกว่าพิณจะตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ เขานึกถึงสาวสวยในชุดไทยโบราณ ถ้าหล่อนถูกกระทำเหมือนพิณบ้าง จะแก้ปัญหาด้วยวิธีเดียวกันหรือเปล่า ถ้าใช่ เท่ากับเสี่ยเทิดทำลายชีวิตคนพร้อมกันถึงสองคนในวันเดียว



[1] คาเฟ่ อเมริกาโน (café americano) คือเครื่องดื่มกาแฟชนิดหนึ่ง ซึ่งมีวิธีการชงโดยเติมน้ำร้อนผสมลงไปในเอสเพรสโซ. การเจือจางเอสเพรสโซซึ่งเป็นกาแฟเข้มข้นด้วยน้ำร้อน ทำให้อเมริกาโนมีความแก่พอ ๆ กับกาแฟธรรมดา แต่มีกลิ่นและรสชาติที่เข้มอันมาจากเอสเพรสโซ อเมริกาโนเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟดำ แต่ไม่แก่และหนักถึงขั้นเอสเพรสโซ


โปรดติดตามตอนต่อไป...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น