-จุมพิตสิเน่หา-

ตอนที่ 10 : บทที่ 6 (2/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 ก.ย. 59



            “อย่างนั้นล่ะดีมากคุณน้อง”

            เปรมยุดาได้รับคำชมขณะกำลังโพสต์ท่าถ่ายภาพนิ่งโปรโมตละครเรื่องใหม่ ชื่อหล่อนหอมหวลในวงการเพราะโชคดีเล่นเรื่องไหนดังเรื่องนั้น ผู้จัดละครจึงแห่กันมาจ้างแทบจัดคิวไม่ทัน การถ่ายภาพนิ่งเป็นงานง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากสำหรับเปรมยุดา หล่อนเอนซบอกล่ำของพระเอกคู่ขวัญ ส่งตาหวานใส่กล้องเป็นว่าเล่นด้วยนิสัยชอบหว่านเสน่ห์ ดีกรีระดับนางเอกมักดึงดูดให้มีหนุ่ม ๆ เข้ามาขายขนมจีบจำนวนไม่น้อย เปรมยุดารับไมตรีเสียส่วนใหญ่ แต่จะอยู่กับใครมากกว่ากันนั้นขึ้นอยู่กับข้าวของหรือจำนวนเงินที่ฝ่ายนั้นกำนัลให้

            “ละครเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไรคะคุณยุดา”

เหยี่ยวข่าวสาวจากนิตยสารบันเทิงชื่อดังตรงมาสัมภาษณ์ทันทีที่การทำงานเสร็จสิ้น ไมค์หลายตัวจ่อมาที่เปรมยุดาเป็นจุดเดียว

“เกี่ยวกับความรักและความริษยาค่ะ ในเรื่องเนี่ยยุดาจะต้องแสดงเป็นสาวผู้อาภัพถูกนางร้ายรังแกตลอดเลยค่ะ แต่ก็โชคดีที่มีพระเอกคอยช่วย”

“แล้วแบบนี้ฉากเลิฟซีนมีมากน้อยแค่ไหนคะ”

“ก็ตามความเหมาะสมล่ะค่ะ”

“มีฉากเลิฟซีนด้วย พระเอกตัวจริงไม่หึงแย่เหรอคะ”

เปรมยุดาหัวเราะน้อย ๆ ถูกใจกับคำ พระเอกตัวจริง ข่าวรัก ๆ ใคร่ ๆ ของหล่อนกับชายหนุ่มช่วงนี้ก็มีแต่กับเมษราศี นักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอม ถึงตรงนี้หล่อนแกล้งแตะสร้อยเพชรน้ำงามของกำนัลชิ้นล่าสุดนิดหนึ่ง ประกายเพชรสะท้อนกับแฟลชวูบวาบเรียกเสียงฮือฮาสนใจ คำถามใหม่ดังขึ้นทั้ง ๆ ยังไม่ทันตอบคำถามเดิม

“อุ๊ย! สร้อยสวยจังค่ะ ซื้อเองหรือได้มาจากหวานใจคะเนี่ย”

เสียงหัวเราะระรื่นดังพลิ้ว “ก็ใครคนนั้นแหละค่ะ ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”

เป็นอันว่าความสัมพันธ์ของหล่อนกับเมษราศีถูกขยายกว้างออกไปอีกขั้นหนึ่ง หญิงสาวยิ้มระรื่นระหว่างเดินกลับมาที่รถ นึกถึงชายหนุ่มแล้วก็ให้ถวิลหาบทพิศวาสดุดัน บทรักของเขาหนักหน่วงไม่ทะนุถนอมคู่นอนอย่างหล่อนนักแต่ก็ลุ่มลึกน่าหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น เปรมยุดาร้อนผ่าวตลอดร่าง หยิบโทรศัพท์ขึ้นโทร.หาหวังว่าคืนนี้จะได้สานต่อจากเมื่อคืน

“อะไรกันเนี่ย!

กระทืบเท้าขัดใจเพราะโทร.กี่ครั้งต่อกี่ครั้งยังได้ยินแต่สัญญาณสายว่างโดยไม่มีใครรับสาย เมื่อไม่ได้ดั่งใจประจวบกับเห็นพระเอกคู่ขวัญเดินเข้ามาใกล้พอดี เปรมยุดารีบเก็บโทรศัพท์ หันไปหาเป้าหมายชั่วคราวด้วยรอยยิ้มหวานเชื่อม

 

เมษราศีได้ยินเสียงโทรศัพท์ เห็นด้วยซ้ำว่าชื่อบนหน้าจอคือใคร แต่เวลานี้ใจเขาจดจ่ออยู่แต่กับผู้หญิงข้างตัว แปลกจริง แค่เพียงหล่อนอยู่เคียงใกล้สมาธิกลับไม่หลงเหลือ เพียรแต่วกไปหาหล่อนเรื่อย จะว่าสวยจนหาใครเทียบได้หรือก็ไม่เชิง ผิวหล่อนขาวเหลืองไม่ขาวด้วยครีมบำรุงเช่นสาว ๆ ทั่วไป รูปร่างอ้อนแอ้นกลมกลึงทว่าทรวงอกเต็มตึงสะโพกผายไม่แห้งเป็นไม้กระดานอย่างคนอดอาหารเพื่อรักษารูปร่าง สายตาแหลมคมสังเกตเห็นกระทั่งรายละเอียดในการสวมใส่เสื้อผ้า ผ้ารัดทรวงอกซึ่งถ้าจำไม่ผิดเรียกว่าผ้าแถบห่มทับด้วยสไบเฉียงและโจงกระเบนเหมาะเจาะพอดิบพอดี ไม่มีร่องรอยเข็มกลัดกลัดไว้อีกชั้น ชายกระเบนเท่ากันทั้งสองข้างราวกับนุ่งเป็นประจำ สิ่งเหล่านี้น่ะหรือทำให้เขาติดใจหล่อนนัก หรือจะมี อะไร มากกว่านั้น บางสิ่งติด ๆ อยู่ข้างในเหมือนรู้แต่นึกไม่ออก

“ผมเมษราศี คุณ...” ประโยคแรกเอ่ยแนะนำตัว ส่วนคำถัดมาเว้นคำรอให้หญิงสาวเป็นฝ่ายต่อ

“มุกค่ะ”

มุกตอบสั้น ๆ หลังนิ่วหน้านิดหนึ่งเมื่อทราบชื่อเสียงเรียงนามชายหนุ่ม รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องกับการต้องนั่งอยู่ในพาหนะหน้าตาพิลึกพิลั่นทั้งยังเคลื่อนที่ได้เร็วเสียยิ่งกว่ายามเหยี่ยวบิน ฝัน...คือความฝันอย่างแน่นอน มุกย้ำกับตนเองเพื่อระงับกิริยาไม่ให้เร่อร่าตื่นตูมกับสิ่งรอบตัว สูดลมหายใจยาวลึก คิดเสียว่ากำลังฝันเป็นตุเป็นตะแล้วอีกประเดี๋ยวคงตื่น พอคิดได้ค่อยรู้สึกดีขึ้น

“สั้น ๆ จำง่าย...ผมชอบ”

สายตาเมษราศีจับอยู่ที่ถนนเบื้องหน้าแต่ขณะเอ่ยสองคำสุดท้ายมุกกลับรู้สึกว่าชายหนุ่มจงใจทอดเสียงอ่อนหวานเป็นพิเศษ หญิงสาวไม่ใช่คนโง่ ชายหนุ่มผู้มีพระคุณทิ้งท้ายเช่นเมื่อครู่ความหมายเป็นไปในทางเกี้ยวพา แทนที่จะรู้สึกเขินอายมุกเคืองขุ่นใจมากกว่า หรือเพราะหล่อนเผลอตัวปล่อยให้เขาถูกเนื้อต้องตัวโดยง่ายถึงหมดความเกรงใจกัน แต่จะพูดโต้ตอบก็ยิ่งมีแต่เสียกับเสียจึงเงียบเสียเฉย ๆ

“คุณมุก” คุณสมบัติเด่นข้อหนึ่งของเมษราศีคือจับความรู้สึกคนได้ไว ชายหนุ่มรู้สึกทันทีถึงความผิดปกติของหญิงสาวข้างตัว เอ่ยปากถาม ทั้ง ๆ กับคนอื่นเขาไม่เคยสนใจไยดี ไม่รู้สึกอะไรด้วยมากไปกว่าเอ็นดูสงสารและต้องการ “ผมพูดอะไรผิดหรือถึงทำให้คุณไม่พอใจ”

มุกไม่ตอบ หล่อนกำลังอยากตื่นจากความฝันเต็มที พักหนึ่งหลังจากเงียบอยู่นานจึงค่อยบอกกับเมษราศีว่า

“ขอบพระคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยเหลือฉันไว้ ถ้าอย่างไรกรุณาส่งฉันกลับเรือนได้หรือไม่คะ”

ฝันก็ช่าง จริงก็ช่าง ถ้าชายหนุ่มยอมทำตามคำขอร้อง เมื่อกลับถึงเรือน สู่อ้อมอกบิดามารดาเรื่องทุกอย่างจะจบสิ้นลง เมษราศีเกือบหลุดหัวเราะออกมาแล้วเพราะวิธีการพูดโบราณเมื่อครู่แต่กลั้นไว้ทัน เขาเหลือบมองเสี้ยวหน้าหญิงสาวนิดหนึ่ง ใจจริงไม่อยากส่งหล่อนกลับบ้านหากคิดอีกทีไปส่งถึงที่จะได้รู้จักบ้านช่องเพื่อสานไมตรีต่อก็เป็นวิธีที่ดีเหมือนกัน

“ได้สิ แต่ก่อนกลับผมคงต้องขอค่าตอบแทนสักหน่อย”

คิ้วเรียวขมวดฉับ เสียความรู้สึกริ้ว ๆ ขึ้นมา ไม่คิดว่าเมษราศีจะทวงบุญคุณฉับพลันด้วยการเรียกร้องตรง ๆ มุกไม่มองหน้าชายหนุ่ม เบี่ยงตัวขยับหันหลังให้เขาแล้วค้นหาเงินที่เหน็บไว้บริเวณเอว หากไม่ต้องพูดถึงหนึ่งชั่งแค่หาให้พบสักหนึ่งไพยังไม่มี

ว่างเปล่า...ก็เท่ากับหล่อนหลงทางทั้ง ๆ ไร้ทรัพย์สินติดกายน่ะสิ!

“กลับถึงเรือนเมื่อไหร่ฉันจะนำมาให้ ต้องการเท่าไหร่เล่าคะ สักหนึ่งชั่งพอไหม”

ด้วยนิสัยผู้หญิงจึงประชดออกไปแต่ฝ่ายตรงข้ามกลับไม่รู้สึก เมษราศีเสียดายอย่างมากที่การจราจรบนถนนช่วงดังกล่าวจอแจเกินกว่าจะหันไปมองหน้าหญิงสาวโดยตรงได้ อยากรู้นักว่าหล่อนพูดจริงหรือเล่น หนึ่งชั่ง...มันเท่าไหร่กันล่ะ?

“ใครว่าผมต้องการเงินคุณ” มุกไหวตัวแทบทันที หล่อนยังอกสั่นขวัญแขวนเพราะเสี่ยเทิดไม่หายยังต้องอยู่ใกล้ชิดชายแปลกหน้าอีกคน เมษราศีเห็นทีท่านั้นแล้วต้องรีบแก้ความเข้าใจผิด อย่างน้อยในตอนแรกเริ่มควรจดจำกันและกันด้วยความประทับใจ ไม่ใช่หวาดกลัว “อย่ากลัว ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เอง”

 

เมื่อไม่มีทางเลือกเพราะเดินทางโดยพาหนะความเร็วสูงมุกจึงจำต้องตามใจเมษราศีโดยดี ชายหนุ่มขับมาไกลพอสมควรก่อนเลี้ยวรถเข้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

“จะพาฉันไปไหน”

เมษราศีจอดรถในช่องจอดเรียบร้อยก็เดินอ้อมลงมาเปิดประตูอย่างแน่ใจจากท่าทางพยายามค้นหาวิธีเปิดประตูว่าหล่อนคงลงจากรถไม่ได้แน่ถ้าเขาไม่ช่วย

“คุณนี่แปลก ระวังตัวแจ คิดว่าผมจะทำมิดีมิร้ายคุณหรือ”

“ฉันไม่รู้จักคุณนี่คะ” ตอบตามตรง

“อยากทราบอะไรเกี่ยวกับผมบ้างล่ะ” เขาถามประชดกึ่งยั่วแถมใจป้ำเข้าอีกอย่าง “ผมยินดีบอกคุณทุกเรื่อง ยินดีให้คุณรู้จักผมตั้งแต่หัวจรดเท้า”

พูดจบเมษราศีชะงัก แปลก...ที่กับผู้หญิงคนนี้ เขาพยายามยัดเยียดตัวเองให้หล่อนทุกอย่าง หญิงสาวค้อนใส่ ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะพลัดเรือนทั้ง ๆ ไม่มีทรัพย์สินติดกาย คงต้องยอมตามเขาเรื่อย ๆ จนกว่าจะพาไปส่งที่เรือนกระมัง กิริยาไว้ตัวต่างจากหญิงสาวส่วนใหญ่ที่เคยรู้จักก่อเกิดความประทับใจเพิ่มขึ้นเงียบ ๆ

 

ชายหนุ่มนำหล่อนเข้าสู่ด้านในห้างสรรพสินค้าแล้วก็เป็นไปดังคาด ใครต่อใครพากันมองมุกราวกับตัวประหลาด ส่วนมุกก็มองคนเหล่านั้นด้วยแววตาไม่แผกกัน

“ทำไมผู้หญิงที่นี่นุ่งผ้าอย่างนี้ล่ะคะ” บางคนเปิดเปลือยร่างกายแทบปิดไม่มิดดูน่าหวาดเสียว

อย่างนั้นของหญิงสาว เมษราศีไม่แน่ใจว่าหมายความอย่างไร หากวัดความแปลกแล้วมุกเองต่างหากที่แผกแตกต่างจากทุกคน ชายหนุ่มพยายามนึกถึงคำจำกัดความแต่หาไม่ได้เพราะถ้าใช้แกะดำก็มีความหมายส่อในทางลบมากไป หญิงสาวแตกต่างจริงแต่เป็นความแตกต่างที่...ติดตาตรึงใจ

“ผมไม่แน่ใจว่าคนพวกนั้นจะตามมาหรือเปล่า ก่อนอื่นคุณเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่า” นี่ต่างหากที่เขาห่วง แต่มุกไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า หล่อนไหวตัวผงะหนีอันเป็นอาการที่ทำให้เมษราศีต้องรีบกล่าวแก้ความเข้าใจผิด เขากับหล่อนดูจะพูดกันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ไม่เป็นไร เวลาแต่นี้ต่อไปเขาจะทำให้หล่อนกับเขาเข้าใจกันเป็นอย่างดีให้ได้ “อย่าระแวง ผมหวังดีต่อคุณ...ด้วยความสัตย์จริง”

ชายหนุ่มเบือนสายตามองคนอื่น ๆ ก่อนหันกลับมาที่มุกเชิงบอกให้หล่อนรู้ตัวว่าเสื้อผ้าของหล่อนนั้นสะดุดตาแค่ไหนซึ่งอาจทำให้คนคิดร้ายตามหาตัวพบได้ง่าย ๆ

มุกตีความจากทีท่าเมษราศีได้อย่างรวดเร็ว หากยังไม่ใคร่กล้าสบตาชายหนุ่มนักเพราะเป็นสิ่งไม่ควรทำสำหรับกุลสตรี หญิงสาวเหลือบมองเมษราศีนิดหนึ่งก่อนหลุบตาต่ำครุ่นคิด ไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีดังกล่าว ถ้าเขาหวังดีจริง แค่พาหล่อนส่งถึงเรือนโดยเร็วน่าจะเป็นการดีที่สุด แต่ในเมื่อยังไม่ถึงทั้งไม่แน่ว่าชายสูงวัยท่าทางหยาบกระด้างคนนั้นตามมาไหม การทำตัวให้กลมกลืนกับผู้คนแวดล้อมก็เป็นอีกทางที่ไม่ควรมองข้าม

ตกลงกันได้แล้ว เมษราศีพามุกเข้าร้านขายเสื้อผ้ายี่ห้อดัง พนักงานประจำร้านประนมมือไหว้กล่าวทักทายชายหนุ่มด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างรู้จักกันเป็นอย่างดี

“สวัสดีค่ะคุณเมษ วันนี้มีอะไรให้ทางร้านรับใช้คะบอกดิฉันมาได้เลย”

“ผมต้องการชุดใหม่ให้คุณผู้หญิงคนนี้ ขอที่ดูดีที่สุด จัดการให้ที”

พนักงานสาวชำเลืองมายังมุก นึกเดาในใจว่าคงเป็นคู่ควงคนใหม่ คนอื่น ๆ ท่าทางเปรี้ยวเข็ดฟันไหงมาคนนี้หวานหยดเชียว

“เชิญค่ะ” ผายมือเชิญ มุกมีทีท่าลังเล “ลองเดินชมก่อนนะคะแล้วค่อยลองใส่ในห้องนั้น”

“แต่ว่าฉัน...”

หันมากล่าวกับเมษราศี ชายหนุ่มเดาออกว่าหล่อนคงติดขัดเรื่องเงินจึงบอกว่า

“ไปเถอะ ผมจัดการให้ทุกอย่าง ไม่ต้องห่วง”

 

มุกมองตัวเองในกระจก เห็นเงาสะท้อนปรากฏภาพตนเองกำลังยืนทำหน้าเหยเกไม่คุ้นชินกับเครื่องแต่งกายใหม่ สำคัญคืออึดอัดชุดรัดติ้วด้านในที่พนักงานสาวบอกว่ามันคือชุดชั้นใน

หญิงสาวก้าวออกจากห้องลอง เมษราศีหมุนตัวจากท่ายืนเอามือไพล่หลังทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ รอยยิ้มเปิดกว้างยามมองหญิงสาวตลอดร่าง มุกเป็นสาวเรียบร้อยมากทีเดียว ดูได้จากการเลือกชุดเสื้อกระโปรงติดกันสีครีมลายดอกไม้สีชมพูอ่อนโรยสะพรั่งกระจุ๋มกระจิ๋ม ชายกระโปรงยาวคลุมเข่าแลดูเชยสำหรับสาวสมัยใหม่แต่เมื่อผู้สวมใส่คือมุกกลับดูเหมาะเจาะเหมือนหล่อนก้าวออกมาจากนิตยสารแฟชั่นย้อนยุคเมื่อหลายสิบปีก่อน

ก็ดี เขยิบจากยุคพระเจ้าเหาขึ้นมาเยอะ...เมษราศีนึกขำ ๆ ยื่นบัตรเครดิตให้พนักงาน เซ็นสลิปเสร็จเรียบร้อยจึงรับถุงใส่เสื้อผ้าชุดเก่าเดินนำมุกออกจากร้าน

            “ทีนี้จะพาฉันกลับเรือนได้หรือยังคะ”

            เท่านี้หากบิดามารดาทราบ หล่อนคงถูกตำหนิมากแล้ว การสนทนาระหว่างชายหญิงทำได้ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ ส่วนการไปไหนมาไหนด้วยกันนั้นเป็นไปไม่ได้เลยถ้ายังไม่ใช่คู่ผัวตัวเมีย

            “ผมหิวข้าว ไปเป็นเพื่อนผมก่อนนะ”

ชักชวนพลางยิ้มพรายโดยไม่รอเอาคำตอบตามนิสัยลูกคนเดียวที่ถูกตามใจมาตลอด ยิ่งกับหญิงสาวผู้นี้ เมษราศีไม่คิดปล่อยหล่อนหลุดมือแม้สักขณะจิตเดียว อยากยืดเวลาใกล้ชิดออกไปให้ยาวนานที่สุด ต้องการเห็นหล่อนในสายตาทั้งวันและคืนทั้ง ๆ เพิ่งพบกันเป็นครั้งแรก...แปลกจริงหนอหัวใจ

 

เสี่ยเทิดมาถึงห้างสรรพสินค้าตามคำรายงานของลูกน้องคนสนิทในเวลาต่อมา เม่นยืนรอนายอยู่ตรงจุดนัดหมายพร้อมลูกน้องเสี่ยเทิดที่ถูกโทร.ตามมาอีกหลายคน เสี่ยสั่งการลูกน้องให้ตามหาหญิงสาวสวมชุดไทยให้พบและเอาตัวมาให้ได้ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม

“เอาตัวมาให้ได้ เรื่องอื่นอั๊วเคลียร์เอง”

 

ลูกน้องเสี่ยเทิดแยกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งหาตั้งแต่ชั้นบน อีกกลุ่มไล่จากชั้นล่าง เสี่ยเทิดรวมอยู่กับกลุ่มใหม่เพราะกลุ่มนี้ยังไม่เคยเห็นหน้าหญิงสาว

เมษราศีอารมณ์ดีแทบฮัมเพลงออกมา แอบอมยิ้มยามเห็นมุกมองสิ่งต่าง ๆ อย่างละลานตา คิ้วเรียวขมวดเป็นระยะแต่ไม่เอ่ยปากซักถาม ลงบันไดเลื่อนมาถึงชั้นสามกำลังจะลงบันไดเลื่อนอีกทอดชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงร้องสั่ง

“หาตัวให้เจอ!

ขนลุกซู่เพราะไม่น่าเชื่อว่าทั้งคำพูดและน้ำเสียงจะเหมือนกับเหตุการณ์ในความฝันไม่มีผิด เมษราศีหันซ้ายแลขวาจนก้มลงไปเห็นชายฉกรรจ์สวมสูทสีดำกลุ่มหนึ่งเดินกึ่งวิ่งอยู่ชั้นล่างถัดลงไป กำลังขึ้นมาถึง เขาคว้าข้อมือมุก หญิงสาวอุทานตกใจแต่เมษราศีไม่มีเวลาอธิบาย พาวิ่งเข้าไปใกล้เวทีที่มีคนมุงดูอยู่จำนวนมาก เสียงดนตรีสดจากบนเวทีดังค่อนข้างมากหากโสตประสาทเมษราศีรับรู้แต่ชายฉกรรจ์สวมสูทสีดำรั้งท้ายด้วยชายสูงวัยศีรษะมันชื้นเหงื่อวิ่งใกล้เข้ามา มุกเห็นเช่นกัน หล่อนตัวสั่นขึ้นทันที เผลอเบียดตัวชิดเมษราศี ขอร้องเสียงเครือ

“ช่วยพาฉันไปจากที่นี่ได้ไหม”

“ได้สิ บอกแล้วไงว่าผมจะช่วยคุณ”

เมษราศียืนยันด้วยหัวใจทั้งหมด เกือบโล่งใจเพราะเห็นกลุ่มเสี่ยเทิดวิ่งเลยไป เขามองตามไปอย่างไม่ไว้ใจ เห็นอันธพาลกลุ่มเดิมวิ่งย้อนกลับมา มุกตัวสั่นขึ้นอีกเท่าตัวอย่างน่าสงสารกลัวเสี่ยเทิดเห็นเข้าจะมาพาตัวหล่อนไปอีก เมษราศีอยากจะแน่ใจว่าคนพวกนั้นไม่กล้าบุ่มบ่ามกลางที่สาธารณชน แต่จากที่พวกมันกล้ายกพวกเข้ามาวิ่งตามหาผู้หญิงคนเดียวทำให้ต้องคิดเสียใหม่ว่า...ไม่แน่ เฒ่าหัวงูอาจบ้าบิ่นกว่านั้น ด้วยจำนวนคนมากกว่าของมัน เขาไม่อยากเสี่ยง ชายหนุ่มตัดสินใจชั่วเสี้ยววินาทีพลิกกายคร่อมร่างหญิงสาวดันหล่อนถอยจนหลังชนเสาต้นหนึ่ง อาศัยรูปร่างใหญ่กว่ามากบังหล่อนไว้ ดวงตามุกเบิกขยายทำท่าจะกรีดร้องคิดว่าเขาจะทำร้าย เมษราศีรีบยกมือปิดปาก กระซิบบอกเสียงนุ่ม

“เชื่อใจผม ถ้าคุณไม่เต็มใจ ผมไม่มีวันยอมส่งคืนคุณให้พวกมันแน่”

มือที่ปิดปากเลื่อนออกไปหากสมองมุกยังหมุนคว้างสั่นไหวกับสัมผัสร้อนรุ่มจากฝ่ามือชายหนุ่ม เสียงฝีเท้าระรัวใกล้เข้ามาตามด้วยเสียงเป่านกหวีดไล่เป็นที่โกลาหล คงเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไล่จับพวกอันธพาล

ก่อนพวกมันจะทันเห็นหญิงสาว เมษราศีกางแขนทาบมือใกล้ศีรษะเล็ก ค่อย ๆ ก้มจรดริมฝีปากลงบนเรียวปากอ่อนนุ่ม ความหวานระคนมากับความตระหนกตกใจแกมต่อต้านจากหญิงสาวส่งผ่านมายังคนออกปากว่าจะช่วย เสียงโหวกเหวกไกลออกไปเหลือแต่เสียงดนตรีไพเราะจากบนเวที โลกตรงนี้ ที่ ๆ คงไม่มีใครอยากยุ่งระหว่างคู่รักจูบกันดูดดื่ม เมษราศีแทบไม่อยากผละออก เขาจูบหล่อนเต็มอารมณ์ต้องการอย่างไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหน รอจนแน่ใจว่าตัวอันตรายไม่ย้อนกลับมาค่อยลดแขนลงกอดรัด ดึงร่างนิ่มดิ้นพยศเข้าชิด ปราบหล่อนด้วยความรุ่มร้อน ลืมเลือนหมดว่ากำลังอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายดีแต่ว่าสายตาทุกคู่มัวแต่เบนความสนใจไปยังการแสดงบนเวที รู้สึกได้ว่าร่างแน่งน้อยอ่อนระทวยลงกับอกหากไม่ทันถึงพริบตาร่างนั้นก็ดีดออกไปยืนหอบฮักปากคอสั่นแล้วสะบัดมือใส่หน้าเขาจนหัน กกหูลั่นเปรี๊ยะตามด้วยความเจ็บชาไปทั้งแถบหน้า

เมษราศีเจ้าของฉายาเทพบุตรเดินดินยืนตะลึงอย่างคนเกิดมาเพิ่งถูกผู้หญิงปฏิเสธถึงขั้นตบหน้า ปล่อยจังหวะให้หญิงสาวปริศนาสะบัดวิ่งหนี ครู่ใหญ่นั่นล่ะเขาจึงรู้สึกตัว หมุนตัวอย่างร้อนรน

“มุก! อย่าไป”

หญิงสาววิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว เมษราศีวิ่งตามไม่ลดละอยากชกหน้าตัวเองนัก ถ้าคนพวกนั้นพบหล่อนเข้าแล้วลากเอาตัวไปล่ะ

เหตุการณ์ทุกอย่างแม้ไม่เหมือนจนซ้อนทับเป็นรอยเดียวแต่คล้ายคลึงกับความฝันอย่างมาก ลมหายใจชายหนุ่มชะงักกลางปอดนิดหนึ่ง เธออยู่ตรงหน้าเขานี่เอง อีกนิดเดียวจะถึงตัวและคว้าเอาไว้ได้ เขาไม่มีวันปล่อยเธอหนีหายไปเหมือนในฝัน

“ในเมื่อคุณก้าวจากความฝันมาอยู่ตรงหน้า คุณก็ต้องเป็นของผมคนเดียว”

++++++++++++++++++++++
น้านนน ไม่ทันไรมีการประกาศความเป็นเจ้าของ >//<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น