Naughty Melody...เมโลดี้วุ่นลุ้นรัก

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,094
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    2 ก.ค. 53




                กว่ามหกรรมแฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูพี่เหน่งจะเสร็จสิ้นแยกย้ายกลับไปทำงานก็ใช้เวลานานโข Heart Rhythm มีนโยบายถูกใจผมอยู่อย่างคือไม่มานั่งจับผิดพนักงานคอยกดขี่ให้นั่งตัวแข็งติดกับโต๊ะทั้งวี่ทั้งวัน เนื้องานเป็นส่วนสำคัญที่สุด คุณไม่ต้องเสแสร้งทำเป็นยุ่งตลอดศกเอาใจนาย  ท่าน ๆ หัวหน้าก็พร้อมจะยิ้มแฉ่งเมื่องานสำเร็จ

                คืนนี้มีเมา ไอ้หล่อ ไปด้วยกันนะ

                พี่เหน่งชักชวนทิ้งท้าย ผมพยักหน้ายิ้ม ๆ เพราะไม่เห็นความจำเป็นจะต้องปฏิเสธ พี่เหน่งอัธยาศัยดี เป็นขวัญใจเพื่อนร่วมงานด้วยความที่แกตลกแม้บางทีออกแนวตลกบริโภคก็ไม่วายเป็นที่ถูกอกถูกใจของวงสนทนา แถมพรุ่งนี้เป็นวันหยุด ผมมัวยุ่งกับงานจนห่างเรื่องเที่ยวมาเกือบเดือนต้องเอาซะหน่อย

                กินฟรีรึเปล่าพี่ ถ้าฟรีไป

                พี่เหน่งแหงนหน้ามองผมแล้วโก่งคอด่า

                โธ่ไอ้งก แต่ก็ตบไหล่ผม ลงท้ายว่า เลี้ยงซี่ เลิกงานรวมตัวกันข้างล่างนะ

                ครับพี่

                แล้วแกก็เดินหน้าบานยิ่งกว่าจานดาวเทียมกลับไปทำงาน ส่วนผมหันกลับลังเลระหว่างไปดูนักร้องฝึกหัดซ้อมร้องเพลงกับกลับเข้าห้องทำงานเคลียร์งานอื่นด้วยความเคยชินดีว่านึกออกในนาทีสุดท้ายเพราะเสียงหัวเราะคิกคักอย่างกะม้าดังมาจากกลุ่มสาว ๆ

                ขึ้นชื่อว่าผู้หญิง พอได้จับกลุ่มเมาท์เป็นติดลมทุกที ดูอย่างผู้ช่วยคนใหม่ของผมเป็นไร ทีกับผมขู่ฟ่อยังกับแมวคนละคนกับที่คุยจ้อเหมือนผีเจาะปากอยู่นี่

                อินรินทร์

                ผมแกล้งเรียกเสียงเข้ม ปั้นหน้าดุ นอกจากสายตาฝัน ๆ ที่สาว ๆ ชอบมองผม สังเกตว่ามีหลายทีเหมือนกันที่มองแบบหวาด ๆ แว่วว่าบางทีผมก็ดุจนน่ากลัว...ตอนไหนหว่า ผมไม่รู้ตัว แต่ที่เป็นอยู่นี่แค่แกล้งยังเห็นผล กลุ่มพนักงานสาววงแตกแหวกทางจนเหลืออินรินทร์ยืนหน้าตูมอยู่คนเดียว

                งานการน่ะจะไม่ทำแล้วหรือไง

                ก็อยากพูดด้วยดีกว่านี้ แต่หน้าบอกบุญไม่รับตั้งป้อมเป็นศัตรูกันตลอดชาติพานให้ผมอยากปราบพยศเสียจริง ๆจนออกมารูปนี้ทุกที

                ทำ!”

                นั่น กระแทกเสียงตอบแล้วยังมีหน้ามาค้อนอีก ลูกน้องที่เคารพ!

                งั้นก็เริ่มเสียที

                ผมไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกลัวจะเสียงานมากไปกว่านี้ เท่าที่นึกดู ตั้งแต่อินรินทร์โผล่เข้ามาในบริษัท ผมก็หัวปั่นไม่เป็นอันได้งานได้การนอกจากคอยจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดจากเจ้าหล่อนไม่เว้นแต่ละวัน เจริญไหมล่ะ

                นี่คุณ เสียงเรียกให้ถูกแล้วเกือบ ๆ เป็นแหวใส่มากกว่า ผมได้ยินล่ะแต่ก็แกล้งทำหูทวนลมเดินนำลิ่ว ๆ จนได้ยินเสียงซอยเท้าตามเกือบเป็นวิ่ง คุณ ควายหายรึไง อุ๊ย คนบ้านี่จะหยุดก็ไม่บอก

                เสียงเรียก เปลี่ยนเป็นตะโกน บ่น อุทานจบด้วยบ่นอีกทีหยุดลงตอนที่ผมแกล้งหยุดเดินกะทันหัน คนวิ่งไล่ตามเลยเบรกไม่ทันชนหลังผมเต็มเปาดั้งหักรึเปล่าไม่รู้เห็นคลำป้อยแถมทำท่าขยับยังกับเพิ่งใส่ซิลิโคนอันใหม่ไว้ดูน่าตลกจนผมลืมปั้นหน้าเผลอหัวเราะ

                ทำมาแพงไหม

                ผมถาม ไม่ยอมขยายความ อินรินทร์เลยแหงนคอค้อนตาปะหลับปะเหลือกถามกลับอย่างหวาดระแวง

                อะไร

                ดูเหมือนหล่อนจะเริ่มเรียนรู้แล้วว่าผมไม่ใช่คนที่จะแหยมกันได้ง่าย ๆ ถึงต้องระวังทุกฝีก้าว

                ดี! รู้แล้วอย่าลืมเสียล่ะ

                คิดได้แบบนี้ผมเลยยิ้มกว้างเป็นพิเศษ อารมณ์ดีจนแทบอยากผิวปาก

                จมูกไง เห็นทำท่าเหมือนมันจะหลุด ไหน ผมจับบ่า หล่อนสะบัดตัวออกทันทีอย่างกับโดนไฟช็อตทีนี้ผมเลยหัวเราะอย่างอดไม่อยู่ ดูทำ แค่จะดูให้ว่ามันตรงหรือยังนึกว่าผมอยากแต๊ะอั๋งคุณนักรึไง

                เอ ตกลงอินรินทร์เป็นเสือ แมว หรือหมาไม่รู้สิเพราะเวลาโมโหชอบแยกเขี้ยวก่อนคำรามอยู่เรื่อย นัยน์ตาหล่อนวาววามทีเดียวล่ะตอนกระแทกเสียงตอบผมว่า

                ของแท้ย่ะ จมูกแม่ให้มาตั้งแต่เกิด หนอยมาหาว่าของเทียม หล่อนบ่นหงุงหงิงยอมลดมือลงจากจมูก ไอ้ผมก็นึกว่าจะจบ ที่ไหนได้ หมดประเด็นแรกหล่อนเก็บประเด็นหลังแบบไม่มีหลุด หน้าบูดบึ้งเปลี่ยนเป็นยิ้มยั่วเล่นเอาผมทั้งแปลกใจและหมั่นไส้ไปพร้อมกัน แน่ใจเหรอที่ว่าไม่อยากแต๊ะอั๋งฉัน

                ส่วนสูงอินรินทร์ถือว่ากำลังดี แต่ถ้าเทียบกับผมยังเตี้ยกว่ามาก เพื่อจุดประสงค์บางอย่างหล่อนถึงกับลงทุนเขย่งเท้ายื่นหน้ามาเกือบชิด หลิ่วตาหวาน กระซิบถาม

                ฉันรู้ละ ที่คุณแกล้งฉันมาทั้งหมดน่ะ ชอบฉันล่ะสิท่า

                พรวด!

                ถ้าผมกินน้ำหรือกาแฟอยู่คงเกิดปฏิกิริยาสำลักแบบนั้นแน่ เพราะขนาดไม่ใช่ผมยังรู้สึกถึงอาการนั้นได้ดี ไม่รู้จะงงหรือขำดี

                ผมเนี่ยนะชอบคุณ

                เพราะทางเดินตรงนั้นปลอดคนผมเลยไม่จำเป็นต้องประหยัดเสียง ชี้อกตัวเองถามลั่น ๆ แม่โปรดิวเซอร์ใหม่พอได้ยินก็พยักหน้าหงึกหงัก ท่าทางมั่นใจอย่างกับตัวเองเป็นนางงามจักรวาลที่ผู้ชายทุกคนต้องหลงใหลใฝ่ฝัน

                อือฮึ

                ไม่ไหวแล้ว ทีนี้ผมปล่อยก๊ากออกมาเลย

                ฮ่า ๆ คุณ ผมสำลักกระอักกระไอ เอามือกุมท้อง ให้ตายสิ คิดได้ไงเนี่ย ชอบคุณน่ะเหรอ รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนดีกว่ามั้งถึงจะเป็นไปได้

                รอยยิ้มอินรินทร์ไม่เปลี่ยนไปเลย หรือว่าหล่อนจะปักใจเชื่อแบบนั้นจริง ๆ

                เหรอ ถ้าไม่ใช่ก็ดี แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่าถ้าขืนคุณมาถูกเนื้อต้องตัวฉันอีก ฉันจะถือว่าคุณหลงเสน่ห์ฉัน

                อ่าา ผมครางในใจ ที่แท้ก็กลยุทธ์ป้องกันตัวเอง ถูกล่ะผมไม่มีทางยอมเสียเหลี่ยมปล่อยให้อินรินทร์คิดว่าผมหลงเสน่ห์หล่อนแน่ แต่จะให้แพ้แต่ต้นเพราะคำขู่ผมก็ว่าไม่สมศักดิ์ศรีเท่าไหร่ อีกอย่าง...

                ผมยกมือลูบปากทำท่ากวนประสาทใส่คู่สนทนามองหล่อนขึ้น ๆ ลง ๆ จุดสีระเรื่อบนแก้มใสได้สมใจนึก ก่อนหน้านี้เหตุการณ์มันพาไป แต่ก็เพราะคำพูดป้องกันตัวเกินเหตุเมื่อกี้น่ะแหละมันเข้าตำรายิ่งว่ายิ่งยุ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าระหว่างผมยอมทำไม่รู้ไม่ชี้ปล่อยให้อินรินทร์คิดว่าผมชอบ กับหล่อนที่ดูท่าทางเหมือนไม่เคยใกล้ชิดมนุษย์ผู้ชายหน้าไหนมาก่อนในโลกถึงขั้นถึงเนื้อถึงตัวเจอผมสอนมวยเข้าให้ ใครจะหมดความอดทนก่อน!

                น...นี่!” แม่เสือส่งตาวาว หยุดมองแบบนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วนี่เราจะไปไหนกัน คุณเอาแต่เดิน ๆ ๆ ไม่บอกสักคำ ฉันไม่ใช่อดีตหน่วยลาดตระเวนนะจะได้ถนัดเดินไปทั่ว

                จนถึงวันนี้ก็ยังไม่น่าเชื่อ ผมมองอินรินทร์นิ่ง พูดออกไปอย่างใจคิดหล่อนก็แหวกลับมาเสียงแหลมตามสไตล์ว่าไม่น่าเชื่ออะไร ไม่รู้นี่คนหรือปรอท อุณหภูมิถึงเปลี่ยนง่ายนัก พี่ปวินท์มีหลานอย่างคุณจริงน่ะเหรอ

                ริมฝีปากอิ่มขมุบขมิบ ถ้าที่นี่ไม่ใช่ที่ทำงานแต่เป็นที่ส่วนตัวผมเชื่อทีเดียวว่าอินรินทร์คงกรี๊ดออกมาแล้ว ส่วนผมมันก็แปลก เห็นหล่อนโกรธยิ่งสะใจเผลอหัวเราะอีกจนได้ก่อนจะทันนึกว่าพูดกับหล่อนทีไรออกอ่าวออกทะเลทุกทีจนแทบลืมว่าใจความสำคัญตอนเริ่มต้นมันคืออะไร

                จะพาไปดูนักร้องฝึกหัด

                ผมชิงพูดตัดบท เป็นจริงเป็นจริง สีหน้าอินรินทร์เปลี่ยนทันที แววตาสุกใสกระตือรือร้น สงสัยอยากอวดความเก่งเต็มที่ ดี ผมก็อยากดูเต็มแก่

                ใครคะ ฉันรู้จักรึเปล่า

                พูดเสียงอ่อนเสียงหวานก็เป็น เอาล่ะ ผมยอมเชื่อพี่ปวินท์อย่างนึงก็ได้ว่าอินรินทร์สนใจงานด้านนี้จริง ๆ แต่สนใจกับการทำงานจริงก็คนละเรื่องอยู่ดี อีกไม่นานหรอกน่า จะได้รู้ว่าเด็กเส้นจะแน่แค่ไหน

                ไม่น่านะ คนนี้ไม่ได้มาจากเวทีประกวดสถาบันไหนทั้งนั้น แต่พี่ ๆ ในค่ายคนนึงเห็นแววเลยดึงตัวมาเทสต์เสียงแล้วผ่าน

                ไม่นานก็ถึงห้องฝึกซ้อม ประตูบานเล็กเปิดเข้าสู่ห้องขนาดกลางมีอุปกรณ์ปรับเสียงเป็นแผงพร้อมผู้ควบคุมสองคนใส่หูฟังอย่างตั้งใจ ห้องติดกับกั้นด้วยกระจกใส กลางห้องคือหญิงสาวแรกรุ่นอายุราวสิบเก้าปีหน้าตาสะอาดสะอ้านผมยาวดกดำยืนอยู่หน้าไมโครโฟน

                ตั้งใจดูและฟังให้ดี

                ผมสั่งเสียงเบาเกือบเท่ากระซิบ ไม่อยากรบกวนการทำงาน สองคนที่นั่งอยู่ก่อนเห็นแล้วว่าผมกับโปรดิวเซอร์คนใหม่เข้ามาก็แค่พยักหน้าให้ทีหนึ่งเพราะกำลังยุ่ง อินรินทร์ไม่แผลงฤทธิ์ พอเริ่มงานหล่อนเปลี่ยนเป็นคนละคน ดูกระปรี้กระเปร่า ใส่ใจหญิงสาวในห้องซ้อมราวกับจะเก็บรายละเอียดทุกอย่างแบบไม่ให้หลุดสักเม็ด

                กระทั่งจบเพลงที่สอง ฝ่ายควบคุมเสียงหันมาถามเสียงเริงร่า นัยน์ตาเป็นประกายแบบผู้ชายด้วยกันมองออกว่ามีความสุขกับอาหารตาคนใหม่มากทีเดียว

                คนนี้เป็นไงพี่ แหร่มไหม

                ผมเหลือบมองคนในห้องที่ได้รับอนุญาตให้พักนิดหนึ่ง ตอบตามความรู้สึกของคนที่เห็นนักร้องมาทุกระดับตั้งแต่สมัครเล่นถึงขั้นชั้นครู

                ก็ดี

                เลยถูกสวนเบา ๆ จากคนข้างตัว

                งกคะแนนไม่เข้าเรื่อง

                อะไรอีกล่ะ ปัญหามากจริงนะคุณ

                คงเพราะมีบุคคลที่สามที่สี่ อินรินทร์เลยแค่แยกเขี้ยวแต่ไม่คำราม ตอบเสียงเบาแต่ไม่วายกระแทกกระทั้น

                น้องเขาร้องดีออก ดันวิจารณ์มาได้ว่า ก็ดี ดีมากเลยต่างหาก

                ข้อนี้ผมไม่เถียงจึงพยักหน้ารับ

                ถ้าพูดถึงเสียงล่ะก็ใช่

                อ้าว นักร้องไม่มองที่เสียงแล้วมองอะไรอีกล่ะ หรือว่า...

                ผมรีบโบกมือก่อนจะถูกพาเปลี่ยนประเด็นเป็นทะเลาะกันอีก

                สไตล์ไง คุณนึกดูดี ๆ นะ สองเพลงที่ผ่านมาเป็นเพลงของนักร้องคนอื่น น้องเขาร้องดีก็จริงแต่ร้องแบบก้อปปี้ต้นแบบเด๊ะ ๆ ไม่มีความเป็นตัวของตัวเองเลย ถ้าขืนเป็นแบบนี้ไม่เลิก เราไม่มีทางปล่อยให้ออกอัลบั้มแน่

                ดวงตาสีน้ำตาลตรงหน้าผมกะพริบปริบผมคงมองผิดไปจึงเห็นว่ามันมีความทึ่งเจือปนอยู่ในนั้น อย่างอินรินทร์ไม่มีทางรู้สึกอย่างนั้นกับผมอยู่แล้ว

                ทีนี้ก็ถึงการบ้าน

                เครื่องหมายเควสชั่นมาร์คตัวเบ้งลอยฟ้าวมาแปะอยู่บนหน้าอินรินทร์ให้ผมได้ยิ้ม หลุดคำพูดตามที่ใจคิดอีกจนได้

                หน้าคุณนี่เหมือนตัวหนังสือ รู้สึกยังไงก็เห็นเป็นอย่างนั้นเลย ไม่ต้องแปล

                หล่อนไม่เถียงแต่ส่งนัยน์ตาวับที่ผมก็ดันฉลาดแปลได้อีกว่าฝากไว้ก่อน

                การบ้านอะไรของคุณ

                วกเข้าเรื่องงานก็ดีเหมือนกัน ผมมองกลับไปในห้องข้าง ๆ อีกครั้งในตอนที่เพลงถัดมากำลังเริ่ม คราวนี้เป็นเพลงเร็ว ดูท่าทางเจ้าตัวจะชอบมากกว่าเพลงข้า

                ผมอยากให้คุณเสนอไอเดีย ถ้าเชอร์รี่จะออกอัลบั้ม ควรเป็นแนวเพลงแบบไหน แต่งตัวยังไง เอาทุกอย่างที่คุณนึกออก มีวันหยุดสองวันคงมากพอให้คุณคิด วันจันทร์ผมขอดูผลงานด้วย หวังว่าคงตั้งอยู่บนโต๊ะทันทีที่ผมมาถึง

                สีหน้าอินรินทร์เปลี่ยนเป็นชมพูเข้ม แดง แล้วเขียวแบบโกรธแต่ไม่สามารถระบายได้ ผมเลยสนองด้วยการยิ้มสาแก่ใจให้หนึ่งที หล่อนจะคิดว่าผมแกล้งก็เรื่องของหล่อน แต่ผมพูดเรื่องงานล้วน ๆ ถ้าโมโหไปคิดงานไปได้ก็เชิญ

 

                พอกลับเข้าห้องทำงาน อินรินทร์กับผมไม่ได้พูดกันอีก ผมยุ่งกับการแต่งเพลงอัลบั้มใหม่ของศิลปินเบอร์หนึ่งที่ยังค้างคาจนแทบไม่ได้เงยหน้าสนใจใคร นึกได้อีกทีก็ตอนวางปากกาเอนหลังพิงพนัก ผลก็คือ

                อินรินทร์!”

                ถ้าไม่ปิดประตู เสียงผมคงแผดก้องทั่วฟลอร์ ก็จะไม่ให้เป็นงั้นได้ไงในเมื่อลูกน้องคนเก่งกำลังหลับสบายดวงหน้าพริ้มเหมือนฝันดี

                อุ้ย!”

                อินรินทร์สะดุ้ง ทะลึ่งพรวดนั่งตัวตรง แล้วแทนที่จะสำนึกผิด เอ่ยคำขอโทษ ดันลุกขึ้นเท้าพื้นโต๊ะแว้ดใส่ผมซะงั้น

                จะบ้าหรือไงคุณ เรียกมาได้ตกใจหมด

                เอ้า มันจะดูบ้าไปมั้ยถ้าผมทึ้งหัวตัวเองแก้เครียด แล้วให้ทำไง นั่งดูลูกน้องหลับสบายในเวลางานเรอะ

                หลับ?” หล่อนเลิกคิ้วเก๋ไก๋ หนอยเนียน เสร็จแล้วยังตามด้วยหัวเราะกิ๊กพาให้ดวงหน้าใสเป็นสีชมพูปลั่งหยุดลมหายใจผมไปสองวิเต็ม ๆ ฉันนั่งหลับตาคิดงานอยู่ต่างหากเล่า

                สงสัยประชากรในห้องเพิ่มเลยแย่งอากาศหายใจ ผมรีบลงความเห็นให้ตัวเอง ไม่ต่อคำกับอินรินทร์เหมือนยอมรับกลาย ๆ ว่าโอเคคุณแค่นั่งหลับตาไม่ใช่หลับอย่างผมคิด ลุกเดินออกจากห้องดิ่งไปห้องแพนทรีชงกาแฟดื่มดับอารมณ์

 

                นี่เธอ ตกลงว่าสุดหล่อของเรานี่ชายแท้หรือเทียมแน่

                ผมได้ยินแล้วในตอนเดินมาเกือบถึงเพราะเสียงนั้นดังแบบไม่กลัวใครแอบฟัง ทีแรกไม่ได้สนใจแต่ก็ต้องหยุดทันควันเพราะคำตอบของอีกคน

                ไม่รู้สิ แต่ก่อนก็ไม่เคยมีข่าวแบบนี้นะ บทจะมี วุ้ย เรรวนไปหมด บางคนเขาว่าคุณต้นฝนเป็นเกย์ เผลอแป๊บ ๆ มีข่าวจูบกับหลานคุณปวินท์ขัดกันซะไม่มีแหละ

                อินรินทร์ ฉันจะหักเธอเป็นสองท่อน!

                ผมคำรามคาดโทษต้นตอข่าวอยู่ในใจ กำลังคิดว่าจะถอยกลับหรือทำไม่รู้ไม่ชี้เดินเข้าไปก็แทบหยุดหายใจเพราะประโยคถัดมา

                แต่อะไรก็ไม่เด็ดเท่าข่าวล่าสุด เธอเอ๊ย ฉันได้ยินแล้วเซ้งเซ็งล่ะ

                อะไร ๆ

                อีกคนรัวถามเสียงตื่นเต้น ส่วนผมไม่ต้องคิดอะไรอีกนอกจากปักหลักฟังเต็มที่แต่พระเจ้าดันไม่เข้าข้างส่งพี่เหน่งเดินมาข้างหลังตบบ่าป้าบทักซะลั่นพานไก่ตื่น

                เฮ้ยไอ้หล่ออยู่นี่เอง นึกว่าหายไปไหน

                แม่นกกระจอกจอมนินทาข้างในเงียบเสียง ผมเบือนหน้าสุดเซ็งมาหาพี่เหน่งอยากจะถามว่ามาทักผมตอนนี้ทำไม เกือบรู้เรื่องแล้วเชียวแต่ยั้งไว้ทัน

                อะไรพี่ ดีใจที่แก่อีกปีจนรอเลิกงานไม่ไหวหรือไง

                ปาก พี่เหน่งด่ายิ้ม ๆ รอไม่ไหวอะไรเล่า นี่มันได้เวลาเลิกงานแล้วเว้ย ไป ๆ ฉลองกันดีกว่า

 

                ขบวนพนักงาน Heart Rhythm ยกพลมาผับใจกลางกรุงเทพแห่งหนึ่งแต่หัววันเพราะจะยึดพื้นที่ ผับแห่งนี้เจ้าของไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนร่วมงานผู้มีอันจะกินในค่าย กลายเป็นแหล่งสังสรรค์ประจำของพวกพ้อง ผมเสียดายนิดเดียวที่พี่ปวินท์ติดธุระอยู่ต่างจังหวัด เพราะถึงปกติหัวหน้าและรุ่นพี่ผมคนนี้จะไม่ค่อยร่วมงานสังสรรค์ด้วยความที่อยากกลับบ้านหาลูกเมีย แต่ถ้าเป็นงานสำคัญ ๆ อย่างพวกวันเกิด โอกาสเลื่อนตำแหน่งพี่ปวินท์ก็ไม่เคยขัด แล้วถ้ามีพี่ปวินท์ร่วม พวกผมมักจะลุ้นให้ขึ้นไปร้องเพลงให้ฟัง เชิงว่าสะใจที่นาน ๆ ทีได้ใช้หัวหน้ากับติดใจน้ำเสียงนุ่มหูระดับเอาดีทางนักร้องอาชีพได้

                ขึ้นชื่อว่าพี่ไทย งานไหนงานนั้นต้องมีเมา ผมเหมือนต้นไม้ขาดฝนมานาน พอได้สังสรรค์ก็เฮฮาเต็มที่จนลืมเวลา ยิ่งมืดบรรยากาศยิ่งคึกคัก ผับตอนค่ำที่เริ่มต้นด้วยเพลงเบา ๆ เปลี่ยนจังหวะเร็วขึ้นแรงขึ้นตามลำดับพอ ๆ กับจำนวนนักท่องราตรีที่เพิ่มขึ้น

                ขอให้ไอ้พี่เหน่งรวย ๆ ได้มีเงินมาเลี้ยงน้อง ๆ เพื่อนคนหนึ่งอวยพรเจ้าของวันเกิด ชูแก้วหราเป็นคนแรกพลางตะโกน ชน

                แก้วเหล้าชนกันดังกริ๊กแล้วก็เหมือนธรรมเนียมที่จะต้องตามด้วยเสียงเชียร์

                หมดแก้ว ๆ ๆ

                ไม่รู้เป็นอย่างนี้อยู่กี่หน หน้าผมชักเริ่มตึงแต่ไม่ถึงกับไม่รู้สติผิดกับคนอื่นโดยเฉพาะพี่เหน่งที่ซัดเหล้าชงแก่หมดแก้วทุกรอบ

                เฮ้ยไอ้หล่อ เสียงอ้อแอ้ตะโกนแข่งเสียงเพลง นอกจากหล่อแล้วยังขยันเป็นข่าวอีกนะ น่าอิจฉาฉิบเป๋ง

                ตรงไหน! ผมล่ะอยากถาม เพราะเท่าที่ได้ยินไม่เห็นมีเรื่องดีทั้งเป็นเกย์ทั้งจูบกับอินรินทร์นั่นแหละ ถึงหูพี่ปวินท์เมื่อไหร่ผมหัวหลุดแน่ แล้วยังแว่ว ๆ เรื่องข่าวลือว่าผมเจ้าชู้ประตูดิน ฟังแล้วอยากจะบ้า ผมเคยจีบใครซะที่ไหนถ้าเป็นพี่เหน่งล่ะว่าไปอย่าง หรือไอ้การที่ผมคุยกับเพื่อนร่วมงานสาวทุกคนด้วยดีแปลว่าเจ้าชู้กันล่ะ

                ว่าแต่ พี่เหน่งกอดคอผมหมับ กระซิบกระซาบแต่ที่จริงเสียงแกลั่น ๆ รสจูบแกมันจืดชืดจริงเหรอวะ ไหนมาลองทีซิ

                ถ้าพูดเฉย ๆ จะไม่ว่าเลย นี่ดันยื่นหน้ามาใกล้พานขนลุกชัน

                เฮ้ย!” ผมร้องผลักพี่เหน่งกระเด็นไปชนเพื่อนที่นั่งอีกข้าง ไปเอามาจากไหนเนี่ยพี่

                เขาว่าอย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา แต่บางสถานการณ์ คนเมานี่แหละพูดจริงที่สุด พี่เหน่งหัวเราะตาเยิ้มเมาแอ๋

                วะถามได้ จูบกับใครก็รู้จากคนนั้นแหละ

                บึ้ม!!!

                ผมได้ยินเสียงระเบิดแห่งความโมโหดังก้องอยู่ในอกนึกอยากจะเสกอินรินทร์เป็นผู้ชายจะได้ไล่เตะให้ถนัดถนี่ จังหวะหูอื้อตาลายอยู่นั่นเอง เสียงใสหัวเราะกระซิกกระซี้ดังอยู่ไม่ไกลก็เรียกร้องความสนใจ ผมหันไปมองตาขวางอย่างอารมณ์ยังขุ่นทันเห็นอินรินทร์ที่มาเมื่อไหร่ผมไม่ทันมองลุกเดินออกจากโต๊ะ ตัวไวกว่าความคิด เพราะผมก้าวตามหล่อนไปติด ๆ เห็นหายเข้าไปในห้องน้ำ

                รออยู่ไม่นานก็ออกมา ความมืดกับเพราะไม่ทันสังเกต อินรินทร์จึงไม่เห็นผมที่ดักรออยู่ตรงทางแคบซึ่งมีคนเดินขวักไขว่เข้าออกตลอดเวลาแต่ไม่มีใครสนใจใคร พอคว้าแขนนิดเดียวร่างนั้นก็ลอยตามมือร้องวี้ดด้วยความตกใจ สะบัดตัวพัลวันแต่ผมไม่ยอมให้หลุดมือง่าย ๆ ผลักหล่อนหลังปะทะกำแพงตามกักด้วยสองแขน

                คุณฆนากร!”

                อ้อ จำกันได้แล้วเหรอ

                ผมยิ้มแต่มันไม่ใช่เพราะความรื่นรมย์แต่ออกไปทางหมายมาดเป็นพิเศษ

                คุณ! ถอยออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นล่ะก็...

                ไม่งั้นอะไร

                ผมถามอย่างถือไพ่เหนือกว่า กดแขนเรียวไว้เต็มกำลังพร้อมกับสับขาหลบหลีกอินรินทร์ที่พยายามจะเตะเข่าใส่ผมแต่สุดท้ายก็สิ้นฤทธิ์เพราะผมตัดสินใจใช้ตัวทั้งตัวแนบชิดสกัดคนฤทธิ์มาก รู้สึกทันทีว่าร่างแนบชิดแข็งทื่อไปทันที

                ไง หมดฤทธิ์แล้วเรอะ

                ใบหน้าอินรินทร์ในเงามืดทำให้สังเกตสีหน้าไม่ชัดอยู่ระดับอก ผมก้ม ต่ำลง ๆ จนปลายจมูกเกือบแตะแก้มใส

                ทำไมไม่แน่ให้ตลอดล่ะหนูอินทร์

                ปลายเสียงผมแกล้งลากยาวเยาะเย้ย จ้องมองอินรินทร์หันหน้าหนีหลับตาปี๋ตัวสั่นนิด ๆ แสดงความด้อยประสบการณ์ในเชิงชู้สาว เห็นเท่านั้น จู่ ๆ อารมณ์ดีก็เข้าแทนที่พัดพาเอาอารมณ์ขุ่นมัวหายเกลี้ยง ยืดตัวขึ้นแต่ไม่คลายพันธนาการ หล่อนสะบัดหน้ากลับมาส่งตาวาวพยายามต่อสู้แต่ผมไม่ยอมเผลอให้หลุด แกล้งก้มลงใกล้แก้มอีกข้าง ยิ่งชิดใกล้ ดวงหน้านั้นยิ่งหันหนีมือเย็นเฉียบท่าทางไร้เดียงสาปลุกเร้าอารมณ์ประหลาด ฤทธิ์แอลกอฮอล์บวกอารมณ์หนุ่มในสถานการณ์ที่มีร่างนุ่มนิ่มแนบสนิทกันทุกส่วนพานจะพาเตลิดเปิดเปิง ผมเกร็งร่างกลัวตัวเองขึ้นมากะทันหันว่าจะไม่หยุดแค่แกล้งขู่ แต่ก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระสมองส่วนลึกมันดันสั่งให้ฝังจมูกลงบนแก้มนุ่ม ตอนนี้ไม่รู้ใครกลายเป็นไฟหล่อนหรือผม เพราะตัวร้อนผ่าวไปหมด ความมืดพลางเราสองคนไว้จากความสนใจคนอื่น ๆ ได้มาก

                อินรินทร์ตัวแข็งเป็นหินเหมือนถูกสาปแม้กระทั่งตอนที่ผมปล่อยมือกระซิบบอกหล่อนแล้วเดินจากมาว่า

                ถ้าไม่ชอบจูบแบบคราวก่อน วันหลังจะสอนแบบอื่นให้




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #853 แมวลูกหิน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2553 / 03:24
    จาสอนอารายหนูอิน  รู้นะคิดไรอยู่ 
    #853
    0
  2. #819 namjai___-_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 / 04:00
    สนุกมากกกนะคะ่....
    #819
    0
  3. #785 saber (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2553 / 22:51
    แร้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

    แรงงงงงงงงเกินบรรยาย -///-
    #785
    0
  4. #362 แม่ม๑น้oe (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 / 07:05
    แรงได้ใจคะ

    อิ อิ
    #362
    0
  5. #307 nuri.j (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 09:00
    จูบแบบไหน แบบไหน อยากรู้ อยากรู้
    เป็นผู้หญิงยังไงก็เสียเปรียบเค้าอยู่ดี
    #307
    0
  6. #297 แก้ว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 14:25
    มันมากนางเอกพระเอกแบบนี้แหละชอบ
    #297
    0
  7. #296 oss-spy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2552 / 15:03
    แรงนะ

    อย่านี้มาต่อยกันดีกว่ามา ...
    #296
    0
  8. #295 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2552 / 08:09
    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก -///-
    #295
    0
  9. #294 กิ๊งก้อยแก้ว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2552 / 16:25
    กรี๊ดดดดดดดดดด ในที่สุดก็มาอัพต่อแล้ว
    #294
    0
  10. #293 SilverbambooLeaf (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2552 / 00:16
    แรง  แรงที่สุดไปเลย นะคะ คู่นี้ไม่สิ

    พระเอกแรงจริงๆ
    #293
    0
  11. #291 แพร (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2552 / 10:59
    พระเอกน่าร้ากกกกกกกกกกกกก
    #291
    0
  12. #290 ลันลัน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2552 / 09:42
    ;')))
    #290
    0
  13. #289 Chii_Elda (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2552 / 19:05
    กรื้ด ตาฆนากรรรรรรรรรรรรร ทำไรหนูอินทร์
    #289
    0
  14. #189 { Mayiga} (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2552 / 02:32
    กร๊ากกกก พระเจ้า! เล่นงี้เลยเรอะอินรินทร์...แล้วจะโดนมิใช่น้อย~~ หึหึหึ
    #189
    0
  15. #176 ~sarin~ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2552 / 13:15
    โอ๊ยยย ขำอ่ะ

    หนูอินเจ๋งจริงๆ  สู้ๆนะ

    แกล้งนายขี้เก๊กให้เข็ด
    #176
    0
  16. #175 Super_แม่ชี^_^ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 20:24
    หนูอินน่ารัก
    555+
    ฆนากรแมนกลายเป็นฆนากรอันแมนซะแล้ว
    ดีไม่ดีอาจกลายเป็นอันปังแมน 55

    ตอนหน้าจะเป็นบทบรรยายของฆนากรป่ะค่ะ
    รอติตามนะคะ
    #175
    0
  17. #174 Little_Tiger (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 18:54

    โหเอาคืนซะแสบ  อิอิ 

    น่ากลัวฆนากรแมนจาเอาคืน แบบแสบคูณสองแน่ ๆ

    มัน มัน อัพอีก  อัพอีก   ^  ^

    #174
    0
  18. #173 `oนู๋_นิ่มo` (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 16:18

    สนุกมากมาย  555+   สะใจนู๋อินสุ้ๆ

    #173
    0
  19. #172 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 08:14
    สมน้ำหน้า กะละหัวเจาะ 555+
    #172
    0
  20. #171 ]b'ditxJV' (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 19:26
    โหดพอกัน
    #171
    0
  21. #170 amany (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 15:06
    หุ ๆ โดนนนนนนนนนเจง ๆ
    #170
    0
  22. #169 กิ๊งก้อยแก้ว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 14:11
    แร๊งงงงงงงงงงงงงงงงจริงๆ นะคะ คุณอินรินทร์
    เจอแบบนี้คุณฆนากร จะเอาตัวรอดยังไงเนี่ย
    #169
    0
  23. #168 ติดหนึบ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 08:56

    หนู๋อินนี่เล่นแรงไปป่าว
    เอาคืนกันขนาดนี้เลยหรือ
    ไม่กล้าไปรังแกเธอแล้วหล่ะ

    #168
    0