ด้วยรักดุจหทัย

ตอนที่ 23 : ข้อต่อรอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    21 ก.พ. 61

.A FC K a.


นอกจากเจ้าหญิงธิษณามตีผู้ยังไม่เข้าพระทัยในเรื่องราวความรักนัก ทั้งราชสำนักโปษัณต่างตื่นเต้นและรับรู้ทั่วถึงการอภิเษกพระราชินี ราชองครักษ์โภคินโค้งคำนับ พระสิริโฉมอันเป็นที่ประจักษ์เหมือนคำตอบของการตัดสินพระทัยขององค์ราชา องครักษ์หนุ่มเข้าใจทั้งที่...ไม่อยากเข้าใจ

“โภคิน ฉันต้องการเข้าเฝ้าองค์ราชา”

ทรงแจ้งพระประสงค์ แม้ราชาวัณณุวรรธน์ทรงงานอีกนานก็จะทรงรอ องครักษ์หนุ่มนำเสด็จเงียบ ๆ ไม่เล่าเรื่องในราชสำนักถวายเหมือนวันก่อน ๆ เจ้าหญิงธิษณามตีทรงจดจ่อกับเรื่องที่จะรับสั่งจึงไม่ทันทรงสังเกต

สิบวัน ราชองครักษ์โภคินทบทวน เพียงชั่วพริบตาก็มาถึง แต่ก็อาจนานพอสำหรับ...บางสิ่ง

องครักษ์หนุ่มหลุบตาต่ำปกปิดประกายเร้นลึก ริมฝีปากเหยียดออก

เวลายังมี เพียงแต่...วิธีใด

 

       โดยกฎปฏิบัติ ฝ่ายในหาควรก้าวล่วงสู่ฝ่ายหน้า เจ้าหญิงธิษณามตีแม้ร้อนพระทัยเพียงใดก็ยังคงทรงยึดถือเคร่งครัด ยั้งพระองค์อยู่เพียงห้องพระสำราญใกล้เขตพระราชฐานฝ่ายหน้ามากที่สุด

       ละอองหมอกเย็นจัดด้านนอกจับทั่วผืนกระจกกรุพระบัญชรทำให้เป็นฝ้าขาว โลกท่ามกลางฤดูหนาวสงบเยือกเย็น พระองค์โปรดฤดูกาลนี้ยิ่ง คงเกษมสำราญมากทีเดียวหากไม่มี เรื่อง แทรกแซงอย่างเช่นตำแหน่งใหม่ที่ทรงได้รับ

       ราชองครักษ์โภคินมีปากไว้รอตอบคำถามเท่านั้น ยามเจ้าหญิงธิษณามตีทรงเงียบ องครักษ์หนุ่มมักถอยห่างออกไปยืนเฝ้าอารักขาในระยะไม่ไกลหรือไกลเกินไปนักเสมอ

       พรมผืนหนากรองเสียงต่าง ๆ ไว้มากแต่กับเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ปะปนกับเสียงพูดคุยในระยะใกล้ยังดังพอให้วรองค์อ้อนแอ้นหมุนกลับจากท่าที่หันออกนอกพระบัญชรสู่ภายในห้องได้ ราชองครักษ์โภคินคงหาโอกาสเข้าไปกราบทูล ราชาวัณณุวรรธน์จึงทรงทราบอยู่ก่อนถึงการมาของผู้รอรับเสด็จ

       “ออกไปก่อน”

       วรองค์สง่าเสด็จเข้ามา โบกหัตถ์ไล่ราชองครักษ์โภคินด้วยทรงสั่งสั้นหนักเท่านั้นทั้งห้องก็เหลือเพียงสองพระองค์...ลำพัง

       “ขอพระราชทานอภัยถ้าการขอเข้าเฝ้าของหม่อมฉันจะเป็นการรบกวนฝ่าบาท”

       “ไม่เลย หม่อมฉันเพียงแต่แปลกใจนิดหน่อย เชิญประทับ”

       ถ้อยรับสั่งที่ว่า เชิญประทับ น่าจะเหมาะกับพระอาการผายหัตถ์ไปยังพระเก้าอี้หากแต่ที่ราชาวัณณุวรรธน์ทรงทำคือสาวพระบาทเร็วเข้ามาใกล้แล้วจูงกึ่งลากพระหัตถ์เจ้าหญิงพระชายาประทับลงข้างพระองค์บนพระเก้าอี้ใกล้

       “ฝ่าบาท!

       การกระทำเมื่อครู่อาจไม่ถึงกับหยาบคายแต่นับได้ว่าแข็งกระด้างสร้างความไม่พอพระทัย ก่อสุรเสียงเขียวได้ไม่ยาก

       หรือถือว่าทรงเป็นพระสวามีจะทำอะไรกับพระองค์ก็ได้!

       “ถ้ายังทรงทำพระองค์เลียนแบบท่อนไม้อยู่อย่างนี้ต่อไปจะทรงลำบาก”

       นอกจากไม่ทรงรู้สึกผิดยังตรัสสุรเสียงเนือยเตือนอยู่ในที วรองค์สูงกว่ามากแม้ยามประทับเคียงยังข่มพระวรกายเจ้าหญิงธิษณามตีให้แลดูเล็กกว่าประทับตรง พระหัตถ์คลายออกทิ้งไว้แต่เพียงไอร้อนจากการสัมผัสเมื่อครู่

       เจ้าหญิงธิษณามตีทรงพยายามตีความจากถ้อยรับสั่ง นั่นคงเป็นการประชดหรือตำหนิอยู่ในทีค่าที่พระองค์ไม่เอาพระทัย พระสวามี อย่างควรทำ ดวงเนตรค้อนขวับทีหนึ่ง พักตร์งามเชิดขึ้นปั้นปึ่ง

       แล้วกับพระองค์เล่า ราชาวัณณุวรรธน์เคยทรงอ่อนให้บ้างไหม หรือถือพระองค์ว่าเหนือกว่าร่ำไป

       “มีอะไรกับหม่อมฉันหรือ”

       เมื่อไม่ทรงได้รับคำตอบและทรงสังเกตปฏิกิริยาเจ้าหญิงพระชายาจนพอพระทัย ราชาวัณณุวรรธน์จึงทรงถาม

       เจ้าหญิงธิษณามตีเพิ่งดำริได้ถึงความตั้งพระทัยแรก ท่าทีพระองค์อ่อนลงแม้ท่าที่หยัดพระวรกายขึ้นเพื่อถอนสายบัวยังงดงามยิ่ง

       “หม่อมฉันทราบว่าทำตัวไม่ดีกับฝ่าบาทหลายครั้ง ขอพระราชทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ”

       “ทำตัวไม่ดีกับหม่อมฉัน?” สีพระพักตร์งุนงงในคราแรกสลายอย่างรวดเร็วก่อนมีรับสั่งถาม “เมื่อไหร่ ยังไง หม่อมฉันไม่เห็นทราบ”

       ผู้ถูกถามทรงเม้มพระโอษฐ์ นี่ทรงถูกแกล้งอีกแล้วแน่ ๆ พระเนตรวาวนั่นไม่ได้บอกหรอกหรือว่าทรงทราบและคงไม่พอพระทัยจริง ๆ บรรยากาศระหว่างกันจึงเป็นไปในทางปั้นปึ่งเป็นส่วนใหญ่ ทรงสูดลมหายพระทัยลึก อย่างไรเสียหนทางเสด็จกลับแคว้นเมธัสก็ถูกปิดตาย อีกไม่กี่วันจะทรงได้รับการสถาปนา ถ้าไม่โอนอ่อนต่อรองแต่เนิ่น ๆ พระองค์อาจลำบากโดยหาใครช่วยได้

       “เรื่องที่หม่อมฉันบังอาจกราบทูลฝ่าบาทว่ามาร่วมงานพระราชทานเลี้ยงตามหน้าที่ ทำเหมือน...ไม่เต็มใจ” ถึงจะแข็งกระด้างแต่ราชาวัณณุวรรธน์ทรงเป็นผู้ฟังที่ดี เมื่อเจ้าหญิงธิษณามตีทรงสบพระเนตรสีเข้มยิ่งแน่พระทัยว่าอีกพระองค์ทรงฟังอย่างจริงจังไม่คิดแย้งจึงรับสั่งต่อไป “เมื่อหม่อมฉันจากบ้านมาขอกราบทูลตามตรงว่าไม่เคยคิดว่าจะไม่ได้กลับไปอีก”

       “อย่ารับสั่งเหมือนหม่อมฉันขังฝ่าบาท”

       ทั้งที่เหนี่ยวรั้งมีความหมายใกล้เคียงขังก็ตามที

       “อภัยให้หม่อมฉัน...”

       “ตรัสขอโทษมากเกินไปแล้ว ตรัสอย่างอื่นบ้างดีไหม”

       คงจะต้องยึดคำชมในพระทัยที่ว่าราชาวัณณุวรรธน์ทรงเป็นผู้ฟังที่ดีคืน กดพระอารมณ์บางอย่างลงไปแล้วตรัสต่อเพื่อไม่ให้พระองค์เองไขว้เขว

“หม่อมฉันไม่เคยคิดอย่างนั้น เพียงแต่...อยู่ที่นี่ หม่อมฉันเหมือนหัวเดียวกระเทียมลีบ ฝ่าบาททรงเป็นที่พึ่งเดียวของหม่อมฉัน ถ้าไม่เป็นการบังอาจเกินไป หม่อมฉันขออะไรสักอย่างได้ไหมเพคะ”

นานทีเดียวกว่าราชาวัณณุวรรธน์จะตรัสตอบ สายพระเนตรที่จับนิ่งอยู่บนวงพักตร์งามยิ่งนิ่งสนิท เจ้าของพระพักตร์คงไม่ทรงทราบว่าทรงรู้สึกอย่างไรเมื่อราชองครักษ์โภคินกราบทูลว่าขอเข้าเฝ้า ทั้ง ๆ ก่อนหน้านี้ทรงเลี่ยงหลบมาตลอด จะพบพักตร์กันก็เฉพาะเวลาเสวย

“ลองว่ามาสิ”

พระหทัยคนฟังชื้นขึ้นโข ดำริว่าราชาวัณณุวรรธน์อาจพระทัยดีกว่าท่าทางภายนอกก็เป็นได้

“หม่อมฉันอยาก...นั่งม้า”

“ทรงหมายถึงขี่ม้าใช่ไหม”

ถ้อยรับสั่งถามนี้น่าจะเพื่อแกล้งพระองค์อีก ในเมื่อทรงทราบดีอยู่แล้วว่าคำสุภาพของ ขี่ม้าคือนั่งม้า แม้คำสองคำเมื่อนึกภาพแล้วให้ความรู้สึกต่างกันก็ตาม

“ใช่เพคะ นอกจากนี้ หม่อมฉันอยากหัดพายเรือ ลองยิงธนู ชมการประลองฝีมือของทหาร...ที่นี่มีเหมือนเมธัสไหมเพคะ”

“มี” ทรงกดพระพักตร์ลงนิดหนึ่งก่อนมีรับสั่งถามงุนงง “ฝ่าบาทกำลังจะบอกหม่อมฉันว่าทั้งหมดที่รับสั่งมานั่นไม่เคยทรงทำสักครั้งน่ะหรือ”

แล้วนี่หรือเรื่องที่สู้อุตส่าห์ขอเข้าเฝ้าด่วน ขี่ม้า ยิงธนู พายเรือ ดูการประลองกำลังไม่ว่าคนหรือสัตว์ เจ้าหญิงพระน้องนางเคยทำมาแล้วทั้งหมดทั้งที่ก็เป็นเจ้าหญิงเหมือน ๆ กัน...แปลก

“เพคะ” เหมือนเข้าพระทัยพระดำริองค์ราชาจึงทรงเล่าถวาย “ทูลหม่อมพ่อหม่อมฉันโปรดผู้หญิงเรียบร้อยจึงทรงย้ำพระอภิบาลไม่ให้หม่อมฉันทำสิ่งใดนอกเหนือจากงานของผู้หญิง”

แต่ดูท่าพยศและซุกซนไม่ใช่เล่น ถ้ามีอิสระเท่าหญิงน้อยคงยิ่งกว่านี้...ราชาวัณณุวรรธน์ทรงคิดอย่างขบขัน

“เอาเป็นว่าหม่อมฉันเข้าใจแล้ว ทุกอย่างที่โปรดอยากจะทำ ทรงทำได้เลย ฝ่าบาทไม่ใช่นักโทษแต่เป็น...”

รับสั่งไม่ออกขึ้นมาเฉย ผินพระวรกายหนี ทำทีลุกขึ้นสาวพระบาทไปทรงยืนไขว้พระหัตถ์ไว้ที่พระปฤษฎางค์ ทอดพระเนตรภาพวาดทิวทัศน์ยามคิมหันต์ เวลาดอกไม้ป่าบานเต็มทุ่ง

“ขอบพระทัยเพคะ”

สุรเสียงลิงโลด

“มีอะไรที่ทรงอยากได้อีกไหม”

จะพระราชทานให้เพื่อเป็น...ของขวัญแต่งงาน มีพระดำริแต่ไม่ยอมออกพระโอษฐ์ให้อีกพระองค์ได้ทรงทราบ

“มีเพคะ” เสียงสูดพระอัสสาสะ-ปัสสาสะค่อนข้างดังแสดงถึงความวุ่นวายพระทัยบางอย่าง “หลังพระราชพิธี หม่อมฉันขอแยกห้องนอนกับฝ่าบาทและขอฝ่าบาทโปรดอย่าทรงเร่งรัดหม่อมฉันในเรื่อง...นั้น จนกว่าหม่อมฉันจะพร้อมได้ไหมเพคะ”

วรองค์หนาหันขวับมาทันทีทำให้ฉลองพระองค์คลุมพลิ้วแผ่ ถ้าพระหัตถ์สะบัดแรงอีกนิดคงถูกแจกันบนโต๊ะใกล้พระองค์หล่นลง

“ทรงทราบไหมว่ารับสั่งอะไรออกมา”

กษัตริย์ผู้ครองแคว้นมีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตายทุกคนในแผ่นดินแม้แต่...พระชายา กฎมณเฑียรบาลยังคงเป็นเช่นนั้นตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบัน ถ้าเพียงแต่ไม่พอพระทัยก็สามารถสั่งประหาร ประวัติศาสตร์จึงมักจารึกถึงความโหดเหี้ยมของผู้ครองแคว้นหลายพระองค์ที่เอาแต่พระทัย ไม่ฟังสิ่งใดนอกจากเสียงในพระทัยองค์เอง

เมื่อไหร่จะทรงพร้อม...เกือบออกพระโอษฐ์ถาม แล้วความรู้สึกที่ไม่ทรงเคยพบพานก็ทำเอาเจ็บพระหทัยจนสุรเสียงเบากว่าควรเป็นในตอนมีรับสั่งถามว่า

“ทำไมจึงทรงขออย่างนี้”

“เพราะหม่อมฉันไม่รู้อะไรเลย ทั้งฝ่าบาท...และความรัก มันเป็นหน้าที่ที่หม่อมฉันไม่อาจเพิกเฉยในการปรนนิบัติฝ่าบาท แต่จะดีกว่าไหมเพคะถ้าหม่อมฉันกับฝ่าบาท เราเข้าใจกันมากกว่านี้ ไม่ใช่ทำตัวเสมือนหุ่นสองตัวที่ถูกจับผูกรวมกัน”

เหมือนความรู้สึกเมื่อครู่จางลงแล้วอย่างรวดเร็ว กลายเป็นความรู้สึกใหม่คลับคล้ายพึงพอพระทัยทำให้องค์ราชาแย้มพระโอษฐ์ออกเป็นครั้งแรก

“น่าสนใจดีนี่” ทรงสาวพระบาทเร็วอีกแล้ว และก็เร็วเกินกว่าเจ้าหญิงธิษณามตีจะทรงเบี่ยงพระองค์ทันถูกคว้าข้อพระหัตถ์จูงกึ่งลากออกจากห้องพระสำราญ “รับสั่งว่าไม่เคยทรงม้าใช่ไหม ไปเถอะ หม่อมฉันสอนเอง”

สุรเสียงร้องประท้วงเบา ๆ ดังตามหลัง ราชาวัณณุวรรธน์ทรงทำหูทวนลม ลากอีกพระองค์ตามจนได้

ผูกติดกันเรื่อยไป ทั้งฝ่าบาทและความรัก หม่อมฉันคงรู้จักมันดีพอในสักวัน...คือเสียงที่ดังอยู่ในพระหทัยองค์ราชา




โปรดติดตามตอนต่อไป...

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,147 ความคิดเห็น

  1. #1136 fsn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 01:40
    น่ารักเชียวคะ องค์ราชา
    #1,136
    0
  2. #641 aoistar (@pharahoo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 / 22:44

    โดนวางยาอ่ะป่าว

    #641
    0
  3. #517 Chii_Elda (@digital_lady) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 20:13

    ถามจริง โภคิน  เป็นอย่างที่คิดไว้เหรอเนี่ย  อ้ากกกกกกกกกกกกก

    #517
    0
  4. #513 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 17:00
    อันนี้ต้องให้องค์ราชาบุกเข้ามาช่วย



    -////-



    ต้องรีบตามไปลุ้น
    #513
    0
  5. #476 Buay (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 14:38
    แล้วจะมีใครรู้มั้ย ว่าพระชายาถูกใครวางยาน่ะ
    #476
    0
  6. #475 canim (@i_noo_belle) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 14:23
    เฮ้ออ ขนาดวางเวรยามแน่นหนา ยังให้เจ้าหญิงโดนวางยาได้ อะไรกันนี่ คิดว่าคนมาช่วยคงเป้นนางสนมค่ะ เพราะว่าไม่งั้น เจ้าหญิงอาบน้ำอยู่ เกิดพระราชามาช่วย ก็เห็นหมดสิ อิอิ
    #475
    0
  7. #474 ที่ตักดิน (@bonggee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 12:34
    อ้าวเป็นนั้นไปเลยใครจะมาชวยละเนี่ย?
    #474
    0
  8. #473 แก้วใส (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 23:14
    ว้าว แบบนี้ใครจะมาช่วยเนี่ย อิอิ แล้ว จะมีใครรู้ไหมน่าว่าเจ้าหญิงถูกวางยา
    #473
    0
  9. #472 Natty ^^ (@sky-dream) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 20:54
    พระราชา ช่วยเจ้าหญิงด้วย น่าสงสารจังเลยอ่ะ
    #472
    0
  10. #471 MoOk (@wandeedee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 20:09
    โภคินใจร้ายจัง
    #471
    0
  11. #470 mastertonnz (@annanz) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 17:52
    เจ้าหญิงกำลังถูกทำร้ายยยยแล้วววว

    องค์ราชาอยู่ไหน มาให้ไวเลยยยย
    #470
    0
  12. #468 ยัยหนูปลาย (@pray_One_By_One) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 11:39

    ลุ้นจะหลังโก่งแย้วก๊าบพี่อัคนี

    #468
    0
  13. #467 canim (@i_noo_belle) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 07:14
    แป่วว
    ให้องครักษ์เข้าป่าเดียวกันไปแล้ว
    เป็นห่วงเจ้าหญิงจัง
    #467
    0
  14. #465 เด็กหญิงแก้มใส (@oreo05) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2553 / 21:25
    สงสารโภคินอยู่เหมือนกันนะคะ แต่สงสารเจ้าหญิงมากกว่า ต้องรับศึก 2ด้านเลย จากทั้งแม่เลี้ยงแล้วก็องครักษ์
    #465
    0