ด้วยรักดุจหทัย

ตอนที่ 36 : แค่หัตถ์เอื้อม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 เม.ย. 61






       ลมหนาวของเหมันตฤดูผะแผ่วผ่านพระวิสูตรเข้ามาทางพระบัญชรไม่อาจลดทอนเพลิงเสน่หาลงแม้แต่น้อย ราชาวัณณุวรรธน์เพิ่งหยั่งถึงความปรารถนาอันหลากล้นด้วยความอัศจรรย์พระทัย นอกจากไม่เคยทรงมีสนมนางใน พระองค์ตกอยู่ในสถานการณ์ยากหักห้ามพระทัยครั้งนี้เป็นคราแรก

       แสงสว่างนวลตาจากอัจกลับแก้วระย้าย้อยระยิบพรายจับสองพระวรกาย ห้องพระบรรทมสว่างไสวช่วยให้สายพระเนตรคมเห็นพระวรกายงดงามทุกส่วนสัดชัดเจน ราชินีธิษณามตียามปราศจากอาภรณ์เหมือนอัปสรผู้ผุดเกิดขึ้นในสัตตบงกชกลางสวนสวรรค์ไม่มีผิด

       พระฉวีนวลเนียน เรียบลื่นยามสัมผัสเคล้า พระวรกายเต็มตึงชื้นพระเสโท กับพระโอษฐ์อิ่มหอมหวาน ราวกับกอปรขึ้นจากมนตราแห่งเสน่ห์ร่ายให้ทรงลุ่มหลง เฝ้าวนเวียนเพียรจุมพิตมิรู้เบื่อ

       “ธิษณามตี”

       สุรเสียงพร่าพร่ำเพรียกพลางจุมพิตประทับทั่วพระปรางซ้ายขวา เปลือกพระเนตร พระนาสิก ฐานพระศอ รู้สึกถึงจังหวะเต้นระริกบริเวณนั้นพระหทัยก็ยิ่งไหวสั่นจำต้องสูดพระอัสสาสะเข้าลึกแรงเสียทีหนึ่ง ความนุ่มนวลทั่ววรองค์อ้อนแอ้นนำมาซึ่งความหวงแหนดิ่งลึกในห้วงอารมณ์บุรุษเพศจนแทบเหมือนภุมรินห่างการดื่มกินน้ำหวานมาเนิ่นนาน โอษฐ์ร้อนละไล่เลื้อยลากลงถึงพระถันแล้วเคล้าเคลียดื่มด่ำพานให้พระวรกายเล็กกว่าสะดุ้งไหว

       ราชาวัณณุวรรธน์ช้อนพระเนตรขึ้นเพียงนิด หวังสบเนตรสีลูกหว้าสวยก็เพิ่งทรงประจักษ์ว่าแต่ต้นนับจากทรงพลัดลงสู่ห้วงปรารถนา อีกพระองค์ตกอยู่ในสถานการณ์ใด

       พระวรกายเนียนตาไร้ภูษางามปิดป้องที่บรรทมอ่อนระทวยใต้พระองค์นั้น แท้จริงทรงทำพระองค์แข็งราวท่อนไม้หากทรงสังเกตให้ดีจะเห็นว่าสั่นราวกับลูกนกต้องลมหนาว สองหัตถ์กำภูษาคลุมพระแท่นแน่น เม้มพระโอษฐ์ทั้งยังหลับพระเนตรปี๋ พระหทัยองค์ราชาหล่นวูบอย่างทรงรู้สึกผิด คลายจากมนต์ปรารถนาแทบทันที

       “ฝ่าบาท”

       ตรัสเรียกแล้วอีกพระองค์ยังไม่ทรงได้ยิน ทำเหมือนลมหายพระทัยใกล้หยุดด้วยความตื่นกลัวกระนั้น ราชาวัณณุวรรธน์ทรงลุกขึ้น ขยับประทับชิดพลางปลดพระหัตถ์เนียนสองข้างก่อนเป็นสิ่งแรกแล้วคลี่พระภูษาคลุมบรรทมห่อพันพระวรกายแน่งน้อย

       ราชินีธิษณามตีทรงได้พระสติในตอนนั้น ค่อยลืมพระเนตรขึ้นอวดรอยวูบไหวสีม่วงเข้มภายใน ราชาวัณณุวรรธน์ทอดพระเนตรมองอยู่ก่อนทำให้ไม่กล้าสบสายพระเนตรโดยตรง เสมองทางอื่นโดยพระหทัยยังเต้นระรัว

       กษัตริย์หนุ่มพยายามถอนสายพระเนตรออกจากวงพักตร์งามอย่างยากเย็น ตรัสถามพระองค์เองอย่างงุนงง

       นี่เราเป็นอะไร ทำไมถึงได้...

       เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของพระองค์อย่างแน่นอนในการเชยชมพระอัครมเหสี แต่พระองค์เองไม่ใช่หรือที่ให้สัตย์สัญญาตามคำทูลขอที่ว่า

“หลังพระราชพิธี หม่อมฉันขอแยกห้องนอนกับฝ่าบาทและขอฝ่าบาทโปรดอย่าทรงเร่งรัดหม่อมฉันในเรื่อง...นั้น จนกว่าหม่อมฉันจะพร้อมได้ไหมเพคะ”

       เรื่องแยกห้องบรรทมอย่างไรเสียก็ไม่ทรงยอม เพราะหากทำเช่นนั้นย่อมมีเวลาที่องค์ราชินีอยู่ห่างจากพระองค์มากกว่าควรเป็นซึ่งคงเป็นโอกาสอันดีให้ใครก็ตามที่ประสงค์ร้ายก่อการอีกครั้ง

       หากแต่อย่างหลัง...คงทรงทำให้อีกพระองค์ตกใจกลัวแน่แล้ว

       แรงสั่นน้อย ๆ ยังพอมีให้ทรงเห็นหาได้ทำให้กริ้ว แต่ทรงสำนึกผิดกับเอ็นดูเสียมากกว่า คงไม่เคยมีใครถวายการสอนเกี่ยวกับเรื่องราวหลังอภิเษกสมรส ไม่เคยได้เตรียมพระองค์สำหรับการใกล้ชิดสนิทแนบ พระขนงหนาเริ่มผูกปมยุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างทรงคิดว่าเผลอปล่อยพระอารมณ์แห่งบุรุษรุนแรงเกินไปหรือไม่

       ไม่...ทรงได้คำตอบ แต่อีกพระองค์คงทรงขวัญเสียไปเสียแล้ว

       ความเงียบที่มิใช่เพราะอึดอัดหากแต่เป็นเก้อกระดากกั้นขวางระหว่างสองพระองค์ ครู่ใหญ่กว่าองค์ราชาจะทรงปรับพระอารมณ์สู่ปกติ ช้อนพระวรกายห่อพันด้วยพระภูษาคลุมบรรทมขึ้นซ้อนพระเพลา ประทับกอด กดพระเศียรเล็กแนบสนิทบนพระอังสาพลางตรัสกระซิบ

       “ขอโทษที่ทำให้ตกใจ”

       “....”

       การไม่มีถ้อยรับสั่งตอบอาจหมายถึงอีกพระองค์ไม่พอพระทัย สีพระพักตร์องค์ราชาเคร่งเครียด คลายอ้อมพระกรก่อนทรงอุ้มให้ประทับห้อยพระบาทบนพระแท่น

       “น้ำร้อนในห้องสรงคงทำให้สบายพระวรกาย เสด็จเถอะ”

 

       น้ำร้อนในอ่างสรงขนาดใหญ่แทบเรียกได้ว่าสระทำให้รู้สึกสบายพระวรกายขึ้นมากจริงดั่งองค์ราชารับสั่ง พระวรกายเปลือยเปล่าทอดนิ่ง ทิ้งพระศออิงขอบอ่าง อยู่นานหลายนาทีแล้ว ด้วยกำลังทรงทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ราวกับความฝันเมื่อครู่วนไปมาด้วยหทัยระรัว

       พระอัครมเหสีในพระราชาธิบดีวัณณุวรรธน์...พระยศย่อมแสดงถึงหน้าที่ องค์ราชาหามีความจำเป็นต้องตรัสขอโทษ พระองค์เสียอีกที่บกพร่อง

       นาทีที่พระหัตถ์ร้อนทาบลงบนพระฉวีนำมาซึ่งความตกพระทัยด้วยไม่เคยถูกชายใดแตะต้องเนื้อนวลมาก่อน ต่อมาเมื่อสัมผัสนั้นชิดใกล้แนบเนาว์ยิ่งขึ้นก็ให้สับสนจนไม่รู้ว่าในตอนนั้นทรงรู้สึกอย่างไรแน่ ได้แต่ทอดพระองค์นิ่งอย่างทรงทราบว่านั่นคือครรลองอันถูกต้องแล้ว พระองค์ต่างหากทรงผาดแผลงทูลขอในสิ่งไม่ควร

       จุมพิตร้อนเจือกลิ่นอายชวนลุ่มหลงทำให้ทรงเคลิบเคลิ้มกึ่งเก้อกระดากและพอความร้อนนั้นเปลี่ยนตำแหน่งไปยังพระถันพระสติก็กระเจิงหายทันที เป็นสิ่งแปลกใหม่ยากอธิบายที่สุดในพระชนม์ชีพ

       เนื่องจากต้องการประทับลำพัง องค์ราชาจึงทรงสั่งไม่ให้นางพระกำนัลเข้ามาถวายการดูแล หัตถ์บางลูบไล้ขัดพระฉวี จนก้มลงทอดพระเนตรหว่างพระถันก็ให้พักตร์แดงก่ำแข่งกับรอยประทับสองสามแห่งที่ปรากฏขึ้นฟ้องยืนยันถึงเหตุการณ์ชวนหวามเมื่อครู่

       เพียงทอดพระเนตรรอยก็เหมือนเห็นดวงพักตร์คมคายประดับด้วยเนตรดุ พระปรางร้อนผ่าวขึ้นราวกับอังไฟ

       รู้สึกอย่างไรหนอธิษณามตี

       ทรงทบทวนพระหทัยที่มีต่อพระสวามี เกลียดนั้นไม่มีแน่เพราะไม่ทรงมีเรื่องบาดหมางพระทัยต่อกันมาก่อนหากจะว่ารักก็ยังไม่ใช่ เพียงแต่อุ่นใจที่องค์ราชาพระทัยดีกว่าท่าทีภายนอกแล้วยังถ้อยรับสั่งขอโทษที่ไม่จำเป็นนั่นอีก

       ดวงเนตรสีลูกหว้าหลับลง สูดลมหายพระทัยลึก

       เถิด...เมื่อเป็นเช่นนี้แสดงว่าทรงได้เวลาตามข้อทูลขอ

       เวลาคงประทานคำตอบทั้งหมดให้ในไม่ช้า...

 

       วรองค์อ้อนแอ้นเสด็จออกจากห้องสรงด้วยฉลองพระองค์ใหม่มิดชิดแขนยาวถึงข้อพระหัตถ์ ชายยาวกรอมพระบาท สีเขียวอ่อนเข้ากันกับวงพักตร์สดใสไร้เครื่องพระสำอาง

       “ทรงง่วงหรือยัง ประทับคุยกันก่อน”

       องค์ราชาทรงตบพระแท่นข้างพระองค์ สีพระพักตร์เรียบทำให้อีกพระองค์ยากคาดเดาถึงพระอารมณ์ ลึกแล้วองค์ราชินีทรงกริ่งเกรงไม่น้อยว่าจะทำให้ทรงกริ้ว การตามพระทัยไว้ก่อนน่าจะดีจึงเสด็จมาประทับลงโดยดีไม่ได้ทรงทราบสักนิดว่ากลิ่นกรุ่นจากพระวรกายทรมานพระสวามีเพียงใด

       “ตามธรรมเนียมแล้วหม่อมฉันควรมีของขวัญให้ฝ่าบาท”

       อันได้แก่ของขวัญส่วนพระองค์ซึ่งทรงละไว้ พระอัครมเหสีไม่ได้ทรงจดจำด้วยซ้ำ หากพอมีการทวนความขึ้นมาจึงทรงนึกออก จะรับสั่งว่าไม่ต้องการอาจไม่ดีนักจึงทรงเงียบไว้

       “ทำไมเงียบ ไม่ทรงอยากได้หรอกหรือ”

       กระแสรับสั่งถามค่อนข้างประหลาดพระทัย โดยปกติทั่วไปแล้วถ้าพระองค์ทรงเกริ่นขึ้นมา ผู้รับน่าจะดีใจรีบฉวยโอกาสอ้อนขอพระราชทานมากกว่าอย่างอื่น

       “หามิได้เพคะ หม่อมฉันแล้วแต่พระกรุณา”

       เพราะทุกอย่างเหนือความคาดหมายเสียหมดนับจากงานพระราชทานเลี้ยงเพื่อเลือกคู่จวบขึ้นเถลิงพระยศองค์ราชินี กับของขวัญพระราชทานจึงยังทรงคิดไม่ออกว่าควรทำอย่างไร โล่งพระทัยนิดตรงที่ดูท่าจะไม่ถูกกริ้วเพราะเหตุการณ์หวามพระทัยเท่านั้น

       “เพิ่งทราบว่าทรงมักน้อย” ทรงสัพยอกพระอารมณ์ดี โอบพระพาหารั้งพระอัครมเหสีเข้าแนบ “หม่อมฉันไม่ได้ลืม แต่มีของขวัญอย่างหนึ่งจะให้”

       ท่าทางลับลมคมนัยก่อความเคลือบแคลงแก่ผู้ฟัง

       “เพคะ?

       “จากภูมิศาสตร์ที่เคยศึกษา พื้นที่ส่วนใหญ่ของแคว้นเมธัสเป็นที่ราบสูง ไม่มีพรมแดนใดติดชายฝั่งทะเล หม่อมฉันขอเดาว่ายังไม่ทรงเคยเห็นทะเล”

       ทีนี้พระเนตรงามเบิกโตเป็นไข่ห่าน ดีพระทัยออกนอกหน้า

       “ฝ่าบาท...จะทรงพาหม่อมฉันไปหรือเพคะ”

       พระอาการ ดีใจจนเนื้อเต้น เหมือนพระขนิษฐาตัวน้อยก่อรอยแย้มพระโอษฐ์จาง

       “ใช่ หวังว่าคงจะโปรด”

       “มากที่สุดเลยเพคะ” นัยน์เนตรงามพราวระยับราวหมู่ดาว ทรงกราบลงเหนือพระเพลาพระสวามี “ขอบพระทัยเพคะ”

       อีกพระองค์เข้าพระทัยว่าเป็นกิริยาออดอ้อนอันน่ารักยามได้ของขวัญถูกใจโดยไม่ทรงทราบ การกราบไม่ใช่สำหรับของขวัญหากแต่เป็นอีกสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือพระกรุณาที่ไม่กริ้วทั้งยังทรงให้โอกาสตามคำทูลขอ

 

       ราชาวัณณุวรรธน์ทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์เรียบร้อยหลังลงสรง ห้องพระบรรทมเหลือแต่แสงสลัวยามค่ำคืนในตอนเสด็จจากห้องสรงกลับมาหยุดทรงยืนชิดพระแท่น

       วรองค์เล็กใต้พระภูษาคลุมบรรทมหายพระทัยสม่ำเสมอ คงบรรทมสนิทแล้ว องค์ราชาทอดพระเนตรอยู่ครู่ก่อนสอดพระองค์แนบชิดแล้วรีบชักพระหัตถ์ออกจากท่าที่จะโอบบั้นพระองค์วางเหนือพระอุระเพื่อจำกัดไม่ให้เกินเลยหาไม่จาก ขอแค่กอด อาจเผลอไผลทำตามใจองค์เองอีก

       ในห้องพระบรรทมท่ามกลางแสงแห่งรัตติกาล ราชาวัณณุวรรธน์ลืมพระเนตรโพลง ถอนพระทัยอยู่หลายครั้ง ทรมานกับความหอมหวานชื่นพระนาสิก อยู่ใกล้แค่หัตถ์เอื้อมแต่ด้วยคำสัตย์กับพระอาการตระหนกสั่นเทาทำให้ต้องทนอยู่เช่นนี้

ขอให้ชาวโปษัณใต้ร่มพระบารมีฝ่าบาทเป็นสุข ให้ฝ่าบาทมีพระพลานามัยแข็งแรง และ...ทรงพบรักเร็ว ๆ นะพระเจ้าค่ะ!”

       ถ้อยรับสั่งพระกนิษฐภรรดาก่อนเสด็จกลับแคว้นธันยาหวนกลับมาก้องในพระกรรณ ประโยคสุดท้ายฟังเผินเหมือนอวยพรหากลึกแล้วแฝงรอยเยาะหยอก อย่างนี้เรียกรักไหมไม่ทรงทราบหากแต่ความทรมานนี่สิจริงแท้

       แน่ทีเดียว เพราะทรงเคยกันท่าพระกนิษฐภรรดาไว้มาก กรรมจึงตามอย่างรวดเร็ว ตกลงกลางบ่อมธุรสแต่ไม่อาจทรงดื่มกินได้

       ทรงถอนพระอัสสาสะ-ปัสสาสะครั้งแล้วครั้งเล่า แทบไม่ได้บรรทมเลยทั้งคืน...




โปรดติดตามตอนต่อไป...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,147 ความคิดเห็น