Naughty Melody...เมโลดี้วุ่นลุ้นรัก

ตอนที่ 42 : ตอนที่ 41

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,948
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    13 ต.ค. 53

สบายดีกันอยู่ไหม
คิดถึง....




รถคันหรูพร้อมคนขับซึ่งก็คือผม มีอินรินทร์นั่งด้านหน้า ปล่อยเชอร์รี่นั่งเป็นคุณนายอยู่ทางเบาะหลังเลี้ยวเข้าสู่วงเวียนน้ำพุขนาดใหญ่หน้าหอประชุมแห่งหนึ่งซึ่งใช้เป็นสถานที่ประกาศรางวัลผลงานดีเด่นของคนทำงานสายบันเทิงทุกแขนง

“เชอร์รี่ตื่นเต้นจนจะเป็นลมอยู่แล้วค่ะ”

เชอร์รี่สวมชุดราตรีหรูหวิวนิด ๆ แต่ไม่เกินวัยชะโงกหน้ามาระหว่างเบาะหน้าทั้งสองให้ผมและอินรินทร์เห็นใกล้ ๆ พร้อมกับโอดเสียงหงุงหงิง เมคอัพอาร์ทติสขาเมาท์โบ๊ะหน้าสไตล์เกาหลีสุดฝีมือนักร้องเบอร์ล่าสุดตัวเก็งนักร้องหน้าใหม่ขวัญใจมหาชนยิ่งดูสะดุดตาเป็นพิเศษแต่ผมคิดว่าคงดูดีกว่านี้เยอะถ้าเจ้าตัวไม่ขยันทำหน้าม่อยเหมือนเด็กกลัวหลงทาง

“สูดลมหายลึก ๆ ดูสิเชอร์รี่”

ผู้ช่วยผมหันไปแนะนำได้เพียงเท่านั้นผมก็จอดรถเทียบเชิงบันไพหินอ่อนหน้าหอประชุมพอดี

“ไปเถอะ” ผมมองกระจกหลังสบตาเชอร์รี่ “เดี๋ยวพวกพี่ตามเข้าไป”

ขานั้นยึกยักอยู่พักหนึ่ง คงเห็นว่าถ่วงเวลาก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นจึงสูดลมหายใจเสียงดัง เปิดประตูรถก้าวออกไปซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับแสงแฟลชวูบวาบจากกล้องนับร้อยตัวหันมาทางเชอร์รี่เป็นจุดเดียว ผมไม่ห่วงเชอร์รี่เท่าไหร่ คนเป็นศิลปินชินกับมือถือไมค์ไฟส่องหน้า อาการตื่นเต้นนั่นประเดี๋ยวคงหายได้เอง แต่คนข้างตัวผมนี่คงยาก

อินรินทร์เกาะกระจกมองเชอร์รี่จนเหลียวหลังขณะผมออกรถช้า ๆ คงหาโปรดิวเซอร์คนไหนใส่ใจนักร้องเหมือนลูกแบบอินรินทร์ยาก

“จะไหวมั้ยคะนั่น”

“เชอร์รี่น่ะไม่เป็นไรหรอก คุณสิวันนี้อย่าดีใจจนกระโดดกอดผมกลางงานอีกล่ะ”

เพราะดีใจจนลืมตัวโผเข้ากอดผมกลางห้องประชุม ทุกวันนี้อินรินทร์เลยต้องทำตัวเป็นขอมดำดินเวลาจะเข้าออกบริษัทพลอยผมต้องเป็นไปด้วยเพราะไม่งั้นตอนเช้าอินรินทร์จะมาทำงานเอง ผมปรับเวลาตื่นขึ้นอีกสองชั่วโมงเพื่อขับรถไปรับอินรินทร์ตั้งแต่ไก่เริ่มโห่ ส่วนตอนกลับต้องรอจนกว่าคนในออฟฟิศโล่ง คาดว่าอีกไม่นานผมสองคนคงได้รับโล่พนักงานดีเด่นจากการนี้

“พูดอีกทีสวยแน่”

“ผมน่ะไม่สวยหรอก คุณต่างหาก”

ผมว่าแล้วชะโงกหน้ามองหาที่จอด ไม่รู้หรอกว่าคนฟังคิดยังไงจนได้ยินเสียงอุบอิบ

“บ้าดิ่”

ได้ที่จอดจนได้ ผมหักเลี้ยวไวกว่าปกติหมายใจจะหันมามองหน้าเจ้าของเสียงที่คงกำลังหน้าแดง แล้วก็จริง แก้มใส ๆ จับสีระเรื่อเหมือนลูกมะเขือเทศสุกตอนผมหันไปจ้อง อยากเห็นมากกว่านี้แล้วอยากแก้ความเข้าใจผิดเลยย้ำให้ฟังอีกหน

“บ้าอะไร ผมพูดจริง”

“พอแล้วคุณ เข้างานเถอะเดี๋ยวเชอร์รี่เหงา”

“เหงาเหงิวอะไรกัน”

ผมคว้าข้อมืออินรินทร์ไว้ทัน คำชมเมื่อครู่ไม่เกินความจริงแม้แต่น้อย ปกติอินรินทร์ชอบแต่งตัวเรียบง่ายประเภทเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ผิดกับผู้หญิงตรงหน้าผม ชุดราตรีสีฟ้าอ่อนเปิดไหล่ข้างหนึ่งด้านหลังเว้าลงถึงกลางหลัง ผมที่ปกติทิ้งตัวสวยแต่ปล่อยทรงธรรมชาติจัดช่อเซตสวย แม้แบบชุดจะเรียบแต่ก็สวยสะดุดตาจนถ้าใครไม่รู้คงนึกว่าอินรินทร์เป็นดาวอีกดวงหนึ่งในวงการบันเทิง

“จ...จ้องอะไรเล่า ไปเร็วคุณ ไอ้รองเท้าส้นสูงที่พี่ ๆ หามาให้นี่ยิ่งเดินลำบากอยู่ด้วย กว่าฉันจะเดินต๊อกแต๊กถึงข้างในนี่อีกนานเลยนะ”

ส้นสูงที่ว่ารู้สึกจะสามนิ้วเป็นอย่างน้อยแถมส้นแหลมเปี๊ยว ผมไม่ค่อยเข้าใจผู้หญิงเท่าไหร่ พวกหล่อนทำเหมือนกับว่ายิ่งทรงตัวบนรองเท้าส้นสูงมาก ๆ กว่าคนอื่นจะยิ่งสวยกว่าปกติยังงั้น

“ไม่เป็นไรน่า ผมมีบริการให้เกาะแขนฟรี”

“ใครจะอยากเกาะยะ”

คนไม่อยากใช้บริการเกาะแขนฟรีสะบัดแขน รีบลงจากรถทั้งหน้าแดง ๆ ผมอารมณ์ดีกระทั่งหัวเราะค้าง คนเดินผ่านมาพอดีมองใหญ่ คงนึกว่าผมบ้า ก็แค่ผมกำลังนึกถึงตอนพาอินรินทร์กลับถึงบ้าน ชุดราตรีสุดสวยนี้ทางบริษัทเตรียมให้เพราะเชอร์รี่ขอร้องให้ผมกับอินรินทร์มาเป็นกำลังใจอยู่ข้าง ๆ แทนที่จะมากับผู้จัดการส่วนตัว ฝาแฝดยังไม่เห็น ประเดี๋ยวเห็นน้องสาวในลุคใหม่มีหวังแซวกันเกรียว

ล็อครถเสร็จ หันไปอีกทีเห็นอินรินทร์เดินนำไปไกล คงจะเขิน ท่ายกชายกระโปรงเดินทุลักทุเลดูสภาพแล้วไม่น่าเกินอีกสามก้าวคงได้ล้มลงจับกบ

“ว้าย!

คิดไม่ผิดจริง ๆ ไม่ทันไรสาวสวยของผมก็ร้องลั่น ตัวเอียงเหมือนจะล้มมิล้มแหล่ ผมรีบวิ่งพรวดเข้าประคองไว้ทันท่วงที อินรินทร์เกาะแขนหมับด้วยสัญชาตญาณ

“เจ็บหรือเปล่า”

ถ้าข้อเท้าพลิกล่ะมีหวังได้งาน คนทำพื้นก็ช่างกระไร ไอ้พื้นปูหินแผ่นใหญ่แต่พื้นผิวสากขรุขระเลียนแบบธรรมชาตินี่ไม่เหมาะกับคนเมืองเลยโดยเฉพาะสาว ๆ ส้นรองเท้าแหลมเหมาะก็แต่พื้นผิวเรียบ เจอพื้นแบบนี้ไม่เดินสะดุดหัวทิ่มก็ล้มกลิ้งเท่านั้น

“ไม่ค่ะ ขอบคุณ”

สงสัยจะใส่ชุดราตรีครั้งแรกถึงดูไม่ถนัดถนี่เหมือนปกติแต่อินรินทร์ไม่วายทำเก่งปล่อยมือเหมือนจะเดินเองผมขี้เกียจดูคนจับกบเลยยึดมือหล่อนไว้ด้วยการเอามือตัวเองทับลงไปบนแขนอีกที

“เกาะแขนผมเถอะบอกแล้วไม่คิดค่าบริการ ไม่ล้อด้วยเอ้า”

“คุณแต่งตัวแบบนี้ตลกชะมัด” ผมรีบก้มมองตัวเองกำลังจะถามพอดีว่าสูทสากลที่ใส่อยู่ตลกตรงไหนฝ่ายนั้นชิงตอบซะก่อน “เหมือนบ๋อย”

อินรินทร์กำลังเขินก็เลยหาเรื่องแซวเล่น...ผมปลอบใจตัวเองด้วยอารมณ์มันเขี้ยวอยากผลักคนปากเก่งเข้าพุ่มไม้จับลงโทษซะให้เข็ด

“เหรอ”

“อื้อ ถ้าถือถาดเงินอีกนิดนะใช่เลย”

ดูหัวเราะเข้า ไม่ได้เข้ากับชุดสวย ๆ เลย ผมทั้งฉุนทั้งขำแล้วพลอยหัวเราะผสมโรง หมดเลยชุดหล่อ มอง ๆ แล้วก็คล้ายบ๋อยจริง ๆ

“ก็ได้ผมเป็นบ๋อย คอยบริการคุณไง”

เจอยิงมุกด้วยน้ำตาลผมอยากรู้จะรับได้สักกี่น้ำ เสียงแจ๋ว ๆ หายวับเหมือนไฟดับ แล้วคงเป็นตอนคิดหาทางออกได้แล้วจึงดังขึ้นใหม่ ทีนี้ออกนอกเรื่องทำเป็นชี้ชวนชมวิว

“หูยคุณ ที่นี่เขาจัดสถานที่สวยเนอะ ฉันเคยขับรถผ่านนะแต่ไม่เคยเข้ามาถึงข้างในสักที”

ก็แน่ล่ะ ที่นี่เป็นหอประชุมระดับชาติ คิวจองสถานที่เต็มตลอดปี แต่ละงานเป็นงานสำคัญประเภทต้อนรับผู้นำหรืองานสายบันเทิงทั้งสิ้น อาคารหอประชุมด้านในครบครันด้วยห้องอำนวยความสะดวกพร้อมด้วยระบบความปลอดภัย รอบ ๆ จัดสวนด้วยฝีมือนักจัดสวนมือรางวัล มีทางเข้าออกหลายทางแต่ทุกทางมีเจ้าหน้าที่ดูแลไม่ให้คนนอกเข้าได้

นอกจากชวนคุยแก้เขินอินรินทร์คงชอบที่นี่มากจริง ๆ จึงมองนู่นนี่ด้วยตาพราวเหมือนเด็กถูกใจขนมหวาน ใบหน้าหล่อนยามนี้มองแล้วผมแทบถอนสายตาไม่ขึ้น เผลอมองเพลินจนฝ่ายนั้นหันมายิ้มเก้อ

“เอ้อ...”

“คุณเคยคิดเรื่องแต่งงานหรือเปล่า”

จู่ ๆ ก็นึกถึงคำถามในวันก่อน แล้วความแน่ใจบางอย่างในหัวใจก็สั่งให้ผมถามออกไป อินรินทร์ทำหน้าเหมือนสำลัก ตอบไม่ถูก

“แต่งงานเหรอ”

“ใช่”

“ไม่เคย”

“อ้าว” อุตส่าห์คิดว่าเริ่มจะโรแมนติกได้แล้วไหงโดนอินรินทร์ทำลายหมดก็ไม่รู้ ท่าส่ายหน้าจนถ้าปล่อยผมแบบปกติคงผมกระจายทำเอาผมหัวเราะหายซึ้งไปเลย “ไหงงั้นล่ะคุณ”

“จะไปรู้เหรอ คนเพิ่งเรียนจบ เริ่มทำงานไม่เท่าไหร่จะรีบคิดแต่งงานทำไม อีกซัก...” อินรินทร์ทำท่าคิดเหมือนแกล้งให้ผมลุ้น “สิบปี สิบปีค่อยคิดก็ทัน”

“หา! จะบ้าเหรอคุณ สิบปีเนี่ยนะ”

“ช่าย ฉันอยู่กับป๊ากับแม่สุดแสนแฮปปี้เรื่องไรจะรีบล่ะ”

โอยตายเลย  ผมต้องหามาตรการเปลี่ยนความคิดนี้โดยด่วน

“แต่งแล้วก็แฮปปี้เหมือนเดิมนี่คุณ ไปมาหาสู่ป๊ากับแม่ได้ปกติ”

“เหมือนกันที่ไหน”

“เหมือนซี่”

เราเถียงกันเพลิน ไม่รู้ตัวว่าเดินผ่านพรมแดงเข้ามาถึงด้านในจนมีเสียงแทรก

“พี่หนูอิน พี่ฆนากรคะ”

การถกเถียงว่าด้วยเรื่องแต่งหรือไม่แต่งดีหยุดลงตอนนั้น อินรินทร์อมยิ้มแบบที่ผมอยากจะทำอะไรก็ไม่ถนัดได้แต่หันไปถามเชอร์รี่กลบเกลื่อนสถานการณ์

“อ้าว ยังไม่ไปนั่งอีก”

“ก็เห็นนานนี่คะ ในนั้นมีแต่ศิลปินเบอร์หนึ่งทั้งนั้นเชอร์รี่เกร็งน่ะค่ะเลยออกมาตามตัวช่วย”

“ตัวช่วยมาแล้ว” อินรินทร์เร่เข้าไปคล้องแขนเชอร์รี่แบบพร้อมชิ่งจากผม “ใกล้เริ่มงานแล้วมั้ง เราไปกันเถอะ”

“ค่ะ”

วันนี้คงไม่ใช่วันของผม แต่ถ้าอินรินทร์หวังว่าจะรอดล่ะก็คิดผิด!

ผมเดินตามสองสาวไปนั่ง ระหว่างรองานเริ่มก็ทักทายเพื่อนผองน้องพี่ร่วมสายงานที่รู้จักมักจี่กันพอสมควร สิบห้านาทีถัดมาพิธีกรหนุ่มหล่อสาวสวยก้าวขึ้นเวทีกล่าวเชิญประธานผู้จัดขึ้นเปิดงาน

ปีนี้ม้ามืดได้รับรางวัลเป็นส่วนใหญ่ ดู ๆ แล้วผู้จัดงานนี้ตัดสินอย่างเป็นธรรมทีเดียวเพราะม้ามืดทั้งหลายมีผลงานคุณภาพคับแก้วทั้งสิ้น

“ต่อไปเป็นรางวัลอะไรครับ”

พิธีกรชายส่งลูกให้พิธีกรสาวเพื่อเริ่มประกาศรางวัลต่อไป

“รางวัลนักร้องหน้าใหม่ขวัญใจมหาชนค่ะ”

“สำคัญมากนะครับรางวัลนี้ คาดว่าผู้ชมทางบ้านคงกำลังลุ้นตัวโก่ง”

“ค่ะ ดิฉันก็ตื่นเต้นแทนไปด้วยนะคะเนี่ย”

“งั้นเราประกาศกันเลยดีไหมครับ”

มือเย็นเลื่อนสอดมาใต้อุ้งมือผมในตอนนี้ ผมชำเลืองนิดหนึ่ง อินรินทร์ใส่ใจศิลปินในความรับผิดชอบมากจริง ๆ ขณะมือหนึ่งขอกำลังใจจากผม อีกมือกำลังประสานกับเชอร์รี่แน่น

“ค่ะ รางวัลนักร้องหน้าใหม่ขวัญใจมหาชนประจำ 2553 ได้แก่...เชอร์รี่ อัลบั้ม I’m เชอร์รี่ จากค่าย Heart Rhythm ค่ะ”

ผมตัวชาไปหมด ดูเหมือนไม่ตื่นเต้นแต่ที่จริงก็ลุ้นแทบลืมหายใจ เชอร์รี่ลุกขึ้นเดินขึ้นเวที รับรางวัลก่อนกล่าวขอบคุณเสียงสั่น มืออินรินทร์ยังซุกอยู่ในอุ้งมือผม รู้สึกได้ถึงความชื้นของเหงื่อที่ซึมออกมา

“คุณฆนากร” อินรินทร์เรียกผมเสียงสั่น “เราทำสำเร็จแล้ว”

“อืม” ผมกระชับมือหล่อน “คุณช่วยผมได้มากเลยคุณเด็กเส้น”

อินรินทร์หัวเราะทั้งน้ำตาสงสัยดีใจพอกับเชอร์รี่ ภาพตรงหน้าทำเอาหัวใจผมเต้นผิดจังหวะ ด้วยบรรยากาศหรืออะไรก็ตามที อยากทำให้มากกว่านี้ แต่ที่ทำได้ก็แค่จับปอยผมทัดหูให้อย่างแผ่วเบา หล่อนยิ้มให้ผม ผมส่งยิ้มตอบ...เรายิ้มให้กันและกัน ในความสำเร็จที่ร่วมลงมือมาแต่ต้นจนถึงวันนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1121 saber (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2553 / 16:43
    อ่านไปยิ้มไป(ยิ้มจนเมื่อยแก้มล่ะ)
    #1,121
    0
  2. #1065 nunpanu (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2553 / 13:49
    ดีใจด้วยคะ
    #1,065
    0
  3. #934 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 14:05
    เอาอีกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ^^
    #934
    0
  4. #933 ACLS (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2553 / 16:31

    น่ารักจริงๆ เลย
    หวานซะ

    #933
    0
  5. #932 ม่านเมฆา (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2553 / 21:36
    หวานน่ารัก

    ไม่เยอะเกิน พอดีๆค่ะ
    #932
    0
  6. #931 ปุ้ย (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 16:05
    หวานมากกกกกกก

    อย่าหายไปนานนะคะ คิดถึง
    #931
    0
  7. #930 k-a-t-yy (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 17:44
    อ่านแล้วยิ้มเลย
    #930
    0
  8. #927 SoM^0^ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2553 / 18:27
    หวานมากเลยคะ แต่ขอร้องอย่างนะคะ อย่าหายไปนานอีกนะคะ พรีสสสสสสสสสสสสสสสส
    #927
    0
  9. #924 กิ๊งก้อยแก้ว (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2553 / 11:22
    น่ารักที่ซู๊ดดดดดดดดดดดด
    #924
    0
  10. #923 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2553 / 22:29
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    เขิลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล
    #923
    0
  11. #922 N_นางมาร_N (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2553 / 11:09
     หวานซะ.....

    อ่านไปยิ้มไป

    มีความสุขจังเลย
    #922
    0
  12. #921 กางเกงยีนส์ขาสั้น ^^ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2553 / 16:40
    หวานเยิ้ม.. น้ำตาลหกเรี่ยราดเชียว >////<
    #921
    0
  13. #919 belindaz (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2553 / 04:30
    ยินดีด้วยๆๆๆ
    #919
    0
  14. #918 Chii_Elda (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2553 / 22:08
    วุ้ย น่ารัก น้ำตาลหกเรี่ยหกราดเลย
    #918
    0
  15. #917 Prim (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2553 / 12:19
    โอ...เดือนละหนึ่งตอนจริงๆด้วย

    TT___TT



    โลภ อยากได้มากกว่านี้....
    #917
    0
  16. #916 season (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2553 / 11:38
    อ่านเเล้วก็ยิ้มอยูคนเดียว เขินด้วยย



    ^^ ดีใจที่มาอัพต่อ เปนกำลังใจให้นะค่ะ
    #916
    0