แมวน้อยของมาเฟีย

ตอนที่ 2 : 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    31 ก.ค. 61






          สี่ปีต่อมา

        “พ่อตั้งชื่อของหนูตามเสน่ห์ที่ติดตัวมา” มือหยาบกร้านแตะลงบนเปลือกตาอ่อนบาง “หนูอยู่ที่นี่ทำตัวดีๆ โดยเฉพาะกับนาย ใช้เสน่ห์ที่มีของหนูเอาตัวรอด อย่าลืมคำพ่อนะ”

          เสียงไก่ขันที่ดังขึ้นอย่างสดใสทุกเช้าตรู่ปลุก ตาหวาน เด็กสาววัย 18 ปี ขึ้นจากที่นอน ร่างอรชรมีส่วนโค้งส่วนเว้าอย่างสาวสะพรั่งลุกขึ้นนั่งแม้ผมยาวถึงกลางหลังจะยุ่งหากก็ไม่ทำให้ความสะสวยของเจ้าตัวลดลง อกอิ่มสะท้อนขึ้นลงแผ่วๆ ยามเจ้าตัวคิดทบทวน

...เธอฝันถึงพ่ออีกแล้ว...

ฝันซ้ำๆ มาตลอดนับแต่ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน

ตาหวานรีบสะบัดศีรษะขับไล่ความหม่นในห้วงอารมณ์ จัดแจงพับผ้าห่ม ตบหมอน ดึงผ้าปูที่นอนให้ตึงแล้วจึงเดินไปคว้าผ้าขนหนูลายคิตตี้ออกไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านนอกห้อง

 

“ป้าตุ้ยนุ้ยจ๋า มีอะไรให้ตาหวานช่วยทำบ้างจ๊ะ”

ริมฝีปากสีหวานจุ๊บแก้มอูมของหญิงสูงวัยที่มีนามว่าตุ้ยนุ้ยแต่คนส่วนใหญ่เรียกสั้นๆ ว่าตุ้ย เสียงโขลกน้ำพริกหยุดชะงักลงพร้อมกับที่ป้าตุ้ยหัวเราะคิกคัก รอยยิ้มเอ็นดูเด็กสาวเมื่อเอ็ดว่า

“ไม่เอา ป้าจั๊กจี้”

“ก็แก้มป้าหอมนี่จ๊ะ ตาหวานชอบที่สุด”

เด็กขี้อ้อนทำท่าจะขโมยหอมแก้มคนแก่อีกครั้งแต่ถูกปรามไว้ด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ร่างอวบระยะสุดท้ายลุกขึ้นกระฉับกระเฉงแบบคนทำงานหนักจนเคยชินมาตลอดชีวิต ตอนนี้ในครัวหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นอาหาร ตาหวานกุลีกุจอช่วยโดยไม่ต้องเอ่ยปากถามเพราะมองปราดเดียวก็ดูออกว่าป้าตุ้ยนุ้ยกำลังทำอะไรค้างอยู่ อาจะเป็นเพราะความรู้ใจและฝีมือทางด้านงานครัวที่ถูกเสี้ยมสอนมาตลอดสี่ปี

“เร็วเข้านังหนู เดี๋ยวจะไม่ทันพระ”

“เกือบเสร็จแล้วจ้ะ แหมดูสิพะแนงหมูฝีมือป้าตุ้ยน่ากินจังเลย พระท่านคงอิ่มแปล้แถมอิ่มใจ”

สองสาวต่างวัยช่วยกันจัดแจงสำรับใส่บาตรแล้วนำออกมาตั้งโต๊ะรอหน้าเรือนพักที่พระจะเดินบิณฑบาตผ่านทุกวัน เห็นว่าเมื่อก่อนเวลาจะใส่บาตรป้าตุ้ยนุ้ยต้องออกไปดักหน้าฟาร์มจนนายใหญ่เห็นจึงนิมนต์ให้พระเข้ามาบิณฑบาตด้านในทุกวันเพื่อให้คนงานคนอื่นๆ ได้ใส่บาตรสะดวกขึ้น

เสียงสวดให้พรจบลง ตาหวานเก็บอุปกรณ์เข้าครัวแล้วเตรียมที่กรวดน้ำอย่างรู้หน้าที่

“ตั้งใจนะ”

ป้าตุ้ยนุ้ยพูดแบบนี้ทุกครั้งจนตาหวานจำขึ้นใจว่าการทำบุญนอกจากเป็นการบำรุงศาสนายังฝึกให้รู้จักการให้และทุกครั้งที่ทำก็ควรตั้งใจไม่ใช่ส่งๆ ไป

น้ำหยาดสุดท้ายหยดลงดิน ตาหวานพนมมืออธิษฐาน

พ่อจ๋า...มารับตาหวานเร็วๆ นะ ตาหวานคิดถึงพ่อจะแย่แล้ว

“ตามป้ามานี่สิ”

บ้านพักครึ่งตึกครึ่งไม้หลังนี้ตาหวานอยู่กับป้าตุ้ยนุ้ยสองคนต่างจากคนงานอื่นๆ ที่นอนรวมกันที่บ้านหลังใหญ่อีกหลังซึ่งซอยห้องถี่ยิบเหมือนโรงแรม

ร่างอรชรเดินตามมานั่งพับเพียบลงหน้าเก้าอี้ที่ป้าตุ้ยนุ้ยนั่ง ดวงตากลมโตมองท่านหยิบของบางอย่างที่แอบซ่อนไว้หลังหมอนอิงอย่างสนใจ

“บอกกี่หนแล้วว่าอย่านั่งพื้น”

“มันเย็นดีนี่จ๊ะ” คนตาหวานสมชื่อยิ้มประจบ “นั่นอะไรจ๊ะป้า”

ถุงสีสวยถูกยื่นส่งให้ ตาหวานหยิบของข้างในออกดูอย่างตื่นเต้นก็เห็นว่าเป็นเสื้อลายการ์ตูนคาแร็กเตอร์ซานริโอที่เธอโปรดปราน

“สุขสันต์วันเกิดนะนังหนู ขอให้เรียนหนังสือได้เกรดดีๆ  มีแต่คนรักคนชอบ อย่าเจ็บอย่าป่วย”

ตาหวานพับเสื้ออย่างทะนุถนอม กราบลงบนตักป้าตุ้ยนุ้ยผู้ที่คอยดูแลเธอมาตลอดสี่ปีราวกับเธอเป็นลูกหลานในไส้ ถ้าไม่ได้ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้ชีวิตเธอจะเป็นอย่างไรบ้างเพราะนอกจากพ่อก็ไม่มีญาติที่ไหน หรือถ้ามีพ่อก็ไม่เคยพูดถึงให้ได้ยินแม้แต่ครั้งเดียว

“ป้าตุ้ยๆ”

เสียงตะโกนโหวกเหวกดังจากหน้าบ้าน ป้าตุ้ยนุ้ยทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างหมั่นไส้

“ไอ้แตงโมนี่มันพูดเบาๆ ไม่เคยเป็น”

“เดี๋ยวตาหวานไปดูเองจ้ะว่ามาทำไม”

“ไม่ต้องหรอก อยู่เก็บของในครัวนี่เถอะ ป้าไปเอง”

ป้าตุ้ยนุ้ยไม่ค่อยชอบให้เธอสุงสิงกับผู้ชายมากนักโดยเฉพาะตั้งแต่เธอเริ่มมีประจำเดือน ท่านเดินตุบตับออกไปอย่างรวดเร็ว ตาหวานเลยหันไปล้างจานชาม ได้ยินเสียงคุยกันดังลั่นของป้าตุ้ยนุ้ยกับแตงโมเด็กรับใช้ของนายใหญ่อยู่แว่วๆ

“ถึงจะเสียงดังปานฟ้าผ่าแต่มันก็ได้ความเหมือนกัน”

“อะไรหรือจ๊ะ”

ตาหวานล้างจานเสร็จแล้วกำลังเช็ดถูครัวตอนที่ป้าตุ้ยนุ้ยเดินกลับเข้ามา

“มันแล่นมาบอกว่านายเมากลับมาเมื่อตีสาม สั่งว่าขออาหารเช้าด้วย”

“เมาแล้วสั่งได้อีกเหรอ” ปากน้อยๆ ไวพอจะบ่นพึมพำ นึกว่าป้าตุ้ยนุ้ยไม่ได้ยินแต่ท่านกลับได้ยิน

“ก็คงพอมีสติเหลือกลับมามั่งหรอก”

พอเป็นเรื่องของนายใหญ่ ป้าตุ้ยนุ้ยจะกระฉับกระเฉงมากกว่าปกติราวกับเพิ่งกินยาโด๊ป ร่างอ้วนเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วก็เหมือนจะไม่เจอของถูกใจหรือนึกอะไรขึ้นมาได้

“เอ ปกตินายไม่ค่อยกินอะไรหนักๆ มื้อเช้า”

“กาแฟก็พอมั้งจ๊ะ” หญิงสาวเสนอเพราะหลายหนแล้วที่นึกเสียดายกับข้าวมากมาย ยกไปให้ทีไรเหลือกลับมาแบะแบนแทบไม่ได้แตะต้อง ที่พร่องไปมีแต่กาแฟแก้วเดียวแต่ป้าตุ้ยนุ้ยแม่ครัวใหญ่ประจำฟาร์มก็ทำประเคนไปไม่เคยเบื่อหน่ายเหมือนแม่ที่พยายามให้ลูกได้กินอาหารมีประโยชน์

“แค่กาแฟเองรึ”

“งั้นตาหวานจะทำขนมเสิร์ฟพร้อมไปด้วย เช้าๆ แบบนี้อาจจะคล่องท้องกว่ากินมื้อใหญ่ ป้าว่าดีไหมจ๊ะ”

เมื่อก่อนป้าตุ้ยนุ้ยดูแลอาหารการกินของนายใหญ่เพียงลำพัง พอได้เด็กสาวมาอยู่ในความดูแลนางก็จัดแจงถ่ายทอดวิชางานครัวให้จนฝีมือทัดเทียม แต่ที่ต่างและเหนือกว่าคือตาหวานมีความชื่นชอบเรื่องทำขนมโดยเฉพาะขนมฝรั่งที่ป้าตุ้ยนุ้ยไม่ถนัด ของหน้าตาแปลกๆ กี่อย่างๆ เจ้าตัวเล็กก็ทำตามได้หมดแค่ลองทำตามหนังสือหรืออินเทอร์เน็ตเพียงครั้งสองครั้ง

“เข้าท่า งั้นรีบเข้าก่อนนายตื่น”

เมื่อเป็นขนมตาหวานจึงโชว์ฝีมือเพียงลำพัง เธอเหลือบมองดูนาฬิกาบนฝาผนังแล้วยิ้มแต้ที่เห็นว่าเพิ่งจะหกโมงเช้า ถ้าเมากลับมาแบบนี้อีกชั่วโมงหรือสองชั่วโมงนู่นกระมังที่นายใหญ่จะตื่น

 

มาการองสีสวยเสร็จสรรพหอมฟุ้งจัดเรียงอย่างน่ารักเคียงกับกาแฟดำ ตาหวานมองผลงานของตัวเองด้วยแววปลาบปลื้มแล้วก็ต้องยิ้มเจื่อนเมื่อถูกป้าตุ้ยนุ้ยสั่งว่า

“ยกไปให้นายด้วยนะนังหนู เช้านี้ปวดๆ ขาป้าไปเองไม่ไหว”

แม้จะหวาดหวั่นเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยินอยู่หากไม่วายเป็นห่วงรีบเข้าไปเกาะขานวดเฟ้นให้คนที่นั่งทุบเข่าตัวเอง

“ปวดมากหรือเปล่าจ๊ะ ให้พี่แตงโมยกไปดีกว่าตาหวานจะได้อยู่นวดให้”

“มันปร๋อหายไปตั้งแต่มาส่งข่าวแล้ว ไปเถอะ ขี่จักรยานก็ระวังๆ ล่ะ”

 

สุดท้ายตาหวานเลยต้องยอมจัดเรียงอาหารเช้าของนายใส่ตะกร้าสานแขวนไว้กับแฮนด์จักรยานแล้วปั่นออกจากบ้านพักที่อยู่ท้ายฟาร์มไปที่เรือนหลังใหญ่ซึ่งอยู่ด้านหน้า

ดวงอาทิตย์สีแดงอมชมพูลอยขึ้นเหนือขอบฟ้าแล้วตอนที่ร่างอรชรปั่นจักรยานผ่านทุ่งหญ้ากว้าง

ที่นี่คือฟาร์มปัทมาซึ่งชื่อนี้เป็นชื่อมารดาของนายใหญ่ที่เสียชีวิตไปนานแล้ว ฟาร์มปัทมาทำเกี่ยวกับโคนมเป็นหลักถ้ามองจากสายตาคนนอก แต่ลึกๆ แล้วธุรกิจของนายเกี่ยวข้องกับเงินตราทั้งการค้าที่ดิน ปล่อยเงินกู้และอีกสารพัดสิ่งที่ทำให้ใครต่อใครได้ยินชื่อฟาร์มปุ๊บก็ต้องร้องอ๋อเพราะต่างเคยพึ่งบารมีนายใหญ่ผู้เป็นเจ้าของกันทั้งนั้น

ขาเล็กๆ เริ่มปั่นช้าลงทุกทีเมื่อเห็นหลังคาเรือนไม้ขนาดใหญ่อยู่ลิบๆ

วันที่ถูกพาตัวมาจากบ้านตาหวานเพิ่งอายุสิบสี่ ในคืนฝนฟ้าคะนองนายใหญ่ที่นั่งอยู่ในเงามืดน่ากลัวเหมือนปีศาจ ถึงหลังจากที่ส่งตัวเธอให้ป้าตุ้ยนุ้ยดูแลระหว่างรอพ่อเอาหนี้มาใช้คืนแล้วไถ่ตัวเธอไปนายจะไม่เคยยุ่งสุงสิง ดวงใจน้อยๆ ก็อดกริ่งเกรงเขาไม่ได้

ตลอดหนึ่งเดือนหลังจากคืนนั้นเธออยู่ด้วยความทุกข์ทรมานใจคิดถึงพ่อ วันๆ มีหน้าที่ช่วยงานตามแต่ป้าตุ้ยนุ้ยสั่งไปเหมือนหุ่นไขลาน ป้ากับคนอื่นๆ ในฟาร์มก็ไม่ได้สนใจเธอนักหนา เพียงแต่ให้ความดูแลเหมือนแมวที่ถูกเก็บมาเลี้ยงตัวหนึ่ง แต่หลังจากหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป ป้าตุ้ยนุ้ยใส่เธอมากขึ้น ดูแลเป็นธุระทุกอย่างแม้แต่เรื่องเรียนหนังสือ อาจเพราะเธอเป็นเด็กดีตามที่พ่อสั่งท่านจึงเกิดความเอ็นดู

แต่กับนาย...อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันทว่าเดือนๆ ปีๆ หนึ่งไม่เคยได้พบหน้าเลย เธอขลุกอยู่ท้ายฟาร์มเหมือนนางก้นครัวส่วนเขาก็ใช้ชีวิตปกติไป ไม่เหลือบไม่แลแมวหลงทางที่จับตัวมา

หญิงสาวจอดจักรยานเมื่อขี่มาจนถึง เดินขาสั่นมาหยุดยืนตรงบันไดไม้ซุงทางขึ้นเรือนกว้าง สูดลมหายใจสองเฮือกติดกว่าจะกล้าประคองตะกร้าใส่อาหารเช้าก้าวขึ้นไปอย่างระมัดระวัง

“พี่แตงโมอยู่พอดี” ตาหวานยิ้มกว้าง

คนชื่อแตงโมหัวโตสมชื่อ อายุมากกว่าเธอหลายปี เป็นลูกคนงานที่สนิทจึงได้รับหน้าที่รับใช้ใกล้ชิดเหมือนทนายหน้าหอ ต่างกับพวกชายชุดดำที่ถูกส่งไปทำงานโหดๆ

“เอาอะไรมาให้นายกินเหรอ หอมได้กลิ่นแต่ไกล”

ตะกร้ามีฝาปิดถูกส่งต่อให้แตงโมโดยไม่มีคำตอบเพราะตาหวานไม่ลืมคำกำชับของป้าตุ้ยนุ้ยที่ว่าห้ามใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้ชายคนไหนเกินไปนักจะพูดจากันเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

“นายตื่นหรือยังจ๊ะ”

แตงโมพยักหน้า ตะกร้าในมือถูกนำไปวางที่โต๊ะริมระเบียงกว้างซึ่งนายชอบใช้เป็นที่สำหรับรับประทานอาหาร

“เดี๋ยวคงออกมา น้องตาหวานมีอะไรกับนายเหรอ”

ไม่ทันได้ตอบ ร่างสูงตะหง่านของนายใหญ่ก็เดินพ้นประตูออกมาในชุดกางเกงผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มกับเสื้อกล้ามที่ทำให้ดูรู้ว่าเพิ่งลุกจากที่นอน ตาหวานตัวแข็งทื่อรีบยกมือไหว้ทั้งหัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความเกรง บางทีเธอก็ดุตัวเองว่าจะกลัวอะไรนะ นายใหญ่นั้นถึงจะตัวสูงใหญ่หน้าตามีหนวดเคราหนาทว่าไม่ได้ดูโหดร้ายเลยซ้ำเรือนร่างสมบูรณ์ด้วยมัดกล้าม นัยน์ตาคมกึ่งหวาน สันจมูกโด่ง ประกอบเข้ากับทุกอย่างที่รวมกันเป็นเขาดูดีราวกับพระเอกละครด้วยซ้ำ

ดวงตาคมดุตวัดผ่านใบหน้าเธอแวบหนึ่ง ตาหวานบีบมือตัวเองแน่น ที่จริงเธอควรจะรีบกลับที่ทางของตัวเองเพราะเขาไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนนอกจากป้าตุ้ยนุ้ยขึ้นมายุ่มย่ามบนนี้แต่เพราะมีความจำเป็นบางอย่างจึงรวบรวมความกล้ามเดินไปนั่งพับเพียบแทบเท้าเขา

“มีอะไร”

“คือ นะ...หนูจะขออนุญาตกลับไปบ้านสักวันได้ไหมคะ แป๊บเดียวก็ได้”

“พูดกับผู้ใหญ่อย่าก้มหน้า”

คนถูกดุสะดุ้งโหยงรีบเลยหน้าขึ้นสบตาคมกริบ

“จะกลับไปบ้านร้างนั่นทำไม”

บ้านร้าง...คำนี้ทำเอาหัวใจดวงน้อยฟุบแฟบ

“บางทีพ่ออาจกลับไปบ้าง ที่ไม่มาที่นี่คงเพราะยังหาเงินใช้นายไม่ได้ แต่ว่า...ถ้าเป็นที่นั่น”

“ทำไม”

“พ่ออาจจะไปรอเพราะคงไม่ลืมว่าวันนี้เป็น...วันเกิดหนู”

น้ำตาหยดใสกลิ้งลงผ่านแก้มเด็กสาวที่เพิ่งอายุครบสิบแปด  เธอได้ยินเสียงนายใหญ่ถอนใหญ่ใจแรงตอนที่ขมวดคิ้วมองตัวเองก็ยิ่งกลัวว่าจะถูกไล่ตะเพิดเพราะขอในสิ่งที่เป็นข้อห้ามขาดคือตัวขัดดอกอย่างเธอจะต้องอยู่ที่นี่จนกว่าหนี้ถูกชดใช้ หาก...

“สายๆ จะไปธุระ เธอติดรถฉันไปแล้วกัน”


++++++
เรื่องใหม่ล่าสุดที่ลงขายเฉพาะ Ebook จ้า



พิมพ์เนื้อหาตรงนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

1 ความคิดเห็น