เล่ห์ร้ายหวงรัก (Dangerous Prince)

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    20 ก.ค. 58


       นาตาชาไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่พาใบบัวมาเที่ยวถนนคนเดิน เธอน่าจะรู้อยู่แล้วว่าใบบัวเป็นโรคหัวใจ...อ่อนแอ เวลาเห็นร้านรวงละลานตา เจอเมื่อไหร่วิญญาณสาวนักช้อปจะเข้าสิง ไม่มีปีกก็เหมือนมี ล่องลอยอย่างไร้จุดหมายอยู่ในทุ่งสินค้าอย่างมีความสุขไม่ต่างจากผีเสื้อเห็นดอกไม้ ลืมเลือนหมดทุกอย่างแม้กระทั่งเพื่อนสนิท

       ทั้งที่ทีแรกเดินเล่นอยู่ด้วยกัน เผลอแป๊บเดียว หันมาอีกทีไม่เห็นอีกฝ่ายเสียแล้ว ถ้าไม่เพราะเธอมัวมองการแสดงฟ้อนรำพื้นเมืองนานเกินไปก็คงเพราะใบบัวเห็นของล่อตาล่อใจเข้าอย่างเช่น...ป้ายลดราคา

       “หายไปไหนของเค้านะ”

       บ่นกระปอดกระแปด พยายามโทร.ติดต่อแต่ใบบัวไม่รับสาย ถ้าไม่มัวดูของเพลินคงเพราะที่นี่มีผู้คนค่อนข้างมาก การแสดงกระจายตามจุดต่าง ๆ ดังกลบเสียงเรียกเข้า

       แต่นาตาชาไม่ละความพยายาม โทร.ซ้ำขณะสอดส่ายสายตาหา ไม่รู้ตัวเลยว่าระหว่างตัวเองมุ่งความสนใจไปที่เพื่อน มีใครอีกคนกำลังตามติดใกล้เข้ามา

 

       “หยุดก่อนครับ”

       อีธานคลาดกับหญิงสาวนิรนามเพราะคำสามคำของเบ็นจามินแท้ ๆ เขาปัดมือพระพี่เลี้ยงออกจากข้อศอก แต่ยอมหยุดเดินโดยดีเพราะรู้นิสัยว่าถ้าเบ็นจามินคิดจะขัดใจเขาครั้งไหน ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพยายามทำสำเร็จจนได้

       “พูดมา”

       “คุณรู้จักเธอหรือ”

       “ไม่”

       สุ้มเสียงแสดงว่าแปลกใจดังจากลำคอคนฟัง

       “งั้นคุณควรกลับที่พัก คนเริ่มมากขึ้นทุกที”

       ความเข้าใจผุดขึ้นเป็นลำดับ เมื่อมีคนของเจ้าหญิงซิลเวียลอบติดตามได้ ก็อาจมีกลุ่มอื่นอีกซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อเจ้าชายรัชทายาท เบ็นจามินคงระแวงอีกตามเคย

       “ไม่มีอะไรหรอกน่า ทำไมถึงต้องทำท่าเหมือนฉันจะถูกตามฆ่าอยู่ตลอดเวลานะ”

สีหน้าเบ็นจามินที่กำลังส่ายศีรษะดูเหนื่อยใจเต็มที่

“คดีที่คุณก่อไว้กับใครต่อใครทำให้ผมต้องระวัง”

อ้อ...นี่เบ็นจามินคงกลัวว่าวีรกรรมในอดีตจะย้อนรอยมาทำอันตรายแก่ตัวเขาเข้า อีธานหัวเราะพรืด จริงอยู่ที่เขาเสเพลสุดเหวี่ยงไปทั่ว ทว่าไม่เคยเกิดกรณีวิวาทขึ้นสักครั้ง ทำไมอีกฝ่ายจึงคิดร้ายแรงไปได้ จะว่าเรื่องในราชวงศ์ยิ่งไม่ใช่อีก บัลลังก์เลนีเซียร้างจากการแย่งชิงอำนาจมาหลายสิบปีแล้ว

มียกเว้นเฉพาะเรื่องล่าสุด เกเก้คิดบัญชีได้ไม่เลว เล่นเอาพวกเขาทั้งห้ากระเส็นกระสายไปคนละทาง

“ความเอาแต่ใจไม่ไว้หน้าใครของคุณอาจจะนำภัยมาในวันใดวันหนึ่ง”

“อย่าห่วงเลย เท่าที่นึกออกคนที่เสียใจเพราะฉันมีแต่ผู้หญิง” ไม่ใช่เพราะทำร้ายร่างกาย แต่เพราะเขาไม่เหลียวแลอย่างที่พวกหล่อนต้องการต่างหาก

“ไม่นึกว่าคุณจะรู้ตัว” เบ็นจามินยิ้ม

อีธานแยกเขี้ยวใส่ ทำท่าจะตามหาหญิงสาวนิรนามต่อ

“ถ้าไม่อยากเดินก็กลับไปรอที่รถ”

“ซึ่งไม่มีทาง” เบ็นจามินต่อคำ ก้าวเท้าตามติด “เธอเป็นใครหรือครับ”

“ไม่รู้สิ เคยเห็นตอนแข่งโปโลที่สิงคโปร์” ตอบพลางสอดส่ายสายตา

“เช่นนั้นแสดงว่าเธอรู้ว่าคุณเป็นใคร” เบ็นจามินเร่งฝีเท้าขึ้นขวางเร็วเหมือนไม่ใช่อายุเจ็ดสิบ “เรากำลังหลบข่าว ผมว่า...”

“ครั้งนี้เบ็นห้ามฉันไม่ได้หรอก”

ประกายตาอีธานเจิดจ้า เขาพบเธอแล้ว จำได้แม่นแม้เห็นเพียงแผ่นหลัง

 

“โธ่ บัวนะบัว ไม่ยอมรับโทรศัพท์เลย”

ถ้ามนต์สะกดของสินค้าหมดลงเมื่อไหร่ใบบัวคงเห็นมิสคอลนับสิบครั้งจากนาตาชา แต่คงจะยังไม่ใช่ตอนนี้ มือถือหญิงสาวเงียบฉี่ ถอนใจพลางยิ้มขำ เอากับเพื่อนเธอสิ

ใบหน้าสวยที่มัวแต่ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ทำให้เจ้าตัวไม่ทันรู้สึกถึงการมาของใครคนหนึ่ง รู้เพียงแต่ในจำนวนนักท่องเที่ยว มีคนใจตรงกับเธอมากเกินไป พอก้าวซ้ายฝ่ายนั้นก็ซ้าย หลบมาขวายังตามอีก

นาตาชาทิ้งแขนลงข้างตัว เงยหน้าเพื่อจะมองคน ๆ นั้นให้ชัด ทว่า...

องค์ชายอีธาน!

นัยน์ตาคู่สวยเบิกขยายค้าง ลมหายใจชะงักอยู่กลางปอด ได้ยินเสียงดนตรีจากการแสดงหลายคณะตีกันจนฟังไม่ได้สรรพแต่กลับไม่รู้สึกหนวกหู

โลกใต้ฝ่าเท้าแข็งนิ่งอยู่แบบนั้นในขณะนาตาชาจ้องผู้ชายตรงหน้า ตาไม่กะพริบ

“ขอโทษถ้าทำให้คุณตกใจ แต่ผมคิดว่าเราเคยพบกันมาก่อน”

น้ำเสียงทุ้มกังวานดังขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ นาตาชาไม่เคยรู้เลยว่าเจ้าชายเอาแต่ใจมีน้ำเสียงน่าฟังอย่างมากยิ่งกว่าที่เคยได้ยินตามสื่อ ร่างสูงใหญ่ของเขาโดดเด่นอยู่ท่ามกลางผู้คนแม้สวมเพียงเสื้อโปโลสีน้ำเงินทับอยู่ในกางเกงยีนและรองเท้าหนังกลับสีฝุ่น

แอบจิกนิ้วตัวเองแรง ๆ จนเจ็บถึงรู้ว่าไม่ได้กำลังฝัน คนที่ยืนตรงหน้าคือเจ้าชายอีธาน...รัชทายาทแห่งบัลลังก์เลนีเซีย ตัวจริงร้อยเปอร์เซ็นต์

พอรู้แน่แก่ใจใบหน้าสวยกลับแดงเห่อขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ หลุบตาต่ำลงไม่ยอมสบตาเพราะในสมองไพล่นึกถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าในข่าวของอีกฝ่าย

นี่เรากำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย หยุดเดี๋ยวนี้นะ!’

นาตาชาดุตัวเองในใจ ร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ทำไม่รู้ไม่ชี้เดินหลบหลีกจะไปให้พ้น แต่ถูกขยับขวาง

“คุณ เดี๋ยว!

ท่าทางเจ้าชายอีธานร้อนรน ขณะน้ำเสียงยังคงสุภาพเหมือนแรกทักทายไม่เปลี่ยน มือที่ยื่นออกมาเพื่อจะรั้งเธอค้างอยู่กลางทางราวกับเจ้าตัวนึกได้ว่าคงจะยิ่งทำให้ตกใจ

จริงอยู่ เธอตกใจหากก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น ใครจะนึกล่ะว่าจู่ ๆ เจ้าชายคนสำคัญของเลนีเซียจะมายืนอยู่ตรงหน้ากลางถนนคนเดินที่สุดแสนธรรมดา แถมยังเป็นฝ่ายทักเธอก่อนด้วย

       หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอด ปัดภาพอุจาดออกจากสมอง สบตาเจ้าชายหนุ่มโดยตรง...ด้วยแววตาใสซื่อ

       “คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม”

       เขาถามเป็นภาษาอังกฤษ นาตาชาตีหน้างุนงง ถามว่า

       “ว็อท ยู สะ...สปีคอะไรนะคะ”

       เจ้าชายอีธานยิ้มขำ นาตาชารีบกดเล็บใส่ฝ่ามือตัวเองทันทีที่รู้สึกถึงอาการไหววูบในหัวใจหลังจากเห็นรอยยิ้มเมื่อครู่

       ก่อนเจ้าชายอีธานจะพูดอะไรต่อ ชายชราที่ยืนข้างเขากลับแทรกขึ้นก่อน ฝ่ายนั้นเอ่ยกับชายหนุ่มโดยตรง ทว่าปรายตามายังนาตาชาเป็นระยะ

       “คุณผู้หญิงคนนี้ใช่คนเดียวกับที่เคยพบจริงหรือครับ”

       นาตาชาเห็นอีธานขมวดคิ้ว สีหน้าติดรำคาญนิด ๆ ที่ถูกถาม

       “ทำไมถึงอยากรู้นัก”

       “เพราะผมต้องรู้”

       “เอาล่ะ เบ็น” อีธานเกี่ยวนิ้วโป้งทั้งสองเข้ากับหูเข็มขัดกางเกงยีน ท่าทางเตรียมออกฤทธิ์ออกเดช “ฉันต้องการเวลาส่วนตัว โอเค้?

       เขาจงใจลดเสียงลง แต่ไม่มากพอ นาตาชาได้ยินทุกคำ

       “ได้ ผมจะรออยู่ใกล้ ๆ หลังจากแจ้งให้คุณทราบข้อมูลบางอย่างแล้ว”

       นาตาชาที่ทำเป็นฟังไม่เข้าใจขยับตัวยุกยิก อยากวิ่งหนีไปดื้อ ๆ สังหรณ์ว่าชายชราท่าทางใจดีข้างตัวเจ้าชายอีธานกำลังจะพูดบางอย่างที่ไม่ควรพูด

       “ว่ามาเลย ฉันไม่อยากให้เธอรอนาน”

       “ผมเพียงแต่จะแจ้งให้ทราบไว้ว่าคุณผู้หญิงคนนี้ก็คือมิสนาตาชา นฤมาศ...คู่หมายของคุณ”

       จบคำของเบ็นจามิน นาตาชาสะดุ้งเหมือนถูกไฟช็อต เธอไม่เคยรู้จักชายชรามาก่อน แต่ท่าทางเขาจะรู้จักเธอดีมากทีเดียว

       “คู่หมาย”

       เจ้าชายอีธานทวนคำเสียงเข้ม เบือนหน้ามามองเธอเต็มตา ท่าทางสุภาพแต่แรกเห็นกลับกลายเป็นจอมวายร้ายเมื่อเจ้าตัวก้มหน้าลงมาจมูกแทบชนจมูก ทำให้เธอต้องดึงศีรษะหนีแทบไม่ทัน

       “นี่น่ะเรอะคู่หมายของฉัน”

       ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดใบหน้า นาตาชาผลักอกกว้างอย่างไม่เกรงใจหวังจะให้ชายหนุ่มถอยห่างแต่กลับเป็นตัวเองที่กระดอนถอยหลังเหมือนลูกบอลกระทบกำแพง

นี่คงเป็นวันโลกาวินาศ ประเทศไทยแท้ ๆ ทำไมถึงมีเจ้าชายจากเลนีเซียโผล่มาได้ เป็นคนที่เธอไม่อยากพบเจอมากที่สุดด้วย

เขาหัวเราะเสียงกวนประสาทที่เห็นเรี่ยวแรงเท่ามดของเธอทำอะไรไม่ได้ มองอย่างคนรู้ทันก่อนจะพูดว่า

“ท่านย่าเรื่องมากแค่ไหนฉันรู้ดี เป็นไปไม่ได้ที่คู่หมายของฉันจะขาดคุณสมบัติด้านใดด้านหนึ่ง นั่นหมายความว่า...คุณต้องพูดภาษาอังกฤษได้ และอาจรวมถึงภาษาอื่นด้วย”

       หญิงสาวเบือนหน้าหนีใบหน้าหล่อเหลาซึ่งประดับด้วยรอยยิ้มยียวนตั้งแต่เขารู้ว่าเธอเป็นใคร หมั่นไส้นักที่ดันเดาถูกเผงว่าเธอพูดได้หลายภาษา

       พูดได้ แต่ฉันไม่เสวนากับคุณ มีอะไรไหม!’

นาตาชาละสายตาจากเจ้าชายอีธาน จงใจแสดงให้รู้ว่าเขาเป็นอากาศธาตุสำหรับตัวเอง หันมาสบตาชายชรา ฝ่ายนั้นมองมาด้วยแววตาเห็นใจอยู่ก่อนแล้ว เขาก้มศีรษะให้อย่างสุภาพ

“ผมเบ็นจามิน พระพี่เลี้ยงขององค์ชายครับ”

นาตาชาสัมผัสมือกับเบ็นจามินด้วยความเต็มใจ แอบนึกค่อนขอดว่าเจ้านายกับลูกน้องนิสัยต่างกันเหมือนฟ้ากับก้นเหว

“สวัสดีค่ะคุณเบ็นจามิน ไนล์ขอแก้คำพูดคุณนิดหนึ่งนะคะ อดีตคู่หมายค่ะ ไม่ใช่คู่หมาย”

สำเนียงอังกฤษของหญิงสาวถูกต้องชัดเจนราวกับเจ้าของภาษาแถมจงใจพูดช้าชัด ดังกังวานให้ผู้ชายตัวโตหน้ายักษ์ได้ยินเต็มสองหู เสียงฮึจากลำคอเจ้าชายอีธานดังขึ้นทีหนึ่ง แต่เธอไม่สนใจ พูดจบก็เดินเลี่ยงหนีมาทันที

 

“นี่น่ะรึคนที่ท่านย่าหาให้” อีธานโวยวายลั่นตลาด ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันยามนึกถึงประโยคที่นาตาชาทิ้งท้ายไว้

“คุณไม่จำเป็นต้องเก็บเป็นอารมณ์ คงได้ยินแล้วว่าเธอไม่คิดวุ่นวายกับคุณอีก” เบ็นจามินพูดเรื่อย ๆ

อีธานตาวาว ทำเสียงบางอย่างในลำคอ

“กลับไปรอที่รถก่อน ไม่ต้องตาม นี่เป็นคำสั่ง!

ว่าจบเจ้าของร่างสูงใหญ่ก็จ้ำพรวด ๆ ตามนาตาชาไปติด ๆ จนตามทันในเวลาไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำ

“มิสนาตาชา นฤมาศ นึกตั้งนานว่าใคร...ที่แท้ก็ว่าที่เจ้าสาวของผมนี่เอง”

       เป้าหมายโจมตีของเขาหยุดเดินพร้อมกับหันมาส่งตาวาวราวกับแม่เสือเตรียมขย้ำเหยื่อทันที แม้ในยามโกรธ อีธานยังปฏิเสธไม่ได้ว่านัยน์ตาคมคู่นั้นมีแรงดึงดูดมหาศาล ริมฝีปากบางที่เม้มแน่นของเธอก็ด้วย ถ้าไม่เคยได้รับข้อมูลจากเบ็นจามินถึงวัฒนธรรมไทยมาก่อน เขาคงจะคว้าตัวนาตาชามาจูบเปิดปากนั่นให้เผยอรับโดยดีเสียเดี๋ยวนี้ อยากรู้ว่ายังจะทำท่าเชิดหน้าคอแข็งได้อยู่หรือเปล่า

       นาตาชาขยับปากเหมือนจะพูดบางอย่างแต่กลับนิ่งเปลี่ยนใจกลางคัน หันหลังเดินหนี

       มีหรืออีธานจะยอม

“ที่เราเจอกันวันนี้คุณอย่าบอกผมเชียวนะว่าบังเอิญ”

นาตาชาหันขวับ กระแทกเสียงตอบ “ค่ะ! บังเอิญ”

“แผนตื้น ๆ”

“คุณกำลังจะพูดอะไรหรือคะ” หัวคิ้วย่นเข้าหากันจนเป็นรอยพับ

อีธานไหวไหล่

“ทีแรกผมไม่ทันคิดหรอกนะเรื่องที่ถูกเตะโด่งจากเลนีเซียมาไทย...จนได้พบคุณ” มองหญิงสาวทั่วทั้งตัวแบบจงใจยั่วโมโห “วางแผนกันเป็นขบวนการเลยละสิท่า ไม่น่าเชื่อ สวย ๆ อย่างคุณยังต้องลงทุนขนาดนี้”

+++++++++++++++++++++++++


เจอกันปุ๊บก็ปะฉะดะเลย
จะเป็นยังไงรอติดตามจันทร์หน้าเน้อ จุ๊บๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

174 ความคิดเห็น

  1. #84 gemarco (@germaffm) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 04:40
    ปากนะปากหาเรื่อง
    #84
    0
  2. #39 Chii_Elda (@digital_lady) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 10:51
    อีธานเริ่มมโนละเนี่ย
    #39
    0
  3. #38 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 09:42
    ไรท์เตอร์รวมเล่มวางขายเลยค่ะ ทรมานใจมากไม่อยากอ่านเเบบอาทิตย์ละ1ครั้งเเล้ว. วางเเผงด่วนค่ะ55
    #38
    0
  4. #37 Em_Emmew (@1233456789) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 17:04
    ไนล์ ตบมันเลย เอาให้หน้าหงายไปเลย//อินจัด ยังไงก็มาต่อไวๆน้าาาสู้ๆ
    #37
    0
  5. #36 Em_Emmew (@1233456789) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 17:04
    ไนล์ ตบมันเลย เอาให้หน้าหงายไปเลย//อินจัด555 ยังไงก็มาต่อไวๆน้าาาสู้ๆ
    #36
    0
  6. #35 fsn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 21:20
    โอ้ คนเรา ช่างหลงตัวเอง ได้สาหัส
    #35
    0
  7. #32 Kamuningka (@Kamuningka) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 01:32
    ไนล์สูๆ ตอกกลับให้เจ้าชายหน้าหงายไปเลย...จะได้รึเปล่าน่ะ
    #32
    0