ด้วยรักดุจหทัย

ตอนที่ 10 : บุรุษปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    16 ม.ค. 61



        หนทางเสด็จของเจ้าหญิงธิษณามตีล่วงพ้นเขตพระราชฐานแห่งปราสาทฤดูหนาวมาไกลนักหนา ปราสาทแห่งนั้นตั้งอยู่ด้านเหนือของแคว้นกว่าจะเดินทางถึงแคว้นโปษัณจึงต้องใช้เวลานานกว่าเสด็จจากพระราชวังหลวงเป็นสองเท่า

        หมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินเผื่อให้มากกว่าปกติเนื่องด้วยเจ้าหญิงมีพระประสงค์เสด็จเยี่ยมราษฎรตามหมู่บ้านรายทาง

        ทรงเหนื่อยหรือยังเพคะ

        พระพี่เลี้ยงทูลถามด้วยตลอดเส้นทางที่ผ่านมาชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างออกมาตั้งแถวรับเสด็จ เจ้าหญิงมิได้เสด็จผ่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทรงสั่งให้ทั้งขบวนหยุดเพื่อให้พระองค์เสด็จลงปฏิสันถารถามไถ่ทุกข์สุข คนเหล่านั้นต่างปีติยินดีบางคนถึงกับหลั่งน้ำตาในพระกรุณาและพระจริยวัตรอันงดงามไม่ถือพระองค์แม้แต่น้อย การเสด็จคราวนี้สิ่งหนึ่งที่พระพี่เลี้ยงรมณีย์ไม่ทันเตรียมการไว้ล่วงหน้าคือข้าวของที่ชาวบ้านทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายซึ่งมีทั้งอาหารไปจนถึงเครื่องหัตถกรรมจะขนกันไปอย่างไร มันช่างมากมายมหาศาลจนน่าเวียนหัวหากเจ้าหญิงธิษณามตีทรงทำเพียงแย้มพระสรวลขันและรับสั่งว่า

          พะรุงพะรังไปนิดแต่ก็ขนไปเถอะเขาอุตส่าห์ตั้งใจนำมาให้

        ดังนั้นหมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินสู่แคว้นโปษัณที่คุณพระพี่เลี้ยงนึกภาพไว้เพียงเสด็จตรงสู่แคว้นใกล้เคียงจึงกลายเป็นหยุดชะงักเป็นครั้งคราวและเจ้าหญิงก็ทรงลงจากรถพระประเทียบเพื่อทรงทักทายชาวบ้านทุกครั้งไปจนน่ากลัวว่ากว่าจะถึงโปษัณพระกำลังขาเจ้าหญิงจะอ่อนเปลี้ยเสียก่อน แต่กระแสรับสั่งตอบกลับเป็น

        นั่งเฉย ๆ จะเหนื่อยได้ยังไงกัน

        โธ่ทูลกระหม่อม ทุกข์สุขของเจ้านายดูจะสุมอกพระพี่เลี้ยงมากกว่าใคร ๆ อย่าทรงฝืนเลยเพคะ ที่จริงทรงโบกพระหัตถ์ทักทายทางหน้าต่างนี่ก็พอแล้ว หม่อมฉันเกรงว่าจะทรงพระประชวรก่อนเสด็จถึงแคว้นโปษัณน่ะสิเพคะ

        เจ้าหญิงธิษณามตีทรงพระสรวลคิก ยื่นพระพักตร์มาใกล้พระพี่เลี้ยงที่หากเปรียบแล้วก็เหมือนมารดาของพระองค์นั่นเอง

        ฉันยังไม่แก่นี่จ๊ะแค่นี้ไม่ป่วยหรอก

        เพค้าเพคะ กับพระพี่เลี้ยงรมณีย์ เจ้าหญิงยังทรงแก่นแก้วเหมือนครั้งพระเยาว์ไม่ผิดเลย หม่อมฉันมันแก่แล้ว

        โถรมณีย์จ๋า ทรงทำพระสุรเสียงอ้อน ดึงมือพระพี่เลี้ยงมาแนบพระปราง หญิงล้อเล่นนะ

        คุณหญิงรมณีย์แกล้งทำงอนแต่แล้วก็ต้องหัวเราะคิกเมื่อเจ้าหญิงทรงเปลี่ยนจากอ้อนมาจี้เอวอันเป็นจุดอ่อนห้ามไม่ให้ใครแตะเด็ดขาด

        โอ๊ยพอแล้วเพคะพอแล้วหม่อมฉันเหนื่อย

        เสียงทูลกึ่งหัวเราะดังสลับกันไปมา จนพอพระทัยแล้วนั่นแหละจึงทรงหยุดแกล้ง ดวงพักตร์งดงามเบือนออกไปทางหน้าต่าง ทัศนียภาพรายทางเปลี่ยนแปรไปตามภูมิประเทศ ที่ปราสาทฤดูหนาวทุกหนแห่งปกคลุมด้วยหิมะเย็นยะเยือกแต่พื้นที่ล่างลงมาค่อยคลายความหนาวเหน็บตามลำดับ พระพี่เลี้ยงมองตามสายพระเนตร ว่าไปแล้วนี่ถือเป็นการเดินทางไกลที่สุดครั้งแรกในชีวิต ใบไม้เปลี่ยนสีที่ปลิดขั้วทิ้งตัวลงจำนวนหนึ่งก็เหมือนกับชีวิตคนที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นวัฏจักร คุณหญิงรมณีย์ชำเลืองมองเสี้ยวพระพักตร์งาม ทูลกระหม่อมหญิงของหล่อนงดงามนัก แต่เป็นความงามสดใสที่ซุกซ่อนความเหงาหงอยไว้อย่างมิดเม้น อายุนางก็มิใช่น้อยแล้วจึงหวังว่าจะมีผู้ปกป้องคุ้มครองแทนโดยเร็ววัน

        อีกนานไหมเพคะกว่าจะถึงโปษัณ

        ถ้าพูดถึงธรรมเนียมปฏิบัติในวังแล้วหล่อนชำนาญยิ่งแต่เรื่องของโลกภายนอกไม่รู้มากนัก เจ้าหญิงธิษณามตีเองก็ทรงสงสัย ทรงหาข้อมูลมาก่อนก็จริงแต่เนื่องจากเสด็จต่างแคว้นเป็นคราแรกจึงไม่มั่นพระทัยนักว่าทรงคำนวณถูกต้องหรือไม่ ทรงเรียกองครักษ์นายหนึ่งที่บังคับอาชาคุมเชิงอยู่ไม่ไกลเข้ามาถามจึงได้คำตอบว่าอีกสองวันจึงถึงจุดหมาย

        พระพี่เลี้ยงรมณีย์สังเกตสีพระพักตร์ ไม่เห็นทรงแสดงออกประการใดจึงคิดว่าคงจะทรงยอมรับจุดประสงค์ในการเสด็จครั้งนี้แล้วถึงกล้าทูลว่า

        หม่อมฉันได้ยินเขาว่าราชาวัณณุวรรธน์พระองค์นี้เพิ่งเสด็จขึ้นครองราชย์ไม่นานนัก คงจะทรงเป็นกษัตริย์หนุ่มผู้สง่างามมากทีเดียวนะเพคะ

        อย่างนั้นมั้งจ๊ะ

        ทรงตอบสั้น ๆ โดยไม่ละสายพระเนตรจากทิวทัศน์อันหลากหลายเบื้องนอก พระอาการที่ไม่ใส่พระทัยองค์ราชาต่างแคว้นนักก่อความหนักใจแก่พระพี่เลี้ยงขึ้นเงียบ ๆ หล่อนเพิ่งตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าหญิงธิษณามตียังทรงต่อต้านงานเลี้ยงเลือกคู่อยู่นั่นเอง

 

        การได้เสด็จประพาส แวะพักประทับแรมระหว่างทางทำให้พระอารมณ์เจ้าหญิงธิษณามตีแจ่มใสขึ้นเป็นลำดับ คุณพระพี่เลี้ยง นางพระกำนัลรวมทั้งทหารหาญทั้งขบวนถือเป็นบุญหูยิ่งเมื่อทรงขับลำนำกล่อมไพรแล้วยังปนพระสรวลเป็นบางคราวที่นกน้อยบินโฉบมาใกล้ เสียงร้องจุ๊บจิ๊บเสนาะหูนั้นราวกับท่วงทำนองขับประสานให้ลำนำเพราะพริ้งขึ้นไปอีก

        หมู่บ้านสุดท้ายติดชายแดนโปษัณมีประชากรประมาณยี่สิบหลังคาเรือนอาชีพส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรมรองลงมาได้แก่ปศุสัตว์ แต่ละหลังปลูกสร้างจากไม้ขนาดลดหลั่นตามฐานะ ที่ถูกพระทัยเจ้าหญิงมากที่สุดเห็นจะเป็นการประดับประดาบ้านเรือนด้วยแปลงดอกไม้ล้อมรอบ ดอกไม้สีสดชนิดงอกงามดีในฤดูหนาวไหวลู่ลงราวถวายความเคารพเจ้าหญิงสูงศักดิ์ขณะเสด็จลงรับการถวายการต้อนรับโดยมีหัวหน้าหมู่บ้านอายุหกสิบเศษเป็นผู้นำ เจ้าหญิงทรงรับมาลาดอกไม้คล้องข้อพระหัตถ์ความที่ทรงช่างสังเกตจึงทรงเห็นแววกังวลในดวงตาหลายคนในแถวผู้เฝ้ารับเสด็จ เกือกออกพระโอษฐ์ตรัสถามก็พอดีเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งออกจากบ้านหลังกะทัดรัดร้องตะโกนว่า

        ท่านหัวหน้า แย่แล้ว ๆ

        คนทั้งขบวนเฝ้ารับเสด็จไม่ทันสกัดกั้นเด็กชาย ร่างเล็ก ๆ จึงวิ่งถลามาหาหัวหน้าหมู่บ้านเร็วราวกับเหาะ

        มีอะไร

        ดุเสียงเข้มพร้อมกดบ่าให้เด็กน้อยคุกเข่าลงเพราะอยู่เบื้องพระพักตร์เจ้าหญิง องครักษ์หลายนายแสดงสีหน้าไม่พอใจขยับจะเข้ามาลากเด็กเจ้าปัญหาออกไป เจ้าหญิงทรงยกพระหัตถ์ห้ามทั้งยังตรัสถามด้วยความสงสัย

        ไหนเล่าซิวิ่งหน้าตาตื่นมาทำไมกัน

        ป้า...ป้ามาลัยตายแล้ว

        พร้อมคำบอกเล่าตะกุกตะกัก ผู้คนที่ได้ยินต่างส่งเสียงฮือฮา ผู้หญิงเริ่มร้องไห้ ผู้ชายสีหน้าเครียด

        ใครคือมาลัย ขอฉันไปดูเขาหน่อยได้ไหม

        ทุกคนในหมู่บ้านที่ต่างรอเฝ้ารับเสด็จ หวังทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสิ่งของและเต้นระบำถวายให้ทอดพระเนตรเพื่อความเกษมสำราญหากเมื่อเป็นพระประสงค์ หัวหน้าหมู่บ้านจึงรับหน้าที่เชิญเสด็จทั้งที่ไม่ต้องการให้เป็นดังนี้

        เด็กตัวเล็กวิ่งปรูดนำเข้าไปก่อนตามด้วยหัวหน้าหมู่บ้าน เจ้าหญิงธิษณามตี พระพี่เลี้ยงและองครักษ์อีกสี่นายนอกนั้นกระจายกำลังอารักขาด้านนอก บ้านหลังนั้นค่อนข้างมืด กลิ่นอับผสมกลิ่นยาคละคลุ้งอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ชายวัยกลางคนที่ยืนชิดข้างเตียงทำจากไม้หยาบรีบคุกเข่าลงทำความเคารพผู้มาใหม่โดยไม่ต้องมีใครบอกถึงฐานะ

        เมื่อเสด็จเข้ามาด้านในดวงเนตรงามไม่อาจเคลื่อนสู่ทิศอื่นได้นอกจากจับอยู่ที่ร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวบนเตียง ข้าง ๆ มีเด็กชายผิวขาวตากลมนั่งเล่นอยู่อย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ชายวัยกลางคนซึ่งแท้จริงแล้วคือหมอทูลให้ทรงทราบว่าหญิงผู้ตายป่วยกระเสาะกระแสะมาหลายปีซ้ำยังทำงานหนัก ในที่สุดร่างกายจึงทนทานไม่ไหว

        แล้วเด็กคนนี้

        ลูกชายของนางพระเจ้าค่ะ อยู่กันสองคนแม่ลูกไม่มีญาติที่ไหน

        กระแสความรู้สึกบางอย่างแล่นขึ้นจุกพระศอ นัยน์เนตรงามสบตาไร้เดียงสาอยู่ครู่พลางสะท้อนพระทัยในฐานะ หัวอกเดียวกัน หัวอกของเด็กกำพร้าแม่

        รมณีย์จ๊ะ

        เพคะ

        ฉันจะรับเลี้ยงเด็กคนนี้ พาเขาไปกับเราด้วยนะ

        เสียงฮือฮาด้วยความปลื้มปีตีดังขึ้นโดยมิได้นัดหมาย พระพี่เลี้ยงมองเด็กวัยไม่เกินสามขวบ หน้าตาน่ารักแต่ขณะเดียวกันก็ดูท่าจะซนไม่หยอกแล้วพานเวียนศีรษะ

        ทูลกระหม่อม จะทรงพาเด็กคนนี้ไปด้วยได้อย่างไรล่ะเพคะไหนจะต้องเสด็จแคว้นโปษัณอีก ค่อยกลับมารับก็ได้นี่เพคะ

        ไม่เห็นเป็นไรนี่จ๊ะ เราไปทำธุระเสร็จก็กลับ รับสั่งราวกับเสด็จถึงโปษัณและจะเสด็จกลับในทันทีกระนั้น ฉันสงสารเขา ต่อจากนี้ไปเขาไม่มีแม่อีกแล้วจะอยู่กับใครล่ะ จริงไหมรมณีย์

        พระพี่เลี้ยงมิได้คิดทูลทัดทานพระดำริที่จะทรงรับอุปการะเด็กน้อยเพียงแต่ไม่อยากให้พาไปในทันที แต่เมื่อทรงยกเหตุผลมาอย่างนี้หล่อนก็เข้าใจและหมดคำพูดไปในทันที

 

        แคว้นโปษัณ

        หมู่อาชาพันธุ์ดีควบทะยานผ่านสะพานข้ามคูรอบกำแพงวังเข้ามานั้นไล่หลังขบวนเสด็จเจ้าหญิงต่างแคว้นเพียงครู่เดียว บุรุษร่างผึ่งผายบนหลังอาชาเหล่านั้นมิได้สนใจเท่าใดนักดังเช่นพวกเขาไม่อยู่ในสายตาของผู้มาใหม่เนื่องจากงานพระราชทานเลี้ยงคราวนี้ได้รับการตอบรับจากหลายแคว้น ขบวนเสด็จและผู้คนเข้าออกจึงค่อนข้างขวักไขว่จนไม่น่าแปลกใจ ขบวนทั้งสองคงแยกจากคนละทิศทางหากไม่เพราะเด็กชายในอ้อมพระกรเจ้าหญิงธิษณามตีจะไม่ยื่นมือซุกซนกระตุกหางม้าก่อความโกลาหลขึ้น

        วินาทีนั้น อาชาตัวดังกล่าวตกใจส่งเสียงร้องสะบัดนายทหารบนหลังหล่นกระแทกพื้น สองขาหน้าของมันยกขึ้นสูงสร้างความแตกตื่นให้หญิงสาวในกลุ่มผู้ตามเสด็จ เสนาบดีต่างประเทศแคว้นโปษัณที่กำลังกล่าวต้อนรับตกอยู่ในอาการตะลึงค้าง เหล่าองครักษ์เจ้าหญิงธิษณามตีต่างระส่ำระสายปลอบบังคับม้าของตนเองที่ตื่นตกใจให้สงบโดยเร็ว

        ท่ามกลางความสับสน อาชาตัวหนึ่งควบฝ่าตรงเข้าหาเจ้าหญิงธิษณามตีที่ทรงตกพระทัยแต่ยังสู้อุตส่าห์ปลอบเด็กน้อยให้หยุดร้องไห้เนื่องจากเสียขวัญ บุรุษบนหลังอาชาโน้มตัวลงกระหวัดแขนแข็งแกร่งรัดวรองค์บางพร้อมทั้งเด็กชายขึ้นนั่งซ้อนด้านหน้าได้อย่างแม่นยำ เมื่อเห็นดังนั้นคนอื่น ๆ ในกลุ่มซึ่งแต่งกายสีเข้มพื้นเรียบแบบเดียวกันไม่ผิดเพี้ยนจึงเข้าช่วยระงับหมู่ม้าจากแคว้นเมธัสให้สงบในเวลาต่อมา

        จังหวะสั้น ๆ ที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นทำให้เจ้าหญิงมิทันตั้งพระองค์ พระพักตร์งามขาวซีดกอดรัดเด็กน้อยแสนซนไว้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยว เพียงครู่เดียวบุรุษร่างสูงใหญ่ผ่อนบังเหียน อาชาค่อยเหยาะย่างช้าลงและหยุดในที่สุด

        ชายหนุ่มเหนี่ยวตัวลงจากหลังม้าแล้วค่อยช้อนบั้นพระองค์ลงทรงยืน ดวงตาโผล่พ้นผ้าคลุมหน้าเต้นระริกขบขันขณะยื่นมือมาจับมือเด็กน้อยที่ยังมีหางม้าบางส่วนติดอยู่ในกำมือ

        เจ้านี่ท่าจะซนมากเชียวนะ แล้วจึงถามเจ้าหญิงราวกับไม่ทราบว่าพระองค์มีฐานันดรศักดิ์ใด ปลอดภัยใช่ไหม บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่

        เพราะไม่ทรงทราบว่าชายในชุดสีเข้มผู้นี้คือใครจึงตรัสตอบเพียง

        ไม่ เราไม่เป็นไรขอบใจท่านมากนะ

        อย่าได้เกรงใจ ปลอดภัยก็ดีแล้ว ระวังเจ้าเด็กน้อยนี่อย่าให้ก่อเรื่องอีกก็พอ

        กล่าวจบก็โหนตัวขึ้นหลังม้าควบมาสมทบกับพวกก่อนพากันควบหายไปทางด้านหนึ่ง เจ้าหญิงธิษณามตีทรงยืนนิ่งร้อนถึงพระพี่เลี้ยงวิ่งเข้ามาพิโอดพิโอย

        ทูลกระหม่อม บาดเจ็บตรงไหนไหมเพคะ

        ไม่...ไม่จ้ะ

        กระแสรับสั่งเลื่อนลอยเพราะยังทรงติดพระทัยสงสัยในบางเรื่อง ขบวนเสด็จเป็นระเบียบอีกครั้ง เสนาบดีต่างประเทศแคว้นโปษัณเชิญเสด็จเข้าที่ประทับรับรองจึงทรงเป็นโอกาสตรัสถามในข้อคลางแคลงพระทัย

        เจ้าคุณคะคนที่ช่วยฉันเมื่อครู่นี้คือใครท่านทราบไหม

        สีหน้าท่านเจ้าคุณพิพักพิพ่วนเนื่องจากไม่แน่ใจในคำตอบเพราะเหตุการณ์วุ่นวายอย่างหนึ่งและเพราะผ้าโพกศีรษะตวัดปิดบังใบหน้าอย่างหนึ่ง ดังนั้นทางเดียวคือทูลตอบตามตรง

        เกล้ากระหม่อมไม่มั่นใจพระเจ้าค่ะ ตอบได้เพียงว่าถ้าไม่ใช่ทูลกระหม่อมฟ้าชายก็คงเป็นองค์ราชาอย่างแน่นอน


โปรดติดตามตอนต่อไป...






A FC K a ..
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,147 ความคิดเห็น

  1. #629 aoistar (@pharahoo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 / 03:07
    วู้ วู้ แรกพบสบตากันแล้ว
    #629
    0
  2. #263 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2553 / 11:53
    หนีไม่ทันแล้ว ^^
    #263
    0
  3. #225 Mashi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2553 / 11:02
    ว้าววววว แอบเขิลแทน เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #225
    0
  4. #221 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 12:07
    5555 ไม่ใช่แรกพบสบตา แต่เป็นรักแรกพบต่างหาก หุหุ
    #221
    0
  5. #217 wtfl (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2553 / 16:27
    so i think it love at first sight...
    #217
    0
  6. #216 kaokorn (@kaokorn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2553 / 12:35
    ว้าว ในที่สุดก็ได้เจอกันเสียที ลุ้นๆ
    #216
    0
  7. #215 ยัยหนูปลาย (@pray_One_By_One) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 22:11
    กรี๊ดกร๊าดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    คนคนเดียวกันจริงๆ ด้วย
    #215
    0
  8. #214 ที่ตักดิน (@bonggee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 21:17
    ว้าวๆ รอต่อไป
    #214
    0
  9. #213 Chii_Elda (@digital_lady) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 20:56
    คนนี้ของพี่สินะ
    #213
    0
  10. #212 ฟ้าหม่นเดียวดาย (@jeab51) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 18:46
    จำกันได้ด้วย.....
    #212
    0
  11. #211 hoo_me (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 18:09
    โอ้ย.. อยากอ่านต่อจังเลยค๊า...ขอเป็นอาทิตย์ละสองสามตอนไม่ได้หรือคะ...
    #211
    0
  12. #210 inuchan^O^ (@sakana07) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 15:14
     ปี้ดปิ้ว...วี้ดวิ้ว...กริ๊บกริ้วววว......
    ไม่รู้จะบรรยายยังไง...ชอบจัง

    #210
    0
  13. #209 Jiko (@jikopl) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 14:36

    ให้วายุเป็นกาวประสานแล้วกัน เดี๋ยวก็มองกันไปมองกันมาอยู่นั่นแหละ
    อิอิอิ

    #209
    0
  14. #208 RedDevil with BlackMagic (@sleepless) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 12:47
    จะได้คุยกันยัง ลุ้นๆๆๆๆ
    #208
    0