แมวน้อยของมาเฟีย

ตอนที่ 5 : 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    3 ส.ค. 61



           ถ้าหัวใจคนเป็นแก้ว ใจของตาหวานคงแตกละเอียดแล้วไม่เหลือชิ้นดีโดยที่ตัวเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก เธอรู้แต่ว่าตัวเองเจ็บเหมือนที่ในอกมีแผลกลัดหนองกำลังอักเสบ ปวดจนอยากตัดอวัยวะชิ้นนั้นทิ้ง และกำเริบหนักทุกครั้งที่ภาพของอัฒฑ์บนเตียงนั่นปรากฏขึ้นในสมอง

          “พ่อ...พ่ออยู่ไหน ตาหวานไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”

          ลมแรงพัดกระโชกจนผ้าม่านสีขาวลายดอกไม้ปลิวสะบัดแสดงว่าฝนที่มีผลพวงจากพายุกำลังจะตกกระหน่ำลงมาในอีกไม่กี่นาที

          ท้องฟ้าแปรปรวนที่เปลี่ยนเป็นสีเทาแกมดำดึงเอาความทรงจำเก่าๆ ชัดขึ้น น้ำตาหยาดร้อนหยดรินเมื่อตาหวานหลับตาหวนคิดถึงคืนนั้นเมื่อสี่ปีที่แล้ว...

          มันเป็นคืนถัดมาจากที่ถูกพาตัวมายังฟาร์มปัทมา ทั้งที่ตอนเช้าอากาศแจ่มใสแต่พอบ่ายคล้อยท้องฟ้าก็เริ่มขมุกขมัว ป้าตุ้ยนุ้ยพาตัวเธอไปพบอัฒฑ์ที่เรือนใหญ่ตอนค่ำ เธอวิ่งถลาไปทันทีที่เห็นว่าพ่อนั่งคุกเข่าอยู่กลางวงล้อมของชายชุดดำหน้าตาถมึงทึง

          “ตาหวาน”

          เสียงของพ่อสั่น ใบหน้าที่เกลือกกับแก้มของเธอเปียกชุ่ม ตาหวานร้องไห้เช่นกันแต่ด้วยความคิดถึงพ่อผสมกับความกลัวท่าทางของพวกที่ยืนขนาบ

          อัฒฑ์นั่งเป็นประธานอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม ท่าทางเย็นชาราวรูปปั้น เขาปล่อยให้เธอกับพ่อกอดกันจนพอใจจึงเอ่ยขึ้น

          “เป็นหนี้ต้องชดใช้ เรื่องพื้นฐานแค่นี้น่าจะรู้”

          “ผมตกใจไปหน่อย ขอโทษจริงๆ ครับนาย” อ้อมแขนของพ่อยังคงกอดรัดเธอระหว่างพูดกับอัฒฑ์อย่างพินอบพิเทา

          “ด้วยการทำร้ายคนของฉันบาดเจ็บ? บางครั้งเงินก็ไม่ใช่ประเด็น ฉันเกลียดที่สุดก็พวกคนขี้โกง”

          “ตอนนั้นผมเมา” พ่อสารภาพ “ขอโอกาสเถอะครับ ผมจะรีบหาเงินมาใช้”

          “ได้” อัฒฑ์เน้นเสียงหนัก ปรายตามองผ่านใบหน้าเด็กสาวที่เกาะติดพ่อแจ “แต่ลูกสาวของนายจะไปไหนไม่ได้จนกว่าใช้หนี้ครบ”

          “นาย!” พ่อหน้าถอดสี ปากขยับพะงาบเหมือนปลาเกยตื้น “ผม...”

          “นายทำลายความเชื่อใจของฉัน เพราะฉะนั้นนี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะให้ ไม่งั้นคงต้องถึงตำรวจ อย่าลืมนะว่าเราทำสัญญากันถูกต้อง”

          “ผมขอคุยกับลูกสักเดี๋ยว”

 

          “ตาหวาน หนูฟังพ่อ พ่อเป็นหนี้นายสี่แสนแต่ยังหาใช้คืนไม่ได้แถมยังเผลอทำร้ายคนของเขาบาดเจ็บ พ่อผิดเองที่ไม่เอาไหน ขอโทษนะลูก”

          “สี่แสน...” ทำไมมันมากมายขนาดนั้น ตาหวานนึกอย่างทดท้อว่าพ่อจะเอาจากไหนมาคืน มิน่าเล่าเจ้าหนี้เขาถึงโกรธขนาดพังบ้าน

          “ใช่ลูก โชคดีไอ้คนที่พ่อเผลอตีหัวมันสลบไปไม่ตาย ตอนนี้นายให้โอกาส พ่อต้องรีบไปหาเงินมาใช้เขาแต่ว่าหนูต้องอยู่ที่นี่”

          ตาหวานส่ายหน้าปฏิเสธทั้งน้ำตา “พ่อ...อย่าทิ้งหนู”

          “ไม่ลูกไม่” มือหยาบปาดเช็ดน้ำตาบนแก้มใสทั้งที่บนใบหน้าตัวเองเปียกชุ่ม “พ่อรักหนูที่สุด อยู่ที่นี่จะปลอดภัย ถ้าขืนถึงตำรวจ พ่อติดคุกหนูอยู่ข้างนอกคนเดียวพ่อต้องขาดใจตายแน่”

          “หนูกลัว”

          “อย่ากลัว” เสียงพ่อหนักแน่นขึ้น “ถ้าพ่อไม่ผิดสัญญาเราจะไม่เป็นแบบนี้ เรียนรู้จากความผิดพลาดของพ่อนะ ไม่นานหรอกแล้วพ่อจะรีบกลับมารับ”

          “...”

          “ตาหวาน พ่อตั้งชื่อของหนูตามเสน่ห์ที่ติดตัวมา” มือหยาบกร้านแตะลงบนเปลือกตาอ่อนบาง “หนูอยู่ที่นี่ทำตัวดีๆ โดยเฉพาะกับนาย ใช้เสน่ห์ที่มีของหนูเอาตัวรอด อย่าลืมคำพ่อนะ”

          เธอรอ...โดยพ่อไม่เคยกลับมา

          ตาหวานร้องไห้จนหลับไป

 

          เรื่องเมื่อคืนท่าจะยุ่งยากเพราะป้าตุ้ยนุ้ยถูกอัฒฑ์เรียกตัวแต่เช้า ตาหวานกระสับกระส่ายชะเง้อมองอยู่เกือบสองชั่วโมงกว่าจะเห็นป้าตุ้ยนุ้ยกลับมา

          เธอรีบดึงมือท่านนั่งลง เอาน้ำเย็นที่เตรียมไว้รอท่าให้อย่างประจบ หมายใจจะสารภาพความทะเร่อทะร่าของตัวเองเมื่อวานก็พอดีอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

          “อยากรู้เต็มแก่ละสิเรา ไม่มีอะไรหรอก แค่เรียกไปสั่งให้ดูแลเรื่องเรียนต่อของหนู”

          “เรียนต่อ?

          ไหงเป็นงั้นไปได้ ตาหวานทำหน้าเหวอจนป้าตุ้ยนุ้ยหัวเราะ

          “ดูทำหน้าเข้า ก็นายถามเรื่องหนู เมื่อวานที่ให้ไปรายงานว่าเรียนจบแล้วนายคงจะลืมพูดเลยมาบอกเอากับป้า”

          เธอยังไม่ได้ให้เขาดูใบเกรดด้วยซ้ำ ไม่มีการพูดจากันเป็นกิจลักษณะ ดีแต่ไปยืนทื่อล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวจนถูกไล่ตะเพิด

          “ตั้งใจนะ ป้ารู้ว่าหนูทำได้”

         

          ตาหวานเดินเข้าห้องอย่างงงๆ นั่งเหม่ออยู่อีกครู่แล้วก็นึกถึงใบเกรดเจ้ากรรม พอหาดันหาไม่เห็น หรือว่า...

          ใจหายวาบพร้อมกับรู้เหตุผลในทันที สงสัยจะเผลอทำตกไว้ที่เรือนใหญ่

          “มิน่า”

          ท่าทางป้าตุ้ยนุ้ยจะไม่รู้วีรกรรมเมื่อวาน บางทีนายอาจจะไม่ต้องการให้ใครรู้มากนัก เธอรีบปัดภาพปวดใจออกจากสมอง ต่อจากนี้คือการสอบ จะทำให้ป้าตุ้ยนุ้ยผิดหวังไม่ได้

 

          และแล้วความตั้งใจของตาหวานก็สัมฤทธิ์ผล เธอสอบติดมหาวิทยาลัยของรัฐได้ กำลังจะก้าวสู่ชีวิตนักศึกษาอย่างเต็มตัว

          พรุ่งนี้จะเปิดเทอมแล้ว มหาวิทยาลัยอยู่ห่างจากที่นี่มากเกินกว่าจะเดินทางไปกลับเธอจึงต้องย้ายไปอยู่หอในนับเป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีที่ได้รับอนุญาตให้อยู่นอกเขตฟาร์มปัทมา แต่กระนั้นก็ยังต้องกลับมาทุกเสาร์อาทิตย์

          โอกาสพิเศษเช่นนี้ป้าตุ้ยนุ้ยเลยเชิญคนงานมาร่วมฉลองให้กับตาหวาน กับข้าวที่ป้าช่วยกันทำกับเพื่อนคนงานเรียงเต็มโต๊ะที่นำมาต่อกันเป็นแถวยาว พวกคนงานผู้ชายร่วมด้วยช่วยกันหนีบเหล้ามาคนละนิดละหน่อยทั้งขวดกลมขวดแบน ไม่นานงานเลี้ยงก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะปนเสียงคุยอ้อแอ้

          “ป้าไม่น่าสิ้นเปลืองเลย ที่จริงหนูก็เป็นแค่...”

          “คนกำลังมีความสุขอย่าชักใบให้เรือเสียสินังหนู” ป้าตุ้ยนุ้ยขัด ยื่นมือไปตบหัวแตงโมที่นั่งหัวเราะตาเยิ้มอยู่ที่เสื่อฝั่งตรงข้าม “ไอ้โม นายไปธุระกลับวันไหน ไม่ใช่วันนี้นะเอ็ง”

          “ยั้ง! ยังม่ายกลับ” แตงโมส่ายนิ้วชี้ไปมาประกอบคำตอบ

          ป้าตุ้ยนุ้ยส่ายหัวพร้อมกับถอนใจ “ดูมั๊นดูมัน เนี่ย บางทีนายก็ชอบไปข้างนอกโดยไม่พกกุญแจเพราะหวังพึ่งไอ้โม แต่มาขลุกอยู่นี่กันหมดป้าละเป็นห่วงจริง ไหนจะข้าวปลาไม่รู้กินมาหรือยัง”

          ตั้งแต่เกิดเหตุคราวนั้นตาหวานไม่กล้าย่างกรายขึ้นเรือนใหญ่อีกเลย บางทีทำอิดออด บางทีที่จำเป็นก็ตะโกนเรียกแตงโมให้ลงมารับของด้วยกลัวจะเจอช็อตเด็ดเข้าอีก

          พอได้ยินป้าตุ้ยนุ้ยบ่นใจก็นึกห่วงๆ ได้ยินว่านายไปธุระที่กรุงเทพหลายวันแล้วไม่แน่ว่าจะกลับวันไหน ถ้าเป็นวันนี้ทางเรือนใหญ่คงไม่มีคนรอท่า อาศัยแตงโมคงไม่ได้แล้วเพราะแค่จะนั่งยังแทบทรงตัวไม่อยู่

          “หนูไปดูทีซิ เอากับข้าวใส่ปิ่นโตไปด้วย มีที่อยู่ในหม้ออีกเยอะ”

          “โทร.ถามไม่ได้เหรอจ๊ะ” ที่จริงเดี๋ยวนี้การสื่อสารออกจะสะดวก แต่คนที่นี่กลับไม่ค่อยใช้วิธีพวกนั้นเท่าไร ถามไม่ทันขาดคำก็ถูกเอ็ด

          “ไม่ด๊าย เราเป็นใครถึงจะโทร.ซักไซ้นาย เอาตามที่ป้าว่านี่แหละ ถ้านายยังไม่กลับก็แล้วไป”

 

          ถนนหนทางภายในอาณาเขตฟาร์มปัทมาแม้เวลากลางคืนก็สว่างไสวเพราะมีไฟทางตั้งเป็นระยะ ตาหวานปั่นจักรยานพลางภาวนาขอให้อัฒฑ์อย่าเพิ่งกลับมาแต่ความหวังก็พังทลายเมื่อเห็นรถของเขาจอดอยู่

          งานนี้ไม่มีแตงโมเป็นตัวช่วยแต่ให้ตายเธอก็ไม่ยอมผ่านเขตประตูนำปิ่นโตเข้าไปแน่

          “ขอเสียมารยาทแขวนไว้ตรงนี้ละนะ” ตาหวานพึมพำ ตั้งท่าจะทำอย่างที่พูด กำลังจะส่งเสียงบอกให้เจ้าของเรือนรู้ว่ามีสำรับมาส่งแต่แล้วก็ได้ยินเสียงดังโครมพร้อมกับของบางอย่างที่ตกลงพื้นแตกดังสนั่น

          “นาย!

          ร่างบางถลันพรวดเข้าไปถึงได้เห็นว่าที่แท้เสียงเมื่อครู่เกิดจากอัฒฑ์ล้มแขนคงฟาดกับขอบโต๊ะทำให้แจกันแก้วตกลงมา

          “ไอ้โมเหรอวะ”

          “ตาหวานเองค่ะ” กลิ่นเหล้าคลุ้งจนตาหวานเบ้หน้า ดวงตาแดงก่ำของอัฒฑ์เหลือบมองเธอแล้วพยักหน้าคล้ายจะรับรู้แต่ท่าทางจะไม่ใช่

          “มึงมาก็ดีแล้ว พยุงกูดิ๊ ทำไมวันนี้พื้นลื่นจังวะ”

          “ลื่นที่ไหนล่ะ เมาต่างหาก” ตาหวานบ่น หน้ามุ่ยเมื่อไม่รู้จะเอายังไงต่อ เทียบขนาดตัวแล้วเธอกับเขาก็เหมือนไม้ซีกงัดไม้ซุง

          “เร็วเรวๆๆ”

          ปล่อยให้นอนเกลือกอยู่ใกล้เศษแก้วอย่างนี้คงไม่ดีแน่ สุดท้ายตาหวานเลยต้องรวบรวมเรี่ยวแรงพยายามพยุงอัฒฑ์เข้าห้องนอนจนได้ ร่างสูงใหญ่ของเขาถูกผลักลงนอนหงาย เด็กสาวเตรียมผละออกไปเก็บกวาดแล้วเผ่นกลับแต่ถูกมือใหญ่ฉุดแขนไว้ทำให้ล้มลงไปด้วยกัน

          อกอิ่มของสาวรุ่นเบียดเกยอยู่บนอกกว้าง ความนุ่มหอมดึงความสนใจให้คนนอนหลับตาลืมตาขึ้นมองสำรวจ

          “นุ่มจัง”

          “น่ะ...นาย”

          มือใหญ่ประคองใบหน้างามพลางไล้นิ้วคลอเคลียพวงแก้ม ตาหวานช็อกจนทำอะไรไม่ถูก ชั่วพริบตาร่างสูงกลับพลิกโอบแขนพาตัวเธอลงนอนหงาย ท่อนล่างของเขาทาบทับจนตัวเธอแทบจมที่นอน

          “คนอะไรน่ารักเหมือนตุ๊กตา”

เสียงอัฒฑ์ไม่ได้อ้อแอ้ลิ้นเปลี้ยเหมือนแตงโม หากแววตาของเขาบวกกับกลิ่นเหล้าคละคลุ้งบอกชัดว่าไม่เป็นตัวของตัวเอง มือหนาร้อนลูบไล้แก้มใสก่อนจะแตะเปลือกตาแล้วจูบทับลงไป ตาหวานมีอาการเหมือนคนถูกสตั๊ฟ ดวงใจน้อยๆ เต้นระรัวตั้งแต่ได้ยินคำชมจากคนเมา เนื้อตัวร้อนผ่าวแปลกๆ เมื่อดวงหน้าหล่อเข้มก้มลงมาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นจัดที่เป่ารด ดวงตาของอัฒฑ์ราวกับมีมนต์สะกดจนกระทั่งรู้สึกว่ามือข้างหนึ่งของเขาสอดเข้าใต้เสื้อ ไต่ขึ้นจนถึงทรวงอก ผลักบราขึ้นแล้วกอบกุมสลับกับแตะต้องปลายถัน

             “นาย ปะ...ปล่อยตาหวานเถอะค่ะ อ๊ะ!



++++++++++++++++
ลงตัวอย่างให้อ่านกันพอหอมปากหอมคอ
ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายแล้ว
ใครติดอกติดใจฝากตามไปโหลดได้ตามลิงก์ด้านล่างนะฮับ ^ 3 ^




พิมพ์เนื้อหาตรงนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

1 ความคิดเห็น