Naughty Melody...เมโลดี้วุ่นลุ้นรัก

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    2 ก.ค. 53


          ...อุ่นเหลือเกิน...

          ความกังวลมากมายก่อนหน้านี้ถูกมือแข็งแรงที่กระชับแน่นอยู่ขับไล่หายไปจนสิ้น สิ่งที่เหลืออยู่คือกระแสความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาให้ได้รับรู้ เป็นครั้งแรกที่ฉันคิดอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้...ตลอดไป

          แต่ช่วงเวลาสี่สิบห้าวินาทีก็ผ่านไปแล้วพร้อมกับเสียงปรบมือดังสนั่นห้องประชุม ฉันค่อยๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุมอย่างช้าๆ เมื่อทุกคนภายในห้องละความสนใจจากจอมอนิเตอร์แล้วหันมาส่งยิ้มชื่นชมให้

          “รับรองว่าต้องไปได้สวยแน่ๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าศิลปินก็ใหม่ โปรดิวเซอร์ก็ใหม่ แต่คุณภาพคับแก้วจริงๆ” พี่เหน่งลุกขึ้นเอ่ยชมเป็นคนแรก ซ้ำยังยกนิ้วโป้งชูให้ทั้งสองข้าง ส่วนคนอื่นๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย เล่นเอาทั้งศิลปินใหม่อย่างเชอรี่และโปรดิวเซอร์ใหม่อย่างฉันถึงกับตื้นตันจนน้ำตารื้นเลยทีเดียว

          Heart Rhythm ได้ให้โอกาสอย่างยิ่งกับเชอรี่ เชอรี่จะตั้งใจทำงานทุกชิ้นให้ดีที่สุดค่ะ” เชอรี่ซึ่งเป็นนางเอกของงานนี้ลุกขึ้นกล่าวด้วยรอยยิ้มระบายเต็มใบหน้า เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งฝีมือและความน่ารักสดในของเชอรี่เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว และทุกคนต่างก็หวังว่า สิ่งนี้จะทำให้คนฟังรักศิลปินคนใหม่คนนี้เช่นกัน

          “และที่จะขาดไม่ได้เลย ก็คือโปรดิวเซอร์คนเก่งของเรา น้องอินรินทร์” พี่เหน่งผู้ครองตำแหน่งซาวน์เอ็นจิเนียกล่าวเสียงดังก่อนผายมือมาที่ฉัน รอยยิ้มและแววตาชื่นชมที่ทุกคนกำลังมองมานั้นทำเอาฉันน้ำตาปิ่มขึ้นมาอีกรอบ เพราะนี่คือผลงานชิ้นแรกของฉันในฐานะโปรดิวเซอร์ มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ หลังจากที่ฉันเฝ้าฝันและพยายามมาเนิ่นนาน

          “ลุกขึ้นแล้วพูดอะไรสักหน่อยสิ อินรินทร์” เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้ๆ เมื่อหันไปมองฉันก็ได้พบกับแววตาให้กำลังใจจากเจ้าของมืออบอุ่นที่ฉันได้จับเอาไว้จนแน่นเมื่อครู่ ทั้งที่ตาคู่ที่ได้สบก็เหมือนดั่งเคย ทว่าอะไรบางอย่างในนั้นมันมีอะไรที่ไม่เหมือนเคย และสิ่งนั้นมันกำลังทอแสงสว่างไสวเจิดจ้าราวแสงตะวันอยู่ภายในหัวใจ

          เหมือนได้รับพลังจากแสงสว่างนั้น ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สบสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมา นาทีนี้คงจะไม่มีคำใดที่เหมาะสมมากกว่าคำนี้อีกแล้ว ฉันค่อยๆ โน้มศีรษะลงขณะที่เอ่ยคำพูดซึ่งดังออกมาจากหัวใจว่า

          “ขอบคุณทุกคนมากค่ะ”

 

          ทีมงานที่เกี่ยวข้องกับอัลบั้มของเชอรี่ค่อยๆ กันทยอยออกจากห้องประชุมกันอย่างหน้าชื่นตาบาน เสียงพูดคุยด้วยความตื่นเต้นดูเหมือนจะกระจายไปจนทั่วค่ายเพลง Heart Rhythm แห่งนี้ หลายคนเริ่มเช็คเสียงตอบรับของทีเซอร์ชิ้นแรกที่เพิ่งออกอากาศสดทางรายการเพลงเมื่อครู่ก่อนกับคลิปที่เพิ่งถูกปล่อยออกไปทางอินเตอร์เน็ต คาดว่าไม่เกินเย็นนี้ก็จะสามารถประเมินเสียงตอบรับครั้งแรกที่จะชี้ให้เห็นว่าความดังและความแรงของศิลปินคนใหม่นั้นจะอยู่ที่ระดับไหน

          “เชอรี่ยังไม่หายตื่นเต้นเลยค่ะพี่ต้นฝน อยากจะรู้เร็วๆ จังว่าผลตอบรับดีหรือเปล่า” เสียงเชอรี่เอ่ยถามคนที่เดินอยู่ไม่ห่างจากฉันนักด้วยความตื่นเต้น พอเห็นท่าทางน่ารักแบบนั้นแล้วฉันก็อดที่จะเอ็นดูเชอรี่ไม่ได้ วันนี้ศิลปินคนใหม่แต่งตัวสวยตามคอนเซ็ปต์ของอัลบั้ม อีกทั้งบุคลิกสดใสร่าเริง ทำให้แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันอย่างฉันเห็นแล้วยังอดที่จะมองซ้ำไม่ได้

          เสี้ยวหนึ่งฉันเหลือบมองไปยังเจ้าของร่างสูง ใจเจ้ากรรมบังเอิญอยากรู้เสียเหลือเกินว่า นายฆนากรจะรู้สึกกับเชอรี่ศิลปินผู้น่ารักเช่นนี้อย่างไร

          ...ชอบ หรือว่าไม่ชอบ...

          “พี่ว่าต้องดีแน่ๆ เชอรี่เตรียมตัวดังเอาไว้ได้เลย” เสียงของคนที่ฉันลอบมองอยู่ตอบคำถาม ยามที่เชอรี่พูดคุยยิ้มแย้มหัวเราะอยู่กับนายฆนากรสร้างความรู้สึกประหลาดจนฉันต้องเบือนหน้าหนี

          นี่ฉันกำลังอิจฉาเชอรี่อยู่ใช่ไหม...

หันไปมองตัวเองผ่านกระจกทางเดินด้านข้าง ภาพหญิงสาวผมสั้นสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบสุดเซอร์ผ่านเข้าครรลองสายตา กี่ปีกันแล้วที่ฉันแต่งตัวทาแป้งโดยแทบจะไม่พึ่งพากระจก เครื่องสำอางในกระเป๋าอย่างเก่งก็มีลิปสติกรสสตรอเบอร์รี่นอนแอ้งเม้งอยู่แท่งเดียว

          “ทำอะไรอยู่น่ะอินรินทร์” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นเบื้องหลังทำเอาฉันสะดุ้ง บนกระจกสะท้อนภาพของนายฆนากรที่โผล่มายืนซ้อนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฉันรีบหมุนตัวกลับด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ แล้วเบี่ยงตัวออกมายืนห่างด้วยความรวดเร็ว

          “เปล๊า” ฉันรีบแก้ตัว แต่คงรีบเกินไปเสียงจึงไม่ยอมเป็นใจเพราะเล่นดังเป็นเสียงสูงเลยทีเดียว

          “ยังจะมาบอกว่าเปล่า เห็นจ้องกระจกอยู่ได้ตั้งนานสองนาน”

          “ก็..” โดนรู้ทันแบบนี้เลยเถียงไม่ออก ฉันเลยตัดสินใจเงียบเบือนหน้าหลบไปทางอื่น โชคดีเหลือเกินที่ตอนนี้มีเชอรี่อยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นในสถานการณ์แบบนี้ มีหวังฉันได้ถูกคนตรงหน้าซักฟอกโทษฐานทำตัวมีพิรุธอย่างไม่ต้องสงสัย

        แล้วอะไรๆ ที่ฉันเผลอวูบไหวคิดไปคงจะถูกจับได้เป็นแน่

        หนูอินไม่ได้ชอบนายฆนากรนั่นจริงๆ น่ะเหรอ

          เพราะคำถามของเฮียอิทแท้ๆ ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเริ่มจะไม่เป็นหัวใจของตัวเองมาตลอด มันไม่เคยสั่งให้เต้นอย่างสงบได้สักครั้งเมื่อต้องอยู่ใกล้ชิด ซ้ำยังมีท่าทีจะพยศหนีตามคนอื่นไปเสียอย่างนั้น

          ต้องไม่ใช่แบบนั้นนะ อินรินทร์...

          ย้ำเตือนตัวเองเป็นรอบที่ร้อย แต่สิ่งที่พยายามย้ำเตือนก็มีอันกระเจิดกระเจิง เมื่อจู่ๆ ข้อมือก็ถูกคว้ารวบไว้ ดึงทั้งฉันและหัวใจของฉันให้ติดตามไปด้วยกัน

          “มัวแต่ยืนเหม่อนะครับคุณลูกน้อง ไปเร็ว ไปเช็คเรตติ้งกัน”

          คนดึงไม่รอถามความเห็นฉันแม้แต่น้อย ออกแรงดึงพาฉันเดินดุ่มๆ ไปข้างหน้าที่เชอรี่หยุดยืนรออยู่ แม้เมื่อเดินมาจนถึงตรงที่เชอรี่อยู่แล้ว นายฆนากรก็ยังไม่ยอมปล่อยมือฉัน ซ้ำยังจูงให้เดินไปต่อเหมือนกลัวว่าฉันจะวิ่งหนีไปเสียอย่างนั้น

          และในชั่วขณะหนึ่งที่ฉันได้บังเอิญสบตากับเชอรี่ เหมือนจะได้พบความหม่นหมองอยู่ในแววตานั้น ทว่าเพียงวูบเดียวก็เลือนหายไปเหมือนว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

          น้องเชอรี่...หรือว่า

         

          หลังจากนั้นฉันก็ต้องหยุดความคิดวุ่นวายใจต่างๆ ไปโดยอัตโนมัติ เมื่อการเช็คเรตติ้งเต็มไปด้วยความตื่นเต้นในทุกๆ วินาทีที่ผ่าน โดยเฉพาะการเช็คจำนวนคนเข้าชมและดาวน์โหลดคลิปทีเซอร์ที่ถูกปล่อยออกไป แต่ละความเคลื่อนไหวแทบจะหลุดลมหายใจของทั้งศิลปินและโปรดิวเซอร์มือใหม่กันเลยทีเดียว

          “จากที่ผ่านมาหนึ่งชั่วโมง จำนวนวิวไม่เลวเลยนะนี่” คุณหัวหน้าที่กำลังกอดอกจ้องมองตัวเลขบนจอมอนิเตอร์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าพออกพอใจ หลังจากที่จ้องกันมาได้พักใหญ่ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ของคนที่ยืนรอฟังคำวิเคราะห์อยู่ข้างๆ

          “จริงเหรอคะ เชอรี่ดีใจจัง” ศิลปินสาวหันมามองคนวิเคราะห์ด้วยสีหน้าตื่นเต้น ก่อนจะชะโงกไปดูตัวเลขที่ขยับไปเรื่อยๆ จนใบหน้าแทบจะชิดติดจอมอนิเตอร์เลยทีเดียว

          “เอ้า เดี๋ยวก็หลุดเข้าจอไปหรอก” นายฆนากรเอ่ยแซว เสียงหัวเราะคิกคักจึงดังขึ้นทั่วห้อง เชอรี่ที่กำลังจะมุดเข้าไปจึงหันมายิ้มหวาน แล้วตอบกลับด้วยประโยคที่เรียกเสียงหัวเราะได้ดังยิ่งกว่าเก่าว่า

          “ถ้าเข้าไปได้ เชอรี่จะไปโผล่ที่หน้าจอทุกๆ บ้านเลยค่ะ”

          หลังจากรู้ผลคร่าวๆ จากหนึ่งชั่วโมงแรกความกดดัน ก็เริ่มผ่อนคลายลง ศิลปินใหม่เองก็ดูท่าจะเริ่มเนื้อหอมเมื่อทีมงานหลายคนเข้ามาขอถ่ายรูปคู่และขอลายเซ็นกันล่วงหน้า คงกะว่าเชอรี่ดังเปรี้ยงเมื่อไหร่จะงัดเอาออกมาโชว์แข่งกันได้ทันทีเลยทีเดียว

          “เป็นไง ปลื้มจนพูดอะไรไม่ออกเลยเหรอ” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆ หันไปมองก็พบคุณหัวหน้าที่เพิ่งขยับตัวมายืนอยู่ใกล้ๆ ในท่าที่ยังกอดอกดูตัวเลขตาไม่กระพริบเช่นเก่า

          “ค่ะ” ฉันตอบสั้นๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปลื้มจนพูดไม่ออกอย่างที่ถูกถาม

ทว่าอีกส่วน เป็นเพราะความรู้สึกภายในใจที่กำลังพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อได้อยู่ใกล้กันเช่นนี้

          แอบเขยิบตัวออกห่างอีกนิด ยอมรับว่าไม่อาจทนยืนใกล้อีกฝ่ายโดยที่ใจไม่เต้นแรงไม่ได้ แต่ดูท่าว่าต้นเหตุจะไม่ยอมให้ความร่วมมือด้วย เพราะพอฉันถอยหนี อีกฝ่ายก็ขยับเข้ามาใกล้เหมือนจะต้อนฉันให้จนมุมเสียอย่างนั้น ซ้ำยังก้มหน้ามาเสียใกล้ ชี้ชวนให้ฉันคอยดูยอดวิวจนไหล่เบียดชิดกัน

          “ดูนี่สิ วิวขึ้นพรวดๆ เลย”

          “ค่ะ” ฉันพยักหน้า อยากบอกเสียเหลือเกินว่าไม่ใช่แต่วิวที่ขึ้นพรวดๆ หรอก เลือดในร่างกายที่กำลังสูบฉีดเลี้ยงหัวใจของฉันก็กำลังพุ่งพรวดๆ ใกล้ทะลุออกมานอกอกแล้วเช่นเดียวกัน

        ไม่ไหวแล้ว!

          “ขอตัวก่อนนะคะ”

          ฉันโพล่งเสียงดัง ก่อนก็จ้ำอ้าวชิ่งหนีกลับมาตั้งหลักที่ห้องทำงานอย่างไม่เหลียวหลังไปดูว่าใครจะตกใจที่จู่ๆ ฉันก็พรวดพราดออกมาแบบนั้น พอปิดประตูได้ก็เดินวนไปทั่วทั้งห้อง เหมือนกับว่าทำแล้วมันจะช่วยให้ฉันสามารถสงบจิตสงบใจที่เต้นโครมครามอยู่ให้เต้นด้วยจังหวะปกติได้

          “อินรินทร์ ตั้งสติไว้”

          ร้องบอกตัวเองด้วยประโยคซ้ำๆ แต่ไม่รู้เป็นเพราะว่าวันนี้มีแต่เรื่องราวตื่นเต้นหรือเปล่า ใจที่ควรจะสงบตามคำสั่งถึงได้ไม่ยอมเชื่อฟังเสียที ควรจะโทษคนต้นเหตุที่จับมือฉันเอาไว้จนเริ่มทำให้จิตใจฉันว้าวุ่น หรือโทษเฮียอิทที่ถามคำถามให้ฉันต้องเก็บเอามาคิดจนนอนไม่หลับมาหลายคืน

        หรือจะโทษตัวเองที่เผลอใจไปคิดทั้งที่ไม่ควรดี

เดินวนจนเหนื่อย ที่สุดฉันก็หยุดเดินแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ยกสองมือขึ้นท้าวคางทั้งที่ใจเต้นตึกตักอยู่อย่างนั้น จ้องมองไปยังโต๊ะและเก้าอี้ทำงานที่ฉันเพิ่งจะชิ่งหนีคนเป็นเจ้ามันของมา

นึกว่าจะเป็นผู้ชายเสียอีก

นี่คือประโยคที่นายฆนากรพูดกับฉันหลังจากที่ได้เจอกันเป็นครั้งแรกตอนสัมภาษณ์ มันทำให้ฉันทั้งหมั่นไส้และโมโหในความขี้เก๊กจนถึงขนาดลงทุนแกล้ง แต่สุดท้ายก็โดนแกล้งกลับซ้ำยังเสียจูบแรกให้กับผู้ชายคนนี้อีก

ความรู้สึกหวามไหวที่เกิดจากรอยจูบทั้งสองครั้ง ฉันคงยังจำมันได้จนถึงเวลานี้

เรื่องราววุ่นวายต่างๆ หลังจากเริ่มทำงานที่นี่ผุดขึ้นเป็นฉากตอนราวกับละครที่กำลังฉาย ซึ่งคนแสดงและคนดูก็คือฉัน ไม่น่าเชื่อเลยว่ามันช่างมากมาย มีทั้งเรื่องที่ทำให้ฉันโมโหสุดขีด เรื่องที่ทำให้ต้องอับอายจนไม่กล้าจะคิดถึง หรือกระทั่งความประทับใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้นโดยที่ฉันไม่รู้สึกตัวมาก่อน

        เอ้า

        อะไรคะ

        ขนมครก ช่วยป้าคนขายแกซื้อไม่ได้ตั้งใจเอามาฝากหรอก อาจจะไม่อร่อยที่สุดในโลกก็ได้ กินไม่กินก็ตามใจ

          เจ้าตัวคงไม่รู้หรอกว่าหลังจากที่ตัวเองออกไป ฉันถึงกับจ้องขนมครกแล้วอมยิ้มไม่หุบอยู่เป็นนานสองนาน ซ้ำยังเห็นแก่ตัวด้วยการกินคนเดียวไม่ยอมแบ่งให้ใครอีกด้วย

          รู้ไหมคะคุณหัวหน้า มันเป็นขนมครกที่อร่อยที่สุดในจักรวาลเลยล่ะค่ะ

          โดยไม่รู้ตัว ฉันเผลอยิ้มออกมาอีกครั้ง ทว่าหนนี้ในหัวใจเต็มตื้นไปด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเหมือนตอนที่กระชับมือกันไว้จนแน่นอยู่ใต้โต๊ะ

        คุณเก่งมากอินรินทร์

          “อึก!

เหมือนอากาศรอบด้านถูกดูดหายไปกะทันหัน ฉันรีบยกมือขึ้นกดหน้าอกตัวเองที่กำลังหายใจหอบถี่เอาไว้ แต่ไม่ใช่อากาศหรอกที่จู่ๆ ก็หายไปจนทำให้ฉันหายใจไม่ออก

ทว่ามันเป็นหัวใจของฉันเองต่างหากที่หายไป

ในที่สุด คำตอบก็ถูกหัวใจเฉลยออกมาแล้ว

ฉัน...ชอบนายฆนาการ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1111 saber (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2553 / 15:17
    ว้าวๆ รู้แล้วจะทำไงต่อล่ะเนี่ย
    #1,111
    0
  2. #1055 nunpanu (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2553 / 11:40
    รู้แล้วจะทำไงดี
    #1,055
    0
  3. #965 aoistar (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 02:48
    รู้ใจตัวเองแล้ว แล้วพี่ต้นฝนละเมื่อไรจะยอมรับ
    #965
    0
  4. #758 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 08:04
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด



    คราวนี้จะมองหน้ากันติดไหมเนี่ย -////-
    #758
    0
  5. #674 hatchi (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2553 / 14:42
    อั๊ยยยยยย น่ารักจัง

    คุณหัวหน้าคะ แบบนี้ต้อง...จีบเลยๆๆๆๆ
    #674
    0
  6. #663 pretty-p (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 11:39
    นายฆาตรกรอะไรนั่นก็ชอบเด็กเส้นอย่างนู๋อินเหียนกัลแหละน่า
    #663
    0
  7. #662 กิ๊งก้อยแก้ว (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2553 / 13:00
    อินเลิฟทั้งคู่แล้วซิ
    #662
    0
  8. #661 กางเกงยีนส์ขาสั้น ^^ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2553 / 00:29
    กรี๊ดดดดดดดดด ><

    รู้ตัวแล้วๆๆๆๆ..

    แต่หนูเชอร์รี่.. หึหึ
    #661
    0
  9. #660 belindaz (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 23:32
    ยอมรับไปแล้วคนนึง เหลือต้นฝน กรี๊ดๆๆๆ
    #660
    0
  10. #659 canim (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 21:09
    หนูก็ชอบทั้งคู่เลยค่ะ
    แหมม ว่าจะรู้ตัวกันนะเนี่ย
    #659
    0
  11. #658 Chii_Elda (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 20:52
    สามเส้าแล้ว
    #658
    0
  12. วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 20:05
    รู้ตัวช้าไปนิดส์หรือเปล่าจ๊ะ
    ตอนนี้แต่งได้น่่ารักม๊าก...
    #657
    0
  13. #656 นานะ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 18:32
    ยอมรับสักที



    เฮ้อแต่เชอร์รี่ก็ชอบต้นฝน
    #656
    0
  14. #655 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 13:12
    เฮ้ย ทำไงกันดี เชอร์รี่ก็ชอบพี่ต้นฝนเหมือนกัน ขอสั่ง ว่าให้นายต้นฝนอยู่ห่าง ๆ เชอร์รี่ได้ป่าว

    เดี๋ยวหนูอินเศร้าง่ะ
    #655
    0
  15. #654 N_นางมาร_N (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 11:35
     น่ารักจังเรย

    ว่าแต่น้องเชอรีี่จะชอบคุณต้่นฝนด้วย

    #654
    0