Naughty Melody...เมโลดี้วุ่นลุ้นรัก

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 ก.ค. 53



        ถ้าผมชกหน้าผู้หญิงสักหมัดมันจะผิดมากไหมนะ!

          คุณอินรินทร์เด็กเส้นคนเก่ง (ด้านจุดอารมณ์เดือด) เธอช่างมีความสามารถพิเศษเหลือล้น ทุกทีผมอ่อนโยนกับผู้หญิงอย่างกับอะไรดี ก็พวกเธอน่ะน่ารักน่าถนอม แต่...กับผู้หญิงคนนี้

          อ๊ากกกกก

        I’ll kill you..อินรินทร์!

          เลือดในร่างกายผมคงวิ่งจู๊ดมารวมกันอยู่ที่หน้ามันถึงได้ร้อนฉ่าอย่างกับเอาหน้าจุ่มกระทะร้อน โกรธควันออกหู คว้าเม้าท์หมับกระแทกคลิกล้างข้อความอุบาทว์บนหน้าจอให้สิ้นซากชั่วไม่กี่วินาที ต่อด้วยดึงรูปคู่สุดสยองออกจากกรอบฉีก ฉีก และฉีกถ้าใส่เครื่องปั่นด้วยได้ก็จะทำ

          ผมฉีกรูปจนป่นแทบเป็นผุยผงกอบทิ้งถังขยะ เวลาทั้งหมดนั้นแม่ตัวต้นเหตุยืนลอยหน้าลอยตายิ้มหวานเกินความจำเป็นเหมือนอย่างนัยน์ตากลมโตระยับด้วยความสนุกสนานเพียรส่งมาไม่หยุด

          โกรธสิครับ!

          ผมไม่ได้รังเกียจเพศที่สามสี่ห้าแต่อย่างใด เพียงแต่ ผมชายทั้งแท่งนะคร้าบ ถูกหาว่าชอบไม้ป่าเดียวกันแบบนี้ลูบคมกันชัด ๆ

          หึ! ถ้าผมปล่อยให้อินรินทร์ได้ใจโดยไม่ทำอะไรสักอย่างก็ไม่ใช่ฆนากรแล้ว

          แต่ก่อนที่จะหักคอหญิงสาวจอมวายร้าย ผมขอเวลานิดเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์ด้วยการสาวเท้าออกจากห้อง กระชากประตูเปิดเพื่อจะหุนหันออกไปโดยเร็วเพราะแค่วินาทีเดียวผมก็ไม่อยากอยู่ใกล้ผู้หญิงที่ชื่ออินรินทร์

          สามก้าวแรกพ้นห้องทำงาน ผมเดินดุ่มผ่านเพื่อนร่วมงาน ไม่สนไม่หยุดมองใครแต่คนพวกนั้นนั่นล่ะทำให้สองเท้าหยุดกึก วันนี้มีเรื่องให้ปวดหัวแต่เช้า เรื่องนั้นมันคงเป็นปมแค้นระหว่างผมกับอินรินทร์ที่รู้กันสองคนตามที่ผมเข้าใจในตอนแรก แต่จากสายตาแปลก ๆ ของพนักงานสาวหลายคน ผมรู้เลย...ไม่ใช่!

          ผมทำงานเบื้องหลังแต่ก็อยู่ในแวดวงบันเทิง กลิ่นแบบนี้ บรรยากาศแบบนี้ มันเกิดจากการปล่อยข่าวเสียหายเป็นแน่แท้

          อินรินทร์...อินรินทร์ เธอทำให้เกียรติภูมิชายเต็มร้อยของฉันหมองมัว คอยดู เธอต้องโดนเอาคืนไม่แพ้กัน

          ผมเข่นเขี้ยวแม่ตัวดีด้วยอารมณ์เดือดปุด ที่ทำงานแสนสงบสุขของผมมีอันลุกเป็นไฟเพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียว สามารถมากนะอินรินทร์

          ...ฉันจะเอาคืนเธอยังไงดี...

          สองเท้าพาร่างกายเดินไปเรื่อย ๆ นี่ถ้าหากว่าตึกไร้ผนังมีหวังผมคงเดินเลยตกตึกตายเพราะมัวแต่คิด ไม่ได้สิ เรื่องนี้มันสำคัญมาก ผมต้องรีบคิดให้ออกโดยเร็ว แม้ว่าผู้หญิงแทบทั้ง Heart Rhythm แสดงอาการว่าชอบผมแต่ไอ้ตัวผมไม่เคยรู้สึกต้องใจใครสักทีมันก็ไม่ถูกนักหรอกถ้าจะให้พวกเธอเข้าใจว่าผมเป็นเกย์

        - ดูเธอออกจะเซ็กซี่ยามที่ เมื่อยามเธอส่ายเอว ๆ เอวบางหุ่นเธอเซ็กซี่ยามที่ เมื่อยามเธอส่าย-

          สมองที่กำลังประมวลผลหาวิธีชำระแค้นอย่างหนักมีอันต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือดัง

          ครับ

          ผมรับสาย

          ต้นฝน พี่เอง

          พี่เอง ทางปลายสายของผมคือพี่ปวินท์ โปรดิวเซอร์มือทอง กระบี่มือหนึ่งของค่ายเรา ไม่น่าเชื่อว่าฤทธิ์เดชหลานสาวจอมแสบของรุ่นพี่ที่ผมนับถือจะสามารถทำให้ผมแทบไม่อยากคุยกับพี่ปวินท์ในเวลานี้เพราะกลัวว่าจะเสียความรู้สึกหากว่าฝ่ายนั้นเข้าข้างหลานสาวตะพึดตะพือ

          อยู่บริษัทหรือเปล่า เป็นอะไรไม่สบายหรือไงเสียงเหี่ยวชอบกล

          ช่างสังเกตอีกแน่ะ ผมจะพูดไงดี น้ำท่วมปากล้นถึงจมูกแล้ว!

          เปล่าครับไม่เป็นไร ผมอยู่บริษัท พี่โทร. หาผมมีอะไรเหรอครับ

          พี่ปวินท์เงียบเสียงครู่หนึ่ง คงรู้อีกล่ะมั้งว่าไอ้คำว่าเปล่าของผมมันไม่จริง อารมณ์เดือดภายในยังอยู่ครบถ้วน ถ้าแม่อินรินทร์ตัวแสบเป็นผู้ชายป่านนี้ผมเตะหักสองท่อนไปแล้ว ฮึ่ย

          พอดีว่าอาจจะต้องอยู่ที่นี่อีกสักวันสองวันเลยจะฝากดูแลหนูอินให้

          หนูอิน?”

          ผมทวนชื่อนั้นแบบงง ๆ ทั้งที่ชักรู้ตงิด ๆ ว่าหนูอินที่พี่ปวินท์เรียกขานอย่างรักใคร่ห่วงใยคงเป็นใครไม่ได้นอกจากเด็กเส้นก๋วยจั๊บจากขุมนรกอินรินทร์

          อินรินทร์ไงล่ะ พี่ปวินท์ตอบกลั้วหัวเราะ อารมณ์ผมตอนนี้คงคล้าย ๆ ผู้หญิงวัยทอง ฟังอะไรก็ขัดหูไปหมดแม้แต่เสียงหัวเราะรื่นหูนั่นยังรู้สึกว่ามันบาดหู ขำอะไรนักหนา เห็นผมโง่มากหรือไง อะไร แนะนำตัวกันยังไงฮึ

          ก็... จะให้ตอบจริง ๆ เหรอครับพี่ ช่างเถอะครับ ว่าแต่จะให้ดูแลยังไงครับ ป้อนข้าวป้อนน้ำเลยไหม

          ผมประชดเข้าให้ด้วยความหมั่นไส้(หลานสาว)แล้วรู้สึกเสียใจเพราะพี่ปวินท์เป็นหัวหน้าและรุ่นพี่ที่ผมนับถือ ไม่ควรปีนเกลียวอย่างนั้นเลย

          วะ อารมณ์ไม่ดีจริง ๆ ด้วย พี่ปวินท์สวนให้ น้ำเสียงอารมณ์ดีตามแบบฉบับอย่างไม่ถือสา แอบทำผู้หญิงท้องแล้วเขามาเรียกร้องค่าเสียหายหรือไงนายต้นฝน

          โธ่พี่!” ข้อกล่าวหานี้มันรุนแรงพอกับคดีอาญาเลยนะโยนให้ผมได้ไง ผมน่ะถึงแม้ตอนนี้ยังโสด แต่ถ้าลองรักใครรับรองรักจริงไม่มีทิ้งขว้างหรอกน่า ไม่เชื่อคอยดู เออผมก็คิดเองตอบเองได้ ดูเอาสิ เข้าเรื่องเถอะครับ เมื่อกี้ผมขอโทษ เอาล่ะ เอาหมาออกจากปากแล้ว ว่าธุระของพี่มาเถอะครับ

          อืม คือทีแรกน่ะพี่กะจะกลับไปอธิบายสโคร์ปงานหนูอินด้วยตัวเอง แต่ทีนี้มาติดธุระนานกว่าที่คิด พี่บอกนายคร่าว ๆ ก่อนแล้วกัน แล้วไว้กลับไปจะนัดคุยกันให้เป็นกิจลักษณะอีกที

          ครับ

          ผมชักรู้สึกไม่ดีเพิ่มขึ้นอีก ลางสังหรณ์กำลังบอกว่าผมคงไม่มีทางหนีหนูอินของคุณอาปวินท์พ้น

          หนูอินน่ะเคยคลุกคลีงานทางด้านนี้มาพอสมควรตอนฝึกงาน แต่การทำงานจริงน่ะเพิ่งจะครั้งนี้ ยังปล่อยให้บินเดี่ยวไม่ได้แน่ พี่เลยคิดว่าช่วงแรกจะให้หนูอินเป็นผู้ช่วยนาย ระหว่างนี้ฝากนายสอนงานด้วยนะ

          ผู้ช่วย!”

          ซื้อหวยทำไมไม่ถูกอย่างงี้ โธ โถ่ โธ่ โธ้ โถ ผมอยากจะบ้าและก็อยากจะตะโกนสวนไปเลยว่าผมไม่ต้องการผู้ช่วยที่ชื่ออินรินทร์ ถ้าให้ดี ให้รีบอัปเปหิเจ้าหล่อนออกไปวันนี้พรุ่งนี้เลยยิ่งดีใหญ่ ก็ดูเอาเถอะ เจอหน้ากันแค่สองวันชีวิตผมยังวุ่นวายขนาดนี้ ถ้าขืนต้องทำงานร่วมกันมิยุ่งตายชักเรอะ

          เฮ้ย พี่ปวินท์ร้องแซว ทำไมต้องส่งเสียงตกใจขนาดนั้น

          ผมชอบทำงานคนเดียว

          นี่คือคำตอบของผม น้ำเสียงหนักแน่นเมื่อครู่ทำให้พี่ปวินท์นิ่งไปเลย หรือชะตาชีวิตผมจะต้องขาดเอาคราวนี้เพียงเพราะไม่ถูกชะตากับหลานรักของหัวหน้า...เฮ่อ

          ต้นฝน พี่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างนายกับหนูอินหรอกนะ อื้อหือ แค่เริ่มต้นผมก็แทบหมดคำพูด น้ำเสียงพี่ปวินท์จริงจังมาก แต่เป็นไปในรูปแบบของผู้ใหญ่ใจดีมีฝีมือที่อ่านเกมออกทุกอย่างแม้แต่นิสัยใจคอของลูกน้อง แต่ที่พี่แนะนำให้หนูอินมาสมัครงานที่นี่เพราะเห็นว่าฝีมืออยู่ในระดับพัฒนาได้อีกมาก คนมีฝีมือจะก้าวหน้าไม่ได้หรอกถ้าขาดโอกาส นายเองก็เคยผ่านจุดนั้นมาก่อนคงเข้าใจ

          เข้าใจสิ ผมผ่านจุดนั้นมาแล้วจริง ๆ และคนที่มอบโอกาสก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งโปรดิวเซอร์ให้ผมก็คือพี่ปวินท์ ข้อนี้ผมไม่มีวันลืม

          เรารับโปรดิวเซอร์ใหม่เพราะองค์การต้องการบุคลากรเพิ่มจริง ๆ สิ่งที่พี่เห็นยิ่งไปกว่านั้นคือพนักงานใหม่ของเราจะสามารถทำงานได้เร็ว มีประสิทธิภาพ ถ้ามีครูที่ดี...อย่างนาย

          ยิ่งพี่ปวินท์พูด ผมยิ่งรู้สึกผิด ฆนากร โปรดิวเซอร์หนุ่มผู้จริงจังกับการทำงานหายไปอยู่ไหน เมื่อกี้ผมใช้เวลางานคิดแก้แค้นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ในเรื่องไร้สาระ ทั้งที่โปรดิวเซอร์ระดับพี่ปวินท์ไว้ใจผมขนาดนี้ ผมทำอะไรลงไปนี่

          นอกเวลางาน นายจะมองหนูอินยังไงก็เรื่องของนาย แต่ตอนนี้ขอให้นายลืมไปซะว่าเขาเป็นหลานพี่ ขอให้คิดแค่ว่าเขาเป็นพนักงานใหม่ เป็นลูกน้องที่นายมีหน้าที่ดูแล เทรนด์งาน หรือตักเตือนถ้าทำอะไรไม่ถูกต้อง

          ถ้าพี่ปวินท์อยู่ตรงนี้ผมคงทำหน้าไม่ถูก เพราะเมื่อไม่กี่นาทีก่อนผมยังแอบคิดว่าเขาจะให้ท้ายหลาน แต่คำสั่งที่เพิ่งจบลงได้บอกผมแล้วว่าหัวหน้าผมมืออาชีพขนาดไหน มันต้องอย่างนี้ ในที่ทำงานไม่มีคำว่าญาติพี่น้อง งานคืองาน งานต้องมาก่อนสายใยส่วนตัว

          ผมเข้าใจแล้วครับ

          ถ้าฟังไม่ผิด เหมือนผมได้ยินเสียงถอนหายใจ จากนั้นพี่ปวินท์ก็ชวนคุยสัพเพเหระอีกสักครู่ก่อนวางสาย ผมหยุดยืนอยู่ที่เก่านานหลายนาทีจนแดดจัดยามสายทอจ้าผ่านกระจกใสเข้ามา แล้ววินาทีนั้นปัญญาผมก็เกิด

          อินรินทร์ควรเริ่มทำงานเสียที จะได้เห็นกันว่าฝีมือมีสักแค่ไหน ส่วนกรณีที่หล่อนหาว่าผมเป็นเกย์น่ะ ผมมันคนใจดี ไม่ว่าอะไรหรอก...แต่จะจำไว้!

         

          ณ จุดเดิม ริมกำแพงกระจกใสยาวตลอด แสงแดดทอเป็นลำสาดตัวผมเหมือนนักร้องอยู่กลางสปอร์ตไลท์บนเวที ถอนหายใจสามเฮือกเพื่อหันหลังเดินกลับไปทางเดิม ฝ่ากระสุนสายตาอยากรู้อยากเห็นจากเพื่อนร่วมงานสาดกระหน่ำมาตลอดทางจนถึงห้องทำงาน

          พอเปิดประตู คุณโปรดิวเซอร์สาวคนใหม่ก็ยิ้มระรื่นใส่ตาผมได้อย่างน่าหมั่นไส้จนอยากจับตีก้นสักสามสี่ป้าบ แล้วเมื่อทำไม่ได้อย่างคิดผมเลยนับหนึ่งถึงร้อยในใจดับอุณหภูมิอารมณ์เดือดขึ้นมาอีกระลอกเพราะเห็นหน้าตัวต้นเหตุ ผมไม่พูด เธอก็เงียบ จ้องตากันแน่วเหมือนกำลังแข่งขันใครกะพริบตาก่อนแพ้

          อยากเริ่มงานหรือยัง

          ผมนั่งประจำโต๊ะทำงาน ถามอย่างเรียบที่สุด และหน้าตาผมตอนนี้คงนิ่งสนิทเหมือนน้ำเสียง มีลูกน้องบางคนถึงกับออกปากกับผมเวลาคุยกันนอกเวลางานว่าถ้าเห็นผมทำหน้านิ่งเมื่อไหร่รู้สึกเสียวสันหลังทุกที เหอะ! ถ้าจริงจะดีมาก เพราะตอนนี้ผมต้องการให้อินรินทร์รู้สึกกลัวเกรงผมบ้าง แล้วถ้าความรู้สึกนั้นมากพออาจถึงขั้นที่เจ้าตัวยอมลาออกเอง

          โอ้ว...แจ่ม!

          นั่งซิ

          ผมสั่ง ความตั้งใจจะให้อินรินทร์นั่งฟังผมหน้าโต๊ะทำงาน แต่ทำไมหนอ เธอต้องให้ผมบอกละเอียดยิบเลยหรือไงว่านั่งตรงไหนถึงทำให้เข้าใจได้ว่าไม่ใช่เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานตัวเอง ห่างจนผมต้องตะโกนแบบนั้น

          ตรงนี้ ไม่ใช่ตรงนั้น ผมตะโกนคอแทบแหบ ชี้นิ้วไปที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน อินรินทร์ทำหน้าเหลอระคนยิ้มนิด ๆ เหมือนจะยั่วโมโห สรุปว่าผมจะมามาดไหนก็ไม่ทำให้ผู้ช่วยที่ผมไม่ต้องการกลัวเกรงขึ้นมาได้เลยสินะ แต่... ผมกลั้นยิ้มเต็มที่ นึกอะไรขึ้นมาได้ ผู้หญิงคนนี้รู้สึกอะไรก็แสดงออกทางสีหน้าหมด พบกันแค่สองวันผมก็รู้ละว่าจุดอ่อนของเธอคืออะไร นี่ล่ะน้าเขาถึงว่า ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

          เวลาตั้งใจยั่วโทสะคนผมทำได้ดีไม่แพ้อินรินทร์หรอกน่า รับรอง!

          ผมไหวตัวหมุนเก้าอี้หันข้างให้คู่สนทนา แต่หางตาเห็นชัดเชียวล่ะว่าอินรินทร์ลุกพรวดเหมือนถูกไฟจี้ ไหมล่ะ เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับฆนากร

          คุณว่าใคร

          เสียงแปร๋น ๆ ดังใกล้เข้ามาทุกทีเพราะคนพูดจ้ำพรวดมายืนหน้าโต๊ะผม วางท่าเหมือนนักเลงท้าตีท้าต่อย ผมเลยค่อย ๆ หันกลับไปจุปาก ยิ้มกวน...อย่างจงใจ

          เปล่านี่ครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่สุภาพ ผมลงครับทุกคำนะเออ แค่ทบทวนสุภาษิตคำพังเพยโบราณนิดหน่อย

          ผิวหน้าเนียนใสตรงหน้าผมเปลี่ยนจากชมพูนิด ๆ ตามธรรมชาติเป็นแดงจัดด้วยความโกรธ สะใจดีแท้ แต่พับผ่าสิลึกลงไปในใจผมทำไมถึงรู้สึกว่าอยากเห็นสีหน้าแบบนี้ของอินรินทร์อีกบ่อย ๆ เพราะมัน...น่ารัก

          คุณนี่โมโหง่ายจริง แล้วจะทำงานกับคนหมู่มากได้ยังไง

          นัยน์ตาสีน้ำตาลวาววับขึ้นทันที เอ ผมบ้าไปแล้วแน่ ๆ หรือไม่ก็ซาดิสก์ อินรินทร์เวลาโกรธน่ารักชะมัดญาติ

          ได้ หล่อนสวนหมับน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ และคิดว่าทำได้ดีมากด้วย ยกเว้นกับคุณ

          ช่องว่างระหว่างผมกับอินรินทร์เหมือนเกิดประกายไฟฟ้าส่งออกมาปะทะกันดังเปรี๊ยะ ดู! พนักงานใหม่ที่ไหนกล้าต่อปากต่อคำรุ่นพี่แถมพูดจาทำนองประกาศสงครามได้อย่างนี้

          ผมจะถือว่าคุณไม่เคยพูด ความใจดีของผมทำเอาอินรินทร์ตะลึงค้างไปเลยก่อนดวงตาสวยนั่นจะลุกโพลงขึ้นอีกรอบเพราะประโยคหลังของผมเอง แต่คุณควรรู้ไว้นะว่าไม่ควรพูดกับหัวหน้าตัวเองแบบนี้

          อะไรนะ!” หล่อนร้องเสียงหลง หัวหน้า คุณน่ะเหรอหัวหน้าฉัน

          อือฮึ

          บ้า ต้องบ้าแน่ ๆ

          สีหน้าเหมือนอยากดิ้นตายสร้างความสำราญให้ผมดีทีเดียวแหละ อย่างนี้ต้องยั่วต่ออีกหน่อย

          ไม่บ้าหรอกน่าคุณ ผมเพิ่งได้รับคำสั่งจากพี่ปวินท์มาเดี๋ยวนี้ให้สอนงานคุณ เชื่อมือผมเถอะน่า จบหลักสูตรกับผมเมื่อไหร่ คุณจะไม่เหลือคราบบัณฑิตเกียรตินิยมแต่ทำงานไม่เป็นรับคำสั่งแค่ว่าจะนั่งตรงไหนยังสับสนจนหมดทีเดียว

          อี๊!

          อินรินทร์เต้นผาง ร้องออกมาแบบนี้จริง ๆ ผมไม่ได้หูฝาดถึงมันจะเบามากเพราะเจ้าตัวพยายามกลั้นไว้ก็เถอะ ท่าทางเหมือนอยากกรี๊ดแต่ทำไม่ได้มันดีต่อสุขภาพจิตผมอย่างยิ่ง โลกสีเปรอะของผมในตอนแรกสว่างสดใสทันตา

          สนุก...สนุกอะไรอย่างนี้!

          คุณ ผู้ชายปากกรรไกร ปลายนิ้วหล่อนเฉียดหน้าผมนิดเดียว ผมไม่ขยับหนี รู้ว่าถึงยังไงฝ่ายนั้นไม่กล้าแตะต้องผมอยู่แล้ว จูบเมื่อวานคงไม่ได้ลืมกันง่าย ๆ หรอกนะ ฉันทำอะไรให้คุณนักหนาถึงหาเรื่องกันตลอด อ๋อ แล้วที่พูดเมื่อกี้เพราะจะแก้แค้นที่ฉันเอาคืนคุณเรื่อง...

          จูบ

          หยักสมองผมมากพอ รู้ว่าอินรินทร์อยากพูดต่อว่าอะไร ถึงจะอยากต่อในใจก็เถอะ ไม่เป็นไร ผมพูดให้เองแถมยักคิ้วให้อีกทีเพื่อรีเช็คว่าถูกมั้ยที่ผมพูด

          คุณ!”

          นั่น ถูกด้วย

          หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ

          เรื่องอะไร ผมแกล้งถามพร้อมกับมองท่าเต้นแร้งเต้นกาเหมือนอยากกระโจนข้ามโต๊ะมาฆ่าผมอย่างเพลิดเพลิน เรื่องโจรเผลอสารภาพว่าใส่ความผมเรื่องเป็นเกย์ เรื่องจูบของผมที่ดูท่าทางคุณจะติดใจไม่ลืม หรือ...เรื่องที่คุณอยากได้มากกว่าจูบถึงได้หวงผมถึงขนาดกุเรื่องเพื่อไม่ให้ผู้หญิงคนไหนมาชอบผมอีกครับ คุณอินรินทร์

          สีหน้าอินรินทร์เข้มขึ้นตามความยาวประโยคคำพูดของผม จนตอนนี้แดงแจ๊ดตัวสั่นกำหมัดแน่น

          คุณฆนากร!!”

          คราวนี้น้ำเสียงหล่อนเครียดกว่าทุกทีจนผมชักรู้ชะตาว่าทำอินรินทร์โกรธถึงขีดสุด หล่อนอ้อมโต๊ะมายืนตรงหน้าผมอย่างรวดเร็วอย่างกับหายตัว นัยน์ตาลุกวาว แทนที่จะหลบ สมองมันดันสั่งให้นั่งเฉยเหมือนรอดูท่าว่าท้ายสุดหล่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมาแบบไหน

          โอเค ฉันยอมแพ้ อินรินทร์พูดลอดไรฟันทีละคำ แต่ก่อนจากขอสักทีเถอะน่า

          เวลาผู้หญิงโกรธมักจะตบไม่ใช่เรอะ แต่...

          เฮ้ย!”

          ผมอุทาน เบี่ยงตัวหลบอินรินทร์ที่กำหมัดเงื้อสูงเหวี่ยงวูบลงมาด้วยความเร็วแรงแล้วปัดมือข้างนั้นพ้นรัศมีหน้าตัวเองได้หวุดหวิด แม่เสือร้ายขย้ำเหยื่อพลาดเป้าจึงเซถลาเสียหลักหมุนไม่เป็นท่าให้สุภาพบุรุษอย่างผมคว้าร่างนั้นให้หยุดนิ่งอยู่บนตักอย่างเฉียดฉิว เรือนร่างนุ่มหอมแป้งอ่อน ๆ กระแทกลงบนตัวผมแบบไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังอินรินทร์อิงสนิทอกผมจนรู้สึกถึงความร้อนของกันและกัน

          ในห้องทำงานกว้าง โต๊ะทำงานพรั่งพร้อม ไม่นึกว่าบนเก้าอี้ตัวเดียวจะมีผู้หญิงอีกคนนั่งซ้อนตักผมอย่างแนบชิดแบบนี้ อินรินทร์อุทานเบา ๆ อย่างตกใจโดยเฉพาะตอนที่รู้ตัวว่าอยู่ในอ้อมกอดผมทั้งเนื้อทั้งตัว

          ไอ้บ้า ปล่อยเลยนะ ฉันจะฟ้อง...

          หน้าเนียนใสที่ตอนนี้แดงจัดเพราะความโกรธสะบัดมา ผมสั้นอ่อนนุ่มพลิ้วผ่านหน้าจนได้กลิ่นยาสระผมกลิ่นผลไม้ ผมรู้ว่าต่อจากคำที่ขาดหายคืออะไร แต่ก็รู้เหมือนกันทำไมคำพูดจึงขาดหายไป

          เพราะความใกล้ แค่อินรินทร์หันมา แก้มปลั่งก็เฉียดจมูกผมพอดี ดวงตาสีน้ำตาลวาวโรจน์เปลี่ยนเป็นไหวระริกวูบหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าตาแบบไหนออกไปแต่เกิดความรู้สึกเสียดายถ้าต้องปล่อยผู้หญิงฤทธิ์มากออกจากอกตัวเองตอนนี้จึงยิ่งรัดแน่นยื่นหน้าเข้าไปใกล้พลอยให้อินรินทร์ถอนหน้าห่างเป็นพัลวัน

          อ่ะ...เอาหน้าออกไปห่าง ๆ เลยนะ!”

          ผมเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าซ่ากับผมไม่งั้นจะเจอดี

          ผมขู่ คนในอ้อมกอดเม้มปากเชิดหน้า

          นึกว่าฉันกลัวงั้นเหรอ

          ริมฝีปากอิ่มที่ขยับเจื้อยแจ้วท้าทายปั่นอารมณ์ผมแทบไม่มีสมาธิฟังคำพูดอินรินทร์ ผมเป็นอะไร ถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ผมไม่ใช่ทหารผ่านศึกห่างผู้หญิงสักหน่อย แล้วก็ไม่ใช่หนุ่มน้อยไม่เคยแตะต้องผู้หญิง แต่...อินรินทร์กำลังจะทำผมคลั่ง

          นี่! บอกให้ปล่อยไง

          ผิวแก้มแดงเพราะเขินจางลงแล้ว อินรินทร์กลับมาออกฤทธิ์เดชอีกทวีคูณด้วยการหยิกข่วนแล้วผมก็บ้าพอที่จะแกล้งกอดชนิดไม่ให้ส่วนไหนของร่างกายเราห่างจากกัน ดวงตาสีน้ำตาลใกล้ผมแค่คืบฉายแววตกใจแกมประหม่า วูบเดียวก็เปลี่ยนเป็นลุกโพลงแน่วแน่เหมือนตัดสินใจอะไรได้สักอย่าง

          - หมับ -

          อินรินทร์กัดหัวไหล่ผม!

          คมเขี้ยวกะให้เนื้อหัวไหล่ผมขาดติดออกมาแน่ ๆ ถึงได้แรงจนมือผมคลายออกทันที แต่ก่อนที่ผมจะตายเพราะถูกกัดหรืออินรินทร์จะดีดตัวออกจากตักผม ประตูห้องทำงานก็เปิดผลัวะพร้อมกับร่างแม่บ้านประจำฟลอร์ยืนอ้าปากค้างตาโต

          เอ่อ

          อินรินทร์ถอนคมฟันเงยหน้าพรวด ผมเผ้ายุ่ง

          คือ วันนี้วันเกิดคุณเหน่งฝ่ายซาวน์ ข้างนอกเขาเป่าเค้กกันเลยเข้ามาเชิญคุณฆนากรกับคุณอินรินทร์ค่ะ

          ประตูเปิดอ้าค้างอยู่อย่างนั้น หน้าตาคุณแม่บ้านยังอยู่ในสภาพเหมือนเห็นผี อินรินทร์นั่งตัวแข็ง แต่ผมได้สติก่อนเพื่อน สมองแล่นปราด ถ้าเห็นแค่ฉากเมื่อครู่มีหรือใครจะไม่คิดว่าอินรินทร์กำลังจูบผมและเพิ่งเงยหน้าขึ้นมาอย่างตกใจเพราะถูกขัดจังหวะ

          หนูอิน มือที่คลายออกในตอนแรกเลื่อนโอบเอวคอดอย่างทะนุถนอมท่ามกลางสายตาตกตะลึงของแม่บ้าน ผมไม่โกรธหรอกนะที่คุณปล่อยข่าวหาว่าผมเป็นเกย์ แต่เรื่องที่คุณบอกรักผมเมื่อกี้ผมต้องขอโทษจริง ๆ เราเพิ่งรู้จักกันเองนะครับ

          อินรินทร์ดีดตัวออกห่างผมทันที

          คุณพูดว่าอะไรนะ

          ผมอ้าปากจะอธิบายอย่างใจเย็นด้วยมาดสุภาพบุรุษถนอมน้ำใจหญิงสาวที่มาสารภาพรัก แค่นั้น ยังไม่มีคำพูดอะไร แม่บ้านที่คงปะติดปะต่อเหตุการณ์ไว้ในหัวด้วยความสามารถพิเศษของหน่วยข่าวกรองประจำค่ายพึมพำขอตัวแล้วปิดประตูถอยออกไปอย่างรวดเร็ว





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1024 nunpanu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 15:24
    ข่าวด่วน! ทั้งภาพและเสียง
    #1,024
    0
  2. #956 aoistar (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2553 / 14:25
    555+ ข่าวใหม่ แร็งงงง กว่าเดิม
    #956
    0
  3. #851 แมวลูกหิน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2553 / 03:10
    5555 ข่าวฉาวลงหน้ากนึ่งแน่แน่หนูอิน
    #851
    0
  4. #783 saber (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2553 / 22:18
    เสียงริงโทนพระเอกนี่ส่อแววความหื่นเลยนะเนี่ย =_=

    แรง! พอๆกันไม่มีใครยอมใครเล้ย >_<
    #783
    0
  5. #495 Tอ้!อ้ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 12:10
    55+
    ยกนี้เสมอกันแว้วว
    #495
    0
  6. #406 N_นางมาร_N (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2553 / 15:35
     555


    คู่นี้ไม่มีใครยอมใครกันเลย


    สนุกมากๆค่ะ
    #406
    0
  7. #285 nuri.j (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2552 / 20:26
    ร้ายมาแรงไป ไม่มีใครยอมใคร
    แต่เป็นผู้หญิงเสียเปรียบชะมัด
    ถูกนายต้นฝนกอดแนบเนื้อ แถมปล่อยข่าวลอย
    เหอะ เหอะ มาทำงานยังไม่ข้ามวัน ดังไปทั้งบริษัทแน่ๆ
    #285
    0
  8. #279 SilverbambooLeaf (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2552 / 17:37
    อ๊ายยยยยยยยยยยยยย  สนุกสุดใจขาดดิ้น

    แรงมายังงัยก็แรงกลับอย่างนั้น  55555555555555+
    #279
    0
  9. #277 สเลเต (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2552 / 12:06
    โอ๊ย..คนคู่นี้เขาเรียนจบสาขากวนประสาท เอกแก้ลำกันรึไง ถึงได้มันถึงใจกันขนาดนี้ นุ๊ก หนุก
    #277
    0
  10. #164 กิ๊งก้อยแก้ว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2552 / 11:07

    อยากให้ทำมากกว่านี้

    #164
    0
  11. #151 Little_Tiger (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2552 / 22:46

    นอกจากจะหื่นแล้ว ยังฉวยโอกาสได้อีก  โอ้วววว ผู้ชายอันตร๊าย อันตราย
    ------------------------------------
    ขอถามนิดนึงนะคะ เรื่องนี้ที่เขียนร่วมกันสองคนน่ะ  ร่วมยังงัยอ่า แบบว่าไม่สามารถ แยกไม่ออกจริง ๆ
    ขอเดาว่าเขียนพล๊อตร่วมกัน แล้วแบ่งการเขียน แต่ต้องมีการ Double check และลงความเห็นจาก writer ทั้งสองคนก่อนนำมาลง
     อีกอย่างยังไม่เคยอ่านผลงานของคุณมรรษกร  ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร (I'm sorry)
    ถึงชอบอ่านแต่ความขี้เกียจมีมากกว่าก็เลยพลาดงานเขียนดี ๆ ของนักเขียนอีกหลายคน
    แต่เข้าใจว่าทั้งสองคนน่าจะฝีมือไร้เทียมทานพอ ๆ กัน น่ะค่ะ ใช่ป่ะ


    ว่าง ๆ เค๊าจะแวะไปอ่านผลงานของคุณมรรษกรนะค่ะ เพราะเรื่องนี้ทำให้อย่ากรู้จักมาก ๆ  เอ... หรือเป็นพี่เราหว่า  หากเรียกไม่ถูกขออภัยค่ะ  T__T
    มาอัพอีกนะ Writer ที่น่ารักทั้งสอง

    เค๊ารออ่านอยู่

    #151
    0
  12. #150 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2552 / 16:52
    ฉวยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยโอกาส ความหื่นบังตากลบความโมโหซะมิดเลย 555+
    #150
    0
  13. #149 อีเห็น (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2552 / 20:36
    อยากอ่านตอนต่อไปจะแย่แล้ว... ว่าสาวเจ้าจะเอาคืนผู้ชายกวนๆ(แต่น่ารัก)คนนี้ยังไงนะ
    คุณมรรษกรช่วยตอบที!
    #149
    0
  14. #148 +..+ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2552 / 19:33
    ???



    พระเอก...ได้อีก
    #148
    0
  15. #147 ]b'ditxJV' (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2552 / 00:08
    โหดนะเนีย
    #147
    0
  16. #146 oss-spy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2552 / 20:12
    ว้าว ... จูบแรกค่ะ

    จูบแรกค่ะ
    #146
    0
  17. #145 `oนู๋_นิ่มo` (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2552 / 11:34
    หึหึ สนุกดี

    น่ารักทั้งคู่เลย
    #145
    0
  18. #144 ติดหนึบ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2552 / 09:39
    บรรยายเรื่องแบบนี้ก้อสนุกดีนะคะ
    ได้รู้หมดเลยว่าพระเอกคิดอะไรบ้า
    (เอ...ผู้ชายเค้าคิดอะไรแบบนี้กันทุกคนเลยหรือเปล่าเนี่ย)
    #144
    0