เงื่อนรัก...เงื่อนหัวใจ

ตอนที่ 6 : คนขี้สงสาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    7 เม.ย. 51





อะไรของมันวะ เฮ้ย อัค

กิ๊บตะโกนไล่หลังพยายามเรียกเจ้าของชื่อให้หันมาอธิบายสักนิดหากอัคนีวิ่งข้ามถนนถึงฝั่งตรงข้ามเร็วราวกับหายตัว

ชายหนุ่มยืนหันรีหันขวางแค่เขาคอยระวังรถขณะวิ่งข้ามมานีนนาราก็หายไปจากหน้าร้านเมื่อครู่ เขาถลาเข้าไปใกล้ประตูเหล็กสีเงินอ่านข้อความในกระดาษแล้วอ้าปากค้างเพราะข้อความบอกว่าจะเปิดกิจการอีกครั้งในหนึ่งเดือนข้างหน้า

ทำกิจการยังไง หยุดยาวขนาดนี้

ผละจากประตูปิดตาย พยายามบอกตัวเองให้เลิกสนใจ คนแปลกหน้ากลับไปนั่งรอคิวตัดผมต่อแต่สิ่งที่เห็นเมื่อครู่ ทำไมนะ ไกลกันอย่างนั้นเขายังรู้สึกถึงความเศร้าสิ้นหวังจากหญิงสาว หากมีใครบอกว่าเขากำลังโดนของคงเชื่อสนิท สาวสวยคนนั้นกำลังสร้างความงุ่นง่านใจอย่างหนัก หงุดหงิดจนอยากแหกปากตะโกนออกมาดัง ๆ ตัดสินใจเลือกเดินทางซ้ายดีกว่าปล่อยให้ตัวเองเป็นบ้าเพราะความอยากรู้อยากเห็นและความห่วงใยแปลก ๆ กับคนเพิ่งรู้จัก

ด้วยความขายาวเดินเพียงไม่เท่าไหร่ก็สุดมุมถนน ถ้าเป็นรถคงเบรกกันตัวโก่งพอ ๆ กับท่าชะงักของเขาตอนนี้

แค่พ้นเหลี่ยมมุมอาคาร ร่างเล็กนั่งยอง ๆ กอดเข่าตัวกลมก็ปรากฏแก่สายตา หล่อนซุกหน้าหากมีเสียงสะอื้นพอให้เขาได้ยิน

ร้องไห้อีกแล้ว

เห็นแล้วอยากถามนักว่าญาติเสียหรือไงถึงเอาแต่ร้องไห้ทุกครั้งที่พบกันแต่เก็บปากมอม ๆ ไว้ได้ทัน ยื่นมือแตะไหล่เรียกอีกฝ่าย

คุณ

หล่อนสะดุ้งปัดมือเขาออกลุกขึ้นตั้งท่าเตรียมสู้ ผิวหน้าบางใสเคลือบด้วยน้ำตา ปากสีอ่อนบวมเห่อไม่ได้ดูน่าจูบแต่ที่แย่สุด ๆ คงเป็นขอบตาแดงช้ำน้อง ๆ คนถูกชก ภาพรวมคือดูไม่ได้เลย

คุณ!”

คำเดียวกันแต่คนละความรู้สึกถูกส่งกลับมา นีนนารายิ้มทั้งน้ำตา หล่อนเพิ่งสะบัดก้นออกจากคอนโดหรูของผู้ชายเบื้องหน้าหลังจากตบหน้าเขาหนึ่งทีตบท้ายด้วยคำขอบคุณสั้น ๆ สำหรับความช่วยเหลือให้รอดปากเหยี่ยวปากกา ความสัมพันธ์ระหว่างกันหากนับกันจริง ๆ เป็นได้แค่เพื่อนร่วมโลก ดีหน่อยคือรู้ชื่อเสียงเรียงนามกัน ได้พูดคุยปะทะคารมพอเบาะ ๆ หาก...

ดีใจจัง

นางแบบสาวเอ่ยออกมาสามคำด้วยน้ำเสียงยินดีอย่างยิ่ง ช่วงเวลาตกอับเป็นทุกข์ แค่ได้เจอคนรู้จักแม้เพียงผิวเผินก็กลับทำให้รู้สึกอุ่นใจได้มากอย่างน่าอัศจรรย์

เป็นอะไรหรือเปล่าคุณ ทำไมมานั่งจุมปุกอยู่นี่ ไหนว่าจะกลับบ้าน

คำถามชุดส่งไปไม่ยั้ง งุนงงหนักขึ้นทุกที ไหนจะอากัปกิริยาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมานั่นอีก เมื่อกี้ร้องไห้ ตอนนี้ยิ้มแล้ว

ให้ตายเถอะ!’

ถ้าหมุนเข็มนาฬิกาได้คงดี คำถามเมื่อครู่ก่อหยาดน้ำในหน่วยตาอีกฝ่ายขึ้นแล้วกลิ้งผ่านแก้มหยดแล้วหยดเล่า ดูหล่อนอ่อนแอมากจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นคน ๆ เดียวกับผู้หญิงคนเมื่อเช้าที่ว่าเขาฉอด ๆ

ชั้นไม่เหลืออะไรแล้ว

หา

เป็นคำอุทานมากกว่าคำถาม ถ้าล้อเล่นหน้าตาหล่อนคงไม่ดูแย่อย่างนี้แน่

นีนนาราสบตาชายหนุ่มเนิ่นนานเหมือนกำลังชั่งใจ ชีวิตหล่อนมันน่าสมเพชจนใครได้ฟังคงคิดว่าเป็นนิยายน้ำเน่า แล้วผู้ชายหน้าหล่อแต่ปากร้ายคนนี้จะเข้าใจหรือเปล่า หล่อนก้มมองมือตัวเองอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี คิดสะระตะต่าง ๆ นานาจนความรู้สึกข้างในมันบอกว่าต้องการระบายให้ใครสักคนฟังแม้ว่าปัญหาทุกอย่างคงยากมีใครหาทางช่วยเพราะไม่มีสัจธรรมใดเที่ยงแท้เท่า

...ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน...

ชั้นถูกคนรักนอกใจแถมมันยังขโมยของมีค่าไปจนหมด ชั้นมันซื่อบื้อเอง ขนาดรหัสเอทีเอ็มก็ยังให้มันรู้ ชั้น.. กระเป๋าเสื้อผ้าถูกทิ้งลงข้างตัว ปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นเล่าต่อฟังแทบไม่ได้ศัพท์ เงินติดตัวมีอยู่แค่แปดร้อย แล้ววันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ขอผ่อนผันจ่ายค่าเช่าห้องแล้วด้วย

อัคนียืนทำหน้ามึนเหมือนถูกใครเอาของแข็งทุบศีรษะ คนเรามีทุกข์กันทั้งนั้นแต่ใครล่ะจะซวยซ้ำซวยซ้อนจนเกินรับไหวอย่างนีนนารา ความเป็นคนขี้สงสารมีมากกว่าจะสงสัยเคลือบแคลงว่าหล่อนปั้นเรื่อง เขาก็คนธรรมดาใช่ว่าคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด โชคดีมีสติปัญญาเป็นทรัพย์จึงเรียนด้วยทำงานด้วย และงานวิจัยแต่ละอย่างก็ทำเงินมหาศาล ความสูญเสียทรัพย์สินจากน้ำพักน้ำแรงเพิ่มน้ำหนักในใจ เขาเม้มปากแน่นขบคิดหาวิธีช่วย

คุณเป็นนางแบบไม่ใช่เหรอ พอจะขอความช่วยเหลือใครได้บ้างหรือเปล่า

หล่อนส่ายหน้า ผมเส้นเล็กรุ่ยร่ายแนบข้างแก้มเปียกชื้นหมดคราบนางแบบสาวคนสวย

ชั้นเป็นนางแบบโนแนม มีงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น แล้วก็ยังไม่รู้จักใครมากด้วย

ทำไงดี

ชายหนุ่มกลุ้มอย่างกับเป็นเรื่องตัวเอง ลืมสงสัยกระทั่งทำไมต้องใส่ใจผู้หญิงคนนี้มากมายนัก ขายาว ๆ เริ่มพาร่างเดินวนเวียน นี่ถ้านีนนาราเป็นผู้ชายคงพอจะขออาศัยพระท่านนอนวัดได้บ้างแต่นี่...สาว...สวยเสียด้วย

ญาติล่ะ

สีหน้าคนถูกถามเศร้าลงอีก หล่อนนิ่งเหมือนไม่อยากพูดแต่ก็จำต้องเอ่ยตอบเบา ๆ

ชั้นเป็นเด็กกำพร้า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นพ่อแม่

นีนนารา!”

ชื่อหล่อนน่าจะจำยากทว่าเขาอุทานเสียงดังฟังชัด

นีนนารามองเขาด้วยแววตาขอบคุณ เขาเป็นใคร แค่คนเพิ่งรู้จัก จำเป็นเหรอที่จะเดือดร้อนกับหล่อนมากอย่างนี้ ที่พึ่งเดียวคือเจ๊แบม เจ้าของกิจการห้องเสื้อชื่อดัง แต่ดวงไม่เข้าข้างหล่อนเลย โทรคุยได้ไม่กี่คำสายก็ตัด ลองมาหาที่ร้านก็เจอประกาศหยุดทำการ เพิ่งนึกออกว่าเจ๊แบมหรือบัณฑิตมีโครงการทัวร์ต่างประเทศถึงหนึ่งเดือนเต็ม เจ้าของกิจการใจป้ำอนุญาตให้ลูกน้องหยุดโดยจ่ายค่าจ้างปกติ เป็นอันว่าหล่อนต้องผจญปัญหาอย่างเคว้งคว้างอย่างน้อย ๆ หนึ่งเดือนนี้หล่อนจะไม่มีใครเลย

คุณพอมีที่พักถูก ๆ แนะนำบ้างมั้ยคะ สัก...ไม่กี่ร้อยบาท

หนุ่มหล่อส่งสายตาตำหนิติเตียน หล่อนสติแตกจนสมองเบลอกระมัง ใจกลางกรุงเทพอย่างนี้มีสิ่งที่หล่อนต้องการเสียที่ไหน เขามองหล่อน เสื้อผ้าชุดเดิมกับเมื่อคืนเดี๊ยะ หน้าตาซีดเซียวทดท้อดูแย่มาก

กินข้าวหรือยัง

ดูเหมือนทุกคำถามจะได้รับคำตอบด้วยกิริยาเดียวกัน...ส่ายหน้า

หนุ่มร่างสูงกลอกลูกตาขึ้นด้านบน ก้มลงคว้ากระเป๋าใบโตขึ้นพาดบ่าราวกับมันเบาเท่านุ่น ตบไหล่หล่อนทีหนึ่งด้วยท่าทางเหมือนตอนคุยกับเพื่อนผู้ชาย

ไป กินข้าวก่อนแล้วค่อยคิด

อีกฝ่ายทำท่าอิดออด ปากร้าย ๆ จึงพ่นคำร้าย ๆ ออกมา

ผมไม่ให้คุณออกเงินหรอกน่า มานี่

 

สองหนุ่มสาวเดินเคียงกันถึงไม่ได้หวานเหมือนคนรักกันแต่ก็ทำให้คนเฝ้ามองอยู่ไกล ๆ สนใจเป็นพิเศษ คนบ้าเรียนไม่ก็ทำแต่งานอย่างนายอัคนีร้อนใจเรื่องผู้หญิงขนาดนี้แสดงว่าหล่อนต้องมีความสำคัญไม่น้อย

แฟนคุณอัคเหรอฮ้าเจ๊

ลูกน้องสาวประเภทสองชนิดยังไม่แปลงกระซิบถามพลางชะเง้อคอยาวมองตามด้วยแววตาละห้อย

ไม่รู้ย่ะกิ๊บกระแทกเสียงตอบ เท้าสะเอวตวาดแว้ก งานการไม่ทำหรือไงยะหล่อน มาสนใจเพื่อนชั้นอยู่ได้

แหม ไม่มองก็ได้ฮ่า หวงจริงนะเจ๊

นังนี่!”

 

เดินมาอีกเพียงระยะหนึ่งจะมีร้านอาหารเล็ก ๆ ขนาดหนึ่งคูหาท่าทางสะอาด อัคนีเดินนำเข้าร้านสั่งข้าวขาหมูของตัวเองพร้อมกับน้ำดื่มสำหรับสองที่

คุณล่ะกินอะไร สั่งเลย เดี๋ยวเป็นลมซะก่อน

ข้าวหมูแดงค่ะ

หล่อนบอกกับพนักงานเสิร์ฟ

ทั้งสองทานอาหารกันเงียบ ๆ หนุ่มช่างคิดทบทวนหาทางออกแทนพลางลอบมองใบหน้าเงื่องหงอย อารมณ์หงุดหงิดก่อตัวขึ้นจนระเบิด

ถ้ามัวนั่งอยู่อย่างนี้ก็คงแก้ปัญหาไม่ได้หรอกนะคุณ

แล้วจะให้ชั้นทำยังไงล่ะ!”

หล่อนสวนกลับดังลั่นร้าน ลูกค้าหลายคนหันมองอย่างสนใจใครรู้เจ้าตัวจึงลดเสียงลง...นิดหน่อย

ลองมาเจอบ้างมั้ย  ชั้นอยากรู้นักว่าถ้าเป็นตัวเอง คุณจะยังเก่งแบบนี้หรือเปล่า หน้าเศร้าหายไปกลายเป็นโกรธจัด หล่อนลุกขึ้นควักเงินออกมาจำนวนหนึ่งแล้วกระแทกลงกลางโต๊ะ นี่เงินค่าข้าว ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์ทนฟังชั้นอยู่ตั้งนาน

นางแบบสาวเดินลิ่วออกจากร้าน ชายหนุ่มรีบจ่ายเงินค่าข้าววิ่งตามมาติด ๆ เมื่อครู่เขาแค่อยากพูดให้หล่อนลุกขึ้นสู้บ้างเท่านั้น

คุณ เดี๋ยว

เอื้อมนิดเดียวข้อมือเล็ก ๆ ก็อยู่ในอุ้งมือใหญ่

นีนนาราสะบัดแขน

อะไรอีกล่ะ

คุณจะไปไหน

ไม่รู้

โธ่เอ๋ย นึกว่าจะมีคำตอบดีกว่านี้อัคนีนึก

ผมว่านะ ชาติที่แล้วผมคงติดหนี้อะไรคุณสักอย่างแน่

คนฟังชักสีหน้า นี่เขาหมายความว่ายังไง

เอางี้ คอนโดผมมีห้องว่าง คุณอยู่ชั่วคราวก่อนแล้วกัน





เม้นท์ ๆ โหวต ๆ - โหวต ๆ เม้นท์ ๆ

- Mu se-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,395 ความคิดเห็น

  1. #1553 middleme (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 20:47
    พระเอกน่ารักสุดๆ ขอยังงี้ที่นึง!!!
    #1,553
    0
  2. #1552 ++ผลไม้กวน++ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2551 / 23:06
    ~~ในชีวิตจริงจะมีคนแบบพระเอกไหมเนี่ย 55+~~
    #1,552
    0
  3. #1551 ฝนค่า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2551 / 16:37
    แหมๆ เรื่องมันช่างเข้มข้น สู้ๆ ยังคงอ่านอยู่น้า
    #1,551
    0
  4. #1550 เสี่ยวหลงเปา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2551 / 17:09
    พระเอกเราดีเกินไปแระ
    จะหาคนดีขนาดนี้ได้ที่ไหนเนี่ย
    ใครรู้จักช่วยแนะนำที
    #1,550
    0
  5. #1549 พี่หนุ่มจัง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กันยายน 2551 / 23:05
    555555    5555555555555555
    #1,549
    0