Naughty Melody...เมโลดี้วุ่นลุ้นรัก

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,012
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 ก.ค. 53



             ดะ...โดน อีกแล้ว!

                หลังจากแข็งเป็นหิน ฉันก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันทีที่นายฆนากรผละจาก ไม่ใช่แค่สองขา หากทั้งตัวนั้นไร้สิ้นเรี่ยวแรงเหมือนกับว่ามันโดนสูบออกจากร่างไปเสียหมด แก้มที่ถูกสัมผัสเมื่อสักครู่ร้อนราวถูกไฟแผดเผา

                บ้าไปแล้ว!

                วันแรกโดนจูบ วันที่สองโดนกอดหอม แล้วพรุ่งนี้จะรับประกันได้หรือว่าจะไม่โดนปล้ำ!

                แน่นอนแหละว่าคงไม่มีบริษัทประกันไหนมารับประกันให้ และอินรินทร์ก็คงจะต้องหาทางเอาตัวให้รอดเองนับจากนี้

ใจเย็น ๆ อินรินทร์ ใจเย็น ๆ

ฉันยกมือขึ้นตบหน้าเพื่อเรียกสติตัวเอง จุดอ่อนของฉันที่เห็นชัดเวลานี้ก็คือความเป็นผู้หญิง อ่อนไหวและวาบหวามทุกครั้งที่นายฆนากรเข้าใกล้ เรียกให้ถูกคือแทบจะละลายระเหยตัวกลายเป็นไอเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยแตะต้องตัวผู้ชาย เพื่อนสมัยเรียนที่สนิทกันก็เป็นผู้ชายหลายคน หากไม่มีใครเลยที่เวลาใกล้ชิดแล้วรู้สึกเหมือนโดนไฟหลอมได้ขนาดนี้

เพราะจูบบ้า ๆ นั่นแท้ ๆ เชียว!

ฉันเชื่อเลยว่าหากไม่โดนแบบนั้น ร่างกายของฉันคงจะไม่หวั่นไหวไปกับการสัมผัสของหมอนั่นแน่ ๆ มันจะต้องเป็นเหมือนเวลาที่ฉันอยู่กับเพื่อนผู้ชายคนอื่น เหมือนพี่ชาย เหมือนคุณอา เหมือนป๊า

จะว่าได้หรือ...อินรินทร์?

ฉันสะบัดหน้าพรืด จิตอกุศลร้องถามตัวเองด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า เอาล่ะ ยอมรับก็ได้ว่าหน้าตานายฆนากรก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันหวั่นไหวได้ตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งเวลาใบหน้านั้นยื่นเข้ามาใกล้ หัวใจฉันก็สั่นยิ่งกว่ากลองโดนตีตอนพระจะฉันเพลอีก

โอ้ย! โมโห ๆ

ฉันส่ายหัวไปมาอย่างสับสนตัวเองเหมือนคนใกล้บ้า และเพราะกำลังใกล้บ้าจึงนั่งกองนิ่งอยู่กับพื้นจนลืมตัวไปว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนั่งอยู่ที่ไหน

“อุ้ย ขอโทษค่ะ อ้าว หนูอิน มานั่งตรงนี้ทำไม”

                เสียงคุ้นหูร้องทัก ฉันเลยได้สติเงยหน้าขึ้นมอง จึงเห็นพี่แบมที่ก้มหน้าลงมามองด้วยความสงสัย

                “เอ่อ พอดีจะเข้าห้องน้ำค่ะ”

                “เป็นอะไรมึนเหล้าหรือเปล่า พวกผู้ชายก็ชอบบังคับให้น้อง ๆ ดื่มเหล้าอยู่เรื่อย โดยเฉพาะเหน่งนี่ไม่ได้เรื่องเลย เมาเละตลอด” พี่แบมคาดเดาพร้อมเท้าสะเอาบ่นอย่างเอาจริงเอาจัง ฉันเลยรีบลุกขึ้นเอ่ยปฏิเสธก่อนที่พี่เหน่งเจ้าของวันเกิดจะโดนด่าเละก่อนจะเมาเละอย่างที่พี่แบมว่า

                “หนูอินไม่ได้เมาค่ะพี่แบม พอดีว่า...มีคนนิสัยเสียเหยียบเท้าน่ะค่ะ” ฉันนึกหาเหตุผลแก้ตัว หากสมองไม่วายจิกกัดถึงคนนิสัยเสียที่ไม่ได้เหยียบเท้าหรอก แต่ว่าจับฉันกดติดผนังเลยต่างหาก

“เหรอจ๊ะ เจ็บแย่ ในผับมันมืดต้องระวังหน่อย เข้าห้องน้ำใช่ไหม มา ไปด้วยกันเลยหนูอิน”

                “ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับ พี่แบมน่ารักทั้งยังอัธยาศัยดีเป็นกันเอง สมกับเป็นแผนกบุคคลจริง ๆ คนนิสัยดีอย่างนี้หนูอินรักตาย

            ส่วนคนนิสัยเสีย หนูอินต้องเอาคืน!

                ออกจากห้องน้ำ ฉันก็เดินตามพี่แบมคนสวยกลับมาที่โต๊ะ ตอนแรกวงก็ยังแยกฝั่งหญิงชายกันอยู่ แต่พอเริ่มดึก คนในวงก็สลับที่สลับทาง ฉันเริ่มสังเกตพบความสัมพันธ์อีกแบบของพนักงาน Heart Rhythm เมื่อเห็นว่าใครนั่งจับคู่กับใคร ใครเหลือบมองใคร

                น่ารักจัง...

                รักเกิดในที่ทำงานฉันก็ว่าดีอยู่ แต่เสียอยู่อย่างเดียว

            ทำไมสลับที่นั่งกันแล้ว ฉันต้องมานั่งตรงข้ามกับนายฆนากรด้วย!

                ตอนนี้สายตากำลังปะทะสายตา นายฆนากรมองฉันด้วยแววท้าทายและเยาะเย้ย หมอนั่นไม่ได้ขยับปากเลยสักนิด แต่ฉันกับรู้ชัดว่าหมอนั่นกำลังบอกอะไร

            แน่จริงก็เก่งให้ตลอดสิ

                หมอนั่นกำลังพูดแบบนี้ ฉันเม้มริมฝีปากแน่นพยายามสงบสติอารมณ์ไม่ให้ร้อนรนไปกับการยั่วยุ นายฆนากรคงมีแอลกอฮอล์ในเลือดได้ระดับอยู่ เพราะฉันรู้สึกว่าหน้าเขาติดจะแดงนิด ๆ แล้ว

                ช่าง!

                ฉันกะเอาไว้ว่าเวลาที่เหลือจะพยายามนั่งฟังเพลงไปเรื่อย ๆ นายฆนากรจะจ้องยังไงฉันก็จะไม่สน แต่ว่าฉันไม่อาจทำอย่างนั้นได้ เมื่อเจ้าของวันเกิดที่ดูท่าว่าจะกรึ่มกว่าเพื่อนเริ่มแสดงอาการด้วยการประกาศเสียงดังตัดหนทางสงบของฉันว่า

                “เอ้า หนูอิน มาชนแก้วกับพี่เหน่งหน่อยคร้าบ” พี่เหน่งลากเสียงยาวลิ้นเริ่มรัว มือหนึ่งยกแก้วที่บรรจุน้ำสีทองยื่นส่งมาตรงหน้าฉัน ส่วนมืออีกข้างก็ยกแก้วของตัวเองเตรียมจะชนกันตามที่บอก

                “อย่าเลยค่ะพี่เหน่ง น้องเค้าดื่มได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เดี๋ยวเมาแย่เลย” เสียงห้ามดังมาจากพี่แบม แต่เพราะพี่เหน่งกำลังได้ที่เลยพยายามคะยั้นคะยอต่อ

                “ชนหน่อยนะคร้าบ แก้วเดียวพอเป็นพิธีก็ได้ไม่เมาหรอกคร้าบ”

                พี่แบมส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่าย ส่วนฉันก็ทำท่าลังเลอย่างไม่แน่ใจว่าจะรับแก้วมาชนดีหรือไม่ ช่วงหัวค่ำก็ดื่มแต่น้ำอัดลม ของมีแอลกอฮอล์ไม่ค่อยอยากแตะสักเท่าไหร่

แต่ขณะที่ลังเลนั่นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามขยับริมฝีปาก แม้ไม่มีเสียงลอดออกมา ทว่า...เป็นคำชัดเจน

อ่อน

ปี๊ด!

                ถ้าเสียงในสมองดังออกมาได้มันคงจะเป็นเสียงนี้ ฉันโมโหสุดขีด คว้าแก้วเหล้าจากมือพี่เหน่งแล้วยกมันชนเข้ากับแก้วเหล้าในมือพี่แกอีกข้าง ก่อนกระดกมันลงคอในรวดเดียวหมดแก้ว!

                พี่เหน่งมองอย่างตะลึงเช่นเดียวกับคนอื่น ก่อนจะหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบอกชอบใจที่เห็นฉันดื่มเหล้าตามที่ชวน

                “เจ๋งมากเลยน้องหนูอิน” พี่เหน่งยกนิ้ว ฉันยิ้มรับนัยน์ตาใส ก่อนจะหันมายักคิ้วให้กับนายฆนากรที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

            หนูอินไม่อ่อนหรอกนะ จะบอกให้!

                ปกติแล้วฉันไม่ชอบดื่มเหล้า แต่ไม่ใช่ว่าดื่มไม่เป็น พี่ชายสองคนของฉันเป็นคนสอน พี่บอกว่าผู้หญิงหากไม่ดื่มเลยเกิดโดนมอมทีเดียวก็เสร็จ ดื่มให้เป็นแต่ไม่ติด แค่เอาไว้เข้าสังคมและในกรณีที่ไม่มีทางเลี่ยง

            เป็นไง อึ้งล่ะซิ

                หน้าตานายฆนากรเหมือนไม่พอใจฉันเลยยิ่งได้ใจ เพราะเริ่มช้ากว่านายฆนากรมากซ้ำฉันไม่ใช่คนเมาง่าย สมัยเรียนก็เคยโดนท้าทำนองนี้ แต่ปรากฏว่ากว่าฉันจะเมาคนท้าก็หัวทิ่มโต๊ะไปเสียก่อน

            เพราะฉะนั้น ฉันจะเอาคืนนายบ้างล่ะ!

                แผนชั่วร้ายเริ่มปรากฏ เมื่อหลายคนที่เห็นฉันชนเหล้ากับพี่เหน่งเริ่มตีวงเข้ามาใกล้ แก้วเหล้าฉันถูกเติมเต็มอีกครั้ง ฉันหันไปกระซิบเบา ๆ กับพี่แบมที่มองมาด้วยสายตาเป็นห่วง

                “พี่แบมอยากแกล้งคนชอบเมาไหมคะ”

                พี่แบมมองหน้าฉันก่อนจะเริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังถามฉันด้วยความเป็นห่วง “จะไหวเหรอหนูอิน พวกนี้เมากันประจำนะ”

                “ไหวค่ะ แต่พี่แบมต้องช่วยนิดหน่อย”

                “ยังไง” พี่แบมถาม แววตาเริ่มสนใจเมื่อมองไปทางพี่เหน่งที่เรียกคนอื่นชนแก้วไม่เลิก ฉันแอบขำเพราะสายตานั่นบอกอะไรออกมาจนหมด คู่นี้ก็เป็นอีกคู่ที่ฉันบังเอิญเห็นเข้าพอดี ทุกอย่างก็เลยลงล็อคโดยที่ฉันไม่ต้องลงทุนมากเกินไป

                “หนูอินจะรบกวนพี่แบมเป็นคนชงเหล้าให้ค่ะ”

พี่แบมพยักหน้าทันที ก่อนยิ้มให้กันอย่างรู้ความหมาย

                แล้วแผนการร้ายก็เริ่มต้น!

                “ชนแก้ว ๆ” พี่เหน่งพูดขณะชวนทุกคนชนรอบวง ฉันยกแก้วชนตาม แต่เป้าหมายของฉันไม่ใช่พี่เหน่ง ฉันจ้องเป้าหมายด้วยแววตาท้าทาย เมื่ออยู่ในระยะและสถานการณ์ปลอดภัยก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกนายฆนากรจับปล้ำ ฉันยกแก้วเหล้าก่อนจะชนเข้ากับแก้วของนายฆนากรอย่างแรงชนิดไม่กลัวว่ามันจะแตกคามือ

                “ชนแก้วค่ะ หัวหน้า” ฉันยกแก้วดื่มจนหมดก่อนจะยื่นให้คนตรงหน้าเห็น และไม่ต้องรอนาน หัวหน้าของฉันก็ยกดื่มหมดแล้วตามมาติด ๆ ทันที

            นายต้องหัวทิ่มแน่ นายฆนากร!

                เหล้าถูกรินโดยมือชงที่เตี๊ยมกันไว้แก้วแล้วแก้วเล่า หลายคนเริ่มพบหนทางสว่างเป็นของตัวเอง บางคนเริ่มตั้งศีรษะอยู่บนแขน ส่วนบางคนเช่นพี่เหน่งก็พูดไม่หยุดแต่ว่าฟังไม่รู้เรื่อง หรือบางคนที่ไม่ไหวหลับไปก่อนล่วงหน้าเลยก็มี

                แต่ฉันออกจะแปลกใจ เมื่อเป้าหมายที่ควรจะหลับก่อนเพื่อนกลับนั่งจ้องตาฉันไม่เลิก ทั้งที่กระดกแข่งกันจนนับแก้วไม่ถ้วน แต่ก็ไม่เห็นจะเมาหัวทิ่มอย่างที่ฉันต้องการเลยสักที ซ้ำเมื่อยิ่งดื่มเข้าไปมาก สายตาที่จ้องมองฉันก็ยิ่งเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนน่ากลัวขึ้นทุกขณะ

            คอทำด้วยหินหรือไงนะ

                สุดท้ายฉันก็อดรนทนไม่ไหว ต้องแอบหันไปกระซิบถามมือชงเหล้าเบา ๆ “พี่แบมคะ คุณฆนากรนี่คอแข็งมากเลยเหรอคะ ดื่มไปตั้งเยอะไม่เห็นเมาสักที”

                มือชงเหล้ายิ้มใส่ตาแห้ง ๆ ก่อนจะตอบคำถามฉันด้วยน้ำเสียงติดจะเขิน ๆ อยู่เล็กน้อย

                “คือพี่ชงเหล้าให้คุณฆนากรเหมือนกับของหนูอินเลยค่ะ”

                โอ้ว...ฉันเกือบจะกรี๊ดเมื่อพี่แบมพูดจบ มิน่าเล่านายฆนากรถึงได้นั่งดื่มเฉยไม่มีทีท่าว่าจะเมาหัวทิ่มเหมือนคนอื่น ก็เพราะเหล้าที่พี่แบมชงให้ฉันและแถมให้นายฆนากรด้วยนั้น ดีกรีความแรงมันอ่อนกว่าที่ชงให้คนอื่น ๆ เกือบครึ่งต่อครึ่ง!

                แบบนี้เรียกว่าโชคช่วยจะได้ไหม แต่ดูท่าว่าหน้าตาของนายฆนากรจะช่วยเอาไว้มากกว่า และเหมือนว่าหัวหน้างานของฉันจะดวงดีซ้ำซ้อน เพราะเหล้าก็หมด คนก็เมา ซ้ำร้านก็กำลังได้เวลาปิดพอดี

                ทุกคนก็เลยแยกย้าย คนเมาที่ขับรถกลับไม่ได้ก็ถูกหามไปรวมกันที่ชั้นสามของผับพร้อมกับเจ้าของ ส่วนคนบ้านทางเดียวกันก็ให้คนไม่เมาเป็นคนขับ คนไหนยังนับนิ้วถ้วนขับรถปลอดภัยก็ล้างหน้าล้างตาเล็กน้อยขับกลับกันเองไป

                ฉันที่ยังไม่เมาก็อยู่ในกลุ่มที่ต้องขับรถกลับเอง ขณะที่กำลังจะล่ำลากัน พี่แบมก็ร้องทักขึ้นมาว่า

                “บ้านคุณฆนากรไปทางเดียวกับหนูอินไม่ใช่เหรอคะ”

                ฉันหันไปมองหน้าคนถูกถามอย่างแปลกใจ ก่อนจะได้ยินเสียงตอบรับสั้น ๆ “ครับ”

        “ถ้าอย่างนั้นช่วยขับรถตามไปส่งหนูอินให้ด้วยนะคะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1029 nunpanu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 20:54
    เมาไม่ขับนะครับ
    #1,029
    0
  2. #1028 nunpanu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 20:54
    เมาไม่ขับนะครับ
    #1,028
    0
  3. #308 nuri.j (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 09:06
    สุราแปลว่าเหล้า ดื่มแล้วเมา ห้ามขับรถค่ะ
    แต่ชงอ่อนขนาดนั้น ดื่มถึงเช้ายังไหวเลย
    หนูอินคอแข็งไม่เบา..ต้องเรียกว่า ดื่มเป็นสิ
    #308
    0
  4. #302 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2553 / 21:58
    ค้างมาก ๆ รอ รอ จ้า
    #302
    0
  5. #301 oss-spy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2553 / 21:05
    งานนนี้พูดได้คำเดียวว่า ...

    " หนูอินงานเข้าครับพี่น้อง "
    #301
    0
  6. #300 ลันลัน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2553 / 17:17

    สนุก !

    #300
    0
  7. #299 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2553 / 09:51
    โอ้วววววววววววงานเข้าแล้วหนูอิน ^^
    #299
    0
  8. #298 Chii_Elda (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2553 / 08:52
    ซวยจริง ๆ เลยหนูอิน เหอ ๆๆๆ
    #298
    0
  9. #186 อีเห็น (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2552 / 22:11

    หนุก...น่ารักดีค่ะ

    #186
    0
  10. #185 oss-spy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2552 / 21:11
    ว้า ...

    เมื่อกี้เม้นผิดตอน

    งั้นเอาไปอีกเม้นแล้วกันนะอาเฮีย
    #185
    0
  11. #183 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2552 / 21:56
    ไม่เชื่อหรอก ท่าทางจะถือคติเดียวกับหนูอินมากกว่า "เวร...ย่อมระงับด้วยการเก็บไว้หาโอกาสจองเวร" 555+
    #183
    0
  12. #181 Little_Tiger (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2552 / 18:40

    ฆนากรแมนทำเป็นใจดีัไม่โกรธ  แต่ในใจแอบคิดแผนร้ายอยู่ล่ะซิ  

    หนูอินท่าทางจะรอดยาก งานนี้

    #181
    0
  13. #180 amany (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2552 / 13:03
    ฮะ ๆ เหมือนจะรอด แต่ท่าทางคงไม่รอดอ่ะ หนูอิน
    #180
    0
  14. #179 กิ๊งก้อยแก้ว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2552 / 10:56
    ใจดีที่ซู๊ดดเลยนายต้นฝน ที่ไม่คิดแค้นหนูอิน
    #179
    0
  15. #178 ติดหนึบ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2552 / 09:21
    555+
    มีเสียงสวรรค์มาช่วยพอดี รอดตัวไปนะจ๊ะหนู๋อิน
    #178
    0
  16. #177 มรรษกร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2552 / 07:28
    เฮ้อ รอดตัวไปนะอินรินทร์

    ..



    แอบตื่นเต้นพร้อมกันทั่่วประเทศ 555



    #177
    0