แมวน้อยของมาเฟีย

ตอนที่ 3 : 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 ส.ค. 61

          “นายจะเข้าเมืองเหรอทำไมไม่เห็นบอกไอ้โมไว้”

          แตงโมมีหน้าที่สารพัดอย่างเกี่ยวกับนาย มันทั้งกวาดบ้านถูบ้าน คอยปลุกให้ตื่นตามเวลาที่นายสั่งกำชับ คอยแบกพาเข้านอนตอนนายเมา ถ้ามีนัดสำคัญ บางครั้งนายจะบอกแตงโมให้รู้ไว้เพื่อเตือนความจำเขา แต่ครั้งนี้แตงโมตีลังกาคิดเท่าไรก็กลับคิดไม่ออกว่านายมีธุระอะไรที่ไหนหากเมื่อกี้ด้วยความเสือก มันได้ยินเต็มสองหูว่านายให้น้องสาวคนสวยติดรถไปด้วยเพราะจะต้องไปธุระ

          คนใต้ปกครองเป็นร้อย นอกจากป้าตุ้ยนุ้ยที่เป็นแม่บ้านคนเก่าคนแก่ของครอบครัวมีแต่แตงโมคนเดียวกล้าเสนอหน้าซักถามซอกแซก

          “ตกลงมึงเป็นลูกน้องหรือพ่อกู เสือกอยากรู้ทุกเรื่อง”

          อัฑฒ์ หรือที่ใครๆ เรียกติดปากว่านายบ้างนายใหญ่บ้างเอ็ดลูกน้องคนสนิท มันยิ้มทะเล้นใส่เขาพร้อมๆ กับเขยิบหนีให้ไกลจากรัศมีบาทาอย่างรู้แกว

          “ปัทโธ่นาย ไอ้โมห่วงล้วนๆ นึกว่าเผลอลืมเตือนนายเรื่องสำคัญซะอีก”

          แตงโมเป็นลูกคนงานในฟาร์มที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อมันยังหนุ่ม นัยน์ว่าพ่อของมันเจ้าชู้ไก่แจ้ไปทั่วจนเผลอไข่ทิ้งไว้ข้างนอก ปิดบังเรื่องราวอยู่หลายปีมาความแตกตอนแม่แตงโมถูกรถชนตายระหว่างเดินข้ามถนน ครั้นจะเอาลูกชายเข้าบ้านก็กลัวเมียเลยมาขอพึ่งใบบุญนายฝากฝังให้รองมือรองเท้าอยู่ทางนี้ดีกว่าฝืนรวมครอบครัวให้มีปัญหาแม่เลี้ยงลูกเลี้ยง

          อัฑฒ์เห็นท่าทางมันฉลาดเป็นกรด เป็นลูกกำพร้าแม่ที่พ่อพาไปอยู่ด้วยไม่ได้แต่สดใสเกินเบอร์เหมือนคนไม่มีปมชีวิต น่าจะเอาดีได้ เสียแต่ขี้เกียจเรียนหนังสือเลยสั่งให้รับใช้อยู่ใกล้ๆ แล้วดูความฉลาดปนขี้เสือกของมัน

          “ป้าตุ้ยไม่สบายหรือเปล่า”

          กาแฟหอมกรุ่นรสชาติดี ถึงจะเป็นแค่กาแฟดำแต่คอกาแฟอย่างเขากลับรับรู้ได้ว่าไม่เหมือนทุกทีเพราะส่วนผสมที่เข้มข้นกลมกล่อมกว่า ส่วนมาการองสีสวยซึ่งปกติเขาไม่มีวันแตะเพราะเกลียดขนมหวานหากวันนี้กลับนึกอยากลองชิมขึ้นมานั้นเขารู้อยู่แล้วว่าเป็นฝีมือของใคร ป้าตุ้ยนุ้ยถนัดทำอาหารคาวหวานไทยทุกชนิดแต่ไม่ถนัดสัญชาตอื่นเลย ก็เหลือแต่อีกคนที่เพิ่งมานั่งตัวสั่นน้ำตาหยดอยู่เมื่อกี้

          “โอ๊ยสบายดี เมื่อเช้ามืดยังด่าไอ้โมออกเสียงดัง ทำไมเหรอนาย”

          “ทุกทีต้องยกมาให้เอง” เขาว่าพลางจิบกาแฟ

          “สงสัยขี้เกียจ ไม่ก็แก่แล้ว โอ๊ยๆ นาย” แตงโมกระโดดหนีบาทาที่เหวี่ยงมาหยุดปากช่างแซะ แล้วพอพ้นรัศมีอันตรายก็ยังมิวายปากไวอีก “แต่เป็นแบบนี้บ่อยๆ ก็ดีออกนะนาย เห็นน้องตาหวานทีไรชื่นใจ๊ชื่นใจ คนอะไรสวยอย่างกะนางฟ้า ตางี้ว้านหวานสมชื่อเลย ไม่รู้ป้าตุ้ยแกจะหวงอะไรนักหนา วันๆ เห็นอยู่แต่ท้ายฟาร์มนู่น”

          “ไปไกลๆ กูไป รำคาญหู”

          คนถูกโบกมือไล่เหมือนไล่แมลงหวี่แมลงวันถอยปรูดไปแต่โดยดีหากยังปากยาวถามเสียงดัง

          “แล้วที่ว่าไปธุระนายจะให้ไอ้โมไปด้วยหรือเปล่า”

          “กูสั่งหรือยัง”

“ยังจ้า”

“รีบๆ ไปให้พ้นหน้า”

เท่านั้นคนช่างสอดก็วิ่งจู๊ดหายไปอย่างรวดเร็ว แต่เดี๋ยวไม่นานหรอกคงโผล่หน้ามาส่งเสียงเอะอะใหม่ อัฑฒ์ส่ายหน้า เขาจะเอามันไปด้วยทำไมในเมื่อขับรถไม่เป็น นอกจากไม่ช่วยมีแต่จะเกะกะ

 

เมื่อได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแถมนายยังจะให้ติดรถไปด้วย ตาหวานตื่นเต้นแทบระงับไม่อยู่รีบปั่นจักรยานกลับมารายงานป้าตุ้ยนุ้ยเสียงใส

“ป้าจ๋า วันนี้หนูขออนุญาตออกไปข้างนอกนะ”

วันนี้เป็นวันหยุด ถ้าไม่มีเรียนเวลาของตาหวานก็หมดไปกับการช่วยป้าตุ้ยนุ้ยทำงาน หรือถ้าเหลือเวลาว่างก็หัดทำขนมซึ่งเป็นงานอดิเรกสุดโปรด โชคดีครัวของป้าตุ้ยนุ้ยมีอุปกรณ์ครบครัน เธอแสนจะแปลกใจที่ที่นี่มีอุปกรณ์ทำขนมฝรั่งครบทั้งๆ เจ้าของเรือนทำไม่เป็น ลึกๆ ก็แอบคิดว่าป้าตุ้ยนุ้ยซื้อมาไว้ให้เธอใช้แต่ไม่กล้าเข้าข้างตัวเองมาก แค่เป็นตัวขัดดอกที่ป้าตุ้ยนุ้ยต้องรับภาระดูแลก็มากพอแล้ว

“หือ ที่ไหนนังหนู ร้อยวันพันปีไม่เคยขอ หรืออยากเที่ยวฉลองวันเกิด”

ถ้าเป็นปกติป้าตุ้ยนุ้ยคงเอ็ดให้เพราะหวงราวกับลูกสาวแท้ๆ แต่พอตาหวานอายุครบสิบแปดท่าทางท่านเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คงจะเริ่มเห็นว่าเธอโตจนดูแลตัวเองได้แล้วกระมัง

“ไปบ้านจ้ะ”

ยิ้มของตาหวานจืดเจื่อนเมื่อเห็นป้าตุ้ยนุ้ยเปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มแย้มเป็นนิ่งขึง แขนเล็กถูกลากไปตามแรงมืออวบให้นั่งลงชิดตัวบนเก้าอี้หวายตัวยาวกลางบ้าน

“ไม่มีคนอยู่จะไปทำไม”

“ถามเหมือนนายเลย”

“นี่ไปพูดกับนายเรอะ!” ป้าตุ้ยนุ้ยตกอกตกใจ “ไหนว่ายังไงเล่าซิ”

“หนู..” ตาหวานกลืนน้ำลาย ก็รู้อยู่หรอกว่าตัวขัดดอกไม่มีสิทธิ์ร้องขอออกนอกเขต แต่ทำไปแล้ว “หนูขออนุญาตนายแล้วนายก็อนุญาตแล้วด้วย”

“จริงเหรอ”

“จ้ะ นายจะให้ติดรถไปด้วย เดี๋ยวคงต้องรีบเตรียมตัวไว้”

แล้วป้าตุ้ยนุ้ยก็ถอนใจเหมือนนายไม่มีผิด มืออวบอ้วนลูบศีรษะทุยอย่างอ่อนโยน แววตาที่ทอดมองเปี่ยมความเอ็นดูทำให้ตาหวานค่อยใจชื้นว่าท่านไม่ได้โกรธ

“ครั้งเดียวพอนะ ญาติก็ไม่มี พ่อเราถ้าเขามาเดี๋ยวก็มาหาที่นี่เอง”

“จ้ะ” ตาหวานรับคำแล้วเลี่ยงเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

พอปิดประตูน้ำตาก็ร่วงไหลลงเปื้อนเสื้อ สี่ปีแล้วกับคำว่าเดี๋ยวพ่อก็มาแต่ทำไมไม่มาสักที

 

แตงโมคนดีคนเดิมมาตามถึงหน้าบ้านว่านายจะไปแล้ว ตาหวานเลยรีบจับจักรยานขี่ตามมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่ไปยังเรือนใหญ่เพราะรู้ดีว่าป้าตุ้ยนุ้ยคงไม่ปลื้มถ้าหากจะซ้อนท้ายแตงโม

เธอนั่งตัวลีบมือกำสายกระเป๋าสะพายสีพาสเทลอยู่ที่เชิงบันไดระหว่างเฝ้ารอ ในใจภาวนาว่าการกลับไปเยือนบ้านในรอบสี่ปีนี้จะได้เจอพ่อ

ตั้งแต่อยู่มานอกจากถูกสั่งห้ามไปไหนนอกจากโรงเรียนเธอปกติสุขดีทุกอย่าง นายใหญ่ไม่เคยเรียกไปซักถามคาดคั้นหรือทุบตีทำร้าย ถ้าเผื่อพ่อโผล่ไปเจอเธอที่บ้านเข้าน่าจะขอร้องได้ ไม่ใช่คิดว่าตัวเองสำคัญ แต่เธอรู้สึกว่านายใหญ่เองก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไร พ่อยอมรับเองว่าเบี้ยวหนี้ซ้ำกำชับให้เธอทำตัวดีๆ กับนาย โตมาตาหวานถึงคิดได้ว่าพ่อคงสารภาพไม่หมดเพราะถ้าผิดแค่นั้นคงไม่ถูกตามไปถล่มบ้านเสียเละ

“ไปกันได้แล้ว”

นายใหญ่สวมเสื้อยีนแขนยาวกับกางเกงยีนสีซีด รองเท้าบูตหุ้มข้อก้าวหนักๆ เดินเลยเธอไปยังรถกระบะที่ลูกน้องคนหนึ่งขับมาจอดรอ

พอร่างสูงสง่าขึ้นประจำที่นั่งคนขับเธอก็รีบกระโดดขึ้นหลังกระบะ นั่งเรียบร้อยแบบคนเจียมเนื้อเจียมตัว ผมยาวผูกเปียไว้ดิบดีกันลมตี

“ทำอะไร”

นายชะโงกหน้ามาถามเสียงดังจนคนเพิ่งก้นถึงพื้นสะดุ้ง หน้าซีดไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดจึงมองสบตานายตาแป๋ว

“มานั่งนี่ กระเด็นหล่นลงไปฉันขี้เกียจตามเก็บ”

นี่ ที่ว่านั่นเบาะข้างๆ นาย จะว่าไปรถกระบะตอนเดียวก็มีที่นั่งแค่นั้น ตาหวานปีนลงรถท่าทางเงอะงะไปนั่งข้างหน้าตามคำสั่งด้วยการทำตัวลีบติดประตู สงบปากสงบคำกลัวว่าถ้าขืนพูดผิดหูเดี๋ยวนายจะเปลี่ยนใจ

 

ตาหวานก้าวลงจากรถมายืนคว้างอยู่กลางบ้านด้วยความรู้สึกเหมือนอกถูกอัดจนหายใจไม่ออก บ้านนี้พ่อซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานกับแม่ เคยเป็นความอบอุ่นเดียวของตาหวาน มาบัดนี้สี่ปีที่ไม่ได้ย่างกราย ต้นไม้หน้าบ้านแห้งเฉายืนต้นตาย พวกที่เป็นไม้ล้มลุกก็เปื่อยสลาย หญ้าขึ้นรกสูงท่วมเข่า ภายในเต็มไปด้วยฝุ่นส่วนข้าวของที่ไม่ค่อยมีค่าอะไรก็ดุเก่าผุพังจนน่าใจหาย

...พ่อ...

ร่ำร้องหาพ่ออยู่ในใจพร้อมกับน้ำตาไหลพราก ความหวังลมๆ แล้งๆ ของเด็กสาวดับสลายไม่มีเงาของใครเหยียบย่างมาที่นี่มีแต่เธอคนเดียว

ภาพอดีตอบอุ่นตีตื้นขึ้นมาในสมองน้อยๆ เหมือนระลอกคลื่น ตอนเด็กๆ เธอเห็นพ่อแต่งตัวโอ่อ่าทำงานในบริษัทเอกชนมีชื่อเสียงจนกระทั่งบริษัทเกิดวิกฤตจนต้องปิดตัวลงและลอยแพพนักงาน พ่อใช้ทุนที่มีผันตัวมาทำธุรกิจของตัวเอง แรกๆ ก็ดีจนขยายใหญ่โตแต่แล้วก็ล้มไม่เป็นท่าเพราะถูกโกง ย่ำแย่ซ้ำซ้อนเมื่อแม่เสียชีวิต พ่อเคยประกาศขายบ้านแต่ด้วยไม่อยู่ใกล้แหล่งชุมชนเลยไม่มีคนสนใจซื้อ เงินของพ่อลุ่มๆ ดอนๆ พ่อเริ่มกลายเป็นคนไม่อยู่ติดบ้าน บางวันกลับมาเหลือแต่เศษเหรียญบางวันหอบแบงก์กลับมาปึกใหญ่แต่ตลอดเวลาไม่เคยหยุดจ่ายค่าเทอม พยายามส่งลูกสาวคนนี้สุดความสามารถ

“ไม่มีใครมาก็กลับ”

เสียงทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง ตาหวานหันกลับไปมองเขาทั้งใบหน้าชุ่มน้ำตาแล้วเผลอปล่อยโฮอย่างกลั้นไม่อยู่

“จะอยู่อีกนานไหม เสียเวลา”

น้ำเสียงห้วนติดรำคาญ ตาหวานรู้สึกตัวรีบกลั้นเสียงสะอื้นวิ่งตามแผ่นหลังกว้างของคนที่หมุนตัวเดินกลับขึ้นรถ ไม่กล้าพูดอะไรอีกเลย

 

“รอตรงนี้เดี๋ยวฉันมา” อัฒฑ์สั่งคนใต้ปกครองก่อนจะเดินหายเข้าไปในธนาคารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้ากลางเมือง

ตาหวานไม่ค่อยได้เที่ยวเล่นเหมือนคนอื่น จากกำลังเศร้าก็ถูกหันเหความสนใจไปยังร้านรวงต่างๆ โดยเฉพาะร้านขายของกระจุกกระจิกของผู้หญิง

สองเท้าน้อยๆ พาตัวเองไปอยู่ในร้านที่ตกแต่งชั้นวางด้วยสีขาวสลับชมพูหวาน หยิบยางรัดผมที่มีตัวการ์ตูนซานริโอตัวโปรดเกาะอยู่พลางลูบไล้เพราะอยากได้แต่แล้วก็จำต้องวางอย่างเสียดาย เธอถูกพามาตัวเปล่า ลำพังมีที่อยู่ที่กิน ป้าตุ้ยนุ้ยให้เงินไปโรงเรียนทุกวันก็ไม่รู้จะชดใช้ยังไงหมด มีก็พอมีอยู่หรอกเพราะเงินค่าขนมเหลือกลับมาทุกวันแต่ไม่กล้าใช้ฟุ่มเฟือย

“แพงจัง อันตั้งร้อยกว่าบาท”

เด็กสาวเดินหงอยออกจากร้านที่อยู่เยื้องกับธนาคารมายืนหลบมุมรอ พอเห็นอัฒฑ์ทำธุระเสร็จก็แปลกใจที่เห็นเขาเดินเข้าร้านที่เธอเพิ่งเดินออกมาแต่ไม่กล้าตามเข้าไปจนกระทั่งชายหนุ่มมาหยุดอยู่ตรงหน้าแล้วยื่นถุงพลาสติกลายการ์ตูนน่ารักให้

ตาหวานรับมาอย่างงงๆ พอเปิดดูก็ทำตาโตเป็นประกายตื่นเต้นเพราะเป็นชิ้นเดียวกับที่หยิบแล้ววางอยู่หลายหน

“ได้ยินว่าวันนี้วันเกิด”

ของขวัญวันเกิด! หัวใจดวงน้อยพองฟูเหมือนลูกโป่งถูกเป่าลม ยิ้มทั้งปากทั้งตาแบบที่ทำให้ใครต่อใครผ่านมาเห็นเข้าสตั๊นท์ด้วยความหลงใหลเว้นอัฒฑ์ที่ยังหน้านิ่ง

“ขอบคุณค่ะนาย หนูจะทะนุถนอมอย่างดีเลย” ยกมือไหว้พลางกอดลูบไล้ของขวัญชิ้นแรกจากนายเบามือราวกับกลัวแตกหัก

“ก็แค่ยางรัดผม”

อัฒฑ์เดินนำกลับไปทางที่จอดรถ ตาหวานที่เดินตามรู้สึกสุขใจเหมือนตัวกำลังลอยได้อย่างไรอย่างนั้น


++++++
เรื่องใหม่ล่าสุดที่ลงขายเฉพาะ Ebook จ้า



พิมพ์เนื้อหาตรงนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น